ความหวังของหญิงสาว
เวลาผ่านไปวันทำงานก็กลับมาอีกครั้งตามกำหนดการของทุกอาทิตย์วันนี้คือวันเก็บเกี่ยวทรัพยากร
ทุกคนแยกย้ายกันไปทำงานตามตารางงานของตัวเองอย่างคล่องแคล่วไม่มีใครสับสนในงานที่ต้องทำอีกแล้วทุกคนคุ้นเคยพอและเข้าใจถึงงานที่ต้องรับผิดชอบเป็นอย่างดี
ประสิทธิภาพในการทำงานก็ดีขึ้นมากจนเกิดเป็นผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์ผลลัพธ์ของงานในวันนี้ยังเหนือกว่าที่กัสคิดเอาไว้เสียอีก
เดิมทีแผนการของเขาเริ่มต้นด้วยการเก็บเกี่ยวทรัพยากรตามมาด้วยการขุดสระน้ำสำหรับปลูกข้าวบนน้ำ ขุดร่องน้ำสร้างแปลงเพาะปลูกพืชสำหรับแปรรูปเป็นอาหารสัตว์
งานทั้งหมดนี้ตามกำหนดของกัสมันมีกำหนดการที่ต้องทำถึง3 วัน ทว่าผลลัพธ์ของงานในวันแรกกลับทำงานเสร็จสิ้นไปถึง 2 ใน 3 ส่วนได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ผลลัพธ์นี้ทำให้กัสประหลาดใจแต่หลังจากนิ่งคิดได้ครู่ใหญ่เขาก็พอใจเข้าถึงเหตุผลของผลลัพธ์ในวันนี้
เหตุผลที่ว่ามาจากเม็ดยาที่สกัดมาจากเลือดของเขารวมกับการฝึกคู่ที่เขาทำร่วมกับข้ารับใช้ของเขาเอง
ในตอนนี้คนที่ผ่านมือเขาไปแล้วและได้รับพลังอย่างเหมาะสมมีเพียงอิจิโกะกับน้องแมงมุมสาวทั้งสามแล้วก็มิโดริเท่านั้น
ส่วนเด็กสาวเผ่าหนอนโลหะนั้นเนื่องจากยังไม่มีเวลาไปดูแลกัสเลยส่งเม็ดยาไปให้ก่อนและกำชับให้เธอทานตอนเช้าและกลางวันหลังมื้ออาหาร
ผลลัพธ์จากเม็ดยาสองเม็ดทำให้เด็กสาวมีพลังให้ใช้ราวกับไม่มีวันหมดสิ้นเธอทำหน้าที่ขุดดินให้กับกัสด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง
ดินแดนรกร้างที่ขยายใหญ่เป็นเท่าตัวนั้นแน่นอนว่ามันต้องมีจุดที่ขุดดินได้มากขึ้นแม้จะเพิ่มขึ้นไม่ถึงหนึ่งเท่าตัว แต่อย่างน้อยก็เพิ่มขึ้นมามากกว่า 80เปอร์เซ็นต์
ทว่าเด็กสาวกลับขุดดินทั้งหมดเสร็จในช่วงบ่ายของวันเพียงเท่านั้นส่วนเวลาหลังจากนั้นเด็กสาวก็ไปช่วยกัสขุดสระน้ำสำหรับปลูกข้าวบริเวณใกล้ๆทะเลสาบแทน
งานในส่วนนี้นับว่าหนักที่สุดแล้วทว่าทำง่ายกว่ามากเพราะไม่ต้องใช้หลักการคำนวณใดๆ เพียงแค่ขุดดินลงไปให้ได้ระดับความลึกที่เหมาะสมราว 1 เมตรเท่านั้น พื้นที่ที่ต้องขุดเองก็แค่ 5 ไร่เท่านั้น
