ซากเทวะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 48 ล่ามังกร

           โจวเฉวียนโย้กโย้โอ้เอ้ ท่าทางไม่เต็มใจอย่างยิ่งแต่อย่างไรก็ตอบตกลง จะขึ้นเขาไปพร้อมฉู่เฟิง

            ก็เพราะประสบการณ์จากครั้งที่แล้วยังฝังแน่นในความทรงจำเริ่มจากถูกนกยักษ์สัตว์ร้ายไล่ฆ่าจนขวัญกระเจิดกระเจิงต่อมาก็เห็นฉู่เฟิงแบกอาร์พีจีไล่สังหารคนทั้งฝูง เขาขวัญหนีดีฝ่อขนลุกขนพองไปหมดแล้ว

            ฉู่เฟิงกับหวงหนิวทำเวลาได้ดีอย่างยิ่ง ไปรับเขาที่นอกอำเภอเมือง

            โจวเฉวียนมาถึงช้า เรียกได้ว่าลากสังขาร เดินลากขามาให้เห็นแต่ไกล

            ฉู่เฟิงอึ้งไปเล็กๆ จากนั้นก็หัวเราะอย่างอดไม่ได้

            ทรงผมหวีเสยของโจวเฉวียนกลายเป็นผมดัด เงาวับเป็นประกาย ทั้งหนาทั้งพองจนแลดูศีรษะใหญ่โตกว่าเดิมขึ้นไปอีกเบอร์ เขาหวีผมไปด้านหลังจงใจปกปิดเขาทั้งสองข้าง

            “ทรงเฉพาะตัวมากเลย!” ฉู่เฟิงสรรหาคำพูดไม่ถูกจริงๆ

            นอกจากนี้ ไม่เจอกันหลายวัน โจวเฉวียนผอมลงไปอีกไม่เพียงแค่ดูไม่เหมือนตาอ้วนคนเก่าเท่านั้น หากยังผอมเพรียวอีกต่างหาก

            “อีกหน่อยเรียกนายว่าตาอ้วนไม่ได้แล้ว เรียกตาผอมโจวเหมาะกว่าแต่ว่าผอมเกินไปไหม อย่าบอกนะว่าวันๆ นายกินแต่ยาลดความอ้วนน่ะ?” ฉู่เฟิงหัวเราะ

            หวงหนิวก็ใบ้กิน เพราะช่างแตกต่างกับโจวเฉวียนที่เจอกันครั้งแรกอย่างกับคนละคนจากหุ่นพระสังกัจจายน์กลายเป็นผีซี่โครง

            โจวเฉวียนโมโห ชี้ให้ดูสองเขาบนหัว เอ่ยว่า “สารอาหารถูกมันสูบไปหมดเลยขืนเป็นอย่างนี้ต่อไปนะ ฉันว่าฉันจะไปหาเลื่อยไฟฟ้ามาละ กัดฟันเลื่อยทิ้งแม่งเลย!”

            สองเขาบนศีรษะของเขาใหญ่และหนาขึ้นไม่น้อย ดูน่าเกรงขามก่อนนี้เขาเคยเรียกหวงหนิวเป็นราชาปีศาจวัว แต่ตอนนี้ดูท่าเขาจะเหมาะสมกว่า

            ฉู่เฟิงมองแล้วก็เอาแต่หัวเราะ

            หวงหนิวเฉียดกรายเข้ามาใกล้ ลูบๆ คลำๆ เขาของโจวเฉวียน แล้วฉีกยิ้มน่าแปลกที่ไม่ยักกะเห็นรอยเหยียดหยาม แถมยังตบไหล่เขาอย่างเป็นมิตรเสียอีก

            “แกหมายความว่าไงหา?” โจวเฉวียนถลึงตา ระวังตัวแจเขาชักหนาวๆ ร้อนๆ ไอ้วัวตัวนี้ไม่ค่อยญาติดีกับเขาเท่าไหร่เจอกันทีไรเป็นต้องฟัดกันทุกที ทำไมคราวนี้เปลี่ยนไป?

