โจวเฉวียนโย้กโย้โอ้เอ้ ท่าทางไม่เต็มใจอย่างยิ่งแต่อย่างไรก็ตอบตกลง จะขึ้นเขาไปพร้อมฉู่เฟิง
ก็เพราะประสบการณ์จากครั้งที่แล้วยังฝังแน่นในความทรงจำเริ่มจากถูกนกยักษ์สัตว์ร้ายไล่ฆ่าจนขวัญกระเจิดกระเจิงต่อมาก็เห็นฉู่เฟิงแบกอาร์พีจีไล่สังหารคนทั้งฝูง เขาขวัญหนีดีฝ่อขนลุกขนพองไปหมดแล้ว
ฉู่เฟิงกับหวงหนิวทำเวลาได้ดีอย่างยิ่ง ไปรับเขาที่นอกอำเภอเมือง
โจวเฉวียนมาถึงช้า เรียกได้ว่าลากสังขาร เดินลากขามาให้เห็นแต่ไกล
ฉู่เฟิงอึ้งไปเล็กๆ จากนั้นก็หัวเราะอย่างอดไม่ได้
ทรงผมหวีเสยของโจวเฉวียนกลายเป็นผมดัด เงาวับเป็นประกาย ทั้งหนาทั้งพองจนแลดูศีรษะใหญ่โตกว่าเดิมขึ้นไปอีกเบอร์ เขาหวีผมไปด้านหลังจงใจปกปิดเขาทั้งสองข้าง
“ทรงเฉพาะตัวมากเลย!” ฉู่เฟิงสรรหาคำพูดไม่ถูกจริงๆ
นอกจากนี้ ไม่เจอกันหลายวัน โจวเฉวียนผอมลงไปอีกไม่เพียงแค่ดูไม่เหมือนตาอ้วนคนเก่าเท่านั้น หากยังผอมเพรียวอีกต่างหาก
“อีกหน่อยเรียกนายว่าตาอ้วนไม่ได้แล้ว เรียกตาผอมโจวเหมาะกว่าแต่ว่าผอมเกินไปไหม อย่าบอกนะว่าวันๆ นายกินแต่ยาลดความอ้วนน่ะ?” ฉู่เฟิงหัวเราะ
หวงหนิวก็ใบ้กิน เพราะช่างแตกต่างกับโจวเฉวียนที่เจอกันครั้งแรกอย่างกับคนละคนจากหุ่นพระสังกัจจายน์กลายเป็นผีซี่โครง
โจวเฉวียนโมโห ชี้ให้ดูสองเขาบนหัว เอ่ยว่า “สารอาหารถูกมันสูบไปหมดเลยขืนเป็นอย่างนี้ต่อไปนะ ฉันว่าฉันจะไปหาเลื่อยไฟฟ้ามาละ กัดฟันเลื่อยทิ้งแม่งเลย!”
สองเขาบนศีรษะของเขาใหญ่และหนาขึ้นไม่น้อย ดูน่าเกรงขามก่อนนี้เขาเคยเรียกหวงหนิวเป็นราชาปีศาจวัว แต่ตอนนี้ดูท่าเขาจะเหมาะสมกว่า
ฉู่เฟิงมองแล้วก็เอาแต่หัวเราะ
หวงหนิวเฉียดกรายเข้ามาใกล้ ลูบๆ คลำๆ เขาของโจวเฉวียน แล้วฉีกยิ้มน่าแปลกที่ไม่ยักกะเห็นรอยเหยียดหยาม แถมยังตบไหล่เขาอย่างเป็นมิตรเสียอีก
“แกหมายความว่าไงหา?” โจวเฉวียนถลึงตา ระวังตัวแจเขาชักหนาวๆ ร้อนๆ ไอ้วัวตัวนี้ไม่ค่อยญาติดีกับเขาเท่าไหร่เจอกันทีไรเป็นต้องฟัดกันทุกที ทำไมคราวนี้เปลี่ยนไป?
