วันรุ่งขึ้นไป่เจ๋อไปโรงเรียนตามปกติเพื่อนของเขาได้เข้ามาพูดคุยเกี่ยวกับงานถ่ายโฆษณาวันพรุ่งนี้นิดหน่อยพอตกเย็นเขาก็ไปเรียนที่ศูนย์ฝึกอบรม LSA ซึ่งเป็นคลาสการแสดงขั้นกลางและคราวนี้เนี่ยฟงไม่ได้มาเข้าคลาส เขาจึงรู้สึกสบายใจเพราะเขาเองไม่ค่อยชอบเนี่ยฟงเช่นกัน
หลังเลิกคลาสไป่เจ๋อเดินออกมาจากห้องเรียนและพบกับเมิ่งชิงชิงที่กำลังรอเขาอยู่หน้าห้องเรียนเขายิ้มขึ้นก่อนจะเดินไปหาเมิ่งชิงชิง
“พี่ชิงชิงมีอะไรรึเปล่าครับ” ไป่เจ๋อถามขณะที่เขายืนอยู่ห่างจากเธอไม่มากแต่ก็เห็นได้ชัดว่าตอนนี้เขาสูงว่าอีกฝ่ายมากกว่าคราวก่อนอย่างเห็นได้ชัด
“คุณปู่เมิ่งเจี่ยโทรมาหาฉันเขาบอกว่าจะส่งรถมารับนายไปสตูดิโอเทียนซานของเขา” เมิ่งชิงชิงกล่าวเธอไม่เข้าใจว่าพวกปู่ของเธอทำไมถึงถูกใจไป่เจ๋อนักหนาในสายตาของเธอ ไป่เจ๋อเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่หน้าตาดีบุคลิกดี กลิ่นตัวหอม รูปร่างดี อัธยาศัยดี การแสดงก็เป็นที่ยอมรับของอาจารย์ถง
‘เดี๋ยวนะฉันควรจะหาข้อติสิ ทำไมถึงคิดได้แต่ข้อดีกันล่ะ’ เมิ่งชิงชิงอยากจะทุบหัวตัวเอง
‘เดี๋ยวนะทำไมความคิดเรามันขัด ๆ กันล่ะ ใช่แล้ว หมอนั่นนิสัยไม่ดีชอบแกล้งกับยั่วโมโหเราประจำ’ สุดท้ายเมิ่งชิงชิงก็คิดข้อเสียของไป่เจ๋อออก
“ฉันล่ะไม่เข้าใจจริงๆ ว่าพวกปู่ถูกใจอะไรนายนักหนาแล้วนายรู้ไหมว่าปู่เมิ่งเจี่ยเรียกนายไปที่สตูดิโอทำไม ขนาดฉันเป็นหลานของญาติเขายังไม่แม้แต่จะให้ไปเหยียบที่จอดรถสตูดิโอเขาเลยด้วยซ้ำ”เมิ่งชิงชิงกล่าวขณะที่มองอย่างพิจารณาไปที่ไป่เจ๋อเพื่อหาคำตอบที่เธอสงสัย
“ถ้าพี่ชิงชิงอยากไปก็มีวิธีอยู่สนใจไหมครับ” ไป่เจ๋อกล่าว
“จริงเหรอทำยังไงล่ะ ฉันอยากไปเห็นสตูดิโอของปู่เมิ่งเจี่ยมากเลยสตูดิโอของเทียนซานน่ะได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสตูดิโอที่ดีที่สุดของโลกเลยล่ะ”เมิ่งชิงชิงเริ่มเพ้อ สำหรับหญิงสาว เสื้อผ้าเป็นสิ่งหนึ่งที่พวกเธอหลงไหล
“อืม...ถ้าพี่ยอมแต่งงานกับผมผมจะช่วยพูดให้ดีไหมครับ” ไป่เจ๋อพูดยิ้มเจ้าเล่ห์ทำให้เมิ่งชิงชิงปล่อยหมัดใส่ท้องของเขาทันที แต่สิ่งที่เธอเห็นก็คือไป่เจ๋อยังคงยิ้มอยู่
“นี่นายไม่เจ็บเลยเหรอฉันว่าฉันต่อยแรงมากเลยนะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว เธอตกใจและได้สติเมื่อเธอต่อยไป่เจ๋อไป แต่เธอกลับยิ่งตกใจมากขึ้นเมื่อเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่สะทกสะท้านอะไรเลย