            “ดูเท่อ่ะ” หวงหนิวเขี่ยตัวอักษรบนพื้น มันเป็นเรื่องแปลกที่พบเจอได้ยากยิ่งเพราะหวงหนิวมันเคยชมใครเสียที่ไหนกัน

            โจวเฉวียนเห็นแล้วชักสบายใจ เชิดหน้า ความมั่นใจเพิ่มพูนก็แค่มีเขาวัวงอกมาคู่เดียวไม่ใช่เหรอ? จริงๆแล้วมันออกจะเท่ ขนาดที่ไอ้วัวตัวนี้มันยังชื่นชมเขาเลย

            หวงหนิวเติมให้อีกประโยค ในกลุ่มทอเรนนี่อยู่อันดับต้นๆ เลย

            “ไอ้หนิวหมัวหวัง พ่องแน่ะ ฉันจะฆ่าแก!”โจวเฉวียนตะโกนเสียงดัง เขาโมโหแล้วนะ คุยกันตั้งนานสุดท้ายคือมันหมายความว่าเขาเหมือนพวกทอเรนเข้าไปทุกที โมโหโว้ย

            ระหว่างทาง มีแต่เสียงตะโกนของโจวเฉวียน เสียงร้องด้วยความเจ็บปวด และเสียงมอมอของหวงหนิวดังไปตลอดทาง!

            ในที่สุด ก็เข้าสู่ภูเขาบรรพกาลอีกครั้ง

            เพียงแค่เหยียบย่างตรงทางเข้า มองเห็นแนวป่าทึบดึกดำบรรพ์โจวเฉวียนก็เริ่มสั่น ความทรงจำครั้งก่อนยังฝังแน่นสารพัดสัตว์ประหลาดทำเขาขวัญผวากระเจิดกระเจิง ฝันร้ายอยู่หลายคืน

            “ฉันว่าพวกเราไปกันช้าๆ เถอะ!” เขากระซิบกระซาบกะว่าจะค่อยๆ ปรับตัวทีละน้อย

            แต่ว่า พอพูดจบเท่านั้น เขาก็สะดุ้งสุดตัว วิ่งแน่บสุดฝีเท้าเข้าไปในป่า

            ก็เพราะข้างหลังเขา มีแมงมุมยักษ์สูงสามเมตรตัวหนึ่งห้อยลงมาจากกลางอากาศพอโดนก้นของเขาเข้า ก็ไล่ตามทันที

            “ซวยแล้ว มาอีกแล้ว!” โจวเฉวียนร้องโหยหวน

            ประสบการณ์ครั้งก่อนทำให้เขากลัวสุดจิตสุดใจ

            แต่ว่า เขาก็รู้ดี ยิ่งประสบการณ์เพิ่มพูนยิ่งขัดเกลาตัวเองท่ามกลางอันตรายต่อไปในภายภาคหน้าจึงจะสามารถมีชีวิตรอดได้อย่างทรหดอดทน

            ฉู่เฟิงบอกเขาแล้วว่า ยามนี้พวกสัตว์ร้ายทั้งหลายทุกหนทุกแห่งล้วนกำลังกลายพันธุ์ ซ้ำยังมากกว่ามนุษย์พิเศษเสียอีกแต่พวกมันอยู่ในภาวะจำศีล ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะโผล่ออกมาวันไหน

            ในป่าดึกดำบรรพ์ ใบไม้ร่วงหล่นทับถมเน่าเปื่อยมาไม่รู้ผ่านเนิ่นนานเพียงใดจนกลายเป็นผืนดินอันอุดมสมบูรณ์

            เถาวัลย์บางส่วนเส้นหนากว่าแทงก์น้ำ ต้นไม้ใหญ่ยักษ์ปิดฟ้าคลุมดินกิ่งก้านสาขาอวบหนา ใบใหญ่โตมโหฬารอย่างกับร่มขนาดยักษ์

            กลางป่า ต้นไม้โบราณเบียดเสียดแน่นไปทั้งแถบอากาศร้อนชื้นหนาแน่นอย่างยิ่ง หากเป็นคนธรรมดาย่อมไม่อาจทานทนสภาพแวดล้อมอันโหดร้ายเช่นนี้ได้

            ในอากาศ เมฆหมอกหมุนวน บดบังดวงอาทิตย์ บางคาบคราจะเห็นนกยักษ์บินร่อนประหนึ่งกลีบเมฆก็ไม่ปาน เงามหึมาอย่างน่าตกใจ

            พร้อมกันนั้น ส่ำสัตว์ต่างร้องคำรามกันไม่ขาดตอน

            เมื่อมาถึงตรงนี้ก็เหมือนกับหลุดเข้ามาอีกโลกใบหนึ่งที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

            “ครั้งนี้...จะล่ามังกรเหรอ?!”โจวเฉวียนออกอาการไม่เชื่อ ในโลกนี้มันมีมังกรเสียที่ไหน?

