เกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 84 อาฮุ่ย

            ดังนั้นผู้อาวุโสหยวนมู่จึงอยากเห็นนักว่า เยี่ยนเจาเจาที่ฝ่าบาทส่งมาเป็นคนเช่นไรแบกรับภาระได้หรือไม่ และคู่ควรหรือไม่?

            ผู้อาวุโสหยวนมู่ไม่แม้แต่จะรีบมองหยวนอีย่วนอันเป็นที่รัก กลับมองไปทางเยี่ยนเจาเจาข้างหลังนางคนแรกแทน

            นางตัวไม่สูงงดงามละเอียดลออราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบสูงค่า แววตาคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม แม้พึ่งพาอาศัยผู้อื่นบนร่างก็ยังมีความทะนงที่ปิดไม่มิด

            เพียงมองก็ทำให้ผู้อาวุโสหยวนมู่ตกตะลึง

            นางช่างเหมือนคนผู้นั้น

            คนผู้นั้นคือใครน่ะหรือ?

            ย่อมเป็นลูกศิษย์คนแรกของเขา เป็นนักเรียนผู้มีฐานะสูงส่ง และมีพรสวรรค์ล้ำเลิศที่สุดเท่าเขาเคยสอนมา

            เขาภูมิใจในตัวนางเสมอ ไม่ลืมเลือนตราบจนทุกวันนี้

            คนอื่นไม่รู้ มีเพียงผู้อาวุโสหยวนมู่เท่านั้นที่รู้ว่า ฮ่องเต้หญิงเหลียงฮุ่ยองค์ปัจจุบันแห่งราชวงศ์ต้าซีสมัยยังเยาว์ได้รับการสอนกลยุทธ์ทางการเมือง การปกครองนโยบายพลิกแพลงของกษัตริย์มาจากเขาไม่น้อย เขาเป็นถึงอาจารย์ขององค์หญิงรัชทายาทที่ถูกต้องชอบธรรมผู้เฝ้ามองดอกไม้งามโดดเด่นสะดุดตาในวังบูรพาเดินขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดในปัจจุบันทีละก้าวๆ

            เหลียงฮุ่ยฉลาดหลักแหลม มากสติปัญญาราวปีศาจตั้งแต่เด็กอายุสิบสองปีก็เริ่มติดตามอดีตฮ่องเต้ เข้าฟังราชกิจบ้านเมืองในตำหนักจินหลวน

            ต้าซียามนั้นโดนมหาอำนาจรายล้อมจ้องกลืนกิน ไฟสงครามยากจะมอดสถานการณ์ง่อนแง่นห่างไกลจากความเจริญรุ่งเรืองเช่นทุกวันนี้

            การสอบหน้าพระที่นั่งปีนั้น ความจริงไม่ใช่ฝ่าบาทกำกับแต่เป็นองค์หญิงรัชทายาทเหลียงฮุ่ยที่ยังอ่อนวัย

            นางตั้งใจอ่านบทความของบัณฑิตจิ้นซื่อ [1] ทั้งหมด สุดท้ายชี้นิ้วเรียวงามเลือกหยวนมู่เป็นจอหงวน

            แม้หยวนมู่จะมีชาติกำเนิดสูงส่ง แต่กลับเป็นปัญญาชนตัวจริงไม่เคยจับเจ่าอยู่เพียงในกำแพงเรือน

            เขาอ่านหนังสือตำราทุกประเภททั่วหล้า ล่องสามธาราห้าขุนเขาผจญหนทางลำบากยาวไกล เรื่องทางโลกกว้างใหญ่ไพศาล แต่ส่วนใหญ่อยู่ในใจเขาหมดแล้ว การสอบขุนนางคราวนี้ก็เพียงเพื่อจะได้แต่งงานกับคนในดวงใจของตนเองจำต้องเดินตามกรอบประเพณีคร่ำครึ มอบเกียรติยศสูงสุดบนโลกให้แก่นางเท่านั้น

            แต่แม้เขาจะมีคุณธรรม ก็ยังปรารถนาครองตำแหน่งขุนนางขั้นสูงสุดเช่นกัน

            คนอื่นดูถูกเหยียดหยามพูดว่าเด็กสาวอายุน้อยคนหนึ่งจะไปรู้อะไร แต่เขากลับมองแผนการและปณิธานอันยิ่งใหญ่ในดวงตาอ่อนเยาว์ออก