“พี่ชิงชิงผมฝึกกล้ามหน้าท้องมาอย่างดีเลยนะ ไม่เชื่อพี่ลองจับดูสิ” ไป่เจ๋อไม่พูดเปล่าเขาคว้ามือของเมิ่งชิงชิงมาสัมผัสที่หน้าท้องของเขา
เมิ่งชิงชิงถึงกับสะดุ้งแม้เธอจะเคยเห็นซีโม่ตอนเปลือยท่อนบนมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้ถึงกับสัมผัสมันกับมือขนาดนี้เธอจึงรีบชักมือออกด้วยใบหน้าที่แดงเหมือนมะเขือเทศ
‘มันรู้สึกจักจี้แปลกๆ’ เมิ่งชิงชิงคิด
“นี่นายทำแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนเลยรึเปล่า”เมิ่งชิงชิงถาม แต่เธอพยายามจะไม่มองหน้าไป่เจ๋อ และเหลือบมองไป่เจ๋อเป็นระยะ ๆ เท่านั้น
“โธ่พี่ชิงชิง ผมไม่ยอมให้ใครจับนอกจากพี่เลยนะ ไหน ๆ พี่ต้องมาเป็นผู้จัดการให้ผมต้องเห็นผมถอดเสื้อบ่อย ๆ ผมเลยคิดว่าน่าจะให้พี่ทำความเคยชินกับมันไว้ก่อนน่ะ” ไป่เจ๋ออธิบายด้วยเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ
“ให้นายมีงานเยอะกว่านี้ก่อนเถอะถึงตอนนั้นฉันค่อยทำความคุ้นชินกับนาย แต่ตอนนี้ไม่เอาย่ะ แบร่”เมิ่งชิงชิงแลบลิ้นใส่ ก่อนจะวิ่งหนีทันที
ไป่เจ๋อยิ้มให้กับการกระทำอันน่ารักของเมิ่งชิงชิงและนึกถึงหญิงสาวที่เขารักมากที่สุดในต้าเซียนก่อนจะเดินออกมาจากศูนย์ฝึกอบรม
สิ่งที่เขาเห็นก็คือชายหนุ่มหน้าตาดีใส่ชุดสูทดูเรียบหรูกำลังเดินเข้ามาโค้งทำความเคารพเขาด้วยท่าทางสุภาพราวกับเขาเป็นพ่อบ้านจากตระกูลชนชั้นสูง
“คุณชายไป่ท่านเมิ่งเจี่ยให้ผมมารับคุณครับ” ชายหนุ่มกล่าวก่อนจะเปิดประตูรถหรูที่จอดอยู่ด้านหลังเขาและเชิญไป่เจ๋อขึ้นรถท่ามกลางสายตาของผู้คนรอบ ๆ สาเหตุเพราะรถคันนี้คือ Force-P รุ่นกันกระสุนสั่งทำพิเศษ (ยี่ห้อนี้จิ้นเอาล้วน ๆ ครับ) ตัวบริษัท Force-Pเป็นบริษัทผลิตรถยนต์อันดับ 1 ของโลกใบนี้ ไป่เจ๋อเองก็มีแผนที่วางไว้เกี่ยวกับมันเช่นกันนั่นคือเขาอยากร่วมงานกับ Force-P ในอนาคต
หลังไป่เจ๋อขึ้นมานั่งบนรถชายหนุ่มก็ปิดประตูอย่างเบามือและเดินไปเปิดประตูฝั่งที่นั่งคนขับเมื่อประจำที่เรียบร้อยแล้ว เขาก็ขับรถมุ่งหน้าไปที่สตูดิโอเทียนซานทันที
“นั่นมันรถยี่ห้อForce-P รุ่นสั่งทำพิเศษ ไป่เจ๋อที่มีเรื่องกับเนี่ยฟงเมื่อวันก่อนเขารวยขนาดนั้นเลยเหรอ” พนักงานชายของศูนย์ฝึกอบรมพูดขึ้น
