ปราบพิภพสยบสวรรค์

    ปราบพิภพสยบสวรรค์ ตอนที่ 44 : สำนักอู่ทอง

    หลังจากที่สำรวจทุกห้องแล้วเสร็จ ชายหนุ่มได้วางผลึกสีฟ้าลงยังแท่นวาง

     

    “ ตึง “ ประตูห้องพลันปิดลงในทันใด

     

    “ วู๊มม “ พลันพลังปราณฟ้าดินหลั่งไหลเข้าอบอวลในห้อง ทำเอาชายหนุ่มตื่นตกใจก่อนที่จะเร่งทำกรดูดซับมัน

     

    คนที่อยู่ข้างนอกเร่งหาผลึกปราณของตนแล้วเข้าในห้องก่อนที่จะทำการฝึกฝนเช่นกัน

     

    ราวสองชั่วโมง

     

    ประตูหินได้เปิดออกอีกครั้ง

     

    “ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ เพราเวลานี้เขาสร้างดาราดวงที่สองสำเร็จแล้ว

     

    “ หลอมรวมกายาระดับสอง “ เขาพึมพำแล้วยิ้มออก

     

    “ ยอดเยี่ยม “ เขาเอ่ย

     

    ชายหนุ่มลุกยืนแล้วออกจากห้อง เขาพลันคิ้วขมวดเมื่อทุกคนนั้นหน้านิ่ว

     

    “ เกิดอะไรขึ้น “ ปราบเอ่ยถาม

     

    “ เพราะผลึกปราณของเอ็งมีค่ามากมันจึงทำให้เอ็งอยู่ได้นานกว่าใครเพื่อน “ ผอ.ยิ่งเอ่ย

     

    “ เป็นเช่นนี้นี่เอง “ ปราบพยักหน้าช้าๆ

     

    “ ช่วย ครืดด ครืดด อะ ครืดด “ เสียงวิทยุขาดๆหายๆดังขึ้น

     

    “ ข้างบนเกิดเรื่องรึ “ เขาเอ่ย

     

    “ ผมจะขึ้นไปดู ทุกคนอยู่ที่นี่แล้วเฝ้าระวังไว้ “ ปราบเอ่ย

     

    “ อืม “ ผอ.ยิ่งพยักหน้า

     

    ชายหนุ่มทะยานร่างไปอย่างรวดเร็ว

     

    เพียงหนึ่งนาทีชายหนุ่มก็ปรากฏกายอยู่ที่ปากถ้ำทางเข้าของบ่อน้ำจักรวาล

     

    เขามองยังแนวป้องกันแล้วได้แต่ส่ายหน้าเพราะมันอ่อนแอยิ่งนัก ชายหนุ่มเร่งเข้ามาแล้วบอกให้พวกเขาลงไปที่ชั้นล่าง

     

    เหล่านักวิจัยและทหารกลุ่มใหญ่เร่งลงไปอย่างรวดเร็ว

     

    ชายหนุ่มทะยานร่างข้ามแนวป้องกัน สองตาของเขาพลันเบิกกว้าง

     

    “ อสูรระดับสี่นับพัน “ เขาพึมพำ

     

    “ มันมาจากไหน “ เขาพึมพำ

     

    ชายหนุ่มวาดมือเรียกกระบี่ออกมาแล้วทะยานร่างเข้าหาอสูรร้ายอย่างรวดเร็ว

     

    เสียงระเบิดดังสนั่นทำเอาเหล่านักล่าที่กำลังต่อสู้กับอสูรอยู่สะดุ้ง พวกเขาเร่งมองไปยังเสียงระเบิด

     

    “ ปราบ “

     

    “ ปราบออกมาแล้ว “

     

    “ ครานี้ได้เวลาโต้กลับแล้ว “

     

    “ ฆ่า “ นักล่าเฒ่าร้องตะโกนลั่นแล้วพุ่งทะยานร่างเข้าหาอสูรอย่างรวดเร็ว

     

    “ เปรี้ยงง “

     

    “ ตูมม “

     

    “ ครืนน “

     

    ปรากฏเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วอาณา สรรพสิ่งมากมายพลันหลบลี้หนีหาย

     

    กล้องมุมสูงที่ถ่ายทอดสดไปทั่วโลกฉายภาพการต่อสู้ที่สุดแสนตื่นเต้นออกไปทั่วโลก ผู้คนที่ได้ชมล้วนแล้วแต่เอาใจช่วยพวกเขาทั้งสิ้น

     

    สองหมัดของผู้ชมทั่วโลกนั้นกำแน่นทั้งยังส่งกำลังใจให้กับกลุ่มนักล่าให้เอาชนะอสูรได้

     

    ปราบวาดเหวี่ยงกระบี่ฟาดฟันสะบั้นร่างของอสูรขาดออกเป็นสอง หยาดเลือดอสูรสาดกระเซ็นอาบย้อมทั่วอาณาส่งกลิ่นเหม็นหืนชวนอาเจียน

