จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 29 ไปเยือนสตูดิโอของเมิ่งเจี่ย Re

            วันรุ่งขึ้นไป่เจ๋อไปโรงเรียนตามปกติเพื่อนของเขาได้เข้ามาพูดคุยเกี่ยวกับงานถ่ายโฆษณาวันพรุ่งนี้นิดหน่อยพอตกเย็นเขาก็ไปเรียนที่ศูนย์ฝึกอบรม LSA ซึ่งเป็นคลาสการแสดงขั้นกลางและคราวนี้เนี่ยฟงไม่ได้มาเข้าคลาส เขาจึงรู้สึกสบายใจเพราะเขาเองไม่ค่อยชอบเนี่ยฟงเช่นกัน

             

             

             

            หลังเลิกคลาสไป่เจ๋อเดินออกมาจากห้องเรียนและพบกับเมิ่งชิงชิงที่กำลังรอเขาอยู่หน้าห้องเรียนเขายิ้มขึ้นก่อนจะเดินไปหาเมิ่งชิงชิง

             

             

             

            “พี่ชิงชิงมีอะไรรึเปล่าครับ” ไป่เจ๋อถามขณะที่เขายืนอยู่ห่างจากเธอไม่มากแต่ก็เห็นได้ชัดว่าตอนนี้เขาสูงว่าอีกฝ่ายมากกว่าคราวก่อนอย่างเห็นได้ชัด

             

             

             

             

             

            “คุณปู่เมิ่งเจี่ยโทรมาหาฉันเขาบอกว่าจะส่งรถมารับนายไปสตูดิโอเทียนซานของเขา” เมิ่งชิงชิงกล่าวเธอไม่เข้าใจว่าพวกปู่ของเธอทำไมถึงถูกใจไป่เจ๋อนักหนาในสายตาของเธอ ไป่เจ๋อเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่หน้าตาดีบุคลิกดี กลิ่นตัวหอม รูปร่างดี อัธยาศัยดี การแสดงก็เป็นที่ยอมรับของอาจารย์ถง

             

             

             

            ‘เดี๋ยวนะฉันควรจะหาข้อติสิ ทำไมถึงคิดได้แต่ข้อดีกันล่ะ’ เมิ่งชิงชิงอยากจะทุบหัวตัวเอง

             

             

             

            ‘เดี๋ยวนะทำไมความคิดเรามันขัด ๆ กันล่ะ ใช่แล้ว หมอนั่นนิสัยไม่ดีชอบแกล้งกับยั่วโมโหเราประจำ’ สุดท้ายเมิ่งชิงชิงก็คิดข้อเสียของไป่เจ๋อออก

             

             

             

            “ฉันล่ะไม่เข้าใจจริงๆ ว่าพวกปู่ถูกใจอะไรนายนักหนาแล้วนายรู้ไหมว่าปู่เมิ่งเจี่ยเรียกนายไปที่สตูดิโอทำไม ขนาดฉันเป็นหลานของญาติเขายังไม่แม้แต่จะให้ไปเหยียบที่จอดรถสตูดิโอเขาเลยด้วยซ้ำ”เมิ่งชิงชิงกล่าวขณะที่มองอย่างพิจารณาไปที่ไป่เจ๋อเพื่อหาคำตอบที่เธอสงสัย

             

             

             

            “ถ้าพี่ชิงชิงอยากไปก็มีวิธีอยู่สนใจไหมครับ” ไป่เจ๋อกล่าว

             

             

             

            “จริงเหรอทำยังไงล่ะ ฉันอยากไปเห็นสตูดิโอของปู่เมิ่งเจี่ยมากเลยสตูดิโอของเทียนซานน่ะได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสตูดิโอที่ดีที่สุดของโลกเลยล่ะ”เมิ่งชิงชิงเริ่มเพ้อ สำหรับหญิงสาว เสื้อผ้าเป็นสิ่งหนึ่งที่พวกเธอหลงไหล