ด้วยพลังของกัสที่เพิ่มพูนขึ้นและเด็กสาวเผ่าหนอนโลหะที่มีพลังไร้ขีดจำกัดชั่วระยะหนึ่งเพราะเม็ดยาของกัสทั้งสองคนร่วมมือกันขุดเพียง 1 วันก็เสร็จสิ้น เหลือเพียงการปูแผ่นหินลงไปที่ก้นสระซึ่งเป็นงานที่หนักยิ่งกว่าเสียอีก
ยังดีที่แผ่นหินไม่ได้ทำยากเมื่อมีโรสที่ทำงานมานานช่วยตัดแผ่นลูกบาศก์หินที่สะสมเอาไว้มากเป็นแผ่นหินที่หนา1 นิ้ว จำนวนมากแล้วส่งไปด้วยเวทมนตร์เคลื่อนย้ายของกล่องเก็บของระดับ 3 ระยะทางที่ยาวไกลไปบ้างก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
เพียงใส่แผ่นหินลงไปในกล่องจากนั้นกระตุ้นเวทมนตร์จากผลึกเวทพริบตาเดียวแผ่นหินที่หลักหลายตันก็ถูกส่งไปยังกล่องอีกใบที่อยู่ใกล้ๆกับสระ
เพียงเท่านั้นหน้าที่ของกัสก็แค่นำมันลงไปปูที่ก้นสระในตำแหน่งที่เหมาะสมก็เสร็จสิ้น
เทียบกับการขุดดินแล้วงานในส่วนนี้ดูจะยุ่งยากกว่าด้วยซ้ำแต่พวกเขาก็ทำเสร็จในหนึ่งวันเพราะมีผู้ช่วยจำนวนมากมาคอยช่วย
เหล่าน้องสาวที่ได้รับยาเม็ดแบบเดียวกับเด็กสาวเผ่าหนอนโลหะก็มีพลังวังชาไม่มีสิ้นสุดพอๆกัน ถึงเรื่องของกำลังจะเทียบไม่ได้ แต่หินแผ่นหนึ่งหนักเพียงไม่กี่กิโลกรัมย่อมไม่ใช่ปัญหาของพวกเธออยู่แล้ว
นอกเหนือจากผลลัพธ์ในงานเก็บเกี่ยวทรัพยากรแล้วผลลัพธ์จากพื้นที่สิ่งทอเองก็เหนือความคาดหมายของกัสไปมากพอสมควร
นั่นคือแปลงปลูกฝ้ายถูกเตรียมจนแล้วเสร็จด้วยฝีมือของแมงมุมสาวทั้งสามคนโดยที่กัสไม่ได้มอบหมายงานในส่วนนี้ให้พวกเธอแต่อย่างใด
ผลลัพธ์นี้ทำให้กัสประหลาดใจแต่หลังจากทราบเหตุผลเขาก็ทำได้เพียงยิ้มด้วยความชอบใจเพียงเท่านั้นและยอมรับคำขอของแมงมุมสาวทั้งสาม
“ดี! ตกลงตามที่พวกเจ้าขอ ข้าจะมอบหมายงานเก็บเกี่ยวและปลูกฝ้ายใยไหมให้กับพวกเจ้าก็แล้วกันส่วนพื้นที่จัดการกันเอาเองก็แล้วกัน เส้นแบ่งเขตคือแม่น้ำข้าอนุญาตให้เจ้าขยับขยายพื้นที่ได้ตามที่ต้องการ”
เมื่อได้รับงานเช่นนี้เหล่าแมงมุมสาวก็ยิ้มหวานด้วยความขอบคุณ แม้ว่างานนี้จะทำให้พวกเธอเหนื่อยกว่าเดิมทว่าสามสาวกลับถือว่าเป็นหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายคือความไว้วางใจของกัสทำให้พวกเธอตื่นเต้นยินดียิ่งกว่าตอนที่ได้รับงานทอเพียงอย่างเดียวเสียอีก
สีหน้าของสามสาวทำให้กัสอดไม่ได้ที่จะนึกถึงอิจิโกะกับน้องขึ้นมาสามคนนั้นก็ดีใจแบบนี้เหมือนกันตอนที่เขาส่งมอบงานที่ยากลำบากไปให้