     

    เศษชิ้นส่วนร่างอสูรปลิดปลิวไปตามแรงกระบี่ที่วาดเหวี่ยง  กระจัดกระจายไปทั่วอาณากลาดเกลื่อน

     

    ซากศพกองสูงชันท่วมท้นกลายเป็นภูเขา ร่างทับถมแดนดิ้นสิ้นใจตาย

     

    ปราบสูดหายใจเข้าลึกแล้ววาดมือเก็บร่างอสูรลงไป แล้วส่งเพลิงสีส้มเข้าแผดเผาหยาดเลือดและเศษชิ้นส่วนร่างกายของมัน

     

    ราวหนึ่งชั่วโมงที่กว่าที่เพลิงสีส้มจะมอดดับ

     

    ชายหนุ่มร้องบอกให้เหล่านักล่าลากพวกมันมาที่นี่

     

    เหล่านักล่ารุ่นเก๋าต่างพยักหน้าแลไล่ต้อนอสูรร้ายเข้าหาชายหนุ่มที่ยืนจังก้าขวางทาง

     

    “ ตูมม “ ร่างของอสูรร้ายระเบิดตกตายสิ้น

     

    เหล่านักล่าทั้งหลายต่างหวาดหวั่นกับตัวตนของชายหนุ่มเป็นอย่างยิ่ง เพราะเขาเพียงคนเดียวสามารถสังหารอสูรระดับสี่นับพันตัว มันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าชายหนุ่มผู้นี้แข็งแกร่งเพียงใด

     

    เหล่านักล่าที่เคยลำพองว่าตนนั้นเก่งกาจแต่พอเอาเข้าจริงกลับสู้ชายหนุ่มไม่ได้เลย

     

    “ มันฝึกแบบไหนกัน “

     

    “ ใช่ พลังของมันทำให้พวกเรากลายเป็นเด็กไปเลย “

     

    “ เห็นทีต้องมองมันใหม่แล้ว “

     

    เหล่าผู้ชราทั้งหลายต่างก็ส่งเสียงพูดคุยกันก่อนที่จะทะยานร่างกลับไปที่ตำหนักที่ตนเองเลือกไว้ ด้วยความหวังที่ว่าจะแข็งแกร่งกว่าชายหนุ่ม หรืออย่างน้อยก็เทียบเคียงได้

     

    ปราบให้อัลตรอนสแกนพื้นให้กว้างที่สุด

     

    “ เจ้านาย เวลานี้ในรัศมีหนึ่งร้อยกิโลเมตรไม่มีอสูรสักตัว “ อัลตรอนเอ่ย

     

    “ อืม “ เขาพยักหน้าช้าๆ

     

    ชายหนุ่มเหลียวมองทั่วอาณาเขาให้แปลกใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น “ ภูเขาเหล่านี้มาจากที่ไหน “ ปราบพึมพำ

     

    “ ปราบ “ เสียงหนึ่งดังขึ้นที่วิทยุ

     

    “ รองผอ. “ ปราบเอ่ย

     

    “ เอ็งคงสงสัยสินะว่าภูเขเหล่านี้มาจากที่ไหน “ รองผอ.เอ่ย

     

    “ ใช่ครับ “ ปราบพยักหน้า

     

    “ ข้าจะส่งภาพไปให้แล้วดูเอา “ รองผอ.เอ่ย

     

    “ วิ้ง “ ภาพโฮโลแกรมฉายออกในทันใด

     

    “ อืม “ ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ

     

    “ พลังปราณที่อัดแน่นอยู่ในชั้นใต้ดินนั่น “ ปราบเอ่ย

     

    “ ที่นี่คือสำนักฝึกยุทธแห่งหนึ่งในสมัยโบราณ ข้าเดาว่ามันคงถูกผนึกไว้ด้วยกันเมื่อครั้งอดีต ก่อนที่ผู้คนจะอพยพหนี แล้วให้ชายชราคนนั้นอยู่เฝ้า “ สมุนไพรเทวะเอ่ย

     

    “ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ

     

    “ สำนักฝึกยุทธ “ เขาพึมพำ

     

    “ เช่นนั้นแล้วก็เสมือนในหนังจีนกำลังภายในสินะ “ ปราบเอ่ย

     

    “ ใช่ “ สมุนไพรเทวะเอ่ย

     

    “ ข้าจะนอนแล้ว “ มันเอ่ย

     

    “ ขอบคุณ “ ปราบเอ่ย

     

    ปราบกวาดตามองทั่วอาณาแล้วสูดหายใจเข้าลึก เขารู้สึกว่าความจริงมันช่างลักลับยิ่งนัก

     