“ไม่น่าใช่นะฉันเคยถามพวกพนักงานแผนกธุรการมา พวกเขาบอกว่าครอบครัวของไป่เจ๋อค่อนข้างยากจนตอนที่พวกเขาไปตรวจสอบข้อมูลที่ไป่เจ๋อกรอกไว้ เขาพบว่าไป่เจ๋ออยู่ห้องเช่ากับครอบครัว ไม่มีบ้านเป็นของตัวเองน่ะ”พนักงานหญิงอธิบาย
“แล้วทำไมถึงมีรถหรูมารับเขาไปล่ะ”พนักงานชายถาม
“นั่นสิ”พนักงานหญิงตอบ
คนทั้งหลายต่างพูดคุยเรื่องนี้กันอยู่สักพักก่อนจะแยกย้ายกันไป ส่วนไป่เจ๋อที่ตอนนี้อยู่บนรถเขาหยิบเอาการบ้านออกมาทำระหว่างนั่งอยู่ว่าง ๆซึ่งชายหนุ่มที่เป็นคนขับรถอดแปลกใจไม่ได้ ทั้งที่รถขับอยู่ แต่ไป่เจ๋อที่นั่งกลับไม่มีการเอียงซ้ายเอียงขวาแถมยังขีดเขียนสมุดของตนราวกับนั่งอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือที่บ้าน
หลังมาถึงครึ่งทางไป่เจ๋อทำการบ้านของเขาเสร็จเขาโทรไปบอกพ่อกับแม่ว่าติดธุระที่เมืองข้าง ๆ อาจจะกลับดึกหน่อยเลยโทรมาไม่ให้พวกท่านเป็นห่วง แล้วหยิบลูกแก้วความทรงจำ 2 ลูกขึ้นมาก่อนจะหมุนมันด้วยมือข้างเดียว
คนขับรถที่เหลือบมองไป่เจ๋อเป็นระยะ เพราะการหมุนลูกแก้วพวกนั้นเหมือนลูกหินที่คนแก่เขาใช้บริหารมือกับนิ้วไม่มีผิดเขาอดคิดไม่ได้ว่าเด็กวัยรุ่นสมัยนี้นิยมกันรึไงนะ โดยไม่ได้รู้เลยว่าขณะนี้ไป่เจ๋อกำลังดูดซับความรู้และประสบการณ์จากลูกแก้วทั้ง 2ซึ่งลูกแก้วทั้ง 2 นี้คือความรู้และประสบการณ์ของเมิ่งเจี่ยกับเนี่ยฟง ไป่เจ๋อค่อย ๆ ซึมซับเอาความสามารถของทั้ง 2 คนที่ก่อนหน้านี้เขายังดูซับมาเพียงบางส่วนจนหมด
ไม่นานรถได้มาจอดยังที่จอดรถVIP ของสตูดิโอเทียนซาน ชายหนุ่มคนขับรถลงมาเปิดประตูให้กับไป่เจ๋อ ไป่เจ๋อจัดชุดของเขาให้เรียบร้อยก่อนจะลงจากรถ
เมื่อไป่เจ๋อเริ่มก้าวเดินมันทำให้คนขับรู้สึกขนลุกราวกับเมิ่งเจี่ยมาอยู่ตรงหน้าเขาอีกทั้งท่วงท่าการเดินของเด็กหนุ่มตรงหน้าเขายังดูดีราวกับนายแบบระดับท็อปที่เขาเคยพบตอนคนเหล่านั้นมาหาเมิ่งเจี่ยอีกด้วย
ทันทีที่ไป่เจ๋อก้าวเข้ามาในสตูดิโอเขาก็ได้พบกลับเมิ่งเจี่ยที่กำลังนั่งจิบชาอยู่ที่โซฟาบรรยากาศกับท่าทางของเขาดูสูงส่ง และน่ายำเกรงสีหน้าของพนักงานต้อนรับที่ยิ้มเกร็ง ๆ เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัด
“โอ้ไป่เจ๋อ เธอมาแล้ว ไปที่ห้องแต่งตัวเลยฉันเตรียมสไตล์ลิสต์มือ 1 ของบริษัทไว้ให้เธอแล้ว”เมิ่งเจี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น และแปลกใจกับการพบไป่เจ๋อวันนี้เพราะตอนพบกันที่ร้านอาหารครั้งก่อน ไป่เจ๋อมีบุคลิกที่ดูดีเท่านั้นแต่มาวันนี้ทั้งท่าทางการเดินและการจัดระเบียบร่างกายกลับเหมือนนายแบบมืออาชีพระดับท็อปที่เมิ่งเจี่ยเคยพบมาด้วยบรรยากาศที่น่าดึงดูดจนไม่อาจละสายตาได้