คิดถึงส่วนนี้กัสก็มองย้อนกลับไปยังเด็กสาวเผ่าหนอนโลหะและผีเสื้อสาวที่ดูเหมือนจะยังไม่ได้รับหน้าที่ที่เหมาะสมเท่าที่ควร
‘ไม่สิ เด็กคนนั้นน่าจะพูดว่าทำงานหนักเกินไปแล้วด้วยซ้ำ..หรือว่าไม่หนักนะ’
ความแตกต่างทางด้านเผ่าพันธุ์นำมาซึ่งความเข้าใจที่ผิดเพี้ยนเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยๆทำให้กัสอดไม่ได้ที่จะนำเรื่องนี้ไปปรึกษาซีต้า จนท้ายที่สุดก็ทำได้เพียงถอนหายใจออกมาเบาๆ
สีหน้าของซีต้ายามที่มองดูกัสนั้นทำให้เขารู้สึกขัดเขินอย่างบอกไม่ถูกในขณะเดียวกันก็รู้สึกเหมือนตัวเองกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งจริงๆ
“เด็กโง่..เผ่าหนอนโลหะนะชำนาญการขุดดินที่สุดสำหรับพวกนางแล้วงานแค่นี้ไม่ใช่ปัญหาอะไรเสียด้วยซ้ำ บางทีเจ้าอาจจะไม่รู้แต่กล้ามเนื้อและกระดูกของเด็กสาวจากเผ่าหนอนโลหะนั้นมีธาตุโลหะผสมอยู่มากทีเดียวสำหรับพวกนางดินพวกนี้ก็เหมือนกับนุ่นนั่นแหละ”
คำอธิบายของซีต้าทำให้กัสคิดถึงฉากที่เด็กสาวขุดดินก้อนใหญ่ที่หนักเป็นสิบๆกิโลกรัมขึ้นมาราวกับไร้น้ำหนัก ภาพนั้นจนถึงตอนนี้ก็ยังทำให้เขาทึ่งไม่หาย
แต่หลังจากเข้าใจพวกเธอมากขึ้นเขาก็ต้องยอมรับว่าสภาพร่างกายของพวกเธอนั้นแตกต่างจากเผ่าอสูรของพวกเขาจริงๆ
หากกัสทราบว่าต้นกำเนิดของพวกเธอนั้นอาศัยอยู่ในดินแดนแห่งหุบเขาเมื่อพันปีก่อนแล้วละก็เขาคงจะเข้าใจว่าทำไมพวกเธอถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้
สิ่งมีชีวิตที่เกิดและเติบโตในดินแดนที่เต็มไปด้วยหินกัดกินก้อนหินแข็งๆ และแร่โลหะเป็นอาหาร สิ่งมีชีวิตที่สามารถเคลื่อนไหวไปตามพื้นดินและหินได้ราวกับปลาที่แหวกว่ายอยู่ในน้ำนั้นพวกเธอจะต้องมีพื้นฐานร่างกายเช่นไรถึงจะทำแบบนั้นได้
ต่อให้เวลานี้พวกเธอสืบทอดลูกหลานมารุ่นสู่รุ่นมีความเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้นกับพวกเธอ แต่ความแข็งแกร่งตามธรรมชาติของพวกเธอก็แทบไม่ลดลงเลยสักนิด
หรืออาจจะพูดได้ว่าพวกเธอแข็งแกร่งยิ่งกว่ารุ่นก่อนๆด้วยซ้ำเพราะสมัยนี้มีวิชาที่เหมาะสมกับเผ่าพันธุ์ของพวกเธอเกิดขึ้นไม่น้อย ทำให้เด็กสาววัยเยาว์สามารถฝึกฝนเพื่อทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้นมาได้มากกว่าในอดีตที่ต้องพึ่งพาการฝึกฝนตามธรรมชาติเพียงอย่างเดียว
