บทที่ 13: หมัดแรกแห่งกายาวชิระและเพลงกระบี่ัคำราม
ทันทีที่คำสั่งของชายวัยกลางคนสิ้นสุดลง พลังปราณอันรุนแรงสองสายก็ได้ะเิขึ้นภายในห้องพักเล็กๆ พร้อมกัน!
ท่านลุงจ้าวไม่ได้ใช้ศาสตราวุธใดๆ เขาเพียงแค่ยื่นฝ่ามือออกไปเบื้องหน้า พลังปราณอันมหาศาลของผู้ฝึกตนขั้นปราณจิตก็ควบแน่นกลายเป็ฝ่ามือพลังงานที่มองไม่เห็น กดทับลงมายังร่างของเซี่ยหนิงฉางอย่างหนักหน่วงราวกับูเาทั้งลูกถล่มลงมา! เขาไม่ได้คิดจะฆ่านาง แต่้าจะผนึกพลังและจับกุมนางในกระบวนท่าเดียว!
เซี่ยหนิงฉางใบหน้าซีดเผือด นางกัดริมฝีปากจนเืไหลซิบ ไอพลังกดดันนั้นหนักหน่วงจนนางแทบจะหายใจไม่ออก แต่ในแววตาของนางกลับปรากฏประกายแสงอันเย็นเยียบและเด็ดเดี่ยววูบหนึ่ง นางใช้พลังเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ กรีดปลายนิ้วลงบนฝ่ามือของตนเองแล้ววาดอักขระโบราณขึ้นในอากาศด้วยเืของนาง!
"เกราะดารารักษาชีวิต!"
แสงดาวสีเงินยวงสว่างวาบขึ้นรอบกายนาง ก่อตัวเป็โดมพลังงานบางๆ ที่เต็มไปด้วยอักขระดวงดาววิ่งวนไปมา มันคือวิชาลับที่ต้องใช้แก่นโลหิตในการกระตุ้นเพื่อป้องกันตัว!
เปรี้ยง!
เกราะดาราปะทะเข้ากับฝ่ามือพลังงานที่มองไม่เห็น แม้จะสั่นะเือย่างรุนแรงและปรากฏรอยร้าวขึ้นมาในทันที แต่มันก็สามารถต้านทานการโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวนั้นไว้ได้ชั่วขณะ!
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง หลี่เฟยก็ได้ทะยานเข้าใส่เย่เฟิงด้วยความโกรธแค้นและอัปยศอดสู "เ้าหนูชั้นต่ำ! บังอาจมาลอบทำร้ายข้า! ตายซะเถอะ!"
"วิชาดาบเจ็ดดาวสังหาร!"
ดาบยาวในมือของเขาสะบัดออกไปอย่างรวดเร็ว ปลายดาบตวัดวาดเกิดเป็ประกายแสงสีเงินเจ็ดจุด พวกมันเรียงตัวกันคล้ายกับกลุ่มดาวจระเข้ แล้วพุ่งเข้าโจมตีจุดตายทั้งเจ็ดทั่วร่างของเย่เฟิงพร้อมกัน! มันคือเคล็ดวิชาระดับปฐีขั้นสูงที่รวดเร็วและร้ายกาจอย่างยิ่ง!
แต่เย่เฟิงในยามนี้ไม่ใช่เด็กหนุ่มคนเดิมอีกต่อไปแล้ว!
ด้วยประสาทััของขั้นสร้างรากฐาน เขาสามารถมองเห็นเส้นทางการโจมตีของประกายแสงทั้งเจ็ดได้อย่างชัดเจน เขาไม่ได้คิดจะปะทะด้วยซ้ำ แต่กลับใช้ท่าร่างที่ดูเรียบง่ายทว่าเปี่ยมประสิทธิภาพ ก้าวเท้าหลบหลีกประกายแสงหกจุดได้อย่างฉิวเฉียด ส่วนประกายแสงสุดท้ายที่หลบไม่พ้นนั้น เขากลับไม่ได้ยกกระบี่ขึ้นป้องกัน...แต่กลับใช้ท่อนแขนซ้ายรับมันตรงๆ!
ฉึก!
คมดาบพลังงานบาดเข้าไปในแขนของเขา แต่กลับเกิดเสียงดังคล้ายโลหะกระทบกัน! มันทำได้เพียงแค่กรีดิัของเขาจนเืซิบออกมาเท่านั้น ไม่สามารถสร้างาแฉกรรจ์ได้แม้แต่น้อย!
"อะไรกัน!?" หลี่เฟยตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตา นี่มันกายาแบบไหนกัน!?
