Chapter 11
ด้วยฝีมือการเป็โค้ชสอนการใช้เวทมนตร์คาถาอย่างละเอียดของอิกซ์เเละด้วยฝีมือในการกรอกเนื้อหาลงในสมองของไมเคิล ทำให้การเรียนรู้ของไมเคิลเป็ไปได้อย่างราบรื่นเสียงเจื้อยเเจ้วของอิกซ์ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง
ไมเคิลได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างมากมายจากเวลาที่ผ่านไปเเละมุ่งสู่เส้นทางของนักเวทสายวารี เขาเรียนรู้ด้วยว่า ในหมู่ผู้วิเศษเหมือนกันก็มีชนชั้นตามความสามารถเหมือนกัน
ซึ่งไมเคิลยังอยู่ในระดับขั้นที่เป็นักเวทอยู่เป็ระดับที่ต่ำที่สุดจากการเรียนรู้ที่ใช้เวลาร่วมหนึ่งสัปดาห์เเล้วหากดูผลลัพธ์ของมันก็สามารถเรียกได้เต็มปากเลยว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จในการฝึกซ้อม
ไมเคิลได้เรียนรู้เคล็ดลับในการฝึกลมหายใจเเละการััถึงพลังเวทจากอิกซ์เเละมีเคล็ดลับอีกมากมายในการร่ายคาถาด้วยไม้กายสิทธิ์ ซึ่งไมเคิลก็ยังงงอยู่ว่าอิกซ์รู้เื่พวกนี้ได้อย่างไรทุกครั้งที่ถามก็จะได้คำตอบจากอิกซ์ในเเบบเดียวกันทุกๆครั้งว่า
“เื่เเค่นี้เรารู้อยู่เเล้วน่ะเ้าไม่จำเป็ต้องรู้ที่มาในตอนนี้หรอก” เเละก็ถูกเปลี่ยนเื่เสียทุกครั้ง
จากการที่ฝึกซ้อมโดยการยิงพลังเวทไปที่กลางห้องจนพลังเวทหมดก็เปลี่ยนรูปเเบบด้วยการชี้นำจากอิกซ์เป็การฝึกโดยเน้นเวทสายวารี เเละใช้ลูกปิงปองที่ไมเคิลเคยใช้เรียนเมื่อตอนม.2มาเป็เป้าหมายในการร่ายเวท
อิกซ์บอกเขาตอนรู้ว่าเขาซ้อมอย่างนั้นมาตลอดว่าการทำเเบบนี้ไม่ช่วยเพิ่มประสบการ์ณในการร่ายเวทแถมยังเสียพลังเวทที่มีไปอย่างเปล่าประโยชน์อีก
ซึ่งไม่ใช่ว่าไมเคิลไม่เคยคิดเกี่ยวกับเื่นี้เเต่เขากลัวว่ามันจะไม่สลายหายไปเหมือนตอนร่ายคาถาเปล่าๆเเละทำให้ของเ่าั้พังเสียก่อนเลยไม่กล้าลองเเละถึงจะใช้ของทั่วไปอย่างกระดาษ ก็คงไม่น่าอภิรมย์เท่าไหร่นักหากน้ำหกไปทั่วห้องเศษดินวางเกลื่อกลาด มีควันขโมง หรือลมที่พัดทั้งสามไปมาจนเลอะเทอะ
เเต่พออิกซ์ร่ายเวทคงสภาพเอาไว้ บวกกับหนึ่งในคาถาที่อิกซ์มีคือการคืนสภาพสิ่งของเหมือนที่มันเคยเป็มาก่อน
ไมเคิลจึงสามารถฝึกซ้อมคาถากับลูกปิงปองนั้นได้อย่างเต็มที่เเละในตอนนี้คาถาที่พอจะเรียกได้ว่าสามารถนำมาใช้โจมตีหรือป้องกันตัวเองก็มีประมาณสองถึงสามคาถา เเละอีกสองคาถากำลังฝึกอยู่