ส่วนผีเสื้อสาวนั้นงานที่กัสมอบให้เธอก็เป็นงานที่เบาที่สุดตั้งแต่แรก มีเพียงการดูแลดอกไม้การปลูกดอกไม้และทำสวนเพียงเท่านั้น
งานพวกนี้พูดไปแล้วง่ายที่สุดกัสเลยเริ่มที่จะคิดถึงการส่งต่อหน้าที่บางอย่างไปให้เธอเพิ่มจะได้มีงานทำมากขึ้นเป็นการบริหารที่เหมาะสม
คิดถึงจุดนี้กัสก็ทำได้เพียงถอนหายใจและคิดถึงความผิดพลาดที่มากมายของเขาจนอดคิดไม่ได้ว่าถ้ามีคนมาช่วยเขาก็คงจะดี
ความคิดแบบนี้เกิดขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะหายไปตามกาลเวลา
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆกัสยังคงวุ่นวายอยู่กับงานเลยไม่ได้แบ่งเวลาไปให้ความเอ็นดูข้ารับใช้กลุ่มอื่นอีกนอกจากมิโดริที่ต้องรับพลังจากเขาบ่อยๆ เพื่อกลั่นหยาดแห่งชีวิตและอิจิโกะกับน้องที่อยู่บ้านเดียวกันจนทำกันได้ทุกคืนแล้วกัสก็ไม่ได้ไปหาใครเพิ่มอีกเลย
แมงมุมสาวทั้งสามเองแม้จะแอบผิดหวังแต่ก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรเพิ่มเพราะว่าหลังจากค่ำคืนนั้น กัสก็ส่งเม็ดยามาให้พวกเธอไม่ขาดจนทำให้พวกเธอสามารถทำงานได้มากขึ้นแข็งแกร่งขึ้นและมีสัญญาณของการเติบโตที่ทำให้พวกเธอตื่นเต้นยินดีจนรู้สึกพึงพอใจเป็นที่สุดแล้ว
ไม่เพียงแค่แมงมุมสาวทั้งสามอิจิโกะกับน้องเองก็มีสัญญาณของการเติบโตเช่นกัน มันเป็นสัญญาณที่ทำให้กัสสงสัยจนต้องเอาไปถามซีต้าอีกรอบแต่ถูกมองมาด้วยสายตาแปลกๆ อีกครั้งพร้อมกับคำอธิบาย
กัสเองก็ทำได้เพียงยิ้มฝืนๆแต่ก็แอบยินดี สัญญาณของการเติบโตก็คือ สัญญาของการพัฒนาของเผ่าแมลง สัญญาณนี้เป็นสัญญาณที่ดีและยากที่จะเกิดเพราะว่ามีน้อยคนนักที่จะได้รับความเอ็นดูจากเจ้านายและได้รับพลังในปริมาณที่มากพอจนสามารถวิวัฒนาการได้
นี่เป็นอีกหนึ่งความสามารถของเผ่าแมลงที่มีต้นกำเนิดจากอสูรความสามารถในการวิวัฒนาการหลังจากถือกำเนิด
ทว่าเรื่องพวกนี้เป็นสิ่งที่พบได้หวังไม่ได้มันเป็นสิ่งที่มีความลึกลับที่สุดเรื่องหนึ่งของเผ่าแมลงการค้นพบนี้จึงทำให้ซีต้าตื่นตัวขึ้นมาไม่น้อยและเริ่มเก็บข้อมูลเพิ่มเติมไม่หยุดด้วยการเรียกข้ารับใช้เผ่าแมลงทุกคนของกัสมาตรวจสุขภาพทุกวันตอนเย็นหลังเลิกงาน
งานของวันแรกจบลงด้วยผลงานที่ดีเกินความคาดหมาย
เมื่อวันที่สองเริ่มต้นมันก็มีสิ่งที่เหนือความคาดหมายของกัสเพิ่มขึ้นอีกนั่นคือการปลูกผักวิเศษจำนวน 50ต้นในดินแดนรกร้างของมิโดริ
