เทียนออกมาบนหลังคาบ้านมองเห็นนักฆ่าทั้งสองร้อยคน กำลังตกอยู่ในค่ายกล
มีอีก 10 คนมองดูเหตุการณ์อยู่ด้านนอก เทียนหายวับไปปรากฏต่อหน้าคนทั้งสิบคน
“ พวกเจ้าไม่เข้าไปร่วมกับพวกมันหรือ” เทียนทักทายด้วยเสียงอันเหี้ยมเกรียม
คนทั้งสิบไม่ยอมพูดด้วยแม่แต่คำเดียว ต่างเข้าโจมตีเทียนด้วยอาวุธทุกอย่างที่มี
แต่ว่าการเคลื่อนไหว ช่างช้าเหลือเกิน เทียนตวัดดาบไม่กี่กระบวนท่า หัวคนทั้งสิบ ล้วนขาดจนหมดสิ้น เทียนสัมผัสความจำที่สมองของมัน ก็รู้ได้เลย ว่าคนที่สั่งมันมาคือ
เจ้าเมืองนี่เอง เทียนหายตัวเข้าไปในเมือง เจอเจ้าเมืองกำลังดื่มกินอยู่กับ ขุนนาง ขุนพล ทหารนับร้อยคนเทียน ถีบประตูจวนเจ้าเมืองจนพังพินาศ แล้วโยนหัวคนทั้งสิบเข้าไปในกลางวง แต่ละคนตกใจแตกฮือกันไป คนละทิศละทาง
“ เจ้าเมือง บอกมาใครเป็นคนสั่งเจ้าให้ไปลอบสังหาร คุณหนูใหญ่ตระกูลหลิว”
“ องค์รัชทายาท เป็นคนสั่ง” เจ้าเมืองบอกความจริงเพราะโดนเทียนสะกดจิตให้เอ่ยแต่ความจริง
“ ในที่นี้ยังมีใครร่วมมือกับเจ้าอีก” มีทหารพุ่งเข้าโจมตีเทียนหลายคน แต่คนที่เข้ามาล้วนถูกฟันลำตัวขาดเป็นสองส่วน โดยที่เทียนไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย เทียนปล่อย วงแหวนเวทย์ใบมีดวายุป้องกันเอาไว้ใครเข้ามาในวงเวทย์ ล้วนถูกใบมีดวายุตัดขาดสองท่อนทุกคน เจ้าเมืองชี้นิ้วไปที่ใคร คนนั้นก็หัวขาดทีละคน จนหมด จากนั้นหัวของเจ้าเมืองก็ขาดเป็นคนสุดท้าย
“ ต่อไปใครกล้าคิดร้ายกลับคุณหนูหลิวเซียง จะต้องพบจุดจบเช่นนี้” เทียนทิ้งคำพูดไว้ให้คนที่ยังรอดอยู่ได้แต่ตระหนกตกใจ หวาดกลัวกันไปทั่ว
ณ เมืองหลวง ตำหนักรัชทายาท
“ อะไรนะ ถูกฆ่าตายหมดเลย เจ้าเมืองก็ด้วยหรือ”
“ ใช่แล้ว มันเป็นยอดยุทธ์ระดับสูง พวกเราไม่มีใครต้านทานพวกมันได้เลย”
ชายชุดดำรายงาน ต่อหน้ารัชทายาทที่นั่งอยู่กับสาวงามนางหนึ่ง
“ พี่สาวข้าไม่ได้ถูกพิษตายไปแล้วหรือ ทำไมยังมีชีวิตอยู่ได้ และยังมีองครักษ์ฝีมือเยี่ยมได้อีก” สาวงามเอ่ยด้วยรอยยิ้มอันเหี้ยมเกรียม
“ ยอดยุทธ์ผู้นี้ เป็นผู้รักษาคุณหนูหลิวเซียง จนหายดีแล้ว”