            หลังจากบัณฑิตจอหงวนขี่ม้าเดินขบวน นางมารอที่กลางจวนของเขาด้วยตนเองพบหน้าก็ยกจอกแสดงความยินดี ขอให้เขาเป็นอาจารย์

            หยวนมู่ไม่รู้ว่าเด็กสาวตัวเล็กๆ คนหนึ่งกล้าเชิญเขาเป็นอาจารย์แห่งวังบูรพาได้อย่างไรแต่นางมีความสามารถในการกระทำตามอำเภอใจอันเข้าตา

            แน่นอนว่าหยวนมู่ถามนาง

            ไม่ใช่ถามว่าเหตุใดจึงได้เลือกเขาเป็นอาจารย์แต่ถามว่านางคู่ควรเป็นนักเรียนของตนตรงจุดใด

            เขานึกว่าองค์หญิงรัชทายาทที่อายุยังน้อย แต่กลับสามารถเข้าร่วมฟังราชกิจในตำหนักจินหลวนจะต้องเย่อหยิ่งจองหองแน่นอน ทว่านางไม่ดูหมิ่นหรือสบประมาทกันสักนิด

            “คนเรายกทัพจับศึกชั่วชีวิต อาจได้ครอบครองใต้หล้าชาติบ้านเมืองตราบยืนยง ท่ามกลางโลกอันโหดร้ายนี้ ท่านผู้มากความสามารถหาตัวจับยากนามจักต้องคงอยู่บนหน้าประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน ได้โปรดท่านสอนข้าด้วย”

            นางไม่เรียกแทนตัวว่าเราแต่เป็นข้า เดินมาทางเขาทีละก้าวทีละก้าว

            เด็กน้อยตัวสูงไม่ถึงเอว อายุก็ยังไม่ถึงครึ่งของเขากลับถือจอกแก้ว แกว่งสุราใสชั้นดีในจอกแผ่วเบา เงยหน้ามองเขา

            อาฮุ่ยยามวัยเด็ก ดวงตาสงบนิ่ง สีหน้าสุภาพอ่อนโยนแต่แยกเขี้ยวกางเล็บข่มขู่ เผยความดุร้ายออกมา

            ความทะเยอทะยานของนางปรากฏเด่นชัดมองปราดเดียวก็รู้ว่ามันรุนแรงไม่ต่างจากความทะเยอทะยานของเขา

            ดังนั้นหยวนมู่ถึงเข้าใจว่ายามกวาดตามองไกลๆหน้าตำหนักจินหลวน ไม่เพียงเขาที่มองปณิธานแรงกล้าขององค์หญิงรัชทายาทออกยังทำให้นางมองเห็นความมักใหญ่ใฝ่สูงในใจเขาเช่นกัน

            คนประเภทเดียวกันย่อมดึงดูดกัน และบุรุษที่แท้จริงยอมอุทิศชีวิตได้เพื่อสหายรู้ใจ

            แต่เขายังอยากถามต่อ “พระปรีชาสามารถของพระองค์เพียงพอจะปกครองใต้หล้าแล้ว ยังมีสิ่งใดที่ไม่ได้มาอีกหรือ?”

            เหลียงฮุ่ยยกยิ้มบางเบา นางถอดเหมี่ยนกวาน [2] ที่เป็นขององค์หญิงรัชทายาทเพียงหนึ่งเดียวออกจากศีรษะและใช้นิ้วมือเขี่ยระย้าหยกข้างหน้าแผ่วเบา ถอนหายใจท่ามกลางเสียงกระทบคมชัด

            “เหมือนที่ท่านอยากเป็นมากกว่าขุนนางขั้นสูงสุดชื่อเสียงเลื่องลือ ตัวข้าเหลียงฮุ่ยก็อยากเป็นมากกว่าฮ่องเต้หญิงคุณสมบัติเหมาะสมคนหนึ่งเช่นกันข้าต้องการให้แสงจันทราเหนือศีรษะ ณ ลานเรือนแห่งนี้ ส่องสว่างไปอีกนานนับพันปี”

            องค์หญิงรัชทายาทแหงนศีรษะชมจันทรา

            หยวนมู่คาดว่านางต้องกล่าววาจาน่าทึ่งอย่างแน่นอนแต่คาดไม่ถึงว่านางจะพูดออกมาเช่นนี้เลย

