The Dark Ages

    บทที่ 39 ขโมยวิชา

    “ฉันเริ่มจะชินกับความรู้สึกนี้แล้วสิ! ”

    ภานุกล่าวขึ้นเบาๆ ในขณะที่เขาสามารถเอียงหัวเพื่อหลบหมัดอันรุนแรงของ Mad dog ได้อย่างง่ายดายราวกับมันไม่ได้ใช้ความพยายามอะไรเลย ในตอนแรกนั้นภานุมักจะหวาดกลัวเกินไปจนทำให้ท่าทางดูเงอะงะในขณะที่หลบหมัด แต่แล้วเมื่อผ่านพ้นไปหลายหมัดเขาเริ่มรู้สึกชินชากับมัน และอีกอย่างเขายังเข้าใจทริคของหมัดลวงตาหมดแล้วเสียด้วย

    เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้นหมัดลวงตาของ Mad dog ได้เผยละเอียดของมันทั้งหมดออกมาช้าๆ ในหัวของภานุตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่มันเต็มไปด้วยภาพฉายของหมัดลวงตาซ้ำไปซ้ำมา จนเขาเริ่มคิดว่าแท้จริงแล้วหมัดลวงตานี้เขาเองก็สามารถใช้มันได้เช่นเดียวกัน

    ในขณะเดียวกัน Mad dog ก็เริ่มที่จะหมดความอดทน เขาที่สงบมาตลอดเริ่มที่จะจู่โจมด้วยอารมณ์มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้หมัดของเขาเผยความเร็วและความรุนแรงที่แตกต่างจากหมัดก่อนหน้านี้ออกมา โดยยังคงไว้ซึ่งรูปแบบลวงตาที่น่าพิศวง อย่างไรก็ตามมันกลับไม่เป็นสิ่งใดเพราะภานุก็ยังสามารถหลบมันได้อย่างง่ายดาย จนในที่สุด Mad dog ก็ได้หยุดการโจมตีที่ไร้ประโยชน์ของมัน ก่อนที่จะจ้องมองมาที่ภานุเขม็ง และเอ่ยถามว่า

    “แกทำได้ยังไง? ”

    ในตอนแรก Mad dog เห็นได้ชัดเจนว่าภานุนั้นไม่สามารถที่จะหลบเลี่ยงหมัดลวงตาของเขาได้ อย่างไรก็ตามผ่านไปเพียงไม่กี่หมัดอยู่ดีๆ ท่าทีของภานุก็เปลี่ยนแปลงไป เริ่มจากการหลบหมัดแรกด้วยท่าทางเงอะงะดูไม่ธรรมชาติและดูเฉียดฉิว จากนั้นเมื่อผ่านไปหลายหมัด จากท่าทางของภานุแล้วเห็นได้ชัดว่าชายหนุ่มไม่ได้รับผลอะไรจากหมัดของเขา เลย ทำราวกับว่าหมัดลวงตานั้นเป็นแค่ของเล่น

    “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน? ”

    ภานุตอบกลับอย่างจริงใจ อย่างไรก็ตามอีกฝ่ายกลับคิดว่าชายหนุ่มนั้นไม่ต้องการจะบอกความจริงกับเขา

    “ช่างเถอะถึงอย่างไร ทุกคนย่อมต้องมีความลับที่ไม่ต้องการจะบอกกล่าวกับใคร…”

    ท่าทางของ Mad dog ในขณะที่กล่าวนั้นเต็มไปด้วยความสงบเยือกเย็น แตกต่างจากอารมณ์หัวร้อนก่อนหน้านี้ที่ภานุหลบหมัดของเขาได้อย่างสิ้นเชิง ท่าทางของ Mad dog ยิ่งทำให้ภานุรู้สึกไม่ค่อยดี จากการวิเคราะห์ของชายหนุ่ม เขาเชื่อว่า Mad dog ไม่ได้มีดีแค่เพียงหมัดลวงตา แต่เขายังซ่อนความสามารถที่แท้จริงเอาไว้และมันต้องสุดยอดมากอย่างแน่นอน นี่จึงเป็นเหตุผลที่มันไม่ได้ดูกังวลเลยแม้ว่าหมัดลวงตาของมันจะถูกแก้ทางได้

    “การต่อสู้จะยิ่งยืดเยื้อ และสุดท้ายจะเป็นแกเองที่แพ้ เพราะถึงแกจะหลบหมัดของฉันได้ แต่ฉันไม่คิดว่ามนุษย์ที่ไม่สมบูรณ์แบบอย่างพวกเราจะไม่มีทางพลาด! ถ้าแกยังไม่คิดจะโจมตีฉันกลับมันก็ไร้ประโยชน์…”