“ องค์รัชทายาท ท่านต้องให้เจ้าสำนักทั้ง 6 ลงมือแล้วกระมัง” สาวงามเข้ามาคลอเคลียรัชทายาทไม่ห่างกาย
“ ได้ มีคำสั่งไปให้ 6 เจ้าสำนัก ส่งคนไปสังหารนางให้ได้ อย่าให้นางกลับมาเมืองหลวงได้เด็ดขาด” รัชทายาทสั่งการอย่างรวดเร็ว
สำนักม่อฉือ
“ ศิษย์พี่พวกเราจะทำอย่างไรดี รัชทายาทมีคำสั่งให้พวกเราอีก 5 สำนักสังหาร
คุณหนูหลิวเซียง” เจ้าสำนักม่อถือ เอ่ยถาม มู่ชิง ที่กำลังนั่งสมาธิอยู่
“ พวกเราทำชั่วเพื่อราชสำนักมากไปแล้ว เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องยุ่งเกี่ยว ข้าสังหรณ์ใจว่า ครั้งนี้ คงมียอดยุทธ์ที่มาช่วยองค์หญิงกลับคืนสถานะของพระนางได้แน่ ๆ ห้ามยุ่งเกี่ยวเด็ดขาด ปิดสำนักสามเดือนห้ามใครเข้าออก” มู่ชิงมั่นใจมากว่าหากเข้าร่วม คงต้องถูกกวาดล้างแน่ๆ ถึงแม้ปฏิเสธรัชทายาท ก็ไม่กล้าล้างสำนักม่อฉือย่างแน่นอน
เทียนกลับมาที่บ้านชนบทของตระกูลหลิวในตอนเช้า ทุกคนตื่นมาเห็นศพนอนเกลื่อนกราดเต็มหน้าบ้านไปหมด จึงไปแจ้งทางการ แต่ผลปรากฏว่า ทางการไม่มีใครอยู่เลย เพราะคนชุดดำนั้นเป็นคนของทางการทั้งหมดนั่นเอง
เทียนเลยจัดการเผาร่างของทั้งสองร้อยคนหายกลายเป็นฝุ่นไม่เหลือซากให้ติดตามอีกต่อไป
“ อี้จูไปบอกทุกคนให้เก็บของ บ่ายนี้พวกเราจะกลับบ้านตระกูลหลิวกัน” อี้จูดีใจยิ่งนักรีบเอ่ยว่า
“ แต่ว่าไม่มีคำสั่งนายท่านพวกเราจะกลับบ้านใหญ่ได้อย่างไรเจ้าค่ะ”
“ ข้าไปด้วยพวกเจ้าจะกลัวอะไร” เทียนไม่ใส่ใจนัก หากเสนาบดีหลิวไม่ให้อยู่
เทียนก็จะหาซื้อบ้านอยู่ใหม่เสียเลย
จากนั้นเทียนก็พาทุกคนจำนวน 40 คนนั่งเรือเหาะ มุ่งหน้าสู่เมืองหลวงจักรวรรดิต้าฉิน ระหว่างทาง เทียนนั่งคุยเรื่องภายในของตระกูลหลิวกับคุณหนูหลิวเซียง
“ ตอนนั้นข้าอายุ ได้ 7 ปี พ่อรับภรรยารองกับบุตรสาววัย 6 ปีอีกคนเข้ามาในตระกูล เรื่องราวภายในบ้านก็ไม่เหมือนเดิม แม่เริ่มป่วย พ่อไม่สนใจพวกเราสองแม่ลูก ห่วงแต่ภรรยารองกับบุตรสาว ซึ่งข้าดูยังไงก็ไม่เหมือนท่านพ่อแม้แต่น้อย จากนั้นอีกไม่ถึงปี แม่ก็สิ้นใจ องค์ไทเฮาทรงรักและเอ็นดูข้ามากทรงให้จักรพรรดิประทานหมั้นข้ากับองค์รัชทายาทตอนนั้น ข้ายังเด็กนัก ไม่รู้เรื่องราวใดใดรู้แต่ว่า ท่านพ่อดีใจยิ่งนัก ข้าเห็นท่านพ่อมีความสุข ข้าก็ยินยอมทุกอย่าง ตั้งแต่นั้นมาข้าก็เกิดไม่สบายร่างกายอ่อนแอลง อย่างช้าๆ หมอหลวงบอกว่าข้าคงไม่รอด