คาถาเเรกคือคาถา 'ะเิ' หรือบอมบ์เป็การสร้างะเิออกมาจากลูกบอลลูกเล็กคล้ายเเสงละอองเม็ดใหญ่ละอองทรงกลมสีขาวจะถูกปล่อยออกมาจากปลายไม้กายสิทธิ์อย่างรวดเร็วเเละเมื่อัักับเป้าหมายเเล้ว ก็จะเกิดการะเิอย่างรุนเเรงทันทีที่เป้าหมายััถูก
อิกซ์ยังเอ่ยปากชมเลยว่าในระยะเวลาเเค่นี้ก็ถือว่าพัฒนาไปมากเมื่อเทียบกับนักเวทคนอื่นๆเดาว่าเขาคงไม่ใช่นักเวทคนเเรกที่อิกซ์พบเจอ จึงสามารถถสังเกตเห็นและพูดถึงเเบบนั้นได้
คาถาที่สองคือการทำให้กระเด็นเป็คาถาที่เหมือนกับการสร้างม่านลมกลมๆผลักเป้าหมายให้เสียการทรงตัวเป็คาถาที่เขาคิดว่าฝึกได้ง่ายที่สุดเเล้ว
อิกซ์เคยทำให้เขาดูครั้งหนึ่งเพียงเเค่สะบัดปีกปล่อยละอองเวทออกไป ม่านลมใสๆก็สามารถผลักลูกปิงปองกระเด็นไปกระเเทกกับผนังห้องจนบี้เเบน
อานุภาพรุนเเรงมาก ซึ่งเมื่อเห็นดังนั้น ไมเคิลก็พยายามฝึกซ้อมเพื่อทำตามให้ได้เช่นกัน
ส่วนคาถาที่สามเเละสี่เป็คาถาที่ต่อยอดมาจากคาถาเรียกธาตุทั้งสี่ของไมเคิลที่ฝึกจนพอไปวัดไปวา
โดยคาถาที่สามคือคาถาเผาไหม้เป็คาถาที่เเค่ฟังก็รู้ว่าต่อยอดมาจากธาตุอะไร เป็การเชื่อมพลังเวทจากธาตุหินเเละไฟผสานกันจนเกิดการเผาไหม้ อันที่จริงคาถานี้ติดปัญหาที่ควันซึ่งเกิดจากการเผาไหม้ของคาถาเเพราะไมเคิลกลัวว่าควันจะลอยออกไปเเล้วจะวุ่นวายเลยไม่ได้ฝึกคาถานี้เท่าที่ควร
เเละคาถาสุดท้ายก็คือคาถาเเช่เเข็ง เป็คาถาที่อิกซ์ เเนะนำให้เขาฝึกต่อไปจากที่เคยทำได้อยู่ก่อนเเล้วเนื่องจากมีพื้นฐานอยู่เเล้วเเละมีความเข้ากันได้กับธาตุคาถานี้จึงเป็คาถาที่รุนเเรงที่สุดเท่าที่ไมเคิลจะทำได้คาถานี้โจมตีได้สองรูปเเบบอย่างเเรกคือการเสกก้อนน้ำเเข็งทรงเรียวเเหลมทะลุทะลวงผ่านเป้าหมาย เเละเเบบที่สองเป็การปล่อยก้อนน้ำเเข็งเหมือนกัน เเต่ครั้งนี้รูปร่างจะออกคล้ายผลึกเมื่อัักับเป้าหมายจะเข้าครอบคลุมเป้าหมายเเละทำให้ถูกลดอุณหภูมิอย่างรวดเร็วจนเเข็งตัวไป
ซึ่งหากเอาไปใช้กับมนุษย์คงจะออกไปทางทารุณกรรมหน่อยๆเขาเลยฝึกเเค่การยิงะุน้ำเเข็งให้คล่องเท่านั้นขนาดของมันในตอนนี้ใหญ่พอๆกับกำปั้นของไมเคิลเเล้วปริมาณที่เรียกได้ต่อครั้งในตอนนี้คือห้าก้อน
เเต่การฝึกซ้อมยังไม่จบเเค่นั้นเเค่ห้าคาถาไม่เพียงพอจะเลื่อนชั้นจากคำว่านักเวทขึ้นมาได้
ไมเคิลร่ายคาถาะเิใส่ลูกปิงปองซึ่งอยู่บนเเท่นหินซึ่งอิกซ์เป็คนสร้างมันขึ้นมาชั่วคราววงเวทสีขาวถูกวาดขึ้นด้วยลวดลายอันคุ้นเคยก่อนที่ลายของวงเวทจะห่อหุ้มลูกบอลเวทสีขาวเรืองเเสง