            ฉู่เฟิงเองก็ยังสงสัยอยู่ ในภูเขาลึกอย่างนี้มีมังกรจำศีลอยู่ไหมนะ?แล้วพวกเขาเป็นคู่มือมันได้เหรอ?แล้วจะรับมือกับสัตว์ในตำนานอย่างนั้นอย่างไรดีล่ะ?

            หวงหนิวผงกหัว บอกว่าแน่นอน

            ตอนนั้น สีหน้าของมันหนักแน่นจริงจัง เตือนฉู่เฟิงให้ระวังครั้งนี้จะประมาทไม่ได้เด็ดขาด

            “นายหมายความว่า จะให้ฉันไปล่ามังกรคนเดียวเหรอ?” ฉู่เฟิงทำตาโต

            “แหงแซะ!” มันเขี่ยตัวอักษรลงบนพื้นให้สองคำ

            “ฉันว่าไอ้วัวบ้านี่มันช่วยให้ยุ่งมากกว่า ไม่ต้องไปฟังมัน!” โจวเฉวียนบอก

            หวงหนิวสะบัดสายตาที่เต็มไปด้วยแววอาฆาตมาดร้ายใส่เขา จากนั้นก็บอกว่าเดี๋ยวพ่อจะจัดหนักให้นายสักยก

            โจวเฉวียนสะดุ้งรู้สึกหนาวเยือกขึ้นมาทันที รีบหุบปากทันควันไม่กล้าพูดมากอีก ครั้งที่แล้วที่หวงหนิวไปก่อกวนสัตว์ประหลาดออกมาความทรงจำยังหลอกหลอนเขาจนบัดนี้

            ภูเขาสูงชันขึ้นทุกที ทุรกันดารอย่างยิ่งบางช่วงบางตอนถึงกับต้องปีนหน้าผา ชัดเลยว่าพวกเขากำลังข้ามไปอีกแนวเขาหนึ่ง

            สุดท้าย พวกเขาต้องข้ามหนองน้ำไปอีกหลายแห่ง

            พอใกล้จะถึง หวงหนิวก็ชะลอความเร็วลง

            เบื้องหน้า ต้นไม้ใหญ่ยืนต้นกระจัดกระจาย พื้นดินแห้งแข็งเต็มไปด้วยกรวดหิน กลิ่นอายสังหารล่องลอย

            พื้นที่แถบนี้ต่างจากที่ผ่านมา สำเหนียกได้ถึงอันตรายในทันที

            ความชื้นหนาแน่น บางครั้งก็เห็นสัตว์ร้ายที่ผ่านมาเร่งรีบผ่านไปเหมือนหวาดกลัวไม่อยากรั้งรออยู่นาน ที่ตรงนี้อันตรายอย่างยิ่ง

            ถึงแล้ว!

            หวงหนิวบอกใบ้ ตรงหน้านี้คือหนองน้ำ ส่วนป่าหินข้างๆ หนองน้ำนั่นมีพื้นที่โล่งว่างอยู่หย่อมหนึ่ง ตรงนั้นเต็มไปด้วยกองกระดูกขาวโพลนกระจัดกระจาย

            เหมือนกับซากสัตว์ที่ถูกแทะกินแล้วทิ้งๆ ขว้างๆ กองกระดูกไว้แถวนั้น

            ความร้อนชื้นหนาแน่นไปทั่วอาณาบริเวณอันกว้างขวาง หากเมื่อมาถึงตรงนี้แม้จะยังไม่เห็นสัตว์ร้ายอะไรเลย ทว่าฉู่เฟิงกลับรู้สึกได้ถึงไอสังหารรุนแรงที่นี่น่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง

            หวงหนิวไม่เดินต่อ ดึงโจวเฉวียนถอยออกมา ให้ฉู่เฟิงไปต่อเพียงคนเดียว

            ฉู่เฟิงสูดลมหายใจลึกยาว ก้าวยาวๆ ไปยังป่าหินโล่งกว้างตรงนั้น

            ด้านหลัง โจวเฉวียนตื่นเต้นจนแทบหยุดหายใจ จดจ้องไม่วางตาตรงนั้นมีมังกรจริงอ่ะ?

            ไอร้อนชื้นถูกลมพัดกระจาย ตอนนี้ โจวเฉวียนถึงกับขนลุกซู่จนแทบจะแหกปากร้องลั่นท่ามกลางไอหมอกเบื้องหน้า เขามองเห็นดวงตาคู่หนึ่ง ใหญ่ขนาดโคมไฟ สายตาเย็นเยียบไร้ความรู้สึก กำลังมองฉู่เฟิงเขม็ง!