ไป่เจ๋อโค้งเคารพเมิ่งเจี่ยก่อนจะเดินตามพนักงานไปยังห้องแต่งตัวเมื่อมาถึงห้องแต่งตัว พนักงานสาวทำการเปิดประตูพร้อมกับเรียกคนที่รออยู่ในห้อง
“พี่คะน้อง...เอ่อ... คุณไป่มาแล้วค่ะ ฝากด้วยนะคะ” พนักงานกล่าวพร้อมกับหลบทางให้ไป่เจ๋อเดินเข้าไป
เมื่อไป่เจ๋อเดินเข้ามาในห้องเขาได้พบหญิงสาวคนหนึ่งเธอมีเครื่องหน้าที่งดงาม เครื่องสำอางค์ที่แต่งแต้มบนใบหน้าดูลงตัวเข้ากับการแต่งตัวและทรงผม ไป่เจ๋อที่ได้ความสามารถของเมิ่งเจี่ยมาสามารถบอกได้เลยว่าหญิงสาวคนนี้เป็นคนมีฝีมือร้ายกาจในวงการแน่นอน
“สวัสดีครับพี่สาวขอความกรุณาด้วยครับ” ไป่เจ๋อโค้งตัวลงทักทายอย่างสุภาพ
“ไม่ต้องสุภาพขนาดนั้นหรอกเรียกฉันว่า พี่สาวเจิ้ง ก็ได้นะ” หญิงสาวบอกตอนแรกเธอรู้สึกว่าเจ้านายของเธอทำไมต้องทำเรื่องใหญ่โตเพื่อเด็กคนหนึ่งแต่ตอนที่เธอเห็นไป่เจ๋อเดินเข้ามาเธอก็เปลี่ยนความคิดนั้นทันที ด้วยรูปร่าง หน้าตา บุคลิกหากบอกว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าเป็นนายแบบระดับท็อป เธอก็เชื่อ
“ได้ครับพี่สาวเจิ้ง” ไป่เจ๋อเดินมานั่งลงหน้ากระจกบานใหญ่พี่สาวเจิ้งลองสัมผัสผิวของไป่เจ๋อดู นั่นทำให้เธอประหลาดใจ
“ไป่เจ๋อ ผิวเธอเหมือนกับเด็กทารกเลย ทั้งละเอียด ไม่สาก หลุมสิวริ้วรอยไม่มีให้เห็นเลย นี่ดูแลยังไงเนี่ย” พี่สาวเจิ้งถาม
“ผมใช้ครีมของบริษัทมู่เทียนน่ะครับเขากำลังจะเปิดตัวสินค้าใหม่นี้อยู่ ผมรับงานโฆษณาของบริษัทเขามาน่ะครับทางนั้นเลยให้สินค้าตัวใหม่มาทดลองใช้” ไป่เจ๋อกล่าว
“เอ๋จริงเหรอ ขอมาให้พี่สาวลองใช้บ้างสิ” พี่สาวเจิ้งกล่าว หากมีครีมที่ดีขนาดนี้ต่อให้แพงแค่เธอก็ยอมจ่าย
“ได้ครับ”ไป่เจ๋อรับปากขณะเดียวกันเขาก็เริ่มคัดลอกความสามารถของพี่สาวเจิ้งทันทีเพราะตอนนี้เขายังไม่ดังและมีเงินไม่มากพอที่จะจ้างช่างแต่งหน้าส่วนตัวการได้ความสามารถนี้มาจะช่วยเขาประหยัดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้หากงานที่เขารับช่างแต่งหน้าฝีมือแย่ นั่นจะทำให้ภาพลักษณ์ของเขาดูไม่ดีในงานนั้น ๆ ซึ่งไป่เจ๋อยอมไม่ได้เด็ดขาด
ใช้เวลาไม่นานไป่เจ๋อเดินออกมาจากห้อง พร้อมกับเสื้อผ้าชุดแรกซึ่งจุดประสงค์ที่ให้ไป่เจ๋อมาที่สตูดิโอของเขาในครั้งนี้เพื่อสอนและให้คำแนะนำกับไป่เจ๋อเกี่ยวกับวงการนายแบบนางแบบ โดยเขาให้ช่างภาพถ่ายรูปไว้ด้วย
ช่วงแรกนั้นไป่เจ๋อยังดูเก้ ๆ กัง ๆเพราะต้องปรับท่าทางให้เข้ากับร่างกายของตัวเองสาเหตุมาจากประสบการณ์ที่ได้รับมานั้นเป็นประสบการณ์จากร่างกายของเมิ่งเจี่ยไม่ใช่ของเขาเขาจึงต้องปรับเทคนิคและเรียนรู้ท่าทางให้เข้ากับร่างกายของตนเอง
ส่วนเมิ่งเจี่ยนั้นคอยแนะนำไป่เจ๋อเป็นระยะ จนกระทั่งไป่เจ๋อสามารถปรับตัวได้และแสดงความสามารถออกมาอย่างเต็มที่ ช่างภาพกับเมิ่งเจี่ยต่างมองไป่เจ๋อเปลี่ยนท่าโพสไปเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว จากเสื้อผ้าชุดแรก เปลี่ยนเป็นชุดที่สองและสาม ร่วมหลายสิบชุดในที่สุดเวลาก็ผ่านไปร่วม 2 ชั่วโมง เมิ่งเจี่ยก็ให้สัญญาณให้หยุด
“โอเคพอแค่นี้แหละ เยี่ยมมาก ถึงตอนแรกจะดูขัดหูขัดตาไปบ้างแต่ไม่นานเธอก็ทำได้ดีขึ้นมากพอฉันเห็นเธอก็ทำให้ฉันนึกถึงตัวเองสมัยตอนเข้าวงการใหม่ ๆ” เมิ่งเจี่ยกล่าว (ไป่เจ๋อ : แหงสิ ความสามารถเจ้าทั้งนั้น)
“ฉันเตรียมเสื้อผ้าที่ตัดเสร็จแล้วไว้ให้ที่รถส่วนรูปพวกนี้ฉันจะส่งไปให้บริษัทของเธออัพลงในหน้าประวัติของเธออีกที”เมิ่งเจี่ยกล่าว
“เอ๋มันทำได้ด้วยเหรอครับ” ไป่เจ๋อถาม
“ได้สิเสื้อผ้าที่เธอใส่ไปทั้งหมดนี้เป็นสินค้าใหม่ที่จะออกวางจำหน่ายในเดือนหน้านี้ฉันโอนเงินเข้าบัญชีของเธอเป็นค่าแรงให้แล้ว เพราะไม่เกี่ยวกับบริษัท LSAไม่มีการทำสัญญาจ้าง เธอจะคิดว่าเป็นเพียงปู่ให้เงินหลานก็ได้”พูดจบเมิ่งเจี่ยก็แสดงหน้าจอสลิปการทำรายการธุรกรรมให้ไป่เจ๋อดู
“นี่มัน”ไป่เจ๋อไม่อยากเชื่อสายตา นี่เป็นครั้งที่ 3แล้วที่เขาเห็นตัวเลข 7 หลัก
“รับไปเถอะเพราะเธอทำให้ฉันได้แรงบันดาลใจใหม่อีกแล้ว” เมิ่งเจี่ยยิ้ม
ไป่เจ๋อสังเกตเห็นว่าสีหน้าของพนักงานไม่สู้ดีนักดูท่าทางอิดโรยมาก พวกเขาคงทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อตัดเย็บเสื้อให้เขาแน่ ๆ
“ยังไงปู่ก็อย่าใช้งานพนักงานจนตายนะครับผมกลัวว่าเสื้อปู่จะมีวิญญาณอาฆาตของพนักงานที่โดนใช้แรงงานจนตายมาหลอกหลอนน่ะ” ไป่เจ๋อกล่าว
เมิ่งเจี่ยหัวเราะลั่นเขารู้ตัวดีว่าเป็นพวกจริงจังกับงาน และบ้างานเหมือนกับซีหลัวเขามักจะใช้แรงงานพนักงานหนักโดยไม่รู้ตัวอยู่เสมอ
“เข้าใจแล้วฉันจะพยายามหยุดตัวเองก็แล้วกัน” เมิ่งเจี่ยกล่าว