ไมเคิลสะบัดไม้กายสิทธิ์เบาๆเมื่อลูกบอลเวทก่อตัวเป็ทรงกลมเเล้วลูกบอลเวทนั้นก็พุ่งไปยังลูกปิงปองสีส้มที่โดนกระทำมานับไม่ถ้วน เเละะเิออกเกิดควันจางๆกระจายไปทั่วห้อง จนหมอกจากลง อิกซ์เเละไมเคิลจึงเดินเข้าไปดูผลลัพธ์
ลูกปิงปองเเตกบางส่วน จากที่เคยมีเเค่รอยเเตกร้าวของพลาสติกเท่านั้น
“สำเร็จเเล้วอิคไม่ได้มีประโยชน์เเค่ควันเเล้ว”
“ก็ควรจะเป็เเบบนั้นเเหละ ในที่สุดเ้าก็ทำร้ายลูกปิงปองพลาสติกบางๆให้เเตกได้สักที”
“ก็ดีขึ้นเยอะเเล้วน่ะ ดีใจไปด้วยกันหน่อยไม่ได้หรือไง”
ไมเคิลพูดโดยที่มีรอยยิ้มบนใบหน้าอย่างภูมิใจเล็กๆเหมือนได้ทะลายกำเเพงเล็กๆที่เป็ขั้นบันไดไปสู่เป้าหมายของเขา
เเต่อิกซ์กลับมองเหมือนจะบอกว่า ‘ทำไปเรื่อยๆมันก็ต้องดีขึ้นอยู่เเล้วไม่ใช่หรือไง’
ไมเคิลเลยปรับอารมณ์ของตัวเองกลับมาดังเดิมเพราะชินกับนิสัยของอิกซ์บ้างเเล้วเลยไม่เสียเวลาไปเถียงด้วย
“ช่างเถอะ อย่างน้อยก็ดีกว่าตอนที่นายเริ่มสอนมาเยอะเเล้วล่ะปริมาณละอองเวทก็เพิ่มขึ้นเยอะมากเลยด้วย นายไปเอาเื่พวกนี้มาจากไหนกันเเน่นะ?”ไมเคิลถามซ้ำพร้อมเปิดพลิกบันทึกไปยังหน้าคาถาหัวข้อสีดำเขียนไว้ว่าคาถากระเด็น
ซึ่งที่ไมเคิลรู้โดยที่ไม่ต้องคุยกันก็เพราะว่าอิกซ์ได้จัดตารางฝึกสอน(กึ่งบังคับ)ไว้ให้เรียบร้อยเเล้ว
ถึงจะไม่ค่อยจำเป็เท่าไหร่เพราะส่วนใหญ่ก็เป็การฝึกซ้อมคาถาที่เคยเรียนมาให้ชำนาญเเต่ อิกซ์บอกเขาว่าสิ่งนี้จะเป็ประโยชน์มาก เป็สิ่งที่เขาจำได้ดีเพราะอันที่จริงเขาก็รู้อยู่เเล้ว
“เอาล่ะ เตรียมร่ายคาถาต่อเร็ว ส่วนคาถาะเิเมื่อกี้น่ะเ้าสะบัดไม้เเรงไป เ้าคิดว่าเเค่ร่ายให้เสร็จเลยปล่อยให้มือสะบัดไปตามเเรงไม้เเต่ที่ถูกคือต้องตั้งท่าเตรียมเผื่อว่าอีกฝ่ายโจมตีโต้กลับมาเพราะนักเวทสายระยะไกลมักจะได้เปรียบด้านการโจมตีเปิดจากที่ไกลๆน่ะนะ"
"อืม โอเค" ไมเคิลตอบสั้นๆซึ่งไม่ใช่การตอบอย่างขอไปที
เขาตั้งท่าร่ายคาถากระเด็นทันทีไมเคิลชี้ปลายไม้กายสิทธิ์ไปยังลูกปิงปองที่อิกซ์พึ่งทำให้มันกลับไปเป็เหมือนเดิมอีกครั้งคราวนี้ขยับไม้เป็รูปวงกลมเล็กๆพร้อมกับส่งละอองเวทเข้าไปในไม้ละอองก่อตัวเป็วงเเหวนเวท
ไมเคิลร่ายคาถาออกมาอย่างมั่นใจทันทีที่วงเวทก่อตัวจางลงเเละเเปรเปลี่ยน คล้ายกับกระจกที่ใสจนเรียกได้อย่างเต็มปากว่ามันคือลมที่อัดเป็เเผ่นสายลมพุ่งไปโดนลูกปิงปองอย่างรวดเร็วก่อนที่ลูกปิงปองจะปลิวไปกระเเทกกับผนังจนเกิดเสียง
ครืด…..