            วินาทีนั้น ฉู่เฟิงขนลุกไปทั้งตัว เขาเห็นเจ้ายักษ์ใหญ่ตัวนั้นแล้ว

            สัตว์ร้ายขนาดมโหฬารสูงร่วมสิบเมตรอยู่ท่ามกลางไอหมอก ทั่วทั้งตัวปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีเงินไอสังหารแผ่กระจายไปทั่วอาณาบริเวณ มันกำลังก้มหัวมองลงมา

            ดวงตาสีเงินคู่นั้นขนาดประมาณอ่างน้ำ แสงสีเงินแทบจะพุ่งออกมาทิ่มแทงคนได้

            วินาทีนั้น สัตว์ประหลาดยักษ์ก็พุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสูงแฝงด้วยไอสังหารอันน่ากลัว พื้นดินสั่นสะเทือนในทุกย่างก้าว

            ฉู่เฟิงพุ่งหลาวหลบออกไป

            โครม!

            เสาหินตรงหน้าถล่ม แต่มันแหวกพุ่งออกมาอย่างไม่สนใจอะไร

            “ไทแรนโนซอรัส?”

            ฉู่เฟิงมองเห็นสัตว์ประหลาดยักษ์ตัวนี้ในที่สุดรูปร่างมันเหมือนไทแรนโนซอรัสไม่ผิดเพี้ยน แต่มีสีเงิน สูงร่วมสิบเมตรแค่ความสูงก็ทำคนหัวใจวายได้แล้ว ไหนจะเกล็ดสีเงินแวววาวอีก

            “ฮึ่ม!”

            ไทแรนโนซอรัสสีเงินสะบัดหางออกด้านข้าง มันรวดเร็วอย่างยิ่งหัวอันใหญ่ยักษ์สำแดงอาการบ้าคลั่งอันน่ากลัว ไม่มีอาการโง่งมแม้แต่นิดเดียว

            ฉู่เฟิงหลบอีกครั้ง หางของมันฟาดโครมเข้าที่เสาหินหินก้อนมหึมาแตกกระจัดกระจาย

            “โฮก...” ไทแรนโนซอรัสสีเงินคำรามกึกก้องจนแผ่นดินสะท้านสะเทือน

           “นี่สินะมังกรที่หวงหนิวบอก!”

            ฉู่เฟิงลอบตระหนกในใจ นี่มันไดโนเสาร์ไม่ใช่เหรอ?แต่เห็นได้ชัดว่ามันไม่เหมือนที่บอกไว้ในวิชาบรรพชีวินวิทยา1สักนิด แค่ขนาดก็กินขาดแล้ว

            “นี่คือมังกรที่แกหมายถึงงั้นเหรอ?” ห่างออกไปโจวเฉวียนถามเสียงสั่น

            ขนาดห่างออกมาตั้งไกล เขายังรู้สึกถึงความน่ากลัวที่สุดจะพรรณนาน่ากลัวชนิดที่กินขาดกว่าสัตว์ประหลาดที่เจอก่อนหน้านี้เป็นไหนๆเกล็ดสีเงินที่เป็นเหมือนเกราะคุ้มกันสะท้อนแสงแวววาวหินก้อนมหึมาก็ทำอะไรมันไม่ได้ ไอสังหารท่วมท้น ไอ้ตัวอย่างนี้จะใช้แค่แรงคนต้านทานมันจะไหวหรือ?

            คนที่ยืนอยู่ตรงหน้ามันตัวกระจิริด ทำอย่างไรก็ไม่สะเทือน

            ที่โล่งกว้างกลางป่าหินการต่อสู้ระหว่างฉู่เฟิงและไทแรนโนซอรัสสีเงินเริ่มต้นขึ้น!

            เขาเป็นฝ่ายเข้าโจมตี พุ่งเข้าไปด้วยความเร็วสูงสุดแล้วเหวี่ยงหมัดด้วยกำลังทั้งหมดเข้าไปที่ไทแรนโนซอรัส

            ตึง!