             

             

             

            “อืม...ถ้าพี่ยอมแต่งงานกับผมผมจะช่วยพูดให้ดีไหมครับ” ไป่เจ๋อพูดยิ้มเจ้าเล่ห์ทำให้เมิ่งชิงชิงปล่อยหมัดใส่ท้องของเขาทันที แต่สิ่งที่เธอเห็นก็คือไป่เจ๋อยังคงยิ้มอยู่

             

             

             

            “นี่นายไม่เจ็บเลยเหรอฉันว่าฉันต่อยแรงมากเลยนะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว เธอตกใจและได้สติเมื่อเธอต่อยไป่เจ๋อไป แต่เธอกลับยิ่งตกใจมากขึ้นเมื่อเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่สะทกสะท้านอะไรเลย

             

             

             

            “พี่ชิงชิงผมฝึกกล้ามหน้าท้องมาอย่างดีเลยนะ ไม่เชื่อพี่ลองจับดูสิ” ไป่เจ๋อไม่พูดเปล่าเขาคว้ามือของเมิ่งชิงชิงมาสัมผัสที่หน้าท้องของเขา

             

             

             

            เมิ่งชิงชิงถึงกับสะดุ้งแม้เธอจะเคยเห็นซีโม่ตอนเปลือยท่อนบนมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้ถึงกับสัมผัสมันกับมือขนาดนี้เธอจึงรีบชักมือออกด้วยใบหน้าที่แดงเหมือนมะเขือเทศ

             

             

             

            ‘มันรู้สึกจักจี้แปลกๆ’ เมิ่งชิงชิงคิด

             

             

             

            “นี่นายทำแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนเลยรึเปล่า”เมิ่งชิงชิงถาม แต่เธอพยายามจะไม่มองหน้าไป่เจ๋อ และเหลือบมองไป่เจ๋อเป็นระยะ ๆ เท่านั้น

             

             

             

            “โธ่พี่ชิงชิง ผมไม่ยอมให้ใครจับนอกจากพี่เลยนะ ไหน ๆ พี่ต้องมาเป็นผู้จัดการให้ผมต้องเห็นผมถอดเสื้อบ่อย ๆ ผมเลยคิดว่าน่าจะให้พี่ทำความเคยชินกับมันไว้ก่อนน่ะ” ไป่เจ๋ออธิบายด้วยเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ

             

             

             

            “ให้นายมีงานเยอะกว่านี้ก่อนเถอะถึงตอนนั้นฉันค่อยทำความคุ้นชินกับนาย แต่ตอนนี้ไม่เอาย่ะ แบร่”เมิ่งชิงชิงแลบลิ้นใส่ ก่อนจะวิ่งหนีทันที

             

             

             

            ไป่เจ๋อยิ้มให้กับการกระทำอันน่ารักของเมิ่งชิงชิงและนึกถึงหญิงสาวที่เขารักมากที่สุดในต้าเซียนก่อนจะเดินออกมาจากศูนย์ฝึกอบรม

             

             

             

            สิ่งที่เขาเห็นก็คือชายหนุ่มหน้าตาดีใส่ชุดสูทดูเรียบหรูกำลังเดินเข้ามาโค้งทำความเคารพเขาด้วยท่าทางสุภาพราวกับเขาเป็นพ่อบ้านจากตระกูลชนชั้นสูง

             

             

             

            “คุณชายไป่ท่านเมิ่งเจี่ยให้ผมมารับคุณครับ” ชายหนุ่มกล่าวก่อนจะเปิดประตูรถหรูที่จอดอยู่ด้านหลังเขาและเชิญไป่เจ๋อขึ้นรถท่ามกลางสายตาของผู้คนรอบ ๆ สาเหตุเพราะรถคันนี้คือ Force-P รุ่นกันกระสุนสั่งทำพิเศษ (ยี่ห้อนี้จิ้นเอาล้วน ๆ ครับ) ตัวบริษัท Force-Pเป็นบริษัทผลิตรถยนต์อันดับ 1 ของโลกใบนี้ ไป่เจ๋อเองก็มีแผนที่วางไว้เกี่ยวกับมันเช่นกันนั่นคือเขาอยากร่วมงานกับ Force-P ในอนาคต