            แสงจันทราแห่งต้าซีของข้าจะสุกสกาวบนขอบหน้าต่างทุกครัวเรือนตราบจนชั่วลูกชั่วหลาน

            แสงจันทราในคืนนั้นอาจไม่งดงามสมบูรณ์แบบทว่านั่นเป็นพระจันทร์ของต้าซี สิ่งที่องค์หญิงรัชทายาทต้องการคือให้ทั่วหล้าแดนดินสยบใต้แสงจันทราของราชวงศ์ต้าซี

            ปณิธานแรงกล้าและคำพูดชวนตกตะลึงนี้เองที่ทำเขาเลื่อมใสศรัทธาจนหยิบสุรา ชนเบาๆ และดื่มหมดจอกโดยไม่รู้ตัว

            “ทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวล้วนเป็นของราชสำนัก กระหม่อมจะทำงานรับใช้พระองค์หวังว่าพระองค์จะแผ่ปณิธานไปทั่วหล้าพ่ะย่ะค่ะ”

            หยวนมู่พยักหน้า

            นับแต่นั้นมา ฉากหน้าเขาเป็นขุนนางทัดทานของฝ่ายตรวจการได้รับความไว้วางใจและโปรดปรานจากฮ่องเต้ หลังอาทิตย์ลับขอบฟ้า เขาจะกลายเป็นอาจารย์ขององค์หญิงรัชทายาทเพียงคนเดียวที่สามารถเข้าออกวังบูรพาได้

            เหลียงฮุ่ยตั้งเงื่อนไขตนเองสูงกว่าที่คนอื่นคิดไว้

            นางไม่ต้องการเป็นเพียงฮ่องเต้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่งนางต้องการเป็นฮ่องเต้หญิงผู้ยิ่งใหญ่ที่สามารถเทียบเคียงสามราชาห้าจักรพรรดิ [3] ได้

            เวลาเพียงสามปีนางก็เรียนรู้ทุกอย่างที่สามารถเรียนรู้จากเขาไปจนหมด

            เมื่อตำแหน่งองค์หญิงรัชทายาทของนางมั่นคง และอดีตฮ่องเต้ใกล้สิ้นพระชนม์จากอาการประชวรหยวนมู่ก็กลายเป็นขุนนางใกล้ชิดขององค์หญิงรัชทายาทแล้ว

            จากพระองค์จะกลายเป็นฝ่าบาทในไม่ช้า

            หยวนมู่จักอุทิศตนเพื่อฮ่องเต้หญิงที่ขึ้นครองราชย์ใหม่แน่นอนทว่าราชสำนักไม่มีที่ให้เขารับใช้แล้ว และสิ่งที่องค์ฮ่องเต้หญิงในอนาคตต้องการคือคนรุ่นใหม่มากกว่านี้

            ดังนั้นเขาจึงกลับบ้านเกิด พร้อมภาพฝีพระหัตถ์ของโอรสสวรรค์ที่องค์หญิงรัชทายาทขอมากลับเมืองซูโจวอย่างสมเกียรติก่อตั้งสถานศึกษาของแผ่นดิน หว่านล้อมนักเรียนทั่วหล้าเพื่อนางและส่งคนเก่งที่นางต้องการเข้าสู่เส้นทางขุนนาง

            คนอื่นคิดว่าเขาเบื่อหน่ายชีวิตขุนนางแต่กลับไม่รู้ว่าเขาไม่ได้ปรารถนาเพียงความรุ่งโรจน์ชั่วขณะ

            ยามนี้พระประสงค์ของฝ่าบาทสำเร็จไปเกินครึ่งแล้ว นางกลายเป็นฮ่องเต้หญิงแห่งราชวงศ์ต้าซีที่นานาแคว้นขอเข้าเฝ้าอำนาจเรืองโรจน์ขึ้นทุกวัน

            ส่วนเขาก็บรรลุสิ่งที่เขาต้องการ มีลูกศิษย์เต็มบ้านเต็มเมืองความสามารถโดดเด่นไม่เป็นสองรองใคร

            เหลียงฮุ่ยนำความประหลาดใจมาให้เขาเนิ่นนานมันนานเสียจนเขาไม่เคยพบนักเรียนที่ตราตรึงใจเหมือนนางมาก่อนจวบจนถึงทุกวันนี้

            ดังนั้นเมื่อฝ่าบาทเอ่ยกับเขาคนแรกว่า จะส่งดวงใจของนางมาเป็นนักเรียนของเขาเขาถึงนึกว่าฝ่าบาทล้อเล่น ไฉนจึงดันส่งมาจริงๆ

            หากเพียงให้พวกเขายืมตัวตนหลบภัย เช่นนั้นก็คงไม่สำคัญนักทว่าฝ่าบาทกลับทำหน้าสีหน้าจริงจังว่าต้องสั่งสอนพวกเขาให้ดี

            จะว่าอย่างไรดี?