“ดูเท่อ่ะ” หวงหนิวเขี่ยตัวอักษรบนพื้น มันเป็นเรื่องแปลกที่พบเจอได้ยากยิ่งเพราะหวงหนิวมันเคยชมใครเสียที่ไหนกัน
โจวเฉวียนเห็นแล้วชักสบายใจ เชิดหน้า ความมั่นใจเพิ่มพูนก็แค่มีเขาวัวงอกมาคู่เดียวไม่ใช่เหรอ? จริงๆแล้วมันออกจะเท่ ขนาดที่ไอ้วัวตัวนี้มันยังชื่นชมเขาเลย
หวงหนิวเติมให้อีกประโยค ในกลุ่มทอเรนนี่อยู่อันดับต้นๆ เลย
“ไอ้หนิวหมัวหวัง พ่องแน่ะ ฉันจะฆ่าแก!”โจวเฉวียนตะโกนเสียงดัง เขาโมโหแล้วนะ คุยกันตั้งนานสุดท้ายคือมันหมายความว่าเขาเหมือนพวกทอเรนเข้าไปทุกที โมโหโว้ย
ระหว่างทาง มีแต่เสียงตะโกนของโจวเฉวียน เสียงร้องด้วยความเจ็บปวด และเสียงมอมอของหวงหนิวดังไปตลอดทาง!
ในที่สุด ก็เข้าสู่ภูเขาบรรพกาลอีกครั้ง
เพียงแค่เหยียบย่างตรงทางเข้า มองเห็นแนวป่าทึบดึกดำบรรพ์โจวเฉวียนก็เริ่มสั่น ความทรงจำครั้งก่อนยังฝังแน่นสารพัดสัตว์ประหลาดทำเขาขวัญผวากระเจิดกระเจิง ฝันร้ายอยู่หลายคืน
“ฉันว่าพวกเราไปกันช้าๆ เถอะ!” เขากระซิบกระซาบกะว่าจะค่อยๆ ปรับตัวทีละน้อย
แต่ว่า พอพูดจบเท่านั้น เขาก็สะดุ้งสุดตัว วิ่งแน่บสุดฝีเท้าเข้าไปในป่า
ก็เพราะข้างหลังเขา มีแมงมุมยักษ์สูงสามเมตรตัวหนึ่งห้อยลงมาจากกลางอากาศพอโดนก้นของเขาเข้า ก็ไล่ตามทันที
“ซวยแล้ว มาอีกแล้ว!” โจวเฉวียนร้องโหยหวน
ประสบการณ์ครั้งก่อนทำให้เขากลัวสุดจิตสุดใจ
แต่ว่า เขาก็รู้ดี ยิ่งประสบการณ์เพิ่มพูนยิ่งขัดเกลาตัวเองท่ามกลางอันตรายต่อไปในภายภาคหน้าจึงจะสามารถมีชีวิตรอดได้อย่างทรหดอดทน
ฉู่เฟิงบอกเขาแล้วว่า ยามนี้พวกสัตว์ร้ายทั้งหลายทุกหนทุกแห่งล้วนกำลังกลายพันธุ์ ซ้ำยังมากกว่ามนุษย์พิเศษเสียอีกแต่พวกมันอยู่ในภาวะจำศีล ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะโผล่ออกมาวันไหน
ในป่าดึกดำบรรพ์ ใบไม้ร่วงหล่นทับถมเน่าเปื่อยมาไม่รู้ผ่านเนิ่นนานเพียงใดจนกลายเป็นผืนดินอันอุดมสมบูรณ์
เถาวัลย์บางส่วนเส้นหนากว่าแทงก์น้ำ ต้นไม้ใหญ่ยักษ์ปิดฟ้าคลุมดินกิ่งก้านสาขาอวบหนา ใบใหญ่โตมโหฬารอย่างกับร่มขนาดยักษ์
กลางป่า ต้นไม้โบราณเบียดเสียดแน่นไปทั้งแถบอากาศร้อนชื้นหนาแน่นอย่างยิ่ง หากเป็นคนธรรมดาย่อมไม่อาจทานทนสภาพแวดล้อมอันโหดร้ายเช่นนี้ได้
ในอากาศ เมฆหมอกหมุนวน บดบังดวงอาทิตย์ บางคาบคราจะเห็นนกยักษ์บินร่อนประหนึ่งกลีบเมฆก็ไม่ปาน เงามหึมาอย่างน่าตกใจ
พร้อมกันนั้น ส่ำสัตว์ต่างร้องคำรามกันไม่ขาดตอน
เมื่อมาถึงตรงนี้ก็เหมือนกับหลุดเข้ามาอีกโลกใบหนึ่งที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
“ครั้งนี้...จะล่ามังกรเหรอ?!”โจวเฉวียนออกอาการไม่เชื่อ ในโลกนี้มันมีมังกรเสียที่ไหน?