             

             

             

            หลังไป่เจ๋อขึ้นมานั่งบนรถชายหนุ่มก็ปิดประตูอย่างเบามือและเดินไปเปิดประตูฝั่งที่นั่งคนขับเมื่อประจำที่เรียบร้อยแล้ว เขาก็ขับรถมุ่งหน้าไปที่สตูดิโอเทียนซานทันที

             

             

             

            “นั่นมันรถยี่ห้อForce-P รุ่นสั่งทำพิเศษ ไป่เจ๋อที่มีเรื่องกับเนี่ยฟงเมื่อวันก่อนเขารวยขนาดนั้นเลยเหรอ” พนักงานชายของศูนย์ฝึกอบรมพูดขึ้น

             

             

             

            “ไม่น่าใช่นะฉันเคยถามพวกพนักงานแผนกธุรการมา พวกเขาบอกว่าครอบครัวของไป่เจ๋อค่อนข้างยากจนตอนที่พวกเขาไปตรวจสอบข้อมูลที่ไป่เจ๋อกรอกไว้ เขาพบว่าไป่เจ๋ออยู่ห้องเช่ากับครอบครัว ไม่มีบ้านเป็นของตัวเองน่ะ”พนักงานหญิงอธิบาย

             

             

             

            “แล้วทำไมถึงมีรถหรูมารับเขาไปล่ะ”พนักงานชายถาม

             

             

             

            “นั่นสิ”พนักงานหญิงตอบ

             

             

             

            คนทั้งหลายต่างพูดคุยเรื่องนี้กันอยู่สักพักก่อนจะแยกย้ายกันไป ส่วนไป่เจ๋อที่ตอนนี้อยู่บนรถเขาหยิบเอาการบ้านออกมาทำระหว่างนั่งอยู่ว่าง ๆซึ่งชายหนุ่มที่เป็นคนขับรถอดแปลกใจไม่ได้ ทั้งที่รถขับอยู่ แต่ไป่เจ๋อที่นั่งกลับไม่มีการเอียงซ้ายเอียงขวาแถมยังขีดเขียนสมุดของตนราวกับนั่งอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือที่บ้าน

             

             

             

            หลังมาถึงครึ่งทางไป่เจ๋อทำการบ้านของเขาเสร็จเขาโทรไปบอกพ่อกับแม่ว่าติดธุระที่เมืองข้าง ๆ อาจจะกลับดึกหน่อยเลยโทรมาไม่ให้พวกท่านเป็นห่วง แล้วหยิบลูกแก้วความทรงจำ 2 ลูกขึ้นมาก่อนจะหมุนมันด้วยมือข้างเดียว

             

             

             

            คนขับรถที่เหลือบมองไป่เจ๋อเป็นระยะ เพราะการหมุนลูกแก้วพวกนั้นเหมือนลูกหินที่คนแก่เขาใช้บริหารมือกับนิ้วไม่มีผิดเขาอดคิดไม่ได้ว่าเด็กวัยรุ่นสมัยนี้นิยมกันรึไงนะ โดยไม่ได้รู้เลยว่าขณะนี้ไป่เจ๋อกำลังดูดซับความรู้และประสบการณ์จากลูกแก้วทั้ง 2ซึ่งลูกแก้วทั้ง 2 นี้คือความรู้และประสบการณ์ของเมิ่งเจี่ยกับเนี่ยฟง ไป่เจ๋อค่อย ๆ ซึมซับเอาความสามารถของทั้ง 2 คนที่ก่อนหน้านี้เขายังดูซับมาเพียงบางส่วนจนหมด