            เสียงสะเทือนจนลั่นแก้วหูเกล็ดสีเงินบนตัวไทแรนโนซอรัสแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้ายามปะทะก่อให้เกิดเสียงสะท้อนของโลหะอย่างน่ากลัว

            ฉู่เฟิงหนาวเยือกในใจ นี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ หนังหนาทนทานยากยิ่งที่จะทำลายเกล็ดทั่วตัวของมันได้ จะฆ่ามันยิ่งไม่ต้องพูดถึง

            ต่อมา เขารู้สึกแปลกๆ ไอ้ไทแรนโนซอรัสนี่มันหายใจประหลาดๆตอนที่เขาพุ่งเข้าโจมตี เสียงหายใจมันสะดุดหู

            “มันรู้เคล็ดการหายใจ?!” ฉู่เฟิงตะลึง

            มิน่าล่ะ มันถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้ ขนาดหมัดเมื่อครู่ของเขาที่ทลายหินหนักสิบตันได้เมื่อโจมตีใส่ตัวมัน ไม่ต่างกับชกแท่งเหล็ก มันแข็งอย่างยิ่งแสดงว่าเกี่ยวข้องกับเคล็ดการหายใจ

            เป็นครั้งแรกที่ฉู่เฟิงใจเต้นไม่เป็นส่ำไทแรนโนซอรัสก็รู้เคล็ดการหายใจด้วย

            ดวงตาของเขาฉายแววประหลาด พลางสำรวจละเอียดถี่ยิบวิธีการหายใจของไทแรนโนซอรัสสีเงินตัวนี้เรียบง่าย ตื้นเขินเทียบกับหวงหนิวไม่ได้เลย

            การที่มันแกร่งเช่นนี้ก็เพราะร่างกายอันใหญ่โตของมันเกล็ดแข็งหนังหนาเนื้อเหนียวโดยธรรมชาติ เป็นข้อได้เปรียบจากเผ่าพันธุ์ของมัน

            เป็นครั้งแรกที่ฉู่เฟิงประสบกับสัตว์ขนาดมหึมาที่รู้จักเคล็ดวิธีหายใจเขาชนตอเข้าอย่างจัง

            แต่ก็ยังมีจุดที่เขาวางใจ ถึงเจ้าไทแรนโนซอรัสสีเงินนี้จะว่องไวแต่ก็ยังไม่เท่าเขา นอกจากนี้ ร่างหมัดของเขาก็ใช่ว่าจะไร้ผลเสียทีเดียวการโจมตีต่อเนื่องไม่หยุดก็สร้างความเจ็บปวดให้มันได้เช่นกันแววตาของมันฉายแววเกรี้ยวกราด

            ห่างออกไป หวงหนิวสะกิดโจวเฉวียน “ไปฝึกกันได้แล้ว”

            โจวเฉวียนสะดุ้ง ถามว่า “ทิ้งเขาไว้คนเดียวจะดีเหรอเกิดโดนไอ้มังกรป่าเถื่อนนี่กินเข้าไปจะทำยังไงอ่ะ?!”

            หวงหนิวไม่พูดพร่ำทำเพลง ก้มหัว ใช้สองเขาของมันทิ่มพรวดเข้าที่ก้นของเขา

            “โอ๊ย...” โจวเฉวียนสะดุ้งสุดตัว หมุนตัวเผ่นทันทีก็ไอ้วัวตัวนี้มันเอาจริง ขืนไม่หนีล่ะก็ ไม่รู้ผลจะออกมาเป็นอย่างไร

            ต่อมาไม่นาน ในป่าห่างออกไปเสียงร้องแสดงความหวาดกลัวของโจวเฉวียนก็ดังขึ้น เขาร่วงลงไปในบ่อน้ำร้อนแล้วดันไปก่อกวนพวกสัตว์ประหลาดเข้าอีก

            การฝึกของเขาเริ่มขึ้นแล้ว!

            ครึ่งชั่วโมงต่อมา อีกครั้งแล้วที่โจวเฉวียนมีสภาพกะปลกกะเปลี้ยเปลวไฟร้อนแรงน่าหวาดกลัวถูกพ่นใส่ค้างคาวตัวขนาดหกเมตรที่ไล่บี้เขาอย่างไม่หยุดหย่อนตอนนี้แม้สักนิดก็ไม่คิดจะขยับ

            รอจนเขาคลายความเหน็ดเหนื่อยแล้วเดินทางกลับไปยังนอกป่าหินฉู่เฟิงยังคงฟาดฟันอยู่กับไทแรนโนซอรัสสีเงินตัวนั้น

            ทว่า การต่อสู้ดำเนินมาถึงตอนจบแล้ว เห็นได้ว่าฉู่เฟิงเองก็หมดแรงสิ้นสภาพ เหงื่อโทรมทั่วร่างเสื้อผ้าขาดวิ่น

            “โฮก...”