ภรรยารองของท่านพ่อไม่อยากให้บ้านใหญ่มีเรื่องอัปมงคล เลยให้ท่านพ่อส่งข้ากับสาวใช้สองคน มาอยู่ที่บ้านชนบทกันดารแห่งนี้ หลายปีจนกระทั่งมาพบพี่หมอนี่แหละ”
“ สาวใช้สองคน และอีกคนล่ะ”
“ พี่อี้หลิงออกไปหางานทำ เพื่อหาเงินมาให้พวกเรากินพวกเราใช้กันเจ้าค่ะ”
อี้จูรีบเอ่ยทันที
“ แล้วตอนนี้อี้หลิงอยู่ที่ไหนล่ะ”
“ พี่อี้หลิงมาทำงาน ในร้านอาหารในเมืองหลวง ได้เงินก็จะส่งให้พวกเราได้กินได้ใช้กันเจ้าค่ะ”
“ บ้านใหญ่สกุลหลิวไม่ส่งเงินมาให้พวกเจ้าเลยหรือยังไงกัน”
“ ไม่มีเลย พวกเราอยู่ได้ด้วยเงินพี่อี้หลิง มาสามปีแล้ว” อี้จูเอ่ยตามตรง
“ พี่อี้หลิงมีพระคุณกับข้ามาก” คุณหนูหลิวเซียงเอ่ยขึ้น น้ำตาก็เริ่มไหลซึมออกมา
“ เอาละ ต่อไปถึงเมืองหลวงก็ให้อี้หลิงกลับมาอยู่ด้วยกัน ไม่ต้องห่วงเรื่องเงินทองอีกต่อไป” เทียนสรุปให้ทุกคนสบายใจ
“ พี่หมอ แล้วจะบอกกับท่านพ่ออย่างไรดี”
“ เจ้าหายดีแล้ว จะไปอยู่ที่ชนบททำไมอีก พ่อเจ้าไม่มีเหตุผลที่จะไล่เจ้าไปอยู่แล้ว” ในขณะที่เทียนกำลังพูดคุยกันอยู่ ก็มีเสียงธนูพุ่งเข้ามาใส่เรือเหาะของเทียน แต่โชคดีที่เทียนติดตั้งค่ายกลเอาไว้ ไม่มีทางที่ใครจะทำอันตรายได้
เทียนรีบออกไปดูบนเรือทันที แล้วสั่งให้ทุกคนกลับเข้าไปด้านใน
มีเรือเหาะแล่นมาแต่ไกลสองลำเข้ามาประกบเรือของเทียนมีคนกระโดดเข้ามาเกือบร้อยคน มีหัวหน้าอยู่ 5 คนมีคนหนึ่งเดินออกมาด้านหน้ามีพลังระดับจักรพรรดิระดับกลางแล้ว
“ ข้าให้โอกาสเจ้า เด็กน้อย พาคุณหนูหลิวเซียงออกมา แล้วข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้า”
“ ข้าก็จะให้โอกาสพวกเจ้าเช่นกัน ข้าจะนับหนึ่งถึงสิบ ออกไปจากเรือเหาะของข้าซะ มิเช่นนั้น ข้าต้องฆ่าพวกเจ้าทิ้ง หนึ่ง สอง สาม” เทียนพูดแค่นี้ ก็เปิดค่ายกล 5ธาตุทำงาน คนที่อยู่บนเรือ ถูกมีดวายุตัดหัวขาดไปเกือบหมด ยกเว้น คนที่มีพลังจักรพรรดิ ที่พอจะหลบได้ แต่ไม่นานก็ถูกเทียนตัดหัวด้วยดาบมารมุรามาสะ ทั้งห้าคน ส่วนเรือที่ประกบ ก็ถูกฟ้าผ่า ระเบิดไปทั้งสองลำ คนที่อยู่ในเรือเหาะทั้งสองลำล้วนตายหมดสิ้น เทียนรู้ว่าพวกมันเป็นคนของ 5 สำนักยุทธ์ ที่เคยล้อมอาจารย์ฉางคง หวังว่าพวกมันคงจะสำนึกได้ มิเช่นนั้นคงต้องกวาดล้าง ทั้งห้าสำนักนี้ให้หมดไป