             

             

             

            ไม่นานรถได้มาจอดยังที่จอดรถVIP ของสตูดิโอเทียนซาน ชายหนุ่มคนขับรถลงมาเปิดประตูให้กับไป่เจ๋อ ไป่เจ๋อจัดชุดของเขาให้เรียบร้อยก่อนจะลงจากรถ

             

             

             

            เมื่อไป่เจ๋อเริ่มก้าวเดินมันทำให้คนขับรู้สึกขนลุกราวกับเมิ่งเจี่ยมาอยู่ตรงหน้าเขาอีกทั้งท่วงท่าการเดินของเด็กหนุ่มตรงหน้าเขายังดูดีราวกับนายแบบระดับท็อปที่เขาเคยพบตอนคนเหล่านั้นมาหาเมิ่งเจี่ยอีกด้วย

             

             

             

            ทันทีที่ไป่เจ๋อก้าวเข้ามาในสตูดิโอเขาก็ได้พบกลับเมิ่งเจี่ยที่กำลังนั่งจิบชาอยู่ที่โซฟาบรรยากาศกับท่าทางของเขาดูสูงส่ง และน่ายำเกรงสีหน้าของพนักงานต้อนรับที่ยิ้มเกร็ง ๆ เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัด

             

             

             

            “โอ้ไป่เจ๋อ เธอมาแล้ว ไปที่ห้องแต่งตัวเลยฉันเตรียมสไตล์ลิสต์มือ 1 ของบริษัทไว้ให้เธอแล้ว”เมิ่งเจี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น และแปลกใจกับการพบไป่เจ๋อวันนี้เพราะตอนพบกันที่ร้านอาหารครั้งก่อน ไป่เจ๋อมีบุคลิกที่ดูดีเท่านั้นแต่มาวันนี้ทั้งท่าทางการเดินและการจัดระเบียบร่างกายกลับเหมือนนายแบบมืออาชีพระดับท็อปที่เมิ่งเจี่ยเคยพบมาด้วยบรรยากาศที่น่าดึงดูดจนไม่อาจละสายตาได้

             

             

             

            ไป่เจ๋อโค้งเคารพเมิ่งเจี่ยก่อนจะเดินตามพนักงานไปยังห้องแต่งตัวเมื่อมาถึงห้องแต่งตัว พนักงานสาวทำการเปิดประตูพร้อมกับเรียกคนที่รออยู่ในห้อง

             

             

             

            “พี่คะน้อง...เอ่อ... คุณไป่มาแล้วค่ะ ฝากด้วยนะคะ” พนักงานกล่าวพร้อมกับหลบทางให้ไป่เจ๋อเดินเข้าไป

             

             

             

            เมื่อไป่เจ๋อเดินเข้ามาในห้องเขาได้พบหญิงสาวคนหนึ่งเธอมีเครื่องหน้าที่งดงาม เครื่องสำอางค์ที่แต่งแต้มบนใบหน้าดูลงตัวเข้ากับการแต่งตัวและทรงผม ไป่เจ๋อที่ได้ความสามารถของเมิ่งเจี่ยมาสามารถบอกได้เลยว่าหญิงสาวคนนี้เป็นคนมีฝีมือร้ายกาจในวงการแน่นอน

             

             

             

            “สวัสดีครับพี่สาวขอความกรุณาด้วยครับ” ไป่เจ๋อโค้งตัวลงทักทายอย่างสุภาพ

             

             

             

            “ไม่ต้องสุภาพขนาดนั้นหรอกเรียกฉันว่า พี่สาวเจิ้ง ก็ได้นะ” หญิงสาวบอกตอนแรกเธอรู้สึกว่าเจ้านายของเธอทำไมต้องทำเรื่องใหญ่โตเพื่อเด็กคนหนึ่งแต่ตอนที่เธอเห็นไป่เจ๋อเดินเข้ามาเธอก็เปลี่ยนความคิดนั้นทันที ด้วยรูปร่าง หน้าตา บุคลิกหากบอกว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าเป็นนายแบบระดับท็อป เธอก็เชื่อ