            ไทแรนโนซอรัสสีเงินพ่นลมรุนแรงจากรูจมูกลมร้อนแรงดั่งเปลวไฟสีเงินเปี่ยมไปด้วยพลังโจมตีรุนแรง ต้นไม้ยักษ์โดยรอบไหวโยกใบไม้กระจัดกระจาย

            มันเองก็สู้ตาย เพราะเกล็ดบนตัวของมันบางส่วนถูกฉู่เฟิงชกแตกกระจายเลือดสดๆ ไหลริน!

            ดวงตาสีเงินคู่นั้นเย็นเยือกไร้จิตใจเต็มไปด้วยกลิ่นอายกระหายเลือดและบ้าคลั่ง เมื่อมันอ้าปากกว้างเขี้ยวขาวคมปานใบมีดนั้นคมอย่างยิ่งสามารถเชือดกระดูกของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างง่ายดาย

            โฮก!

            เสียงคำรามสุดท้ายดังสนั่น ไทแรนโนซอรัสบ้าคลั่ง

             การหายใจของมันผิดไป มันสั่นเทาไปทั้งตัวภายในร่างกายเหมือนกับมีกระแสพลังลึกลับ กำลังปะทุจนมันระเบิดไอสังหารออกมา

            ฉู่เฟิงเหนื่อยแทบขาดใจ แต่สมาธิยังคงมุ่งมั่น เขาจับหลักได้แล้วจึงทุ่มพลังเต็มที่คิดจะสกัดจังหวะการหายใจของไทแรนโนซอรัส

            เขาทะยานขึ้นฟ้า เหวี่ยงหมัดปีศาจวัวใส่มันรัวๆ สุดกำลังโจมตีทุกส่วนของไทแรนโนซอรัส นอกจากนี้เขายังเริ่มหายใจด้วยเคล็ดวิธีหายใจแบบพิเศษเสริมให้พลังของหมัดปีศาจวัวเพิ่มความร้ายกาจขึ้นอีกเป็นอย่างมาก

            การตัดสินใจของเขาได้ผล เมื่อเงาหมัดโจมตีลงที่จมูก ลำคอ ส่วนอกและช่องท้อง ขัดจังหวะการหายใจของเจ้าไทแรนโนซอรัส

            ปึ่ด!

            ในที่สุด รอยแผลเกิดขึ้นทั่วตัวของมัน จากนั้นปริแตกลุกลามเลือดพุ่งกระฉูดเป็นสาย

            “ฆ่ามังกรได้แล้ว!” ห่างออกไป โจวเฉวียนตะโกนลั่นๆ

            หวงหนิวก็ตามมา เดินเข้าไปยังลานกว้างกลางป่าหิน

            ไทแรนโนซอรัสสีเงินล้มลงกระแทกพื้น แผ่นดินไหวเยือก ตัวมันหนักอย่างยิ่งเลือดจากร่างใหญ่มโหฬารไหลนองจนกลายเป็นสายธารขนาดเล็ก

            ฉู่เฟิงนั่งอยู่บนตัวไทแรนโนซอรัสที่ขนาดเท่ากับภูเขาขนาดย่อมไม่คิดจะขยับร่างแม้สักนิดเดียว พลางหายใจหอบ มุมปากมีรอยเลือดจากการโดนหางของไทแรนโนซอรัสฟาดหากยังไม่สาหัสเท่าไหร่

            ศึกหนักผ่านไป ในที่สุดก็กำจัดสัตว์ประหลาดร่างยักษ์นี้ได้

            “ได้เอ็นมังกรแล้ว เดี๋ยวกลับไปคืนชีพให้ศรฟ้าคำรามกันแล้วพรุ่งนี้ขึ้นเขาไท่หังซาน ไปทดสอบมันสักหน่อยว่ามีอานุภาพขนาดไหน”ฉู่เฟิงพูดพลางหอบหายใจอย่างหนัก

            **************************

            1บรรพชีวินวิทยา (Paleontology)วิชาที่ศึกษาลักษณะรูปร่าง ลักษณะความเป็นอยู่และประวัติการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตในยุคดึกดำบรรพ์เป็นแขนงหนึ่งของวิชาธรณีวิทยา

    คล้ายกับเรื่องซากเทวะ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    288K 400
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139