เทียนบอกทุกคนให้ออกมาได้ เพราะตอนนี้ได้มาถึงบ้านตระกูลหลิวในเมืองหลวงเรียบร้อยแล้ว เทียนให้ทุกคนลงจากเรือ แล้วคนที่เฝ้าประตูต่างตกใจ ที่เห็นคุณหนูหลิวได้กลับบ้าน จึงรีบวิ่งเข้าไปบอกนายท่านเป็นการด่วน
เทียนกับคุณหนูหลิวเซียง ก็เดินเข้าไปในบ้านทันที แต่ยังไม่ได้เข้าไปในอาคารด้านใน ก็ได้ยินเสียงคนตะโกนบอกให้หยุดก่อน
“ คุณหนูใหญ่จะกลับบ้านทำไมไม่แจ้งให้พวกเราได้รับทราบก่อน จะได้เตรียมการต้อนรับ แล้วแม่บ้านใหญ่ไปไหนเสียแล้วล่ะ ขอรับ” พ่อบ้านใหญ่ออกมายืนขวางคุณหนูหลิวเซียง เทียนเห็นแล้วขวางตายังไงไม่รู้ บอกไม่ถูก
“ ถอยไป ข้าจะกลับเมื่อไร ใช่เรื่องบ่าวไพร่อย่างเจ้า มาเสนอหน้าด้วยหรือ”
“ ข้า..” เพี้ยะ เทียนตบเข้าไปโดนหน้าพ่อบ้านจนหน้าทิ่มไปที่กระถางต้นไม้นอนสลบคาที่
“ ใครกล้าขวางคุณหนูใหญ่ก็ก้าวออกมาพร้อมกันซะทีเดียวเลย” เทียนออกมายืนข้างคุณหนูหลิวเซียงคนรับใช้ที่เหลือ แตกฮือ ออกไปจนหมด รีบไปดูอาการพ่อบ้านใหญ่ ซึ่งเทียนตบไปคราวนี้ไม่ฟื้นไปอีกสามวันแน่ ทั้งหมดก็เดินเข้าไปในห้องโถงของบ้าน เจอหัวหน้าตระกูลหลิวจ้าน กับฮูหยินรอง นั่งรออยู่
“ ลูกพ่อ นี่ลูกหายดีแล้วหรือนี่” หลิวจ้านรีบเดินเข้ามาหาหลิวเซียงด้วยความคิดถึง ลืมเรื่องที่ไล่ให้ลูกไปตายตั้งแต่สามปีก่อนเสียสนิท
“ ลูกหายดีแล้ว แต่ว่าท่านพ่อดูผอมลงไปมากเลยนะเจ้าคะ”
“ คนแก่ก็เป็นอย่างนี้ทุกคนนั่นแหละ ตอนนี้เจ้าโตเป็นสาวแล้ว พรุ่งนี้พ่อจะกราบทูลให้จักรพรรดิทราบว่าลูกกลับมาแข็งแรงเป็นปกติแล้ว ให้พระองค์จัดการเรื่องอภิเษกให้ลูกกับรัชทายาทเสียเลย” หลิวเซียงรีบค้านทันที
“ ท่านพ่อได้โปรดรอก่อน ข้ายังไม่ค่อยหายดี ไว้รอข้าหายดีก่อนค่อยกราบทูลเถอะนะ”
“ ได้ ลูกเพิ่งจะกลับมาเหนื่อยๆ ไปพักก่อนเถอะ ว่าแต่ผู้ชายคนนี้คือใครกัน”