             

             

             

            “ได้ครับพี่สาวเจิ้ง” ไป่เจ๋อเดินมานั่งลงหน้ากระจกบานใหญ่พี่สาวเจิ้งลองสัมผัสผิวของไป่เจ๋อดู นั่นทำให้เธอประหลาดใจ

             

             

             

            “ไป่เจ๋อ ผิวเธอเหมือนกับเด็กทารกเลย ทั้งละเอียด ไม่สาก หลุมสิวริ้วรอยไม่มีให้เห็นเลย นี่ดูแลยังไงเนี่ย” พี่สาวเจิ้งถาม

             

             

             

            “ผมใช้ครีมของบริษัทมู่เทียนน่ะครับเขากำลังจะเปิดตัวสินค้าใหม่นี้อยู่ ผมรับงานโฆษณาของบริษัทเขามาน่ะครับทางนั้นเลยให้สินค้าตัวใหม่มาทดลองใช้” ไป่เจ๋อกล่าว

             

             

             

            “เอ๋จริงเหรอ ขอมาให้พี่สาวลองใช้บ้างสิ” พี่สาวเจิ้งกล่าว หากมีครีมที่ดีขนาดนี้ต่อให้แพงแค่เธอก็ยอมจ่าย

             

             

             

            “ได้ครับ”ไป่เจ๋อรับปากขณะเดียวกันเขาก็เริ่มคัดลอกความสามารถของพี่สาวเจิ้งทันทีเพราะตอนนี้เขายังไม่ดังและมีเงินไม่มากพอที่จะจ้างช่างแต่งหน้าส่วนตัวการได้ความสามารถนี้มาจะช่วยเขาประหยัดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้หากงานที่เขารับช่างแต่งหน้าฝีมือแย่ นั่นจะทำให้ภาพลักษณ์ของเขาดูไม่ดีในงานนั้น ๆ ซึ่งไป่เจ๋อยอมไม่ได้เด็ดขาด

             

             

             

            ใช้เวลาไม่นานไป่เจ๋อเดินออกมาจากห้อง พร้อมกับเสื้อผ้าชุดแรกซึ่งจุดประสงค์ที่ให้ไป่เจ๋อมาที่สตูดิโอของเขาในครั้งนี้เพื่อสอนและให้คำแนะนำกับไป่เจ๋อเกี่ยวกับวงการนายแบบนางแบบ โดยเขาให้ช่างภาพถ่ายรูปไว้ด้วย

             

             

             

            ช่วงแรกนั้นไป่เจ๋อยังดูเก้ ๆ กัง ๆเพราะต้องปรับท่าทางให้เข้ากับร่างกายของตัวเองสาเหตุมาจากประสบการณ์ที่ได้รับมานั้นเป็นประสบการณ์จากร่างกายของเมิ่งเจี่ยไม่ใช่ของเขาเขาจึงต้องปรับเทคนิคและเรียนรู้ท่าทางให้เข้ากับร่างกายของตนเอง

             

             

             

            ส่วนเมิ่งเจี่ยนั้นคอยแนะนำไป่เจ๋อเป็นระยะ จนกระทั่งไป่เจ๋อสามารถปรับตัวได้และแสดงความสามารถออกมาอย่างเต็มที่ ช่างภาพกับเมิ่งเจี่ยต่างมองไป่เจ๋อเปลี่ยนท่าโพสไปเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว จากเสื้อผ้าชุดแรก เปลี่ยนเป็นชุดที่สองและสาม ร่วมหลายสิบชุดในที่สุดเวลาก็ผ่านไปร่วม 2 ชั่วโมง เมิ่งเจี่ยก็ให้สัญญาณให้หยุด

             

             

             

