หลังจากที่สำรวจทุกห้องแล้วเสร็จ ชายหนุ่มได้วางผลึกสีฟ้าลงยังแท่นวาง
“ ตึง “ ประตูห้องพลันปิดลงในทันใด
“ วู๊มม “ พลันพลังปราณฟ้าดินหลั่งไหลเข้าอบอวลในห้อง ทำเอาชายหนุ่มตื่นตกใจก่อนที่จะเร่งทำกรดูดซับมัน
คนที่อยู่ข้างนอกเร่งหาผลึกปราณของตนแล้วเข้าในห้องก่อนที่จะทำการฝึกฝนเช่นกัน
ราวสองชั่วโมง
ประตูหินได้เปิดออกอีกครั้ง
“ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ เพราเวลานี้เขาสร้างดาราดวงที่สองสำเร็จแล้ว
“ หลอมรวมกายาระดับสอง “ เขาพึมพำแล้วยิ้มออก
“ ยอดเยี่ยม “ เขาเอ่ย
ชายหนุ่มลุกยืนแล้วออกจากห้อง เขาพลันคิ้วขมวดเมื่อทุกคนนั้นหน้านิ่ว
“ เกิดอะไรขึ้น “ ปราบเอ่ยถาม
“ เพราะผลึกปราณของเอ็งมีค่ามากมันจึงทำให้เอ็งอยู่ได้นานกว่าใครเพื่อน “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ เป็นเช่นนี้นี่เอง “ ปราบพยักหน้าช้าๆ
“ ช่วย ครืดด ครืดด อะ ครืดด “ เสียงวิทยุขาดๆหายๆดังขึ้น
“ ข้างบนเกิดเรื่องรึ “ เขาเอ่ย
“ ผมจะขึ้นไปดู ทุกคนอยู่ที่นี่แล้วเฝ้าระวังไว้ “ ปราบเอ่ย
“ อืม “ ผอ.ยิ่งพยักหน้า
ชายหนุ่มทะยานร่างไปอย่างรวดเร็ว
เพียงหนึ่งนาทีชายหนุ่มก็ปรากฏกายอยู่ที่ปากถ้ำทางเข้าของบ่อน้ำจักรวาล
เขามองยังแนวป้องกันแล้วได้แต่ส่ายหน้าเพราะมันอ่อนแอยิ่งนัก ชายหนุ่มเร่งเข้ามาแล้วบอกให้พวกเขาลงไปที่ชั้นล่าง
เหล่านักวิจัยและทหารกลุ่มใหญ่เร่งลงไปอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มทะยานร่างข้ามแนวป้องกัน สองตาของเขาพลันเบิกกว้าง
“ อสูรระดับสี่นับพัน “ เขาพึมพำ
“ มันมาจากไหน “ เขาพึมพำ
ชายหนุ่มวาดมือเรียกกระบี่ออกมาแล้วทะยานร่างเข้าหาอสูรร้ายอย่างรวดเร็ว
เสียงระเบิดดังสนั่นทำเอาเหล่านักล่าที่กำลังต่อสู้กับอสูรอยู่สะดุ้ง พวกเขาเร่งมองไปยังเสียงระเบิด
“ ปราบ “
“ ปราบออกมาแล้ว “
“ ครานี้ได้เวลาโต้กลับแล้ว “
“ ฆ่า “ นักล่าเฒ่าร้องตะโกนลั่นแล้วพุ่งทะยานร่างเข้าหาอสูรอย่างรวดเร็ว
“ เปรี้ยงง “
“ ตูมม “
“ ครืนน “
ปรากฏเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วอาณา สรรพสิ่งมากมายพลันหลบลี้หนีหาย
กล้องมุมสูงที่ถ่ายทอดสดไปทั่วโลกฉายภาพการต่อสู้ที่สุดแสนตื่นเต้นออกไปทั่วโลก ผู้คนที่ได้ชมล้วนแล้วแต่เอาใจช่วยพวกเขาทั้งสิ้น
สองหมัดของผู้ชมทั่วโลกนั้นกำแน่นทั้งยังส่งกำลังใจให้กับกลุ่มนักล่าให้เอาชนะอสูรได้
ปราบวาดเหวี่ยงกระบี่ฟาดฟันสะบั้นร่างของอสูรขาดออกเป็นสอง หยาดเลือดอสูรสาดกระเซ็นอาบย้อมทั่วอาณาส่งกลิ่นเหม็นหืนชวนอาเจียน