“ ท่านนี่เป็นหมอ ชื่อหมอเทียน เป็นคนรักษาลูกให้หายดีเจ่าค่ะ”
“ ท่านเสนาหลิว” เทียนคำคารวะตามธรรมเนียม
“ ขอบคุณท่านหมอ ที่รักษาลูกข้าให้หายดี เชิญท่านอยู่ที่บ้านของข้า จนกว่าลูกสาวของข้าจะหาย หากท่านหมอต้องการอะไรก็ขอให้บอกข้าได้เลย” หลิวจ้านพูดจาต้อนรับเทียนด้วยไมตรีจิตยิ่ง แต่เทียนมองหน้าฮูหยินรองแล้วรู้สึกไม่ชอบหน้าเทียนเท่าไรนัก เทียนได้แต่มองฮูหยินรองด้วยรอยยิ้มที่เยือกเย็นกลับไปเช่นกัน
“ฮูหยินรอง สบายดี” คุณหนูหลิวเซียงรีบทักทายฮูหยินรอง
“ คุณหนูใหญ่มาทั้งที ข้าไม่ได้เตรียมที่พักไว้ให้ก่อน รอสักครู่จะให้พ่อบ้านใหญ่เตรียมห้องไว้ให้นะ”
“ ไม่ต้องหรอก ข้าจะไปนอนที่เรือนกล้วยไม้ ของข้า ให้บ่าวไพร่ของข้าจัดการเอง ฮูหยินรองไม่ต้องลำบากหรอก”
“ แต่ว่าเรือนกล้วยไม้เป็นห้องของ อาเจินไปแล้ว ท่านเลือกที่พักใหม่จะดีกว่า”
“ ท่านก็ไปบอก บุตรสาวท่านให้ไปอยู่ที่อื่น ข้าจะไปอยู่ที่เรือนกล้วยไม้ของข้า
ท่านพ่อลูกขอตัว” คุณหนูหลิวเซียงเดินไปกับบ่าวไพร่ทั้งหมดทันที
“ ท่านพี่เจ้าคะ ท่านก็รู้ อาเจินพักที่เรือนกล้วยไม้อยู่ ทำไมไม่พูดอะไรบ้างละเจ้าคะ”
“ ก็นั่นมันเรือนของเขา ข้าบอกเจ้าแต่แรกแล้วก็ไม่ฟัง ไปบอกอาเจินให้ย้ายไปอยู่ที่อื่น” เสนาบดีหลิวเอ่ยอย่างเบื่อหน่าย ฮูหยินรองทำหน้าไม่พอใจอย่างยิ่ง ส่งเสียงเรียกพ่อบ้านใหญ่ อยู่หลายครั้ง แต่ไม่มีเสียงตอบ จนกระทั่งมีบ่าวมาบอกว่าพ่อบ้านถูกคนของคุณหนูใหญ่ตบสลบไปแล้ว ทำให้ฟังแล้วยิ่งแค้นใจหนักไปอีก
ทั้งหมดมาถึงเรือนกล้วยไม้มีคนของคุณหนูรอง หลิวเจิน ยืนเฝ้าบ้านอยู่เกือบยี่สิบคนไม่ยอมให้ใครเข้าไป เทียนเดินหน้าเข้าไปเอ่ยถามว่า
“ พวกเจ้าไม่กลัวเป็นอย่างพ่อบ้านใหญ่หรือ ถึงกล้ามายืนขวางทางพวกข้า”
พวกคนรับใช้เห็นเทียนตบพ่อบ้านใหญ่สลบไปแล้ว ยังทำเป็นกล้าๆ กลัวๆ ไม่ยอมไปไหนอีก เทียนถีบเข้ายอดอกคนที่ใกล้ที่สุดแล้วใช้มือสะบัดทีเดียวร่างคนทั้งยี่สิบคนกระเด็นออกจากบ้านตระกูลหลิวไป คาดว่าอีกสามวันคงไม่กลับมาได้ง่ายๆ
คุณหนูหลิวเซียง สั่งให้เก็บข้าวของเครื่องใช้ของคุณหนูรองหลิวเจิน เอาไปไว้ที่ห้องโถงให้หมด พอคุณหนูรองกลับมาพร้อมทหารองครักษ์ของรัชทายาทส่งมาคุ้มครองเกือบ10 คนเห็นข้าวของส่วนตัวถูกนำมากองในห้องโถงก็ โมโหมาก