            “โอเคพอแค่นี้แหละ เยี่ยมมาก ถึงตอนแรกจะดูขัดหูขัดตาไปบ้างแต่ไม่นานเธอก็ทำได้ดีขึ้นมากพอฉันเห็นเธอก็ทำให้ฉันนึกถึงตัวเองสมัยตอนเข้าวงการใหม่ ๆ” เมิ่งเจี่ยกล่าว (ไป่เจ๋อ : แหงสิ ความสามารถเจ้าทั้งนั้น)

             

             

             

            “ฉันเตรียมเสื้อผ้าที่ตัดเสร็จแล้วไว้ให้ที่รถส่วนรูปพวกนี้ฉันจะส่งไปให้บริษัทของเธออัพลงในหน้าประวัติของเธออีกที”เมิ่งเจี่ยกล่าว

             

             

             

            “เอ๋มันทำได้ด้วยเหรอครับ” ไป่เจ๋อถาม

             

             

             

            “ได้สิเสื้อผ้าที่เธอใส่ไปทั้งหมดนี้เป็นสินค้าใหม่ที่จะออกวางจำหน่ายในเดือนหน้านี้ฉันโอนเงินเข้าบัญชีของเธอเป็นค่าแรงให้แล้ว เพราะไม่เกี่ยวกับบริษัท LSAไม่มีการทำสัญญาจ้าง เธอจะคิดว่าเป็นเพียงปู่ให้เงินหลานก็ได้”พูดจบเมิ่งเจี่ยก็แสดงหน้าจอสลิปการทำรายการธุรกรรมให้ไป่เจ๋อดู

             

             

             

            “นี่มัน”ไป่เจ๋อไม่อยากเชื่อสายตา นี่เป็นครั้งที่ 3แล้วที่เขาเห็นตัวเลข 7 หลัก

             

             

             

            “รับไปเถอะเพราะเธอทำให้ฉันได้แรงบันดาลใจใหม่อีกแล้ว” เมิ่งเจี่ยยิ้ม

             

             

             

            ไป่เจ๋อสังเกตเห็นว่าสีหน้าของพนักงานไม่สู้ดีนักดูท่าทางอิดโรยมาก พวกเขาคงทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อตัดเย็บเสื้อให้เขาแน่ ๆ

             

             

             

            “ยังไงปู่ก็อย่าใช้งานพนักงานจนตายนะครับผมกลัวว่าเสื้อปู่จะมีวิญญาณอาฆาตของพนักงานที่โดนใช้แรงงานจนตายมาหลอกหลอนน่ะ” ไป่เจ๋อกล่าว

             

             

             

            เมิ่งเจี่ยหัวเราะลั่นเขารู้ตัวดีว่าเป็นพวกจริงจังกับงาน และบ้างานเหมือนกับซีหลัวเขามักจะใช้แรงงานพนักงานหนักโดยไม่รู้ตัวอยู่เสมอ

             

             

             

            “เข้าใจแล้วฉันจะพยายามหยุดตัวเองก็แล้วกัน” เมิ่งเจี่ยกล่าว

             

             

             

            ไป่เจ๋อกล่าวลาแล้วขึ้นรถคันเดิมเพื่อกลับห้องเช่าของครอบครัวเขา ซึ่งระหว่างนั่งอยู่บนรถ ไป่เจ๋อทำการดูดซับความสามารถของพี่สาวเจิ้งจากลูกแก้วความทรงจำเงียบๆ

             

             

             

            รถมาจอดหน้าอะพาร์ตเมนต์ที่ครอบครัวของไป่เจ๋อเช่าอยู่ ตอน 5 ทุ่มกว่า ไป่เจ๋อลงมาจากรถก่อนพาชายหนุ่มคนขับรถยกกล่องเสื้อผ้าที่เมิ่งเจี่ยจัดไว้ให้เข้ามาในห้องเช่าชายหนุ่มคนขับรถนั้นถามถึงตู้เสื้อผ้าของไป่เจ๋อทันที ไป่เจ๋อจึงทำการชี้ไปที่ตู้เสื้อผ้าของเขาชายหนุ่มคนขับรถเปิดตู้เสื้อผ้าออก ก่อนจะเริ่มทำในสิ่งที่ไป่เจ๋อคาดไม่ถึง