    “ ทำไมถึงมีแต่ภูเขาเหล่านั้นที่ปรากฏ ทำไมไม่มีอาคารหรือวิหารต่างๆ “ เขาพึมพำ

     

    “ หรือว่าพลังที่แผ่ออกมายังไม่มากพอ “ เขาพึมพำ

     

    “ เดี๋ยว ในหนังจีน หนึ่งสำนักจะต้องมีเจ้าสำนักและเหล่าผู้อาวุโส แล้วยังมีศิษย์มากมาย “ ปราบพึมพำ

     

    “ ทำไมเจ้าไม่ลองตั้งใครสักคนเป็นเจ้าสำนัก ผู้อาวุโสแลศิษย์ดู เผื่ออาคารแลวิหารที่เจ้าว่าจะปรากฏ “ สมุนไพรเทวะเอ่ย

     

    “ ใช่ “ เขาพยักหน้า

     

    ปราบส่งวิทยุไปหาผอ.ยิ่ง

     

    เมื่อทุกคนมาพร้อม เขาได้ทำการแต่งตั้งผอ.ยิ่งเป็นเจ้าสำนัก เหล่านักล่ารุ่นเก๋าเป็นผู้อาวุโส เหล่านักวิจัยเป็นศิษย์

     

    “ นี่เจ้าทำบ้าอะไร “ นักล่ารุ่นเก๋าผู้หนึ่งเอ่ย

     

    “ ใช่ เสียเวลาข้ายิ่งนัก “ นักล่าอีกคนเอ่ย

     

    ปราบมองยังชายชราเหล่านั้น  แล้วแสยะยิ้ม “ สมองของพวกเจ้ามีแค่นี้รึ ทั้งจิตใจยังคับแคบ “ ปราบเอ่ย

     

    “ เจ้า “ ชายชราผู้หนึ่งร้องลั่น

     

    “ ครืนน “ พลันผืนพาราสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

     

    “ วิ้ง “ พลันปรากฏอาคารวิหารน้อยใหญ่มากมายปรากฏอยู่ทั่วอาณา

     

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า “ ปราบระเบิดเสียงหัวเราะลั่น

     

    “ มันได้ผล “ เขาเอ่ย

     

    “ วิ้ง “ พลันปรากฏป้ายหยกต่อหน้าของทุกคน

     

    ผอ.ยิ่งรับป้ายหยกที่เป็นภาษาของต่างดาว

     

    “ นี่มันภาษาอะไร “ ผอ.ยิ่งเอ่ย

     

    “ วิ้ง “ พลันป้ายหยกเปล่งแสงสว่างวาบ แล้วแสงนั้นพลันพุ่งเข้าสู่กลางหว่างคิ้วของเขา

     

    “ อือ “ ผอ.ยิ่งสั่นสะท้านทั่วกายา

     

    “ ฮ่า อ่า ฮ่า “ ผอ.ยิ่งระเบิดเสียงหัวเราะลั่น

     

    “ ที่นี่คือสำนักอู่ทอง “ ผอ.ยิ่งเอ่ย

     

    “ ข้าคือเจ้าสำนัก และพวกเจ้าก็เป็นผู้อาวุโสและเจ้าวิหารต่างๆ “ ผอ.ยิ่งเอ่ย

     

    “ ผอ.ยิ่ง เล่นใหญ่ไปมั๊ย “ ปราบเอ่ย

     

    “ ไอ้หนู พลังเมื่อครู่เป็นของจริง “ ผอ.ยิ่งเอ่ย

     

    “ ข้ารู้สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตบางส่วน “ ผอ.ยิ่งเอ่ย

     

    “ เป็นเช่นใด “ ปราบเอ่ยถาม

     

    “ พวกเขาได้ทำการผนึกสำนักอู่ทองไว้เมื่อนานแสนนาน แล้วจากไปอย่างไม่คิดจะหวนกลับ “ ผอ.ยิ่งเอ่ย

     

    “ อืม “ ปราบพยักหน้าช้าๆ

     

    “ ไอ้หนู ในอดีตนั้นยังมีสำนักอยู่มากมายทั่วโลก พวกเขาฝึกฝนยุทธกันทั่วโลก แต่ก็ได้หนีไปเช่นเดียวกัน “ ผอ.ยิ่งเอ่ย

     

    “ อืม “ ปราบพยักหน้า

     

    “ สถานที่ของสำนักต่างๆเล่า “ ปราบเอ่ยถาม

     

    “ เมืองโบราณต่างๆ “ ผอ.ยิ่งเอ่ย

     

    “ คงต้องค้นหาบ่อน้ำปราณ “ ปราบเอ่ย

     

    “ ถูกต้อง “ ผอ.ยิ่งเอ่ย

     

    “ อืม “ ปราบพยักหน้า

    คล้ายกับเรื่องปราบพิภพสยบสวรรค์ ที่คุณอ่าน