ไป่เจ๋อกล่าวลาแล้วขึ้นรถคันเดิมเพื่อกลับห้องเช่าของครอบครัวเขา ซึ่งระหว่างนั่งอยู่บนรถ ไป่เจ๋อทำการดูดซับความสามารถของพี่สาวเจิ้งจากลูกแก้วความทรงจำเงียบๆ
รถมาจอดหน้าอะพาร์ตเมนต์ที่ครอบครัวของไป่เจ๋อเช่าอยู่ ตอน 5 ทุ่มกว่า ไป่เจ๋อลงมาจากรถก่อนพาชายหนุ่มคนขับรถยกกล่องเสื้อผ้าที่เมิ่งเจี่ยจัดไว้ให้เข้ามาในห้องเช่าชายหนุ่มคนขับรถนั้นถามถึงตู้เสื้อผ้าของไป่เจ๋อทันที ไป่เจ๋อจึงทำการชี้ไปที่ตู้เสื้อผ้าของเขาชายหนุ่มคนขับรถเปิดตู้เสื้อผ้าออก ก่อนจะเริ่มทำในสิ่งที่ไป่เจ๋อคาดไม่ถึง
“อ๊ะนั่นคุณกำลังทำอะไรน่ะครับ” ไป่เจ๋อถามด้วยความตกใจส่วนชายหนุ่มคนขับรถไม่ได้ตอบและทำการรวบเสื้อผ้าของไป่เจ๋อทั้งตู้โยนใส่ถุงดำแล้วค่อยตอบไป่เจ๋อ
“ท่านเมิ่งเจี่ยได้จัดเตรียมเสื้อและกางเกงสำหรับใส่ไปออกงานชุดนักเรียน และชุดไปรเวทให้คุณไป่ ทั้งหมดแล้ว และสั่งมาให้ผมนำเสื้อผ้าเก่าทั้งหมดไปทิ้งครับท่านให้เหตุผลว่า ในวงการนี้ภาพลักษณ์เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก นิสัยมาเป็นอันดับสองความสามารถมาเป็นอันดับสามเพราะคนจะตัดสินคุณในครั้งแรกที่เห็นจากรูปลักษณ์ภายนอก” ชายหนุ่มคนขับรถกล่าว
ไป่เจ๋อพยักหน้าอย่างจนใจเขายอมให้ชายหนุ่มคนนี้จัดการกับเสื้อผ้าเก่าของเขาก่อนจะนำเสื้อผ้าใหม่จากเมิ่งเจี่ยมาแขวนใส่ตู้อย่างเป็นระเบียบ แต่ที่ทำให้ไป่เจ๋อแปลกใจคือ เครื่องประดับสำหรับผู้ชาย เข็มกลัด เข็มขัดรองเท้าผ้าใบจนถึงรองเท้าหนังอย่างดี และนาฬิกาข้อมือถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบในลิ้นชักตู้เสื้อผ้า
“ของพวกนี้มันอะไรกันครับไม่ได้มีแต่เสื้อผ้าเหรอ” ไป่เจ๋อถาม
“ของที่ต้องใช้ประกอบกันครับเฉพาะนาฬิกาเท่านั้นที่ท่านเมิ่งเจี่ย เอาคอลเลคชั่นที่ท่านไม่ใส่แล้วมาให้ครับ”ชายคนขับรถกล่าว
‘ยังดีที่เขาไม่บอกว่าเป็นของเพื่อนเขานะ’ไป่เจ๋อคิดขณะมองนาฬิกาข้อมือแต่ละเรือนแต่ละเรือนล้วนอยู่ในราคาหลักล้านถึงสิบล้านเลยนะ ไป่เจ๋อถอนหายใจออกมาและขอตัวไปอาบน้ำ
เมื่อไป่เจ๋อออกมา เขาพบว่าชายหนุ่มคนขับรถได้จากไปแล้วพร้อมกับสมุดโน๊ตที่เขียนคำว่า มิกซ์ แอนด์ แมทช์ ไปที่ปกถูกวางไว้บนโต๊ะภายในสมุดเขียนถึงการจับคู่เสื้อผ้ากับเครื่องประดับที่เมิ่งเจี่ยให้มาไว้ทั้งหมด ไป่เจ๋ออ่านและจำมันก่อนจะเข้านอนเพราะพรุ่งนี้เมิ่งชิงชิงจะมารับเขาไปที่สถานที่ถ่ายโฆษณาตั้งแต่ตี 4