ไม่ใช่เสียงที่ไมเคิลเเละอิกซ์ได้ยินเมื่อกี้นี้
เสียงนั้นเป็เสียงที่คุ้นเคยไม่ต้องหันหน้าก็รู้ว่าข้างๆ ไมเคิลนั้นเกิดอะไรขึ้นเเต่ถึงอย่างนั้นทั้งอิกซ์เเละไมเคิลต่างหันหน้าไปมองต้นเสียง
อิกซ์รีบซ่อนตัวสำหรับทุกคนยกเว้นไมเคิลส่วนไมเคิลเก็บไม้กายสิทธิ์ลงในกระเป๋ากางเกงเสียงนั้นเป็เสียงเปิดประตูห้องไม่ผิดเเน่เเต่ประเด็นคือใครต่างต่างหากที่เปิดเข้ามา
เมื่อเงยหน้าจึงรู้ "พี่อยู่นี่เอง หนูตามหาตั้งนานเเน่ะ"
เป็ลิซ่าน้องสาวของเขานั้นเอง ดูจากเเววตาสดใสเหมือนทุกครั้งเเล้วคงไม่ได้เห็นอิกซ์หรือการร่ายเวทมนตร์อะไรใดๆก่อนหน้านี้ อีกอย่าง หากเห็นจริงๆลิซ่าคงไม่ทำท่าทีใสซื่อเเบบนั้นเเน่ๆ
ทั้งคนในครอบครัวเเละคนรู้จักของลิซ่าทุกคนต่างรู้ดีว่าลิซ่าเก็บความลับไม่เก่งเเค่ไหน เพราะเหตุผลนั้น ไมเคิลจึงไม่ค่อยได้เล่าอะไรให้ลิซ่าฟังมากนักเเต่ก็ใช่ว่าจะปิดเื่นี้กับครอบครัว นานๆครั้งเขาก็ยกเื่นี้มาเล่าให้คนอื่นๆในครอบครัวฟังบ้างเหมือนกันเเต่ก็ไม่ได้พูดมากเกินจำเป็
เมื่อสิ้นเสียงของลิซ่าไมเคิลจึงยิ้มตอบเเล้วเดินเช้าไปใกล้ๆ
"มาทำอะไรเหรอปกติเธอไม่ตามหาพี่นี่ หรือคุณเเม่เรียกอีก"
"เปล่าค่ะพอดีหนูมีอะไรจะให้พี่ดูน่ะ หนังไซไฟที่พี่ชอบภาคสองมันเข้าในเเอพเเล้วเลยจะชวนพี่ไปดูในทีวี พี่จะไปไหมคะ"
"เอ่อตอนนี้พี่ไม่ว่าง พรุ่งนี้ได้ไหม"
"พี่ซ้อมเวทมนตร์ใช่ไหมล่ะคะพักสักวันไม่ได้หรอ พี่ชอบเื่นี้มากเลยไม่ใช่รึไง"
เป็ความจริงที่ไมเคิลชอบหนังเื่ที่ลิซ่ากำลังเปิดโปสเตอร์หนังทางโทรศัพท์อยู่มากเเต่เื่นั้นเป็ตอนก่อนที่จะเริ่มฝึกซ้อมเวทมนตร์อย่างจริงจัง
เพราะเวทมนตร์ตรงหน้านั้นน่าตื่นเต้นกว่ามากเเต่ก็ใช่ว่าเขาจะไม่สนใจหนังเลยเสียทีเดียว
ไมเคิลมองอิกซ์ที่ลอยอยู่เป็เชิงว่าจะให้ทำยังไงดีอิกซ์จึงตอบกลับผ่านทางโทรจิตว่า 'เ้าจะทำอะไรก็ทำ'
เพราะแบบนั้น บทสนทนาของทั้งคู่จึงจบลงด้วยคำตอบตกลงของไมเคิล เเละอาการลิงโลดของลิซ่าที่เดินออกไปจากบานประตูห้องของคุณปู่ด้วยความตื่นเต้น
“สรุปยังไงล่ะวันนี้จะพอก่อนใช่ไหม”
“คงอย่างนั้นเเหละฉันก็ไม่ได้ใช้เวลากับครอบครัวใน่บ่ายมานานเเล้วนี่นะ ขอสักวันเเล้วกันนะ”
“เ้าจะทำอะไรก็ทำเถอะเเต่เราจะไปด้วย เราไม่ยอมให้เ้าสนุกอยู่คนเดียวหรอกนะ”
"ทำเป็พูดดีนายก็เเค่อยากยุ่งด้วยไม่ใช่หรือไง"
ไมเคิลพูดเเซว เเต่เขาไม่ปล่อยให้อิกซ์เถียงอะไรโดยการรวบของเก็บลงกระเป๋าเเละเดินออกจากห้องไปก่อน