ฉู่เฟิงเองก็ยังสงสัยอยู่ ในภูเขาลึกอย่างนี้มีมังกรจำศีลอยู่ไหมนะ?แล้วพวกเขาเป็นคู่มือมันได้เหรอ?แล้วจะรับมือกับสัตว์ในตำนานอย่างนั้นอย่างไรดีล่ะ?
หวงหนิวผงกหัว บอกว่าแน่นอน
ตอนนั้น สีหน้าของมันหนักแน่นจริงจัง เตือนฉู่เฟิงให้ระวังครั้งนี้จะประมาทไม่ได้เด็ดขาด
“นายหมายความว่า จะให้ฉันไปล่ามังกรคนเดียวเหรอ?” ฉู่เฟิงทำตาโต
“แหงแซะ!” มันเขี่ยตัวอักษรลงบนพื้นให้สองคำ
“ฉันว่าไอ้วัวบ้านี่มันช่วยให้ยุ่งมากกว่า ไม่ต้องไปฟังมัน!” โจวเฉวียนบอก
หวงหนิวสะบัดสายตาที่เต็มไปด้วยแววอาฆาตมาดร้ายใส่เขา จากนั้นก็บอกว่าเดี๋ยวพ่อจะจัดหนักให้นายสักยก
โจวเฉวียนสะดุ้งรู้สึกหนาวเยือกขึ้นมาทันที รีบหุบปากทันควันไม่กล้าพูดมากอีก ครั้งที่แล้วที่หวงหนิวไปก่อกวนสัตว์ประหลาดออกมาความทรงจำยังหลอกหลอนเขาจนบัดนี้
ภูเขาสูงชันขึ้นทุกที ทุรกันดารอย่างยิ่งบางช่วงบางตอนถึงกับต้องปีนหน้าผา ชัดเลยว่าพวกเขากำลังข้ามไปอีกแนวเขาหนึ่ง
สุดท้าย พวกเขาต้องข้ามหนองน้ำไปอีกหลายแห่ง
พอใกล้จะถึง หวงหนิวก็ชะลอความเร็วลง
เบื้องหน้า ต้นไม้ใหญ่ยืนต้นกระจัดกระจาย พื้นดินแห้งแข็งเต็มไปด้วยกรวดหิน กลิ่นอายสังหารล่องลอย
พื้นที่แถบนี้ต่างจากที่ผ่านมา สำเหนียกได้ถึงอันตรายในทันที
ความชื้นหนาแน่น บางครั้งก็เห็นสัตว์ร้ายที่ผ่านมาเร่งรีบผ่านไปเหมือนหวาดกลัวไม่อยากรั้งรออยู่นาน ที่ตรงนี้อันตรายอย่างยิ่ง
ถึงแล้ว!
หวงหนิวบอกใบ้ ตรงหน้านี้คือหนองน้ำ ส่วนป่าหินข้างๆ หนองน้ำนั่นมีพื้นที่โล่งว่างอยู่หย่อมหนึ่ง ตรงนั้นเต็มไปด้วยกองกระดูกขาวโพลนกระจัดกระจาย
เหมือนกับซากสัตว์ที่ถูกแทะกินแล้วทิ้งๆ ขว้างๆ กองกระดูกไว้แถวนั้น
ความร้อนชื้นหนาแน่นไปทั่วอาณาบริเวณอันกว้างขวาง หากเมื่อมาถึงตรงนี้แม้จะยังไม่เห็นสัตว์ร้ายอะไรเลย ทว่าฉู่เฟิงกลับรู้สึกได้ถึงไอสังหารรุนแรงที่นี่น่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง
หวงหนิวไม่เดินต่อ ดึงโจวเฉวียนถอยออกมา ให้ฉู่เฟิงไปต่อเพียงคนเดียว
ฉู่เฟิงสูดลมหายใจลึกยาว ก้าวยาวๆ ไปยังป่าหินโล่งกว้างตรงนั้น
ด้านหลัง โจวเฉวียนตื่นเต้นจนแทบหยุดหายใจ จดจ้องไม่วางตาตรงนั้นมีมังกรจริงอ่ะ?