งานนี้ทำให้กัสตกใจจนต้องเข้าไปดูหลังจากที่มิโดริเริ่มปลูกผักวิเศษชนิดใหม่ที่มีชื่อว่า‘ขิงเนื้อทอง’ ผักชนิดนี้ก็คล้ายๆกับขิงทั่วไปแต่มีเนื้อสีทองเท่านั้น
ซึ่งประสิทธิภาพของมันก็สมชื่อของขิงมีคุณสมบัติคล้ายกับขิงเกือบทุกอย่าง ทว่าดีกว่าเป็นร้อยเท่าได้ซึ่งทั้งหมดนี้มิโดริปลูกไว้เพื่อให้กัสได้ใช้งานโดยเฉพาะ
ทว่าผักวิเศษที่มิโดริทดลองปลูกนั้นยังไม่หมดเพียงเท่านั้นแค่ยังมี ‘แครอททองคำ’ และ ‘กระเทียมดำ’ อีกสองชนิดอีกด้วยซึ่งผักวิเศษพวกนี้ล้วนเป็นผักที่มีสารอาหารบำรุงระบบหายใจทั้งสิ้นมันดีต่อปอดและหลอดลมของกัสอย่างมาก
ซึ่งก็แน่นอนว่ามิโดริเลือกผักชนิดนี้มาก็เพื่อกัสโดยเฉพาะซึ่งสร้างความพึงพอใจให้กับกัสไม่น้อย
ผลลัพธ์จากการปลูกผักวิเศษ50 ต้นยังไม่เป็นปัญหา ค่ายกลของผีเสื้อสาวยังมีประสิทธิภาพทั้งยังดีขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำหลังจากที่ปลูกดอกไม้อีกสองชนิดเพิ่มเข้าไป
ดอกไม้ที่เพิ่มเข้าไปนั้นมีดอกไม้‘สองกลิ่น’ ที่กัสคุ้นเคยดีทว่าดอกไม้ที่ปลูกในครั้งนี้เป็นสายพันธุ์ที่ถูกปรับปรุงใหม่ให้มีความโดดเด่นเรื่องกลิ่นมากกว่าเดิม
ทั้งยังมีดอกไม้‘ละอองเงิน’ รวมอยู่ด้วยในปริมาณที่เล็กน้อยทั้งนี้ก็เป็นการปลูกดอกไม้ตามหลักของค่ายกลพืชพรรณที่กัสได้มาซึ่งกว่าเขาจะมีเวลาว่างศึกษาและนำมาทดลองใช้เพื่อหลอมรวมกับดอกไม้‘ม่านหมอก’ ของเขาก็นานทีเดียว
ผลลัพธ์จากดอกไม้สามชนิดทำให้ประสิทธิภาพของการป้องกันถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นจนตอนนี้แทบจะไม่มีอะไรน่ากลัวอีกแล้วแม้ว่าจะต้องปลูกผลไม้วิเศษก็ตาม
ปัญหาเพียงอย่างเดียวที่ยังแก้ไม่ได้คือความสูญเสียที่เกิดจากสัตว์ใหญ่เท่านั้นจึงทำให้กัสยังไม่อยากรีบปลูกผลไม้วิเศษในตอนนี้แม้ว่าผลลัพธ์ของมันจะดีกว่ามากก็ตาม
‘ถึงจะน่าเสียดายอยู่บ้าง..แต่ถ้าใช้ปริมาณเข้ามาแทนที่ละก็มันก็ไม่ใช่ปัญหาละนะ’
คิดแล้วกัสก็ยิ้มน้อยๆ พลางมองดูภาพจากมุมสูงบนกำแพงมองดูเหล่าแมลงนับร้อยที่บินตรงเข้ามายังสวนผลไม้แห่งนี้อย่างบ้าคลั่ง
ฝูงแมลงที่มองเห็นเป็นกลุ่มก้อนสีดำบินตรงเข้ามาไม่ขาดสายด้วยชนิดของผักที่แตกต่าง ระดับความยากที่แตกต่าง ส่งผลให้ปริมาณแมลงที่บินตรงเข้ามาแตกต่างกันไปด้วยเช่นกัน