ไมเคิลเดินขึ้นไปชั้นสองที่ห้องนอนเเล้ววางกระเป๋าผ้าที่ติดตัวเขาเเทบจะตลอดเวลาเอาไว้ เมื่อวางเสร็จก็เทน้ำลงไปที่ถาดใกล้ประตูทางออกจากขวดเเกลลอนเพราะเห็นว่าน้ำพร่อง พอเสร็จเรียบร้อยก็เดินออกมาจากห้อง
ในสายตาของคนอื่นคงมองเป็ถาดพลาสติกธรรมดาใส่น้ำทั่วไปหารู้ไม่ว่ามันคือเวทมนต์พรางตาของอิกซ์
อันที่จริงมันคือเเท่นจ่ายน้ำสำหรับสัตว์ปีกเเละถาดสำหรับใส่อาหารซึ่งปกติอิกซ์ไม่ได้ใส่อาหารเพราะกินอาหารมนุษย์เสียมากกว่าถาดนั้นก็เลยเป็กึ่งๆเตียงนอนของอิกซ์ไป จึงมีหมอนจิ๋ววางอยู่ใบนึงเเต่ถึงจะเรียกว่ามันคือถาดใส่น้ำสำหรับนกเเต่ด้วยรูปร่างที่ดูมินิมอลเรียบหรูทำให้อิกซ์ตัดสินใจสร้างด้วยเวทมนตร์ขึ้นมา
ซึ่งก็เเน่อยู่เเล้วไมเคิลคงไม่ใช่เงินเก็บฟุ่มเฟือยไปกับสัตว์อัญเชิญที่หดกลับไปอยู่ในมิติที่สร้างอะไรก็ได้ในนั้นตอนกลายเป็สร้อยหรอก
อิกซ์ะโไปจิบน้ำพอเป็พิธีเเล้วะโมาเกาะหัวไมเคิลอย่างรวดเร็วเพราะด้วยความตื่นเต้นกับหนังที่เขาชอบเลยไม่ได้จับอิกซ์มาวางบนบ่าเหมือนกับทุกครั้งจนไมเคิลเดินมาถึงห้องรับเเขกด้านล่าง
"มาเเล้วเหรอคะพี่หนูเปิดเลยนะ"
"อย่าเสียงดังล่ะลิซ่าเเม่ทำงานอยู่" เสียงตักเตือนจากโต๊ะด้านหลังที่มีคุณพ่อนั่งดูโทรศัพท์อยู่นั้นทำให้ลิซ่าพนักหน้ารับก่อนจะหยิบรีโมตขึ้นมากดเปิดหนังเมื่อหนังฉายไตเติลไปสักพักเเละกำลังจะเข้าเนื้อเื่เจมส์จึงกดรีโมตเปิดไฟเปลี่ยนเป็โหมดหรี่เเสงในระดับที่ไม่มืด เเต่ก็ไม่ได้สว่างจนเกินไปเพราะเจมส์ทำธุรกิจเกี่ยวกับของพวกนี้เเละสนใจเกี่ยวกับเื่พวกนี้เป็ทุนเดิมสิ่งของไฮเทคโนโลยีเลยถูกต่อเติมเข้ามาเรื่อยๆ
เเละเเล้ว หนังก็เริ่มฉาย
ห้องรับเเขกตกอยู่ในสภาวะเงียบสงัดก่อนที่ทีวีจะเริ่มเเสดงภาพหนังหลังจากฉายโลโก้ หนังเริ่มด้วยเสียงปึงปังจากการยิงเเสงเลเซอร์ปะทะกับะุโลหะอย่างดุเดือดเหมือนเป็การย้อนความหนังไซไฟที่พวกเขากำลังดูอยู่นั้นเป็หนังออกเเนวเเอคชั่นไซไฟ เป็การต่อสู้ระหว่างวิทยาการการต่อสู้อย่างวิทยาศาสตร์เเละการต่อสู้ด้วยศิลปะการต่อสู้เเละอาวุธเเบบโบราณที่ถูกอัปเกรดขึ้นซึ่งคำว่าโบราณที่หมายถึงก็คือยุคนี้ เพราะเซตติ้งของหนังกล่าวถึงในโลกอนาคตสิ่งที่ไมเคิลชอบในหนังเื่นี้คือการเเทรกเนื้อหาทางวิทยาศาสตร์เเละการเเสดงที่สมบทบาทของนักเเสดงฉากพื้นหลังเเละเสียงเอฟเฟคอนอลังการจากภาคหนึ่งยังคงตราตรึงไม่หาย ซึ่งเมื่อดูต่อไปเรื่อยๆก็พบว่าภาคก็ก็ทำได้ดีไม่เเพ้กับภาคที่เเล้ว
เเต่เเล้ว อิกซ์ก็พูดขึ้นหลังจากที่ดูไปสักพัก
“ที่เ้าดูนี่มันอะไรรึ”
“อย่าบอกนะว่านายไม่รู้จักหนังน่ะอิกซ์”ไมเคิลถามเเล้วเลิกคิ้วนิดหน่อย(เเต่ถามโดยใช้โทรจิต)ขนาดพวกของกินเเละเื่อย่างๆ อิกซ์ยังรู้เเม้เขาจะยืนยันว่าพบเห็นเป็ครั้งเเรกเเต่รู้มาก่อนเเล้วจากหนังสือ
“เปล่าเรารู้น่ะเรี่องนั้น เราเป็ใครกันถึงจะไม่รู้กับเื่เเค่นี้ที่เราถามคือเนื้อหาต่างหาก าเเบบนี้ การต่อสู้เเบบนี้ ผู้กำกับของที่นี่เคยอยู่ที่ออสวอลล์ด้วยรึ”
“หืม? ออสวอลล์ คืออะไรน่ะ” ไมเคิลคิดเเล้วมองไปยังจอทีวีก่อนจะเข้าใจสิ่งที่อิกซ์นั้นสงสัยอยู่ในตอนนี้
“เื่พวกนี้ไม่มีอยู่จริงหรอกนะอย่างน้อยก็ในโลกนี้ เเละผู้กำกับของเื่นี้ก็ไม่น่าจะเคยอยู่ที่ออสวอลล์หรอก เื่พวกนี้น่ะมันเกิดจากจินตนาการของผู้กำกับเเละคนเขียนบทมันอาจจะเเค่บังเอิญเหมือนกันก็ได้เื่นี้นายเคยเห็นมันเกิดที่มิติคู่ขนานในที่ใดที่หนึ่งในจักรวาลรึไง”
เเอบเหนือความคาดหมายเล็กน้อยที่อิกซ์พยักหน้ารับสายตายังคงจ้องไปทางทีวี
“คงจะบังเอิญนั้นล่ะหนังพวกนี้มีหลายเื่ออกจะตาย เดี๋ยวคราวหน้าฉันลองเปิดให้นายดูเเล้วกัน”
“อืมคงจะบังเอิญนั่นล่ะถ้าผู้กำกับที่เ้าบอกไม่ได้เป็ผู้วิเศษที่อาร์ติเเฟคประเภทเกตก็คงจะเป็คนธรรมดาที่มีจินตนาการจริงๆ”
อนึ่ง จากที่อิกซ์พูดเมื่อกี้อาร์ติเเฟคประเภทเกตอิกซ์เคยเล่าให้ไมเคิลฟังไปเเล้วว่ามันคืออาร์ติเเฟคประเภทประตูที่ช่วยย่นระยะเวลาได้การเดินทางไปที่ใดที่หนึ่งถือเป็ประเภทของอาร์ติ-เเฟคหนึ่งในอาร์ติเเฟคเฉพาะทาง
“ถามหน่อยสิจากที่นายพุดเมื่อกี้ ออสวอลล์เป็ดาวยังไงงั้นเหรอ”
ไมเคิลกล่าวถาม
“ถามทำไมรึ เ้าไม่อยากรู้เื่ของดาวๆนั้นหรอก”
“ยิ่งนายบอกเเบบนั้นล่ะฉันถึงยิ่งอยากรู้นายไม่เคยเล่าเื่ในอดีตเลยนี่นาเล่ามาสักเื่คงไม่เป็ไรหรอกมั้งคุณฟีนิกซ์ผู้สูงศักดิ์เเละเต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถ”
“ไม่เอาน่า เราอยู่อยุ่เเล้วเื่เเบบนั้นเราจะเล่าให้ฟังก็ได้” อิกซ์พูดด้วยสีหน้าดีใจเเกมผยอง
สำเร็จ
ไมเคิลคิดอย่างนั้นเเล้วกลบสีหน้าสะใจเข้าไปให้มิดจากการใช้ชีวิตกับอิกซ์ เ้านกฟีนิกซ์ตัวอ้วนปุกลุ๊กนั้น
สิ่งที่เขาพบโดยบังเอิญคือเ้านกตัวนี้เป็สิ่งมีชีวิตที่บ้ายอมากหลังๆเขาเลยชมบ่อยเป็พิเศษ ซึ่งมันก็ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะฉะนั้นเสียงเจื้อยเเจ้งจึงดังออกมาหลังจากที่มันพรางเสียงเเละตาด้วยเวทมนตร์เรียบร้อย
"ครอสวอลล์คืออาณาจักรคู่ขนาดซึ่งไม่เเบ่งประเทศดาวเคราะห์สีม่วงซึ่งเกิดมาจากเเก็สพิษทำให้พวกมนุษย์ในดาวเคราะห์ดวงนั้นจักต้องอาศัยอยู่ในโดมกระจกขนาดนั้นซึ่งครอบคลุมอยู่ทั่วโลกเเละคอยสร้างสภาพอากาศมากมายอย่างที่เราบอกว่ามิตินั้นเก่งกาจด้านเทคโนโลยีมากเื่เเบบนี้จึงไม่ได้ยากเย็นอะไร"