            แม้ไม่เห็นสีหน้าของเหลียงฮุ่ยเวลานั้น เขาก็สามารถจินตนาการได้ว่าเป็นเช่นไร

            นางน่าจะหลุบดวงตาลง ใบหน้าแต้มรอยยิ้มแต่ในแววตาแน่วแน่อย่างไม่ต้องสงสัย

            “ข้าต้องการให้เจ้าอบรมสั่งสอนนาง เหมือนกับที่สอนข้าใต้หล้าแดนดินจะได้ไม่ผิดหวังทั้งเจ้าและข้า”

            เขาไม่กล้าไตร่ตรองลึกซึ้งเกี่ยวกับเนื้อความเหล่านี้แต่เขารู้ว่าเมื่อใดที่ฝ่าบาทตัดสินใจไปแล้ว ก็จะไม่มีทางถอยหลังกลับเด็ดขาด

            แต่ในใจของเขายังคงโกรธอยู่ และหากคนที่มาเป็นเด็กสาวโง่งมแม้จะทำให้ฝ่าบาทโมโหเขาก็ไม่มีวันรับงานนี้

            ทว่าเห็นนักเรียนใหม่ของตนวันนี้

            เค้าโครงหน้าของนางแทบจะเหมือนกับเหลียงฮุ่ยน้อยสวมชุดเหมี่ยนฝูขององค์หญิงรัชทายาทในปีนั้นทุกประการกระทั่งตัวยังเล็กบอบบางกว่า แต่กลับงดงามเฉียบแหลมแฝงความคุกคามร้ายกาจยากจะลืมเลือนไม่ต่างกัน

            เขามองแล้วมองอีก จึงได้เห็นความแตกต่างเล็กน้อย

            ความคล้ายคลึงกันนี้ทำเขาตกตะลึงไปพักหนึ่งต่อมาถึงนึกออกว่าเหลียงฮุ่ยน้อยกับเหลียงฉงน้อยกำเนิดมาหน้าตาคล้ายกันอยู่แล้ว บุตรีขององค์หญิงเหลียงฉงเหมือนนางเช่นนั้นย่อมเหมือนเหลียงฮุ่ยผู้เป็นพี่สาวร่วมอุทรของนางด้วย

            เพียงแต่ความคล้ายคลึงกันนี้อาจทำให้ผู้คนแตกตื่นได้

            โชคดีที่เมืองซูโจวเกือบทั้งหมดไร้ช่องโหว่อยู่ในมือเขาและคนรอบกายก็ไม่รู้ว่าตระกูลใหญ่ในซูโจวกับหยวนมู่ยังเป็นขุนนางสายตรงของฝ่าบาทอยู่กอปรกับเป็นพื้นที่ไกลปืนเที่ยง มีคนเคยพบใบหน้าของฝ่าบาทไม่มากนักคนนอกคงไม่ถึงกับยื่นมือเข้ามาและจดจำนางได้

            ขณะที่ผู้อาวุโสหยวนมู่มองเยี่ยนเจาเจา เยี่ยนเจาเจาก็กำลังมองเขาเช่นกัน

            เผชิญหน้ากับสายตาจับผิดแทบศีรษะจรดเท้าของเขา เยี่ยนเจาเจาที่อยู่ตรงข้ามกลับไม่กังวลสักนิด

            กระทั่งนักเรียนหลายคนที่เขาภาคภูมิใจที่สุดยามนี้อยู่ภายใต้สายตาของเขาก็ยังยากที่จะควบคุมตนเอง ทว่าแม่หนูคนนี้ทำได้

            นางถึงกับเหลือบสายตาของตนขึ้นมาสังเกตขุนนางสูงวัยมือดีอย่างเขาทีละนิดๆเหมือนกับที่เขาพิศมองนาง

            เมื่อมีความชื่นชมเล็กน้อยในดวงตาของเขา ดวงตานางจึงค่อยๆ ฉายแววเห็นด้วยออกมา

            นางช่างถือดีเสียจริง ต้องให้เขายอมรับนางก่อนนางถึงจะยอมรับเขาหรือ?