“ไม่เลวๆ ใช้วิธีเลือกชนิดของผักที่มีรอบการบุกของศัตรูพืชที่แตกต่างกันก็เพื่อลดภาระของม่านหมอกสินะ..มิโดรินี่น่าทึ่งจริงๆแฮะ”
ขณะที่พูดถึงกัสก็มองไปยังน้องสาวทั้งสองคนของเขา สองสาวที่ยังค้นหาความชอบไม่เจอทำให้กัสไม่สามารถส่งมอบงานหลักให้กับพวกเธอได้
ต่างจากน้องสาวอีกสี่คนที่ตอนนี้กำลังทำงานอยู่ในโรงปั้น2 คน โรงไม้ 1 และโรงสกัดหินอีก 1จนเหลือเพียงสองคนนี้เท่านั้นที่ยังไม่เลือกงานที่ชอบและขอทำงานไล่จับแมลงต่อไป
แน่นอนว่ากัสย่อมไม่ปฏิเสธเพราะว่าการเก็บเกี่ยวในช่วงเวลานี้ยังไงก็ต้องใช้คนมาทำหน้าที่ในส่วนนี้
ขณะเดียวกันนั้นกัสก็มองไปยังด้านข้างมองดูถังใบใหญ่ที่ติดตั้งใบมีดสำหรับปั่นแมลงถังใบนี้ถูกสร้างและปรับปรุงตามแบบที่มิโรดิออกแบบเพื่อทำการแปรรูปซากแมลงให้กลายเป็นปุ๋ยโดยเฉพาะ
ผลลัพธ์ของการทำงานนั้นนับว่าพอใช้ได้ทว่ามันก็ยังต้องพึ่งพาพลังเวทของผู้ใช้งานเป็นตัวหลอมละลายเหมือนเดิมแต่มีประสิทธิภาพมากกว่าในด้านของการหลอมละลายเพราะมีเครื่องปั่นช่วยสนับสนุน
และก็แน่นอนว่าเครื่องปั่นนี้เป็นแบบที่ทำงานด้วยแรงคนซึ่งคนที่ทำหน้าที่นี้ก็ไม่พ้นเด็กสาวเผ่าหนอนโลหะที่คอยถีบจักรที่ทำจากวงล้อเหล็กกับสายโซ่เพื่อขับเคลื่อนกลไกง่ายๆของถังปั่นสองใบ
ส่วนคนที่มาช่วยอีกคนก็คือผีเสื้อสาวเธอรับหน้าที่ขนซากแมลงไปใส่ถังด้วยปีกของเธอซึ่งนับว่าเป็นงานที่เหมาะสมกับเธอทีเดียวเพราะเผ่าผีเสื้อหิมะมายาของเธอนั้นมีเวทมนตร์พิเศษที่ทำให้บินได้
ในดินแดนนี้นอกจากอิจิโกะกับน้องแล้วก็มีเธออีกคนที่ทำแบบนี้ได้ ซึ่งเป็นพรสวรรค์พิเศษของเผ่าแมลงทั้งสองเผ่าของพวกเธอ
ส่วนคนอื่นๆนั้นตอนนี้ก็ยังทำงานของตัวเองตามแผนที่วางเอาไว้ ซึ่งพยายามเร่งผลิตผลงานออกมาอย่างสุดความสามารถเพื่อเพิ่มปริมาณDP ให้มากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นคริสตัลกับคนของเธอที่ต้องทำงานหนักขึ้นเพราะหลังจากดินแดนขยายตัวทะเลสาบน้ำแข็งที่พวกเธอรับผิดชอบก็ขยายตัวไปด้วยเช่นกัน
รูบี้กับแซฟไฟร์และข้ารับใช้เองก็กำลัรับมือกับงานหนักอย่างทรายทองคำที่จัดการได้ยากกว่าทรายทั่วไปมาก
ทว่าคนที่รับมือกับทรายทองคำได้ก็มีเพียงรูบี้กับแซฟไฟร์เท่านั้นเนื่องจากความร้อนที่สูงมากขณะที่มันอยู่ในสภาพหลอมเหลวทำให้มีเพียงพวกเธอสองคนเท่านั้นที่ทนรับไหวและใช้ศิลปะหลอมแก้วมาจัดการได้โดยตรง ต่างกับเหล่าข้ารับใช้ที่แค่เข้าใกล้ก็หลั่งเหงื่อจนชุ่มโชก