    Mad dog กล่าวขึ้นเหมือนกับต้องการจะแนะนำชายหนุ่ม อย่างไรก็ตามภานุนั้นกลับไม่ได้สนใจอะไรมากนักกับคำเตือนนั้นเพราะเขาเองก็ไม่ได้คิดจะขยับตัวหลบหมัดอย่างเดียวอยู่แล้ว เขากำลังจะสวนกลับ

    “ฟุบ! ”

    ร่างของภานุพุ่งไปข้างหน้าหาร่างของ Mad dog พร้อมกับเสียงของสายลมที่หมุนเวียนและเกื้อหนุนราวกับสามารถสั่งได้ ทักษะ” หนึ่งเดียวกับสายลม” ถูกเปิดใช้งาน ภานุไม่กลัวที่จะเปิดเผยความสามารถและพรสวรรค์ของเขาในสถานที่แห่งนี้ เพราะอย่างไรในที่แห่งนี้ก็ไม่มีใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา

    [สุดยอดไปเลยครับ ดูเหมือน “ยักษ์” จะเริ่มสวนกลับบ้างแล้วนะครับ! ดูนั่นสิครับนั่นต้องเป็นพรสวรรค์หายากแน่ๆ ช่างรวดเร็วอะไรเช่นนี้!]

    นักพากย์และผู้ชมต่างตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน เมื่อพบเห็นความเร็วการเคลื่อนไหวของภานุ พรสวรรค์นั้นไม่ใช่สิ่งที่พบง่ายๆ ทุกครั้งที่มันปรากฏขึ้นล้วนแล้วแต่ได้รับความสนใจของผู้คนอย่างถึงที่สุด

    ใบหน้าภายใต้หน้ากากของ Mad dog แสดงอารมณ์ที่หลากหลายออกมา ก่อนที่มันจะเปลี่ยนกลับไปเป็นสงบเช่นเดิม ภานุเองก็ไม่ได้ชะล่าใจเมื่อเห็นท่าทางนิ่งๆ ของอีกฝ่าย ศัตรูที่โกรธอยู่มักจะอันตรายน้อยกว่าพวกที่ใจเย็นอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้

    “ฉันอยากจะรู้เหมือนกันว่านายจะสงบแบบนั้นอยู่ไหม ถ้าเห็นสิ่งนี้! ”

    ภานุกล่าวขึ้นเมื่อประชิดตัวความมั่นใจของเขาเพิ่มขึ้นไปอีกหลายส่วน ก่อนที่จะปล่อยหมัดที่น่าตกตะลึงพุ่งไปโจมตีอีกฝ่าย หมัดนั้นในตอนแรกนั้นดูเชื่องช้าเป็นอย่างมาก Mad dog เห็นแบบนั้นก็ส่ายหัวก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยความผิดหวังว่า

    “หมัดที่น่าผิดหวังนี่เหรอที่อยากให้เห็น…”

    ยังไม่ทันที่เขาจะกล่าววาจาจบประโยคในขณะที่ตั้งใจจะหลบหมัดของภานุอย่างง่ายๆ นั้น หมัดของภานุกับสำแดงสิ่งที่น่าเหลือเชื่อออกมา มันได้พุ่งจู่โจมเป้าหมายเสียแล้วซึ่งเป็นตอนไหนไม่มีใครรู้

    “ปัง! ”

    หมัดของภานุกระแทกกลางลำตัวของคู่ต่อสู้เต็มๆ เหล่าผู้ชมต่างก็งงงวย ว่าเหตุใด Mad dog นั้นจึงไม่สามารถหลบหมัดที่ดูเชื่องช้าของภานุได้ ซึ่ง Mad dog ก็ได้ก่นด่าอยู่ในใจ เพราะมีเขาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รู้เหตุผล

    “หมัดลวงตา! ”

    ด้านบนห้องกระจกสำหรับแขกผู้ทรงเกียรตินั้นบอสของโลกใต้ดินถึงกับลืมตัวและลุกขึ้นมองการต่อสู้ด้วยความตกตะลึง และกล่าวออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ

    “เจ้าหนูที่เจ้าริกแนะนำมาถึงขนาดสามารถเรียนรู้หมัดลวงตาผ่านการมองเพียงไม่กี่ครั้ง นี่มันเกินไปแล้ว! ”

    แบล็คที่ยืนอยู่ข้างๆ เองก็ไม่อยากจะเชื่อมันรีบสงบอารมณ์ของตัวเองก่อนที่จะหันกลับไปถามบอสของมันว่า

    “บอสเป็นไปได้ไหมว่า เจ้าหนูนี่จะเคยเรียนรู้หมัดลวงตามาก่อนที่จะมาที่นี่อยู่แล้ว? ”

    “เป็นไปไม่ได้! ในจดหมายริกได้เขียนบอกฉันแล้วว่าความสามารถทางการต่อสู้เป็นศูนย์ หากไม่นับรวมทักษะการใช้ธนูและความกล้าหาญของเขา”