ตะโกนหาพ่อบ้านใหญ่กับบ่าวรับใช้ไม่มีใครโผล่มาสักคน มีแต่คนเฝ้าประตูเลยบอกว่าคุณหนูใหญ่เป็นคนทำ ก็แค้นใจยิ่งนักสั่งให้ทหารองครักษ์ไปลากตัวคุณหนูใหญ่มาที่นี่ทันที องครักษ์ทั้งสิบเข้าไปตั้งนานก็ยังไม่กลับมาสักที
คุณหนูรองร้อนใจ จึงเดินตามไปที่เรือนกล้วยไม้ แต่พอเข้าไปก็ไม่เห็นองครักษ์ทั้งสิบไม่รู้หายไปไหนแล้ว จึงให้เด็กรับใช้ไปสือถามดู
“ถูกอัดลอยข้ามกำแพงไปทั้งสิบคนเลยเจ้าค่ะ”
“ จริงเจ้าค่ะ บ่าวไพร่ของเรายี่สิบคน ก็ถูกตบกระเด็นออกนอกกำแพงไปจนหมดเช่นกันเจ้าค่ะ”
“ มากไปแล้ว” คุณหนูรองโกรธจัดรีบเดินหนีออกจากที่นี่ไปในทันที
เรือนกล้วยไม้
“ ครอบครัวของข้าก็วุ่นวายเช่นนี้ พี่หมออย่าได้ใส่ใจเลยนะ”
“ พวกเจ้าคงลำบากกันมามากซินะ ต่อไปไม่ต้องแล้ว อี้จู เจ้าเอาเงินนี่ไปซื้อข้าวของใหม่ ๆ มาเปลี่ยนให้หมด แล้วไปตามอี้หลิง กลับมาอยู่ด้วยกัน” เทียนหยิบถุงเงินใส่เหรียญทองไปห้าแสนเหรียญ ให้อี้จู พาคนรับใช้ไปช่วยกันเลือกซื้อของ
อี่จูเห็นเงินแล้วจะเป็นลม ทำไมมันมากอย่างนี้ จนเทียนต้องบอกให้รีบไป ถึงได้ไปกัน
“ ขอบคุณพี่หมอ ถ้าไม่ได้พี่หมอ ข้าคงลำบากแย่เลย”
“ ไม่ต้องขอบคุณแล้ว ต่อไปพี่หมอ จะสอนให้เจ้าเข้มแข็ง สามารถจัดการกับพวกคนที่ชอบรังแกพวกเจ้าดีไหม”
“ จริงๆนะ”
เทียนเริ่มสอนวิชายุทธ์ให้กับ คุณหนูหลิวเซียง ฝึกให้เดินพลัง เปิดจุดชีพจร ไม่กี่ชั่วโมง อี้จูก็กลับมาพร้อมน้ำตาไหลอาบแก้ม
“เกิดอะไรขึ้น” คุณหนูหลิวเซียงถามด้วยความตกใจ
“ ฮือ ..ฮือ...พี่อี้หลิงทำงานหอนางโลมส่งเงินไปให้พวกเราได้กินได้ใช้กัน”
อี้จูกับคุณหนูหลิวเซียงร้องไห้โฮออกมาพร้อมกัน เทียนฟังแล้วก็เศร้าใจ และนับถือน้ำใจ อี้หลิงยิ่งนัก
“ ทำไมไม่พาอี้หลิงกลับมา” เทียนสงสัย
“ ค่าไถ่ตัวพี่อี้หลิง หนึ่งล้านเหรียญทอง เงินที่ให้ไปมันไม่พอ ฮือ ฮือ” อี้จูสะอื้นหนักขึ้นไปอีก
“ พาข้าไปเดี๋ยวนี้เลย” เทียนรู้เรื่องแล้วก็ทนไม่ไหวอยากจะจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด...