เทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์

    บทที่ 40

    วินาทีที่คนกำลังสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น มันต้องย้อนกลับไปก่อนหน้านี้สักเล็กน้อย ในขณะที่เหล่านักเลงนับสิบกระโจนพุ่งตรงมายังไอซ์ที่กำลังมีรอยยิ้มปรากฏอยู่ที่มุมปาก ‘ไม่คิดเลยว่าสัญชาตญาณดิบของเราจะถูกเปิดขึ้นมาอีกครั้ง..’ มันเป็นเพียงแค่เสี้ยววินาทีในห้วงแห่งภวังค์ความคิด ก่อนที่โลกทั้งใบสำหรับเขามันหยุดนิ่งลง ไม่สิ มันต้องเรียกว่าทุกอย่างยังคงเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่มันช้ามากสำหรับไอซ์ เพียงแค่ก้าวเท้าราวกับเดินชมสวนดอกไม้ในทุ่งหญ้า ก็ไม่มีใครหน้าไหนตามความเร็วของเขาได้ทัน ‘ซี่โครง.. กระดูกสันหลัง.. หัว.. ท้อง.. คนนี้เอาเป็นข้อศอกก็แล้วกัน..’ ไอซ์เคลื่อนตัวอย่างช้าๆ เล็งจุดที่เขาคิดว่านักเลงพวกนี้จะไม่ตาย แต่ทำให้รักษายุ่งยากอีกหลายเดือน อย่างน้อยก็ควรให้พวกมันอยู่นิ่งๆ ไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับใครอีก เพียงแค่มือเปล่าบวกกับค่าสถานะทางกายภาพ (STR ATK) มันก็เพียงพอแล้ว ต่อยเบาๆก็ทำให้กระดูกกลายเป็นผงได้แล้ว แต่ใช้แค่นิ้วดีดเท่านั้น“เท่านี้ก็น่าจะพอแล้ว.. ส่วนไอ้สองตัวนั้นเอายังไงกับมันดีนะ” ไอซ์ทำท่าคิดหนัก เหมือนว่ายังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเอายังไงดี มันเป็นวินาทีที่เกิดอะไรขึ้นหลายอย่าง คนธรรมดาไม่สามารถทำได้อย่างนี้ ไอซ์เรียกมันว่าข้ามขีดจำกัด มันเป็นการเร่งประสาทสัมผัสทุกอย่างให้เร็วขึ้นหลายเท่าตัว เมื่อก่อนเขาเองก็เคยใช้มันมาแล้ว และตอนนั้นเขาใช้ได้เพียงแค่สิบวินาทีเท่านั้น หลังจากนั้นเขาจะนอนเป็นผักอยู่หลายวัน มันเป็นเหตุผลหนึ่งที่เขามองว่าพี่บิวตี้คือพี่สาวอีกคนหนึ่งของเขา สมัยที่เขายังเกเรเป็นนักเลงหัวไม้เหมือนกับเจ้าพวกนี้ แต่มันคนละระดับกันก็เท่านั้นเอง ตอนนี้ด้วยค่าสถานะที่เกินมนุษย์ มันจึงไม่มีผลกระทบอะไรกับร่างกายอีก“จัดมันให้เดินไม่ได้สัก 2-3 เดือนก็แล้ว อื้ม.. ถ้าแค่ขามันก็ยังใช้ไม้เท้าพวกนั้นได้อยู่ งั้นเอาแขนด้วยก็แล้วกัน” เมื่อพูดจบตัวของไอซ์ก็เดินเข้าไปอย่างเชื่องช้า แต่สำหรับเจ้าลิ่วล้อ และตัวของคิง ความเร็วมันราวกับลูกกระสุนเลยทีเดียว“อย่านะเว้ย.. พ่อกู.. อ๊าก!!! มึงหักแขนหักขากู..อ๊ากกกก!!” คิงกล่าวโวยวาย และในที่สุด ชายฉกรรจ์ทั้ง 12 คนก็นอนดีดดิ้นไปทั่วบริเวณ พร้อมกับเสียงร้องอันทรมานเกินกว่าใครจะรับมันไหว อีกด้านหนึ่งที่ไม่ไกลกันเท่าไรนัก..