เศษชิ้นส่วนร่างอสูรปลิดปลิวไปตามแรงกระบี่ที่วาดเหวี่ยง กระจัดกระจายไปทั่วอาณากลาดเกลื่อน
ซากศพกองสูงชันท่วมท้นกลายเป็นภูเขา ร่างทับถมแดนดิ้นสิ้นใจตาย
ปราบสูดหายใจเข้าลึกแล้ววาดมือเก็บร่างอสูรลงไป แล้วส่งเพลิงสีส้มเข้าแผดเผาหยาดเลือดและเศษชิ้นส่วนร่างกายของมัน
ราวหนึ่งชั่วโมงที่กว่าที่เพลิงสีส้มจะมอดดับ
ชายหนุ่มร้องบอกให้เหล่านักล่าลากพวกมันมาที่นี่
เหล่านักล่ารุ่นเก๋าต่างพยักหน้าแลไล่ต้อนอสูรร้ายเข้าหาชายหนุ่มที่ยืนจังก้าขวางทาง
“ ตูมม “ ร่างของอสูรร้ายระเบิดตกตายสิ้น
เหล่านักล่าทั้งหลายต่างหวาดหวั่นกับตัวตนของชายหนุ่มเป็นอย่างยิ่ง เพราะเขาเพียงคนเดียวสามารถสังหารอสูรระดับสี่นับพันตัว มันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าชายหนุ่มผู้นี้แข็งแกร่งเพียงใด
เหล่านักล่าที่เคยลำพองว่าตนนั้นเก่งกาจแต่พอเอาเข้าจริงกลับสู้ชายหนุ่มไม่ได้เลย
“ มันฝึกแบบไหนกัน “
“ ใช่ พลังของมันทำให้พวกเรากลายเป็นเด็กไปเลย “
“ เห็นทีต้องมองมันใหม่แล้ว “
เหล่าผู้ชราทั้งหลายต่างก็ส่งเสียงพูดคุยกันก่อนที่จะทะยานร่างกลับไปที่ตำหนักที่ตนเองเลือกไว้ ด้วยความหวังที่ว่าจะแข็งแกร่งกว่าชายหนุ่ม หรืออย่างน้อยก็เทียบเคียงได้
ปราบให้อัลตรอนสแกนพื้นให้กว้างที่สุด
“ เจ้านาย เวลานี้ในรัศมีหนึ่งร้อยกิโลเมตรไม่มีอสูรสักตัว “ อัลตรอนเอ่ย
“ อืม “ เขาพยักหน้าช้าๆ
ชายหนุ่มเหลียวมองทั่วอาณาเขาให้แปลกใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น “ ภูเขาเหล่านี้มาจากที่ไหน “ ปราบพึมพำ
“ ปราบ “ เสียงหนึ่งดังขึ้นที่วิทยุ
“ รองผอ. “ ปราบเอ่ย
“ เอ็งคงสงสัยสินะว่าภูเขเหล่านี้มาจากที่ไหน “ รองผอ.เอ่ย
“ ใช่ครับ “ ปราบพยักหน้า
“ ข้าจะส่งภาพไปให้แล้วดูเอา “ รองผอ.เอ่ย
“ วิ้ง “ ภาพโฮโลแกรมฉายออกในทันใด
“ อืม “ ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ
“ พลังปราณที่อัดแน่นอยู่ในชั้นใต้ดินนั่น “ ปราบเอ่ย
“ ที่นี่คือสำนักฝึกยุทธแห่งหนึ่งในสมัยโบราณ ข้าเดาว่ามันคงถูกผนึกไว้ด้วยกันเมื่อครั้งอดีต ก่อนที่ผู้คนจะอพยพหนี แล้วให้ชายชราคนนั้นอยู่เฝ้า “ สมุนไพรเทวะเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ
“ สำนักฝึกยุทธ “ เขาพึมพำ
“ เช่นนั้นแล้วก็เสมือนในหนังจีนกำลังภายในสินะ “ ปราบเอ่ย
“ ใช่ “ สมุนไพรเทวะเอ่ย
“ ข้าจะนอนแล้ว “ มันเอ่ย
“ ขอบคุณ “ ปราบเอ่ย
ปราบกวาดตามองทั่วอาณาแล้วสูดหายใจเข้าลึก เขารู้สึกว่าความจริงมันช่างลักลับยิ่งนัก
“ ทำไมถึงมีแต่ภูเขาเหล่านั้นที่ปรากฏ ทำไมไม่มีอาคารหรือวิหารต่างๆ “ เขาพึมพำ
“ หรือว่าพลังที่แผ่ออกมายังไม่มากพอ “ เขาพึมพำ
“ เดี๋ยว ในหนังจีน หนึ่งสำนักจะต้องมีเจ้าสำนักและเหล่าผู้อาวุโส แล้วยังมีศิษย์มากมาย “ ปราบพึมพำ
“ ทำไมเจ้าไม่ลองตั้งใครสักคนเป็นเจ้าสำนัก ผู้อาวุโสแลศิษย์ดู เผื่ออาคารแลวิหารที่เจ้าว่าจะปรากฏ “ สมุนไพรเทวะเอ่ย
“ ใช่ “ เขาพยักหน้า
ปราบส่งวิทยุไปหาผอ.ยิ่ง
เมื่อทุกคนมาพร้อม เขาได้ทำการแต่งตั้งผอ.ยิ่งเป็นเจ้าสำนัก เหล่านักล่ารุ่นเก๋าเป็นผู้อาวุโส เหล่านักวิจัยเป็นศิษย์
“ นี่เจ้าทำบ้าอะไร “ นักล่ารุ่นเก๋าผู้หนึ่งเอ่ย
“ ใช่ เสียเวลาข้ายิ่งนัก “ นักล่าอีกคนเอ่ย
ปราบมองยังชายชราเหล่านั้น แล้วแสยะยิ้ม “ สมองของพวกเจ้ามีแค่นี้รึ ทั้งจิตใจยังคับแคบ “ ปราบเอ่ย
“ เจ้า “ ชายชราผู้หนึ่งร้องลั่น
“ ครืนน “ พลันผืนพาราสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
“ วิ้ง “ พลันปรากฏอาคารวิหารน้อยใหญ่มากมายปรากฏอยู่ทั่วอาณา
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า “ ปราบระเบิดเสียงหัวเราะลั่น
“ มันได้ผล “ เขาเอ่ย
“ วิ้ง “ พลันปรากฏป้ายหยกต่อหน้าของทุกคน
ผอ.ยิ่งรับป้ายหยกที่เป็นภาษาของต่างดาว
“ นี่มันภาษาอะไร “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ วิ้ง “ พลันป้ายหยกเปล่งแสงสว่างวาบ แล้วแสงนั้นพลันพุ่งเข้าสู่กลางหว่างคิ้วของเขา
“ อือ “ ผอ.ยิ่งสั่นสะท้านทั่วกายา
“ ฮ่า อ่า ฮ่า “ ผอ.ยิ่งระเบิดเสียงหัวเราะลั่น
“ ที่นี่คือสำนักอู่ทอง “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ ข้าคือเจ้าสำนัก และพวกเจ้าก็เป็นผู้อาวุโสและเจ้าวิหารต่างๆ “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ ผอ.ยิ่ง เล่นใหญ่ไปมั๊ย “ ปราบเอ่ย
“ ไอ้หนู พลังเมื่อครู่เป็นของจริง “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ ข้ารู้สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตบางส่วน “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ เป็นเช่นใด “ ปราบเอ่ยถาม
“ พวกเขาได้ทำการผนึกสำนักอู่ทองไว้เมื่อนานแสนนาน แล้วจากไปอย่างไม่คิดจะหวนกลับ “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ
“ ไอ้หนู ในอดีตนั้นยังมีสำนักอยู่มากมายทั่วโลก พวกเขาฝึกฝนยุทธกันทั่วโลก แต่ก็ได้หนีไปเช่นเดียวกัน “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า
“ สถานที่ของสำนักต่างๆเล่า “ ปราบเอ่ยถาม
“ เมืองโบราณต่างๆ “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ คงต้องค้นหาบ่อน้ำปราณ “ ปราบเอ่ย
“ ถูกต้อง “ ผอ.ยิ่งเอ่ย
“ อืม “ ปราบพยักหน้า