            ไม่ต่างอะไรกับอาฮุ่ยน้อยในปีนั้นเลย ทั้งยังยโสกว่าหน่อยๆ ด้วย

            บุตรีของสกุลเหลียงดั้งเดิมโดดเด่นไม่เหมือนใครเลยจริงๆ!

            ผู้อาวุโสหยวนมู่คิดว่าตนเองควรโกรธด้วยโดนก้าวร้าวใส่แต่เขากลับอยากหัวเราะ และคิดเพียงว่าฝ่าบาทไม่ได้หลอกลวงตาแก่เช่นเขาแทน

            เขาผ่อนคลายสีหน้า ก่อนเปิดปากเรียก “อาจ้าว มา... มาหาปู่”

            เป็นอาจารย์วันเดียว เป็นดั่งบิดาตลอดชีวิต

            สมัยนั้นเขาเป็นทั้งอาจารย์ของเหลียงฮุ่ยและคอยชี้แนะทักษะการรบขององค์หญิงเหลียงฉงด้วย แม้อาจารย์ตัวจริงของเหลียงฉงยังมีอีกคนแต่เขาก็ถือว่าเป็นอาจารย์ครึ่งหนึ่ง ให้แม่หนูตรงหน้าเรียกตนเองว่าท่านปู่ก็ไม่ผิดอะไร

            หรือสองเด็กน้อยเหลียงฮุ่ยเหลียงฉงที่เขาเห็นมาจนโต จะกล้าขมึงทึงใส่ตนเพราะเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้?

            ปัจจุบันเยี่ยนเจาเจาไม่ใช่เยี่ยนเจาเจาแต่เป็นหยวนชิงจ้าวหลานสาวของเขาหยวนมู่ เรียกเขาท่านปู่ย่อมสมเหตุสมผล!

            ในใจหยวนมู่คงรู้สึกชื่นมื่นที่ได้กดขี่ฝ่าบาทซึ่งตนไม่เคยกล้าล่วงเกินใบหน้าเกรี้ยวกราดเมื่อสักครู่จึงได้ยิ้มแย้มฉับพลัน ราวกับจิ้งจอกเฒ่าผู้คาดเดาไม่ได้

            ฝ่าบาทครั้นเยาว์วัยค่อนข้างน่ารักองค์หญิงเหลียงฉงยามเด็กก็เหมือนซาลาเปาน้อยนุ่มนิ่ม สนิทสนมกับตนเองมาก

            อาจเพราะตนไม่มีบุตรสาวจึงตั้งใจสั่งสอนดูแลพวกนางเหมือนกึ่งบุตรสาวของตนอย่าง “ดื้อดึง”น่าเสียดายที่พวกนางแต่ละคนสุขุมสงวนท่าทีอย่างยิ่ง ไม่เคยใกล้ชิดเขาตอนนี้โตแล้วยิ่งไม่ยอมเข้าไปใหญ่ พบหน้าก็เป็นท่านอาจารย์ผู้ใหญ่ ไม่สนใจกันสักนิด

            ดังนั้นปัจจุบันสามารถกลั่นแกล้งพวกนางฉบับย่อส่วนได้ พอลองคิดแล้วใจก็ตื่นเต้นมีความสุขทีเดียว?!

            ------------------------------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] บัณฑิตจิ้นซื่อ หมายถึงบัณฑิตที่สอบผ่านระดับสูงสุดของการสอบขุนนาง

            [2] เหมี่ยนกวาน หมายถึงพระมาลาห้อยหยกหรือลูกปัดซึ่งฮ่องเต้จะสวมสำหรับออกงานพระราชพิธีสำคัญคู่กับฉลองพระองค์เหมี่ยนฝู

            [3] สามราชาห้าจักรพรรดิ หมายถึงกลุ่มบุคคลหรือเทวดาซึ่งตำนานกล่าวว่าปกครองทางภาคเหนือของจีนโบราณ ว่ากันว่าราชาทั้งสามเป็นเทพหรือกึ่งเทพซึ่งสร้างความเป็นอยู่ที่ดีและอบรมสั่งสอนวิชาความรู้ต่างๆให้แก่ผู้คน ส่วนจักรพรรดิทั้งห้าก็ว่าเป็นปราชญ์ตัวอย่างซึ่งมีคุณธรรมล้ำเลิศมีอายุยืนยาว ปกครองผู้คนให้สงบร่มเย็น ซึ่งอยู่ในยุคก่อนราชวงศ์เซี่ยและถือว่าบุคคลเหล่านี้เป็นวีรบุรุษทางวัฒนธรรม

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663