ทางด้านของอิจิโกะกับน้องก็ยกระดับประสิทธิภาพของผลงานได้ดีกว่าเดิมหลังจากผ่านช่วงที่ทรัพยากรจำกัดไปกัสก็เริ่มขอให้พวกเธอเร่งผลงานกันอีกจนตอนนี้ได้วกกลับมายังปัญหาเดิมนั่นคือทำงานไม่ทันอีกครั้ง
ดินแดนรกร้างคือดินแดนของทรัพยากรจำพวกแร่ธาตุในดินการขยายตัวของดินแดนนี้ทำให้ทรัพยากรดินของกัสพุ่งทะยานขึ้นไปอย่างน่ากลัวจนโรงปั้นระดับ3 ไม่สามารถใช้งานดินปริมาณมากขนาดนี้ได้ไหวอีกต่อไป
ทว่ากัสก็ไม่สามารถเพิ่มระดับโรงปั้นได้เขาเลยทำได้เพียงมองดูด้วยความเสียดายและขอให้น้องสาวทั้งสองของเขาจัดการกับดินพวกนี้ด้วยการปั๊มลงแม่พิมพ์เพื่อทำเป็นก้อนอิฐแทนเพื่อเป็นการเผาผลาญดินปริมาณมหาศาลเหล่านี้
ขั้นตอนนี้ทำให้พื้นที่เดิมที่เคยเป็นบ่อดินของกัสกลายเป็นลานกว้างโล่งๆ ที่มีก้อนอิฐเรียงรายเป็นแถว
พวกเขาต้องหันกลับไปใช้วิธีตามธรรมชาติกับอิฐพวกนี้เนื่องจากห้องเก็บของในโรงปั้นไม่สามารถเก็บพวกมันได้
นี่นับเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ปลายเหตุทว่ามันก็จำต้องทำเพราะกัสไม่มีวิธีอื่นอีกแล้วในการจัดการกับปัญหานี้ เพราะขนาดใช้เตาเผาวันละ3 ครั้งก็ยังไม่เพียงพอต่อการเผาผลงานพวกนี้เลย
ภายใต้การฝืนทำงานกับการกินยาเม็ดที่สกัดจากพลังของกัสผลงานของทุกคนก็มีแต่จะพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้หลายๆ คนเริ่มตกใจ
โดยเฉพาะบราวนี่กับโรสที่อยู่มานานกว่าใครจนได้เห็นพัฒนาการที่ก้าวกระโดดของเหล่าเด็กสาวที่เติบโตขึ้นอย่างน่าทึ่งหลังจากได้รับยาเม็ดยากกัส
จากเด็กสาวที่ก่อนหน้านี้ยังต้องให้เธอช่วยพยุงท่อนไม้ที่สูงกว่าเธอถึง3 เท่า บัดนี้โรสก็ไม่ถูกขอให้ช่วยอีกแล้ว หากแต่ถูกเด็กสาวแซงหน้าจนทำงานได้ดีกว่าไปแล้วด้วยซ้ำ
ทางด้านของบราวนี่ที่ทำงานในโรงสกัดหินก็ได้เห็นพัฒนาการของเด็กสาวตัวน้อยที่ก้าวหน้าไปไกลชนิดที่แม้ว่าจะไม่ถึงกับแซงหน้าเธอได้ แต่ก็แซงหน้าลูกสาวของเธอไปไกลลิบชนิดที่ทำให้บราวนี่อดตกใจไม่ได้
เพราะว่าเผ่าหมูป่าของเธอนั้นโดดเด่นในด้านพละกำลังจนได้ชื่อว่าเป็นจอมพลังของเผ่าอสูรทั้งที่เป็นแบบนั้นกลับถูกเด็กสาวจากเผ่าหนูแซงหน้าในด้านพละกำลังไปจนได้