ไอร้อนชื้นถูกลมพัดกระจาย ตอนนี้ โจวเฉวียนถึงกับขนลุกซู่จนแทบจะแหกปากร้องลั่นท่ามกลางไอหมอกเบื้องหน้า เขามองเห็นดวงตาคู่หนึ่ง ใหญ่ขนาดโคมไฟ สายตาเย็นเยียบไร้ความรู้สึก กำลังมองฉู่เฟิงเขม็ง!
วินาทีนั้น ฉู่เฟิงขนลุกไปทั้งตัว เขาเห็นเจ้ายักษ์ใหญ่ตัวนั้นแล้ว
สัตว์ร้ายขนาดมโหฬารสูงร่วมสิบเมตรอยู่ท่ามกลางไอหมอก ทั่วทั้งตัวปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีเงินไอสังหารแผ่กระจายไปทั่วอาณาบริเวณ มันกำลังก้มหัวมองลงมา
ดวงตาสีเงินคู่นั้นขนาดประมาณอ่างน้ำ แสงสีเงินแทบจะพุ่งออกมาทิ่มแทงคนได้
วินาทีนั้น สัตว์ประหลาดยักษ์ก็พุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วสูงแฝงด้วยไอสังหารอันน่ากลัว พื้นดินสั่นสะเทือนในทุกย่างก้าว
ฉู่เฟิงพุ่งหลาวหลบออกไป
โครม!
เสาหินตรงหน้าถล่ม แต่มันแหวกพุ่งออกมาอย่างไม่สนใจอะไร
“ไทแรนโนซอรัส?”
ฉู่เฟิงมองเห็นสัตว์ประหลาดยักษ์ตัวนี้ในที่สุดรูปร่างมันเหมือนไทแรนโนซอรัสไม่ผิดเพี้ยน แต่มีสีเงิน สูงร่วมสิบเมตรแค่ความสูงก็ทำคนหัวใจวายได้แล้ว ไหนจะเกล็ดสีเงินแวววาวอีก
“ฮึ่ม!”
ไทแรนโนซอรัสสีเงินสะบัดหางออกด้านข้าง มันรวดเร็วอย่างยิ่งหัวอันใหญ่ยักษ์สำแดงอาการบ้าคลั่งอันน่ากลัว ไม่มีอาการโง่งมแม้แต่นิดเดียว
ฉู่เฟิงหลบอีกครั้ง หางของมันฟาดโครมเข้าที่เสาหินหินก้อนมหึมาแตกกระจัดกระจาย
“โฮก...” ไทแรนโนซอรัสสีเงินคำรามกึกก้องจนแผ่นดินสะท้านสะเทือน
“นี่สินะมังกรที่หวงหนิวบอก!”
ฉู่เฟิงลอบตระหนกในใจ นี่มันไดโนเสาร์ไม่ใช่เหรอ?แต่เห็นได้ชัดว่ามันไม่เหมือนที่บอกไว้ในวิชาบรรพชีวินวิทยา1สักนิด แค่ขนาดก็กินขาดแล้ว
“นี่คือมังกรที่แกหมายถึงงั้นเหรอ?” ห่างออกไปโจวเฉวียนถามเสียงสั่น
ขนาดห่างออกมาตั้งไกล เขายังรู้สึกถึงความน่ากลัวที่สุดจะพรรณนาน่ากลัวชนิดที่กินขาดกว่าสัตว์ประหลาดที่เจอก่อนหน้านี้เป็นไหนๆเกล็ดสีเงินที่เป็นเหมือนเกราะคุ้มกันสะท้อนแสงแวววาวหินก้อนมหึมาก็ทำอะไรมันไม่ได้ ไอสังหารท่วมท้น ไอ้ตัวอย่างนี้จะใช้แค่แรงคนต้านทานมันจะไหวหรือ?
คนที่ยืนอยู่ตรงหน้ามันตัวกระจิริด ทำอย่างไรก็ไม่สะเทือน
ที่โล่งกว้างกลางป่าหินการต่อสู้ระหว่างฉู่เฟิงและไทแรนโนซอรัสสีเงินเริ่มต้นขึ้น!
เขาเป็นฝ่ายเข้าโจมตี พุ่งเข้าไปด้วยความเร็วสูงสุดแล้วเหวี่ยงหมัดด้วยกำลังทั้งหมดเข้าไปที่ไทแรนโนซอรัส
ตึง!
เสียงสะเทือนจนลั่นแก้วหูเกล็ดสีเงินบนตัวไทแรนโนซอรัสแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้ายามปะทะก่อให้เกิดเสียงสะท้อนของโลหะอย่างน่ากลัว
ฉู่เฟิงหนาวเยือกในใจ นี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ หนังหนาทนทานยากยิ่งที่จะทำลายเกล็ดทั่วตัวของมันได้ จะฆ่ามันยิ่งไม่ต้องพูดถึง
ต่อมา เขารู้สึกแปลกๆ ไอ้ไทแรนโนซอรัสนี่มันหายใจประหลาดๆตอนที่เขาพุ่งเข้าโจมตี เสียงหายใจมันสะดุดหู
“มันรู้เคล็ดการหายใจ?!” ฉู่เฟิงตะลึง
มิน่าล่ะ มันถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้ ขนาดหมัดเมื่อครู่ของเขาที่ทลายหินหนักสิบตันได้เมื่อโจมตีใส่ตัวมัน ไม่ต่างกับชกแท่งเหล็ก มันแข็งอย่างยิ่งแสดงว่าเกี่ยวข้องกับเคล็ดการหายใจ
เป็นครั้งแรกที่ฉู่เฟิงใจเต้นไม่เป็นส่ำไทแรนโนซอรัสก็รู้เคล็ดการหายใจด้วย
ดวงตาของเขาฉายแววประหลาด พลางสำรวจละเอียดถี่ยิบวิธีการหายใจของไทแรนโนซอรัสสีเงินตัวนี้เรียบง่าย ตื้นเขินเทียบกับหวงหนิวไม่ได้เลย
การที่มันแกร่งเช่นนี้ก็เพราะร่างกายอันใหญ่โตของมันเกล็ดแข็งหนังหนาเนื้อเหนียวโดยธรรมชาติ เป็นข้อได้เปรียบจากเผ่าพันธุ์ของมัน
เป็นครั้งแรกที่ฉู่เฟิงประสบกับสัตว์ขนาดมหึมาที่รู้จักเคล็ดวิธีหายใจเขาชนตอเข้าอย่างจัง
แต่ก็ยังมีจุดที่เขาวางใจ ถึงเจ้าไทแรนโนซอรัสสีเงินนี้จะว่องไวแต่ก็ยังไม่เท่าเขา นอกจากนี้ ร่างหมัดของเขาก็ใช่ว่าจะไร้ผลเสียทีเดียวการโจมตีต่อเนื่องไม่หยุดก็สร้างความเจ็บปวดให้มันได้เช่นกันแววตาของมันฉายแววเกรี้ยวกราด
ห่างออกไป หวงหนิวสะกิดโจวเฉวียน “ไปฝึกกันได้แล้ว”
โจวเฉวียนสะดุ้ง ถามว่า “ทิ้งเขาไว้คนเดียวจะดีเหรอเกิดโดนไอ้มังกรป่าเถื่อนนี่กินเข้าไปจะทำยังไงอ่ะ?!”
หวงหนิวไม่พูดพร่ำทำเพลง ก้มหัว ใช้สองเขาของมันทิ่มพรวดเข้าที่ก้นของเขา
“โอ๊ย...” โจวเฉวียนสะดุ้งสุดตัว หมุนตัวเผ่นทันทีก็ไอ้วัวตัวนี้มันเอาจริง ขืนไม่หนีล่ะก็ ไม่รู้ผลจะออกมาเป็นอย่างไร
ต่อมาไม่นาน ในป่าห่างออกไปเสียงร้องแสดงความหวาดกลัวของโจวเฉวียนก็ดังขึ้น เขาร่วงลงไปในบ่อน้ำร้อนแล้วดันไปก่อกวนพวกสัตว์ประหลาดเข้าอีก
การฝึกของเขาเริ่มขึ้นแล้ว!
ครึ่งชั่วโมงต่อมา อีกครั้งแล้วที่โจวเฉวียนมีสภาพกะปลกกะเปลี้ยเปลวไฟร้อนแรงน่าหวาดกลัวถูกพ่นใส่ค้างคาวตัวขนาดหกเมตรที่ไล่บี้เขาอย่างไม่หยุดหย่อนตอนนี้แม้สักนิดก็ไม่คิดจะขยับ
รอจนเขาคลายความเหน็ดเหนื่อยแล้วเดินทางกลับไปยังนอกป่าหินฉู่เฟิงยังคงฟาดฟันอยู่กับไทแรนโนซอรัสสีเงินตัวนั้น
ทว่า การต่อสู้ดำเนินมาถึงตอนจบแล้ว เห็นได้ว่าฉู่เฟิงเองก็หมดแรงสิ้นสภาพ เหงื่อโทรมทั่วร่างเสื้อผ้าขาดวิ่น
“โฮก...”