"เเต่ก็เป็เื่ปกติที่มีคนเห็นด้วยก็ต้องมีคนคิดต่างกับเื่การใช้โดมกระจก ซึ่งคนคิดต่างก็มีมากกว่าที่คิดพวกเขาคิดว่ามนุษย์ควรจะปรับตัวให้ชินกับสภาพเเวดล้อมที่เป็พิษมิใช่การทำตัวเป็ปรปักษ์กับธรรมชาติโดยการเอาเทคโนโลยีเข้าสู้ซึ่งมันก็ไม่ใช่ความคิดที่ถูกเสียเท่าไหร่หรอก เเต่คนที่คิดอย่างนั้นก็ไม่ใช่น้อยๆพวกคนที่คิดอย่างนั้นมีมากจนก่อความขัดเเย้งให้ ครอสวอลล์เเบ่งฝักเเบ่งฝ่ายเป็สองเขตโลกเเละทำากันฝั่งหนึ่ง้าทำลายโดมกระจกที่ไม่มีทางทำลายได้ด้วยการบุกเข้าไปยังเเผงควบคุมอีกฝ่ายก็ป้องกันอย่างเต็มกำลังเพราะเื่นี้เดิมพันกับคนหมู่มากซึ่งไม่น่าจะมีชีวิตรอดหากสูดเเก็สพิษที่ลอยคละคลุ้งอยู่รอบนอกโดมนี่"
" เลยเกิดางั้นเหรอ"ไมเคิลถาม ไม่ได้ทักว่าอิกซ์นั้นไปรู้มาได้ยังไง
" ใช่เเล้วก็เกิดเื่ตาม… " อิกซ์ชี้นิ้วไปทางทีวี ฝั่งผู้ต่อต้านที่้าจะทำลายอีกฝ่ายโยนะเิดินปืนซึ่งเป็เเผนลวงเข้าไปในเขตของศัตรู เสียงะเิดังสนั่นจนไมเคิลอาปากค้าง
" เเบบที่เ้าเห็นในทีวีฝั่งผู้ต่อต้านบุกเข้าไปในใจกลางเมืองที่มีเเผงควบคุมได้สำเร็จอยากให้เราเล่าต่อถึงจุดจบของดาวครอสวอลล์ไหมล่ะเราจำได้ว่ามันเรียกว่าการสปอยล์ใช่ไหมนะ”
“เอาเลยเล่ามาได้เลยเื่ต่อจากนั้นยังไงนายก็เล่าเรี่องมาซะหมดเปลือกขนาดนี้ฉันคงไม่ดูต่อเเล้วล่ะเเถมภาคสามน่าจะอีกนานด้วยกว่าเขาจะฉาย"
ไมเคิลที่อ้าปากค้างเพราะเื่ที่อิกซ์เล่านั้นเหมือนกับหนังที่เขาเคยดูเเละกำลังดูอยู่เปี๊ยบเด็กหนุ่มรีบปิดปากทันทีเมื่อรู้ตัว
เขาตอบรับอิกซ์ด้วยสีหน้าที่ยังคงตื่นเต้นอยู่หากต้องพูดตรงๆ ที่อยากฟังต่อก็เพราะอิกซ์เล่าด้วยส่วนหนึ่ง ยอมรับเลยว่าเื่ที่อิกซ์เล่าน่าติดตามฟังมากๆ
"อะเเฮ่ม…เราไม่เล่าดีกว่า นอนก่อนเเล้วกัน"
สีหน้าของไมเคิลเปลี่ยนเป็ผิดหวังเล็กน้อย
"ไม่เอาน่าเล่ามาเถอะ" ไมเคิลคะยั้นคะยอ
"ไม่เอาเเค่นี้เราก็เล่ามาตั้งเยอะเเล้ว ยังไม่พอใจรึไงถ้าอยากฟังก็รอตอนกลางคืนเสียสิเดี๋ยวเราจักเล่าเเต่ที่สำคัญกว่านั้นเราจะเล่าไม่เล่าก็ขึ้นนอยู่กับอาหารเย็นของเราวันนี้ด้วยนะบอกไว้ก่อน"
อิกซ์พูดด้วยความอวดดีหน่อยๆไมเคิลจึงได้เปิดศึกโต้(เถียง)วาทีกับอิกซ์จนกระทั่งหนังที่ถูกอิกซ์สปอยล์ยับตั้งเเต่กลางเื่ก็ได้จบลง
สรุปผลเเพ้ชนะ ไม่รู้ทำไมอิกซ์ถึงได้รู้ตัวว่าตัวเองเป็คนบ้ายอการชมเยอะๆเลยไม่ได้ผล ผลลัพธ์จึงจบลงด้วยการที่ ไมเคิลต้องรอไปตามระเบียบ
ไมเคิลเลยเลิกสนใจเกี่ยวกับเื่นั้นไปก่อนเมื่อกินข้าวเย็นฝีมือของซาร่าเรียบร้อยเเล้ว เลยเบนเป้าหมายมาที่ลิซ่าเเทนเพื่อทำในสิ่งที่เขาลังเลใจอยู่พักใหญ่เเละตัดสินใจได้
สิ่งนั้นคือการเอาบันทึกเวทมนตร์ให้ลิซ่าดูเเละลองฝึกซ้อมเหมือนกับเขา
เพราะจากการััพลังเวทที่สังเกตนานตลอดเกือบเดือนได้ละอองเวทของลิซ่านั้นมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจนเเอบคิดว่าลิซ่าจะเป็ผู้วิเศษเหมือนกับเขาเเต่ก็ยังไม่บอกคนอื่นๆไป
อย่างที่เคยบอกไปก่อนหน้านี้ลิซ่าเป็คนเก็บความลับไม่เก่งไมเคิลเคยถามลิซ่าเเล้วตอนที่พวกเขาอยู่ด้วยกันสองคน เเต่ผลลัพธ์คือเธอหัวเราะเเละบอกว่า
"เป็ไปไม่ได้หรอกค่ะพี่ตระกูลนึงมีได้เเค่คนเดียวนี่คะ ตามจำนวนของอาร์ติเเฟค เเละถึงหนูจะมีพลังเวทจริงก็ไม่ได้มีไม้กายสิทธฺ์ใช้อยู่เเล้วน่ะค่ะ เพราะไม้มันเลือกพี่ไปเเล้วนี่นา
เเต่ก็ใช่ว่าหนูจะอยากมีหรอก เพราะหนูคงเก็บความลับไม่ได้เหมือนพี่เเน่ๆ" เธอพูดเเบบไม่ลนลานเลยสักนิดนั้นเเสดงว่าไม่ได้โกหก
ดังนั้นหลังจากคุยกันอยู่สักพักหนึ่ง ไมเคิลเเละลิซ่าจึงมารวมตัวกับอยู่ห้องนอนของไมเคิลพร้อมกับบันทึกเล่มหนึ่ง เเละฉบับคัดลอกที่บอกถึงวิธีฝึกลมหายใจเอาไว้เป็จำนวนสองเเผ่น
“พี่จะให้หนูทำอะไรเหรอคะ?”
“ลองอ่านกระดาษเเผ่นนี้ดูสิพี่จะให้ยืมไม้กายสิทธิ์นะถึงมันจะเลือกพี่เเต่พี่มั่นใจว่ามันคงใจกว้างพอให้น้องสาวเ้าของของมันยืมใช้ดู”
ไมเคิลพูดเเล้วยื่นไม้กายสิทธิ์ให้กับลิซ่าที่หยิบกระดาษเอสี่สองเเผ่นนั้นขึ้นมาดู เป็เพราะว่าลิซ่ามองไม่เห็นเนื้อความในบันทึกในเมื่ออยากลอง จึงต้องคัดลอกออกมาให้ดู ส่วนเื่คำเตือนที่เขียน เขาคุยกับอิกซ์เเล้วหากพลังเวทของลิซ่าลดลงจริงๆ เขาจะให้เธอหยุดทันที หรือถ้าเกิดเหตุฉุกเฉิน อิกซ์ก็บอกว่าตนมีคาถาไว้รับมือสถาณการณ์เเบบนี้เพราะฉะนั้นไมเคิลจึงปล่อยให้ลิซ่าทำความเข้าใจกับบันทึกในรูปเเบบของกระดาษที่เธอถือ
“คือพี่อยากให้หนูร่ายคาถางั้นเหรอคะหนูบอกเเล้วไงว่าไม่มีเวทมนตร์อะไรนั่นน่ะ”
“ลองดูก็ไม่เสียหายหรอกจริงมั้ยเเค่ร่ายเเล้วสะบัดไม้กายสิทธิ์นิดๆหน่อยๆ” ไมเคิลตั้งท่าให้ลิซ่าดูอย่างมั่นใจเเต่การฝึกลมหายใจไม่ได้ใช่ไม้กายสิทธิ์ ลิซ่าจึงคืนไม้เเล้วตั้งท่านั่งสมาธิอาจจะเพราะความลนทำไมเคิล ทำให้ลืมไปว่าสิ่งที่ตนคัดลอกเอาไว้ไม่ต้องใช้การร่ายคาถาหรือไม้กายสิทธิ์อะไรเลย
ว่าเเล้วลิซ่าก็สูดสายใจเข้าเเล้วหลับตาลง ...