“แกมองทันหรือเปล่าวะเพื่อน..” ชายในชุดดำคนหนึ่งเอ่ยออกมา“ไม่ทันเลยวะ ไม่คิดว่าเขาจะเก่งขนาดนี้.. สมแล้วที่เป็นตัวแทนของคุณเทียนหลง” ชายชุดดำอีกคนกล่าวออกมา พวกเขาทั้งสองคนได้รับหน้าที่เป็นคนคุ้มกันให้กับเอเจนซี่ของคุณเทียนหลงจากคุณท่านวสิน แน่นอนว่าพวกเขาก็เป็นฮันเตอร์ด้วยเช่นกัน“ถ้าเขาเก่งขนาดนี้ แล้วคุณท่านจะให้คุ้มกันเขาอย่างลับๆเพื่ออะไร?” ชายคนแรกเอ่ยออกมาอย่างมึนงง ถ้าเป็นพวกเขาสองคนเจอนักเลงสิบกว่าคน ถึงไม่ได้ยาก แต่มันก็ต้องใช้เวลานานกว่านี้ ไม่สิ ต้องเรียกว่านานมากๆกว่านี้“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันวะ เอาไงดี เราควรแจ้งกับนายท่านก่อนไหม” ชายคนที่สองกล่าวถาม“เออ.. ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะต้องทำยังไง แจ้งคุณท่านก่อนดีกว่า” ชายคนแรกตอบกลับก่อนที่เขาจะหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อรายงานกับคุณท่านของพวกเขา แน่นอนว่าตอนแรกที่วสินได้ยินคำรายงานก็เล่นเอาทั้งตกใจ แปลกใจ พร้อมๆกัน“พวกนั้นเป็นใคร ใหญ่โตแค่ไหน!?” วสินกล่าวถามกับลูกน้องของเขา“คุณท่าน.. คู่กรณีคือลูกชายของคุณสิวะ ศรีประจักษ์ เจ้าของบริษัทนำเข้าส่งออกผลผลิตทางการเกษตร บริษัท ‘เกิดผล’ ครับคุณท่าน..เอออ..” ลูกน้องเอ่ยตอบคำถามของเจ้านาย แต่พวกเขายังไม่ทันได้ทำอะไรต่อ ไอซ์กลับหันมาทางนี้ และกำลังกวักมือเรียกให้ทั้งสองเข้าไปหา แน่นอนว่ามันยิ่งทำให้ทั้งสองหันมามองหน้ากันอย่างรวดเร็วในเสี้ยววินาทีที่ทั้งสองมองหน้ากัน ไอซ์ได้ใช้เวทมนตร์ธาตุลมขนาดเล็ก มันเป็นเวทย์ดัดแปลงที่เขาเรียกว่า ‘พรายกระซิบ’ และมันก็มีผลตามชื่อของมัน“รีบวิ่งมาเดี๋ยวนี้!! อย่าให้พูดซ้ำ..” แม้มันจะเป็นประโยคสั้นๆ แต่มันก็เป็นอะไรที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก ทั้งสองวิ่งมาทางไอซ์อย่างไม่คิดชีวิต ความเร็วของทั้งสองคนมันยิ่งกว่านักวิ่งทีมชาติเสียอีก“แฮ่กๆๆ มาแล้วครับคุณอนุวัฒน์.. มีอะไรให้รับใช้ครับ แฮ่กๆ” ทั้งสองต่างก็พยายามแย่งกันพูด พวกเขาทั้งสองกลัวว่าจุดจบจะไม่ต่างอะไรกับนักเลงพวกนี้“เอาโทรศัพท์มา..” ไอซ์กล่าวเพียงสั้นๆเท่านั้น ชายชุดดำยื่นให้อย่างว่าง่าย ราวกับถูกตั้งโปรแกรมมาให้เชื่อฟัง“สวัสดี คุณคงเป็นคุณวสินอย่างนั้นสินะ.. ผมจะไม่พูดอะไรมาก ทำให้เรื่องนี้มันเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น และอย่าให้มันเป็นเรื่องใหญ่.. ชัดเจนนะ” ไอซ์กล่าวเข้าประเด็นในทันที ปัญหาไม่ใช่เรื่องเงิน แต่มันเป็นอำนาจในทางโลก ถ้าในสถานะเทียนหลงย่อมไม่มีปัญหา แต่สำหรับบุคคลที่ชื่อว่าไอซ์ หรือ อนุวัฒน์ เขายังไม่มีมันไอ้สิ่งที่เรียกว่าอำนาจ ดังนั้นใช้คนอื่นทำงานให้ มันง่ายที่สุดแล้ว“ทราบแล้วครับคุณอนุวัฒน์.. ผมจะดำเนินการตามที่คุณต้องการครับ” วสินตอบกลับอย่างรวดเร็ว“ผมไม่ได้ให้ทำงานฟรีๆหรอก.. ผมไม่ต้องการติดหนี้ใคร เอาเป็นว่าผมจะฝากค่าตอบแทนให้ทางลูกสาวของคุณก็แล้วกัน.. เออ เกือบลืมไป ฝากบอกลูกสาวคุณด้วยว่าคุณเทียนหลงต้องการเลื่อนเวลาเป็นเวลาสามทุ่มตรง แล้วก็อย่าได้ส่งคนมาติดตามผมอีก เข้าใจนะครับ” ไอซ์กล่าว“ทราบแล้วครับคุณอนุวัฒน์ ผมจะทำตามที่คุณบอก” วสินตอบกลับ จากนั้นไอซ์ก็โยนมือถือให้กับทั้งสองคน ก่อนที่เขาจะเดินไปทางรถยนต์คันโปรด ค่อยๆก้าวเท้าขึ้นรถ และขับออกไปในทันที ท่ามกลางเสียงร้องโวยวายที่เจ็บเจียนตายของเหล่านักเลงทั้ง 10 คน บวกกับเจ้าลิ่วล้อ และเจ้านายของมันอย่างคิง และชายชุดดำสองคนที่ก้มหัวคำนับไอซ์ที่กำลังจากไป“คุณท่าน.. จะให้เราจัดการยังไงดีครับ” ชายชุดดำเอ่ยถามกับเจ้านายอย่างวสิน“พวกแกก็ได้ยินแล้วไม่ใช่เหรอ.. โทรหาโรงพยาบาลในเครือ จัดการปิดปากครอบครัวของพวกมันด้วย ถ้ามีปัญหาก็จัดการตามสมควร เข้าใจแล้วนะ” วสินกล่าวกับลูกน้องเป็นเชิงคำสั่ง แน่นอนว่าทั้งสองก็ตอบรับทันที ก่อนจะวางสายกันไป“เขารู้ได้ยังไงว่าเราส่งคนไปอย่างลับๆ..” สาเหตุที่ทำอย่างนี้ก็เพื่อวัตถุประสงค์หลายอย่างด้วยกัน หนึ่งก็เพื่อติดตาม ตรวจสอบความสัมพันธ์ สถานภาพการต่อสู้ และอื่นๆ แต่ไม่คิดว่าเป้าหมายจะรู้ตัว และยังรู้อีกว่าเป็นเขาที่สั่งการ“หนูบอกพ่อกี่ครั้งแล้วว่าอย่าทำอย่างนี้.. คุณว่าคุณเอเจนซี่ไม่เก่งหรือยังไงกัน ถ้าเขาชอบการต่อสู้ล่ะก็ พลังคงเท่ากับอาจารย์เทียนหลงเลยล่ะ บอกก็ไม่ฟังกันเลย เห้อ” มีมี่กล่าวออกมาอย่างเซ็งๆ แน่นอนว่าเธอก็อยู่ข้างๆพ่อ และได้ยินทุกอย่างที่อาจารย์ของเธอกล่าว“พ่อรู้แล้วน่า.. เอาเป็นว่าพ่อจะจัดการเรื่องนี้ให้กับเขาเอง บอกเขาไปว่ามันถือเป็นคำขอโทษที่เสียมารยาทก็แล้วกัน..” วสินกล่าวอย่างจนใจ ความอยากรู้อยากเห็นสามารถฆ่าคนได้ เขาเชื่อมันก็คราวนี้แหละ มีมี่ที่ได้ยินก็พยักหน้าตอบรับเล็กน้อย ก่อนจะกัดผลไม้สดอย่างเอร็ดอร่อยต่อไป แสงไฟจากหน้ารถรถ BMW Z4 ส่องสง่าอยู่กลางท้องถนน และมันยิ่งเป็นที่น่าสนใจ เพราะเสียงของเครื่องยนต์ที่มันแผดร้องออกมาเป็นจังหวะ และไพเราะ ไอซ์ที่ได้ที่ระบายเล็กน้อยก็อารมณ์ดีขึ้นอย่างถนัดตา“จะว่าไป เข้าไปเยี่ยมผู้ป่วย แต่มามือเปล่าก็คงจะไม่ดีเท่าไร..” เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็แวะเข้าไปห้างสรรสินค้าขนาดใหญ่ เขาจำได้ว่าชั้นล่างมันมีร้านมาร์เก็ตชื่อดัง และมันมีสินค้าจำพวกกระเช้าผลไม้ขายอยู่