ยามเฉิน
บนผานรก เด็กหนุ่มทั้งสองอ้วนผอมได้มาพบกันตามเวลานัดเจอ ซีห่าวเอ่ยถามหนึ่งประโยค "เเล้วเราจะไปกันอย่างไรจะใช้ยันต์บินไปก็สิ้นเปลื้อง"
เ้าอ้วนทำท่าส่ายหัวชิ้นิ้วเเกว่งไปมาบ่งบอกว่าไม่มีปัญหา จากนั้นก็เปิดกระเป๋ามิติออก อุปกรณ์รูปร่างเรือบินขนาดไม่ใหญ่มากขนาดพอคนสองคนขึ้นขี่ก็ปรากฎขึ้น
ซีห่าวเห็นของวิเศษชิ้นนี้จึงเอ่ยถาม "สิ่งนี้คือ?"
เ้าอ้วนจึงตอบไปว่า "มันคือเรือเหาะขนาดเล็กไว้ใช้เดินทาง ขับเคลื่อนโดยใช้ไอปราณจากฟ้าดิน จึงไม่สิ้นเปลื้องพลังลมปราณ สะดวกเป็อย่างยิ่ง"
หลังจากอธิบายสรรพคุณพอประมาณเ้าอ้วนกลัวใครจะมาเห็นเข้าไม่รีรอ รีบเดินขึ้นบนเรือไปยืนอยู่เบื้องหน้าก็กวักมือเรียกซีห่าวให้ตามขึ้นไป หลังจากนั้นตัวเรือก็คอยๆลอยขึ้นจากพื้น พาทั้งสองมุ่งตรงไปยังเมืองหลวง ที่ห่างจากเขาชิงฉู่ไม่ไกลมากนัก ทั้งสองอำพรางตัวโดยใส่ชุดชาวบ้านธรรมดา ปิดบังใบหน้าไม่ใส่ชุดสำนัก ที่ต้องอำพรางเเบบนี้เพราะมีเหตุผลหลายข้อ เช่นสำนักยังไม่อนุญาติห้ามลงจากเขาหากฝ่าฝืนจะโดนลงโทษให้ไปนั่งจ้องมองฝ่าสำนึกผิดถึงเดือนเต็ม หรืออาจเกิดเหตุไม่คาดคิด หากเกิดไปเจอของดีเข้าเเล้วถูกหมายตาอาจถูกเเย่งชิงได้ เเต่ส่วนใหญ่จะเป็อย่างหลังมากกว่า
เเล่นเรือบินมาได้ราวๆครึ่งชั่วยามก็เริ่มเห็นกำเเพงเมืองหลวง เ้าอ้วนบังคับเเล่นเรือบินลงไปยังหน้าประตูเมือง
เรือบินเเล่นลงถึงพื้นดินทั้งสองก็ย่างเท้าก้าวเข้าประตูเมือง
เมืองหลวงจักรวรรดิฉิน มีประชากรมากกว่าสามสิบหมื่น รุ่งเรืองในทุกด้านไม่ว่าจะเป็การค้าการเกษตร เพราะอยู่ในที่ราบภาคกลาง จึงไม่คอยได้รับผลกระทบเวลาฤดูเเปรเปลี่ยน วันนี้ตลาดเซียนเปิดขึ้นในรอบปี เปิดทั้งสิ้นสามวัน กินพื้นที่ไปมากกว่ายี่สิบตรอก ย่างเท้าก้าวเข้าเขตของตลาดก็เห็นผู้คนพลุ่งพล่าน ทั้งบุรุษ สตรี เด็ก คนชรา มีมากมายหลายรุ่น บ้างใส่ชุดสำนักบ้างชุดทั่วไป บ้างปกปิดใบหน้าอำพรางตัว เหล่าพ่อค้าตั้งเเผงเปิดร้านติดๆกันมองดูเเล้วตาลายไปหมด
เ้าอ้วนตบไหล่ซีห่าวเบาๆเอ่ยหนึ่งวาจา "มั่วตะลึ่งอันใดหากมั่วช้าของดีๆจะหมดเสียก่อน!"