ตัวบราวนี่ไม่ได้รู้สึกว่ามันน่าอายเท่าไหร่จะมีก็เพียงลูกสาวของเธอก็มองดูด้วยความอิจฉาจนต้องมาอ้อนเธอบ่อยๆ ว่าทำไมพวกเธอถึงไม่มียาบำรุงกินบ้าง
เรื่องนี้สร้างความหนักใจให้กับเธอที่เป็นแม่อย่างมากทว่าเธอนั้นรู้ดีว่ายาพวกนี้ได้มายังไงทำให้เธอไม่กล้าที่จะเข้าไปขอและทำได้เพียงปลอบใจลูกสาวที่มองดูเพื่อนตัวเล็กของเธอเติบโตขึ้นจนมีพลังมากกว่าตัวเอง
ความหนักใจของบราวนี่กับโรสนั้นกัสไม่ได้รู้เลยสักนิดเพราะทั้งสองต่างรู้เรื่องนี้ดีและตระหนักดีว่ายาเม็ดของกัสเป็นสิ่งที่มีค่าขนาดไหนและสิ่งของเหล่านี้นอกจากครอบครัวแล้วคนทั่วไปไม่สมควรที่จะได้รับ
โดยเฉพาะพวกเธอที่เป็นทายาทสายนอกและเป็นเพียงลูกจ้างของกัสเท่านั้น
อีกหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้สองสาวไม่กล้าขอก็เพราะว่ากัสนั้นดูแลพวกเธอดีเกินไปจนทำให้พวกเธอละอายใจเสียด้วยซ้ำที่ทำงานให้กัสได้ไม่ดีพอแล้วแบบนี้พวกเธอจะกล้าขอร้องให้กัสมอบยาเม็ดที่สกัดมาจากพลังที่มีค่าของเขาได้ยังไง
ท้ายที่สุดพวกเธอก็ทำได้เพียงมองดูด้วยความอิจฉาพลางคิดในใจว่าหากพวกเธอได้รับเม็ดยาบ้างจะเป็นยังไง
สีหน้าของโรสปรากฏความละอายใจขึ้นมาชั่วขณะก่อนจะกลายเป็นขัดเขินเมื่ออยู่ๆ ความคิดบ้าๆก็โผล่เข้ามาในหัวของเธอโดยไม่ได้ตั้งใจ ความคิดที่จะแต่งให้กับกัสเพื่อให้ได้รับพลังจากเขา
ความคิดที่น่ารังเกียจนี้ทำให้สีหน้าของโรสบิดเบี้ยวไปเธอรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นคนหน้าไม่อายไปเสียแล้วจนต้องทุ่มเทมากกว่าเดิมเพื่อให้ได้ผลงานที่ดีขึ้น
บราวนี่เองก็มองดูลูกสาวทั้งสามที่มีสีหน้าหงอยเหงาด้วยความสงสารพลางคิดในใจว่าหากเธอยกลูกสาวทั้งสามคนให้กับกัสแล้วละก็เขาจะให้ความเอ็นดูพวกเธอบ้างหรือไม่
แนวคิดของสองสาวแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเนื่องจากสถานะภาพของทั้งสอง
คนหนึ่งเป็นหญิงสาวที่ยังไม่เคยมีความรักไม่เคยแต่งงานย่อมมีอิสระในการเลือกและมีความกล้ามากกว่า
ในขณะที่อีกคนผ่านการแต่งงานมาแล้วและเป็นสตรีที่ถูกสามีทอดทิ้งแถมยังมีใบหน้าที่อัปลักษณ์อีกมีหรือที่จะกล้าเสนอตัวให้กับกัสได้สิ่งเดียวที่เธอคิดจึงมีเพียง การยกลูกสาวของเธอให้เป็นอนุของกัสเพียงเพื่อให้พวกเธอเติบโตขึ้นมาอย่างมีความสุขเท่านั้น