"ก็แค่ระดับนี้เองรึ?" เย่เฟิงกล่าวเสียงเย็น ก่อนจะฉวยโอกาสที่คู่ต่อสู้กำลังใ โคจรพลังัสีทองไปทั่วร่าง แล้วใช้วิชากระบี่ที่คุ้นเคยที่สุด "เคล็ดกระบี่เมฆาคล้อย...เมฆาโอบอุ้มจันทรา!"
เพลงกระบี่ที่เคยดูอ่อนช้อย บัดนี้เมื่อถูกขับเคลื่อนด้วยพลังัและกายาวชิระ มันกลับแฝงไว้ด้วยความหนักหน่วงและรุนแรงอย่างน่าเหลือเชื่อ!
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
กระบี่เหล็กธรรมดาในมือของเย่เฟิงปะทะเข้ากับดาบล้ำค่าของหลี่เฟยอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่ปะทะกัน หลี่เฟยจะรู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังฟันเข้าใส่ภูผาเหล็กไหล! แรงสะท้านอันมหาศาลแล่นผ่านดาบเข้ามาจนมือของเขาสั่นสะท้านและเจ็บชาไปหมด ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือพลังปราณสีทองของเย่เฟิงนั้นมีแรงกดดันของสายเืัแฝงอยู่ มันคอยรบกวนการโคจรพลังของเขาอยู่ตลอดเวลา!
โครม!
การต่อสู้ที่ดุเดือดทำให้ผนังห้องพักพังทลายลง ทั้งสองทะยานออกมาสู้กันต่อที่ลานกว้างของโรงเตี๊ยม ดึงดูดสายตาของผู้ฝึกตนคนอื่นๆ ที่อยู่ในบริเวณนั้นทันที
หลี่เฟยยิ่งสู้ก็ยิ่งอัปยศ เขาผู้เป็ถึงอัจฉริยะขั้นสร้างรากฐานระดับเจ็ด กลับยังไม่สามารถจัดการกับศิษย์น้องขั้นที่หนึ่งได้! "ข้าจะให้เ้าได้เห็นพลังที่แท้จริง!" เขาคำรามลั่น ก่อนจะทะยานร่างขึ้นไปในอากาศ รวบรวมพลังทั้งหมดไว้ที่ดาบของตนจนมันส่องสว่างเจิดจ้า
"ดาวตกทลายปฐี!"
ดาบทั้งเล่มแผ่พลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวออกมา แล้วฟาดลงมายังเย่เฟิงราวกับอุกกาบาตที่ตกจากฟากฟ้า!
เย่เฟิงเงยหน้าขึ้นมองกระบวนท่าที่ทรงพลังนั้น เขารู้ดีว่าไม่อาจหลบได้ และการป้องกันก็คงจะไร้ประโยชน์...ในเมื่อป้องกันไม่ได้...ก็ไม่ต้องป้องกัน!
เขาไม่ได้ยกกระบี่ขึ้นมา แต่กลับเก็บมันเข้าถุงมิติไป! เขาสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมพลังทั้งหมดในทะเลปราณเหลวของเขา พลังจากกายาวชิระ และพลังัา...หลอมรวมกันไว้ที่หมัดขวา! ิับนหมัดของเขาปรากฏลวดลายคล้ายเกล็ดัสีทองจางๆ ขึ้นมา!
เขาะโชื่อกระบวนท่าที่คิดขึ้นมาสดๆ ด้วยสัญชาตญาณแห่งการต่อสู้ "หมัดราชันย์ั...สยบ์!"
แล้วเขาก็ทะยานร่างขึ้นไปเบื้องบน...ปล่อยหมัดสวนขึ้นไปปะทะกับดาบดาวตกนั้นตรงๆ!
ในสายตาของทุกคน นี่คือการกระทำที่โง่เขลาและบ้าบิ่นที่สุด! คือการใช้ไข่ไปกระทบหิน!
ตูมมมมมมมมมมมมม!
เสียงะเิดังกึกก้องกัมปนาทไปทั่วทั้งโรงเตี๊ยม!
แต่ผลลัพธ์ที่ปรากฏขึ้นนั้นกลับทำให้ทุกคนต้องตกตะลึงจนอ้าปากค้าง!
เปรี้ยง!
ดาบล้ำค่าระดับจิตขั้นสูงของหลี่เฟย...แตกสลายกลายเป็เศษเล็กเศษน้อยราวกับแก้วที่ถูกค้อนทุบ!
พลังหมัดที่เหลืออยู่ยังคงทะลวงผ่านไปกระแทกเข้าที่หน้าอกของหลี่เฟยอย่างจัง!
"อ๊อก!"
หลี่เฟยกระอักเืคำใหญ่ออกมากลางอากาศ ร่างของเขาร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นอย่างแรง ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ พลังปราณในร่างของเขาปั่นป่วน เส้นชีพจรหลายสายขาดสะบั้น...เขาพ่ายแพ้แล้ว...พ่ายแพ้ให้กับเด็กหนุ่มขั้นสร้างรากฐานระดับหนึ่งด้วยการโจมตีเพียงหมัดเดียว!
ทุกคนที่มุงดูเหตุการณ์อยู่เงียบกริบ แม้แต่ท่านลุงจ้าวที่กำลังจะทำลายเกราะดาราของเซี่ยหนิงฉางได้ก็ยังต้องชะงักไปด้วยความตกตะลึง
"ไป!"
เซี่ยหนิงฉางฉวยโอกาสนั้น! นางใช้พลังเฮือกสุดท้ายยิงเข็มน้ำแข็งพุ่งเข้าใส่ท่านลุงจ้าว บีบให้เขาต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวเพื่อปัดป้อง แล้วะโใส่เย่เฟิงเสียงดัง
เย่เฟิงไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาทะยานไปคว้าแขนของเซี่ยหนิงฉาง แล้วใช้พลังทั้งหมดของขั้นสร้างรากฐานทะยานร่างขึ้นไปบนหลังคาโรงเตี๊ยม
### บทที่ 13: กายาวชิระขั้นสองและบทสนทนาที่เปลี่ยนไป
คำถามที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงของเซี่ยหนิงฉางลอยค้างอยู่ในอากาศ แต่เย่เฟิงเพียงแค่ยิ้มบางๆ เป็การตอบรับ
เขาไม่ได้อธิบายอะไรมากไปกว่านั้น เพราะแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังรู้สึกว่ามันน่าเหลือเชื่อเกินไป ผลลัพธ์ทั้งหมดนี้เกิดจากโอกาสวาสนาที่ซ้อนทับกันหลายชั้น ทั้งกายาเทวะ, สายเืัา, และหัวใจแก่นปฐี ปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งขาดไป ผลลัพธ์ย่อมไม่น่าอัศจรรย์ถึงเพียงนี้
เขาก้มลงมองร่างกายของตนเองอีกครั้ง เขาััได้ว่าเคล็ดกายาวชิระของเขาก็ได้ทะลวงผ่านไปอีกระดับหนึ่งพร้อมกับการเพิ่มขึ้นของพลังบำเพ็ญเพียร
"กายาวชิระขั้นที่สอง!"
บัดนี้ิัของเขาไม่เพียงแต่แข็งแกร่งทนทาน แต่ยังมีความยืดหยุ่นที่น่าทึ่งเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย เขารู้สึกได้ว่าหากต้องรับการโจมตีของหลี่เฟยอีกครั้ง เขาอาจจะไม่ต้องาเ็แม้แต่น้อย
ในขณะที่เย่เฟิงกำลังสำรวจพลังใหม่ของตนเองอยู่นั้น เซี่ยหนิงฉางก็ได้ฟื้นคืนสติจากความตกตะลึงแล้วเช่นกัน นางโคจรพลังปราณของตนเอง...อาการาเ็ภายในของนางหายดีไปแล้วกว่าเจ็ดส่วน! นี่คือผลจากการที่ได้บำเพ็ญเพียรอยู่ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยพลังชีวิตและพลังปฐีอันหนาแน่นเช่นนี้
นางลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ กลิ่นอายที่สูงส่งและเ็าได้กลับมาปรากฏขึ้นรอบกายนางอีกครั้ง แต่เมื่อนางมองมายังเย่เฟิง แววตาของนางกลับไม่ได้เ็าเหมือนเช่นเคยอีกต่อไป มันแฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่สลับซับซ้อน...ความรู้สึกที่คล้ายกับการมองดู "คนระดับเดียวกัน"
"ยินดีด้วยที่ระดับพลังของเ้าก้าวหน้าไปมาก" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ "ด้วยพลังของเ้าในตอนนี้ แม้จะยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของยอดฝีมือขั้นปราณจิต แต่ก็คงพอจะเอาชีวิตรอดมาได้"
"ท่านก็เช่นกัน" เย่เฟิงตอบ "ดูเหมือนว่าอาการาเ็ของท่านจะดีขึ้นมากแล้ว"
"ใช่" นางพยักหน้า "อีกไม่นานข้าก็จะสามารถฟื้นฟูพลังกลับสู่จุดสูงสุดได้...และอาจจะสามารถลองทะลวงไปยังระดับต่อไปได้ด้วย"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ที่แข็งแกร่งกว่ากับผู้ที่อ่อนแอกว่าอีกต่อไป แต่เป็ความสัมพันธ์ของสหายสองคนที่กำลังจะก้าวเดินไปบนเส้นทางแห่งความแข็งแกร่งพร้อมๆ กัน
"ในเมื่อตอนนี้เราต่างก็มีพลังมากขึ้นแล้ว" เย่เฟิงเอ่ยขึ้น "ข้าคิดว่าถึงเวลาที่เราจะต้องลองศึกษาประตูบานนั้นดูอย่างจริงจังเสียที"
เขามองไปยังประตูหินขนาดมหึมาที่ปิดตายอยู่ปลายห้องโถง แม้ที่นี่จะเป็์สำหรับการบำเพ็ญเพียร แต่พวกเขาก็ไม่สามารถติดอยู่ที่นี่ไปตลอดกาลได้ โลกภายนอกยังมีความแค้นที่รอวันสะสางอยู่
เซี่ยหนิงฉางเดินไปหยุดยืนอยู่หน้าประตูหินบานนั้นพร้อมกับเขา นางเพ่งพินิจอักขระค่ายกลที่สลับซับซ้อนซึ่งสลักอยู่บนบานประตูอย่างละเอียด
นางขมวดคิ้วเล็กน้อย "นี่คือ 'ค่ายกลผนึกดารา์' มันเป็ค่ายกลโบราณที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง การจะคลายมันออกได้นั้นต้องใช้ความเข้าใจในศาสตร์แห่งค่ายกลที่ลึกซึ้งอย่างมาก"
นางหันมามองเย่เฟิง "ข้าพอจะมีความรู้ในเื่นี้อยู่บ้าง...แต่ลำพังตัวข้าคนเดียวคงต้องใช้เวลานานนับปีจึงจะหาทางเปิดมันได้"
"แล้วถ้ามีข้าช่วยล่ะ?" เย่เฟิงถาม
เซี่ยหนิงฉางมองเขาด้วยความประหลาดใจ "เ้า...ก็ศึกษาศาสตร์แห่งค่ายกลมาด้วยรึ?"
เย่เฟิงไม่ได้ตอบ แต่เขากลับหลับตาลง...ในห้วงสำนึกของเขาปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับค่ายกลพื้นฐานที่เขาได้รับมาจากมรดกของ "นักพรตหมื่นแปรเปลี่ยน" ขึ้นมา...แม้จะเป็เพียงความรู้พื้นฐาน แต่มันก็ถูกถ่ายทอดมาจากปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่โดยตรง!
เขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง แล้วชี้ไปยังจุดหนึ่งบนบานประตู "จุดนั้น...แกนพลังงานของมันดูเหมือนจะเชื่อมต่อกับจุดนี้อย่างผิดปกติ...มันไม่ควรจะเป็เช่นนั้นใช่หรือไม่?"
คำพูดของเขาทำให้เซี่ยหนิงฉางต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงอีกครั้ง!
นางรีบเพ่งพินิจตามจุดที่เขาชี้...และก็ได้พบว่ามันเป็เช่นนั้นจริงๆ! มันคือจุดบกพร่องเล็กๆ ที่นางมองข้ามไป!
นางหันกลับมามองเย่เฟิงด้วยแววตาที่เหมือนกับกำลังมองดูปีศาจตนหนึ่ง...เด็กหนุ่มคนนี้ไม่เพียงแต่มีพร์ในการบำเพ็ญเพียรที่น่าสะพรึงกลัว แต่เขายังมีความเข้าใจในศาสตร์แห่งค่ายกลที่ลึกซึ้งอีกด้วยรึ!?
"เ้า...เ้ามองมันออกได้อย่างไร?"
เย่เฟิงเพียงแค่ยิ้มบางๆ "ข้าแค่รู้สึกว่ามันแปลกๆ เท่านั้นเอง"
บัดนี้...ในสายตาของเซี่ยหนิงฉาง ปริศนาที่ห่อหุ้มตัวตนของเย่เฟิงนั้นได้ทวีความลึกลับและน่าค้นหาขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว
นางสลัดความใทิ้งไป แล้วหันกลับมาจดจ่ออยู่กับค่ายกลเบื้องหน้าอีกครั้ง "ในเมื่อเป็เช่นนี้...เรามาลองดูกันสักตั้ง! ด้วยความรู้ของข้าและสายตาอันเฉียบคมของเ้า...บางที...เราอาจจะสามารถเปิดประตูบานนี้ได้เร็วกว่าที่คิด!"
ความหวังที่จะได้กลับออกไปสู่โลกภายนอกได้ปรากฏขึ้นมาอย่างชัดเจนเป็ครั้งแรก
การร่วมมือกันของคนทั้งสอง...เพื่อไขปริศนาของสุสานโบราณ...ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
(จบตอนที่ 13)