เ้าอ้วนพาซีห่าวเดินชมพร้อมบอกจุดต่างๆ ตลาดเซียนกินพื้นที่ถึงยี่สิบตรอก เเล้วเเบ่งเเยกเป็โซนเพื่อง่ายต่อการหาซื้อขาย หากเงินไม่พอสามารถเอาของที่ราคาใกล้เคียงกันเจรจากันได้ ซีห่าวพยักหน้าบ่งบอกว่าเข้าใจเป็นัยๆหลังจากรู้จุดทิศทางของที่ตั้งร้านต่างๆทั้งสองก็เเยกย้ายกันไปหาของที่้าโดยจะนัดไปพบกันที่หน้าประตูเมืองก่อนเย็น เ้าอ้วนเเยกทางไปทางที่ขายคัมภีร์ยุทธ์
ซีห่าวเเยกไปทางด้านที่ขายสมุนไพรเพื่อหาสมุนไพรมาทำตัวยาไว้เพิ่มพลัง เดินอยู่เนืนนานผ่านไปหลายร้านจึงตัดสินใจเลือกซื้อวัตถุดิบอันไหนจ่ายไหวก็ควักเงินจ่ายอันไหนไม่ไหวนำสิ่งของที่มีออกมาต่อรองเพื่อเเลกเปลี่ยนไม่ว่าจะเป็คัมภีร์หรือยาที่ไม่ได้ใช้ส่วนยันต์ยังจะเก็บไว้ใช้ ทำอย่างนั้นอยู่ราวชั่วยามกว่าก็ได้ของที่้ามาเยอะสมุนไพรสำหรับทำยาเลื่อนขั้นระดับกลางหลายชุด ตอนนี้เดินออกจากโซนขายสมุนไพรมุ่งตรงสู่โซนศาสตราวุธ เพราะฝึกดาบซีห่าวจึงอยากจะหาดาบที่เมาะกับมือเขาสักเล่ม เพราะดาบที่าุโมอบให้ดันทำพังไปตอนฝึกก่อนหน้านี้เพราะเป็ดาบธรรมดาเมื่อระดับวิชาของเขาเลื่อนระดับขึ้นจึงไม่เเปลกที่จะทนอนุภาพของวิชาได้
เดินผ่านหลายๆร้านยังไม่พบที่ถูกใจพลันสายตาไปสะดุดเข้ากับกุล่มคนกลุ่มหนึ่งเป็กลุ่มคุณชายรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลา ดุจเทพเซียน สวมชุดสีขาวคลิบทองในมือถือพัดคนละอัน โบกสะบัดไปมา ดูจากท่าทีของคนกลุ่มนี้กับพ่อค้าเหมือนกับว่ากำลังจะต่อราคาสินค้ากันอยู่ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงย่างเท้าก้าวเข้าไปดู พลันเห็นสินค้าในกล่องที่ทั้งสองฝ่ายกำลังต่อรองกันอยู่ ในกล่องยาวมีผ้าสีเเดงวางประดับ ดาบทรงหัวปีศาจเป็สีเงินทั้งเล่ม ตกเเต่งประดับด้วยลวดลายั ปลายด้ามจับประดับพู่สีเเดง นามของมันคือ 'สะบั้นั' พ่อค้าขายในราคาเพียงสามตำลึงทองเเต่ ดูเหมือนกลุ่มคนพวกนี้้าที่จะกดราคาเพื่อที่อยากได้ของดีในราคาถูก ยังต่อรองราคากันไม่เสร็จไม่ทราบว่าบุคคลชุดขาวปกปิดใบหน้าท่อนล่างเอาไว้ผู้หนึ่งมาจากที่ใด ย่างเท้าก้าวเข้าไปเอ่ยเพียงสองคำ “ข้าซื้อ” เท่านั้นยังไม่พอวางเงินให้อีกสี่คำลังทองก่อนเก็บดาบเล่มนั้นใส่กระเป๋ามิติก่อนจะหมุนตัวย่างเท้าออกไป เเน่นนอนว่าการกระทำเช่นนี้กลุ่มคนสามคนที่ยืนต่อราคาจนปากเเห้งย่อมไม่พอใจจึงด่าทอว่าคนผู้นั้น "เ้าเป็ใครบังอาจ"