    แบล็คถึงกับกลืนน้ำลาย เนื่องจากไม่ใช่ครั้งแรกที่ริกได้ส่งนักสู้มาที่นี่เพื่อฝึกฝน ทุกคนที่ริกส่งมาล้วนแล้วแต่เป็นทหารใหม่ไม่มีสักคนที่เป็นนักเรียนทหารเหมือนกับภานุ อย่างไรก็ตามในจดหมายทุกฉบับที่ฝากมานั้นล้วนแล้วแต่วิเคราะห์ความสามารถและพรสวรรค์ของคนที่ถูกส่งมาเอาไว้ และมันไม่เคยผิดพลาด กล่าวได้ว่าริกนั้นเป็นแมวมองในกองทัพหน่วยพิฆาตเลยก็ว่าได้

    ….

    กลับมาที่สนามประลอง ตัวของ Mad dog นั่นโก่งงอเมื่อถูกจู่โจมที่ลำตัว ในขณะที่สายตาของมันยังจ้องมองมาที่ภานุด้วยความไม่อยากเชื่อ ใครๆ ก็สามารถมองออกว่ามันประหลาดใจจริงๆ

    “จะตกใจตอนนี้ยังเร็วเกินไป! ”

    เสียงกล่าวของภานุดังขึ้นทำให้ Mad dog ตื่นจากอาการตกตะลึง มันกลับมาสังเกตการณ์เคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้อีกครั้ง และพบว่าภานุนั้นต้องการที่จะต่อยมันด้วยหมัดลวงตาอีกหมัด

    “แกคิดน้อยเกินไป วิชาของฉัน ฉันย่อมต้องรับมือได้! ”

    หมัดลวงตาที่ดูเหมือนถูกถอดแบบออกมาจากต้นฉบับนั้นถูกมองดูอย่างดูถูกจาก Mad dog เขาสามารถหลบหมัดลวงตาของภานุได้อย่างไม่อยากเย็นนักด้วยการก้าวถอย ซึ่งดูจะลำบากมากยิ่งกว่าตอนที่ภานุหลบหมัดของเขาเสียอีก

    ภานุดูจะไม่ได้แปลกใจอะไรเลยเมื่อเห็นว่าเจ้าของวิชานั้นจะสามารถหลบเลี่ยงและรับมือกับวิชาของตนเองได้ เขายังคงมุ่งมั่นที่จะจู่โจมต่อไป ในขณะเดียวกัน Mad dog ที่เห็นว่าชายหนุ่มยังไม่ละความพยายามก็เริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมา อย่างไรก็ตามในขณะที่มันเตรียมพร้อมที่จะหลบหมัดลวงตาของภานุนั้นมันก็ต้องตกตะลึงกับภาพเบื้องหน้า

    เพราะอยู่ๆ หมัดของภานุที่มันตั้วใจจะหลบก็แยกร่างออกมา มันเห็นชัดๆ ว่าภานุนั้นต่อยมาเพียงหมัดเดียวเท่านั้น

    “มันบ้าอะไรวะ! ”

    Mad dog อดไม่ได้ที่จะต้องกล่าวออกมา หมัดสองหมัดนั้นหมัดหนึ่งมันสามารถหลบได้ ส่วนอีกหมัดหนึ่งตอนนี้ยากอย่างมากที่จะหลบ เมื่ออยู่ในสถานการณ์เช่นนี้มันจึงต้องเลือกที่จะหลบไปหมัดหนึ่งและยินยอมที่จะโดนอีกหมัดแทน

    “ปัก! ”

    หมัดลวงตาที่รุนแรงและดุดันกระแทกเข้าเต็มๆ ที่กลางหน้าของ Mad dog มันอดรู้สึกโกรธไม่ได้เนื่องจากมันถูกอีกฝ่ายเล่นงานด้วยวิชาของตัวเอง

    “หมัดบ้านั่น…แกทำได้ยังไง ทำไมมันถึงแยกร่างได้! ”

    Mad dog ปรับหน้ากากที่ยุบของตัวเองเล็กน้อย ก่อนที่เลือดจะหยุดลงมาผ่านคางและตกลงพื้น หมัดของภานุนั้นพลังทำลายมหาศาลอย่างมาก ประสิทธิภาพของมันแทบไม่แตกต่างจากหมัดของผู้ฝึกตนระดับหนึ่ง

    เมื่อได้ยินคำถามของ Mad dog นั้นภานุก็ได้แต่หัวเราะในใจ และเลือกที่จะไม่ตอบคำถามของอีกฝ่าย เพราะแท้จริงแล้วสิ่งที่ภานุได้แสดงออกไปมันก็คือหมัดลวงตาเช่นเดียวกัน แต่หากเอาไปเปรียบเทียบหมัดลวงตาต้นฉบับนั้นหมัดของชายหนุ่มสมควรถูกเรียกว่าหมัดลวงตามากกว่าเสียอีก

    หลักการของมันนั้นง่ายดายอย่างมาก มันคือการผสมผสานระหว่างการใช้หมัดลวงตาและหมัดแย็บหลอก หากทำสองอย่างต่อเนื่องกันด้วยความเร็วที่มากพอก็จะสร้างภาพลวงตาหมัดซ้อนกันสองหมัดออกมาได้ หมัดของภานุยังไม่สมบูรณ์แบบมากนักแต่ชายหนุ่มเชื่อว่าในอนาคตหากเขาฝึกมากขึ้นมันจะสมบูรณ์แบบและยากที่จะรับมือ

    อีกด้านหนึ่งเมื่อ Mad dog เห็นว่าภานุไม่ต้องการจะตอบคำถามของมัน มันก็ได้เงียบลงไปทันทีมันยืนอย่างมั่นคงก่อนที่จะขยับหน้ากากของตัวเองให้เข้าที่

    “ไม่คิดเลยแค่สู้ในระดับซี กับมีคนที่ทำให้ฉันถึงกับต้องใช้ความสามารถที่แท้จริงออกมา”

    Mad dog ได้กล่าวออกมาด้วยความเย็นชา อย่างไรก็ตามภานุในตอนนี้นั้นไม่ได้สนใจคำพูดของอีกฝ่ายมากนัก เขาคิดอย่างเดียวคือต้องรีบจู่โจมด้วยหมัดลวงตาที่เขาคิดค้นขึ้นเองนี่ก่อนที่อีกฝ่ายจะเรียนรู้และมองมันออก

    “ฟุบ! ”

    หมัดลวงตาฉบับของภานุได้พุ่งแหวกอากาศออกไปอีกครั้ง ก่อนที่มันจะแยกร่างออกไปเป็นสองหมัดอย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งMad dog ในตอนนี้ได้แต่ยืนนิ่งและไม่ตอบสนองอะไร จนในที่สุดหมัดของภานุก็ได้พุ่งกระแทกกลางหน้าอกของอีกฝ่าย

    “หืม? ”

    ภานุรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเมื่อสัมผัสอะไรไม่ได้เลยหลังจากหมัดของเขาถูกร่างของอีกฝ่าย ก่อนที่สายตาของชายหนุ่มจะเปลี่ยนไปเป็นตกตะลึงและดูโง่งม เมื่อหมัดของเขาได้พุ่งทะลุร่างของ Mad dog ไปราวกับตัวของ Mad dog นั้นเป็นเพียงวิญญาณ ร่างของ Mad dog ค่อยๆ หายไปช้าๆ ราวกับทุกอย่างเป็นภาพลวงตา

    ภานุมองไปทางซ้ายและทางขวาด้วยความลนลาน การสูญเสียตำแหน่งของศัตรูไปนั้นยิ่งทำให้ความหวาดกลัวของเขาเพิ่มมากขึ้น ทันในนั้นเองสัมผัสอันตรายที่เขามักจะรู้สึกมันก็ได้ปรากฏขึ้นที่ด้านหลังของเขา อย่างไรก็ตามสัมผัสถึงอันตรายในครั้งนี้เป็นครั้งแรกของภานุที่รู้สึกว่าตัวเขาไม่มีความสามารถมากพอที่จะหลบเลี่ยงมันได้ แม้ว่าเขาจะรู้ถึงมันก็ตาม ซึ่งอันตรายที่รับรู้แต่ไม่อาจหนีพ้นได้นั้นหมายความว่าสิ่งที่คุกคามเขานั้นต้องเหนือกว่าเขาเป็นอย่างมาก

    “มองไปทางไหนกัน…”

    เสียงกล่าวอันเย็นยะเยือกดังขึ้นเบื้องหลังของภานุ แต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะหันกลับไปมองภาพเบื้องหน้าของเขาที่มองเห็นพลันบิดเบี้ยวก่อนที่หมุนวนไปมา

    “ปัง! ”

    แรงกระแทกอันมหาศาลได้กระแทกที่หลังของชายหนุ่มความรู้สึกเจ็บปวดนั้นเกินกว่าครั้งไหนที่เคยได้สัมผัส ก่อนที่ชายหนุ่มจะกระอักเลือดออกมาจำนวนมาก

    ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้เมื่อชายหนุ่มสังเกตว่าตนเองอีกครั้ง และพบว่าตนเองกำลังลอยหมุนอยู่กลางอากาศและตกลงที่พื้นเวที จากนั้นก็หมดสติไป

    คล้ายกับเรื่องThe Dark Ages ที่คุณอ่าน