             

             

             

            “อ๊ะนั่นคุณกำลังทำอะไรน่ะครับ” ไป่เจ๋อถามด้วยความตกใจส่วนชายหนุ่มคนขับรถไม่ได้ตอบและทำการรวบเสื้อผ้าของไป่เจ๋อทั้งตู้โยนใส่ถุงดำแล้วค่อยตอบไป่เจ๋อ

             

             

             

            “ท่านเมิ่งเจี่ยได้จัดเตรียมเสื้อและกางเกงสำหรับใส่ไปออกงานชุดนักเรียน และชุดไปรเวทให้คุณไป่ ทั้งหมดแล้ว และสั่งมาให้ผมนำเสื้อผ้าเก่าทั้งหมดไปทิ้งครับท่านให้เหตุผลว่า ในวงการนี้ภาพลักษณ์เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก นิสัยมาเป็นอันดับสองความสามารถมาเป็นอันดับสามเพราะคนจะตัดสินคุณในครั้งแรกที่เห็นจากรูปลักษณ์ภายนอก” ชายหนุ่มคนขับรถกล่าว

             

             

             

            ไป่เจ๋อพยักหน้าอย่างจนใจเขายอมให้ชายหนุ่มคนนี้จัดการกับเสื้อผ้าเก่าของเขาก่อนจะนำเสื้อผ้าใหม่จากเมิ่งเจี่ยมาแขวนใส่ตู้อย่างเป็นระเบียบ แต่ที่ทำให้ไป่เจ๋อแปลกใจคือ เครื่องประดับสำหรับผู้ชาย เข็มกลัด เข็มขัดรองเท้าผ้าใบจนถึงรองเท้าหนังอย่างดี และนาฬิกาข้อมือถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบในลิ้นชักตู้เสื้อผ้า

             

             

             

            “ของพวกนี้มันอะไรกันครับไม่ได้มีแต่เสื้อผ้าเหรอ” ไป่เจ๋อถาม

             

             

             

            “ของที่ต้องใช้ประกอบกันครับเฉพาะนาฬิกาเท่านั้นที่ท่านเมิ่งเจี่ย เอาคอลเลคชั่นที่ท่านไม่ใส่แล้วมาให้ครับ”ชายคนขับรถกล่าว

             

             

             

            ‘ยังดีที่เขาไม่บอกว่าเป็นของเพื่อนเขานะ’ไป่เจ๋อคิดขณะมองนาฬิกาข้อมือแต่ละเรือนแต่ละเรือนล้วนอยู่ในราคาหลักล้านถึงสิบล้านเลยนะ ไป่เจ๋อถอนหายใจออกมาและขอตัวไปอาบน้ำ

             

             

             

            เมื่อไป่เจ๋อออกมา เขาพบว่าชายหนุ่มคนขับรถได้จากไปแล้วพร้อมกับสมุดโน๊ตที่เขียนคำว่า มิกซ์ แอนด์ แมทช์ ไปที่ปกถูกวางไว้บนโต๊ะภายในสมุดเขียนถึงการจับคู่เสื้อผ้ากับเครื่องประดับที่เมิ่งเจี่ยให้มาไว้ทั้งหมด ไป่เจ๋ออ่านและจำมันก่อนจะเข้านอนเพราะพรุ่งนี้เมิ่งชิงชิงจะมารับเขาไปที่สถานที่ถ่ายโฆษณาตั้งแต่ตี 4

    นิยายแนะนำ

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    ระบบเจ้าสำนัก **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    873K 2049
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258