คนชุดขาวสีหน้าเรียบเฉยเพียงเอ่ยวาจา “ไม่มีเงินก็อย่าเที่ยวออกมาเผ่นผ่าน”
ได้ยินคำพูดหยามเกียรติเช่นนี้ไหนเลยพวกคุณชายหน้าบางทั้งสามจะทนได้ ไม่พูดไม่จาเพียงเเต่วิ่งเข้าไปล้อมคนหวังจะรุมต่อยตี ทั้งสามเดินพลังลมปราณจากตันเถียนไหลเวียนทั่วร่างพลันออกกระบวนท่าจูู่โจม หนึ่งหมัด หนึ่งฝ่ามือ หนึ่งลูกเตะถูกใช้ออกมาจากคนทั้งสาม เห็นได้ชัดว่าทั้งสามคนฝึกไม่เหมือนกัน คนชุดขาวเดินลมปราณไหลเวียนสู่ขาทั้งสองทะยานร่างหลบขึ้นเบื้องบน เดินพลังไหลเวียนสู่ฝ่ามือซัดออกไปเบื้องล่างคนทั้งสามเเตกกระจายคนละทิศคนละทางเอ่ยเสียงเดียวกัน “หลอมรวมชั้นสูง” ทั้งสามมองหน้ากันอย่างลุกลี้ลุกล้น คนชุดขาวผู้นี้ลำดับขั้นสูงกว่าพวกมันทั้งสามคงเคี้ยวไม่ง่าย พลันส่งสายตาบ่งบอกให้ถอย พวกมันทั้งสามไม่คิดสู้ต่อจึงรีบเผ่นเเน่บออกจากที่ตรงนั้น คนชุดขาวไม่คิดเเยเเสพวกมันพลันหมุนตัวเดินจากไป
ซีห่าวที่ยืนชมมองอยู่ในฝูงชนพลันคิดว่าคนชุดขาวผู้นี้มีท่าทีที่คุ้นตาเเต่ละครตรงหน้าได้จบไปเเล้วเหล่าผู้คนที่มามุ่งดูก็เเยกย้ายกันไป
เดินชมมองอยู่หลายร้านมากว่าสองชั่วยามก็ยังไม่เจอศาสตราที่ถูกใจจึงคิดรามือเดินออกจากตลาดไปตามที่นัดกันไว้เจอกันหน้าประตูก่อน่เวลาเย็น ทั้งสองก็ขี่เรือบินกลับสำนัก
ยามห้าย หอปรุงยา
ซีห่าวหลังจากกลับมาเเล้วก็ตรงดิ่งมาที่หอปรุ่งยาทันทีนำส่วนผสมที่ได้มากลั่นเพื่อปรุงยาเลื่อนขั้นระดับกลางออกมาเเต่ยาระดับกลางไหนเลยจะทำออกมาง่ายๆ สมุนไพรสำหรับทำยาสิบชุดเหลือเพียงสามชุดเท่านั้นข้างกายเต็มไปด้วยเศษเม็ดยาที่ทำไม่สำเร็จทั้งสิ้น วันนี้เขาจึงละความตั้งใจก่อนหากรีบร้อนส่วนผสมจะหมดเสียก่อนอีกไม่ถึงหนึ่งเค่อประตูหอยาก็จะปิดต้องรีบออกก่อนไม่เช่นนั้นประตูจะไม่เปิดจนถึงเช้าวันต่อไป หากออกไม่ทันต้องนอนบนพื้นเย็นวาบนี้ทั้งคืน คืนป้ายขอใช้ห้องปรุงยาเสร็จสิ้นก็เดินออกมาจากหอปรุงยา เดินออกมายี่สิบก้าวก็เจอคนผู้หนึ่ง “เป็เ้า”
ไป๋ชูเสวี่ยเหมือนรู้ว่าเขาจะออกมาจึงมายืนดักรอ เขาไม่พูดมากความเดินตรงเข้ามาหาซีห่าวเอ่ยหนึ่งประโยค “สิ่งนี้ให้เ้า นับว่าทดเเทนบุญคุณ”
เอ่ยจบประโยคก็นำสิ่งของออกมามอบให้พลันหมุนตัวจากไป
ซีห่าวที่รับของมาได้เเต่ทำหน้างงงวย พลันเปิดดูในกล่องที่มอบให้มา
“สะบั้นั”