ไทแรนโนซอรัสสีเงินพ่นลมรุนแรงจากรูจมูกลมร้อนแรงดั่งเปลวไฟสีเงินเปี่ยมไปด้วยพลังโจมตีรุนแรง ต้นไม้ยักษ์โดยรอบไหวโยกใบไม้กระจัดกระจาย
มันเองก็สู้ตาย เพราะเกล็ดบนตัวของมันบางส่วนถูกฉู่เฟิงชกแตกกระจายเลือดสดๆ ไหลริน!
ดวงตาสีเงินคู่นั้นเย็นเยือกไร้จิตใจเต็มไปด้วยกลิ่นอายกระหายเลือดและบ้าคลั่ง เมื่อมันอ้าปากกว้างเขี้ยวขาวคมปานใบมีดนั้นคมอย่างยิ่งสามารถเชือดกระดูกของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างง่ายดาย
โฮก!
เสียงคำรามสุดท้ายดังสนั่น ไทแรนโนซอรัสบ้าคลั่ง
การหายใจของมันผิดไป มันสั่นเทาไปทั้งตัวภายในร่างกายเหมือนกับมีกระแสพลังลึกลับ กำลังปะทุจนมันระเบิดไอสังหารออกมา
ฉู่เฟิงเหนื่อยแทบขาดใจ แต่สมาธิยังคงมุ่งมั่น เขาจับหลักได้แล้วจึงทุ่มพลังเต็มที่คิดจะสกัดจังหวะการหายใจของไทแรนโนซอรัส
เขาทะยานขึ้นฟ้า เหวี่ยงหมัดปีศาจวัวใส่มันรัวๆ สุดกำลังโจมตีทุกส่วนของไทแรนโนซอรัส นอกจากนี้เขายังเริ่มหายใจด้วยเคล็ดวิธีหายใจแบบพิเศษเสริมให้พลังของหมัดปีศาจวัวเพิ่มความร้ายกาจขึ้นอีกเป็นอย่างมาก
การตัดสินใจของเขาได้ผล เมื่อเงาหมัดโจมตีลงที่จมูก ลำคอ ส่วนอกและช่องท้อง ขัดจังหวะการหายใจของเจ้าไทแรนโนซอรัส
ปึ่ด!
ในที่สุด รอยแผลเกิดขึ้นทั่วตัวของมัน จากนั้นปริแตกลุกลามเลือดพุ่งกระฉูดเป็นสาย
“ฆ่ามังกรได้แล้ว!” ห่างออกไป โจวเฉวียนตะโกนลั่นๆ
หวงหนิวก็ตามมา เดินเข้าไปยังลานกว้างกลางป่าหิน
ไทแรนโนซอรัสสีเงินล้มลงกระแทกพื้น แผ่นดินไหวเยือก ตัวมันหนักอย่างยิ่งเลือดจากร่างใหญ่มโหฬารไหลนองจนกลายเป็นสายธารขนาดเล็ก
ฉู่เฟิงนั่งอยู่บนตัวไทแรนโนซอรัสที่ขนาดเท่ากับภูเขาขนาดย่อมไม่คิดจะขยับร่างแม้สักนิดเดียว พลางหายใจหอบ มุมปากมีรอยเลือดจากการโดนหางของไทแรนโนซอรัสฟาดหากยังไม่สาหัสเท่าไหร่
ศึกหนักผ่านไป ในที่สุดก็กำจัดสัตว์ประหลาดร่างยักษ์นี้ได้
“ได้เอ็นมังกรแล้ว เดี๋ยวกลับไปคืนชีพให้ศรฟ้าคำรามกันแล้วพรุ่งนี้ขึ้นเขาไท่หังซาน ไปทดสอบมันสักหน่อยว่ามีอานุภาพขนาดไหน”ฉู่เฟิงพูดพลางหอบหายใจอย่างหนัก
**************************
1บรรพชีวินวิทยา (Paleontology)วิชาที่ศึกษาลักษณะรูปร่าง ลักษณะความเป็นอยู่และประวัติการวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตในยุคดึกดำบรรพ์เป็นแขนงหนึ่งของวิชาธรณีวิทยา