เฉินโจวพิมพ์อธิบายเรื่องที่ได้คุยกับจื่อหาวเมิงให้ทุกคนในช่องแชทกลุ่มงานได้รับรู้ พร้อมทั้งขอโทษทุกคนที่มารบกวนในช่วงเวลานี้ ทั้งที่ช่วงนี้เขาได้ให้ทุกคนพักเรื่องงานเพื่อเตรียมตัวกับการสอบไฟนอลที่กำลังจะมาถึงในเร็ว ๆ นี้แล้ว
จื่อซวานหมิง: [เฉินโจว ฉันคิดว่าเรื่องแบบนี้เราไม่ควรเลื่อนนัดวันที่อีกฝ่ายเสนอมา นายทำถูกต้องแล้ว พวกเราควรจะพูดคุยเรื่องนี้กับอีกฝ่ายให้รู้บทสรุปของสัญญาที่จะทำใหม่ให้เร็วที่สุด ยังไงวันนั้นฉันกับผู้ช่วยที่ไปในวันที่เซ็นสัญญาครั้งก่อน จะไปช่วยดูให้ด้วยนะ]
จินหงเหว่ย: [อย่างที่จื่อซวานหมิงว่า ผมเองก็เห็นด้วยที่เราจะไม่เลื่อนนัด ยังไงเรื่องนี้ก็คุยกันให้รู้เรื่องได้ข้อตกลงให้เร็วที่สุดก็เป็นดีกับทั้งสองฝ่าย แน่นอนว่าการพูดคุยเจรจาในครั้งนี้ ต้องทำให้บริษัทของเราได้ผลประโยชน์อย่างที่ควรจะเป็นด้วย ข้อตกลงอะไรที่เราเสียเปรียบมากเกินไป ก็ไม่ควรที่จะตกลงยอมรับ เฉินโจว เอาเป็นว่าวันนั้นผมจะเข้าไปพูดคุยช่วยพิจารณาเกี่ยวกับข้อสัญญาในครั้งนี้ด้วย]
หลิวจื้อเมิง: [เฮ้ ทุกคน วันนั้นฉันจะขอไปด้วยนะ เรื่องแบบนี้จะขาดฉันไปไม่ได้เด็ดขาด ^w^/]
หวังหง: [ทุกคน วันนั้นผมเองก็ขอไปด้วย ถึงจะไปแล้วช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่ก็ถือว่าไปเพื่อให้กำลังใจให้กับบริษัทของเรา เพื่อให้ได้ข้อตกลงที่ดีที่สุด]
เกาอิ้ง: [ฉันไปด้วย ฉันไปด้วย เหมือนที่หวังหงบอก ฉันอาจจะช่วยอะไรไม่ได้ แต่ก็จะขอไปยืนเป็นกำลังใจให้นะ]
เหลียนเริ่น: [แน่นอน วันนั้นฉันเองก็ต้องไปด้วย นอกจากไปให้กำลังใจแล้ว ในฐานะแอดมินช่อง เรื่องแบบนี้ต้องไปฟังให้เข้าใจ เพื่อที่ตอนไปแจ้งข่าวสารเรื่องนี้ให้แฟนช่องได้รับทราบ จะได้ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง]
เฉินโจว: [ขอบคุณทุกคนมากเลยนะ]
เห็นคอมเมนต์ที่ทุกคนตอบกลับมา หลังจากเขาได้เอาเรื่องนี้มาบอก เฉินโจวก็ซึ้งใจ เขารู้สึกว่าต้องทำให้บริษัทของตัวเองดียิ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ จนเป็นบริษัทใหญ่ที่คนนอกที่ได้ยินก็อยากจะเข้ามาทำงาน ให้ทุกคนที่อยู่ในตอนนี้ได้รู้ว่าที่ทำงานทุ่มเทกันมามันไม่ได้สูญเปล่าเลย
หลังจากพูดคุยตกลงกันได้ ก็ต้องเตรียมตัวเพื่อรับมือกับการเซ็นสัญญาครั้งนี้ โดยเฉพาะการเซ็นสัญญาลิขสิทธิ์ขายในเวอร์ชั่นต่างประเทศ ตอนนี้เขายังไม่รู้ว่ามีกี่ประเทศที่สนใจมาขอซื้อลิขสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายในประเทศของตน ควรจะคิดราคาเท่ากันทุกประเทศเลยดีไหม?
ช่างเถอะ คิดไปตอนนี้คงยังไม่ได้คำตอบ ยังไงเรื่องนี้ก็ต้องไปคุยกับทางบริษัทเปาเติ้งด้วยว่าอีกฝ่ายคิดยังไงกับเรื่องนี้ ยังไงก็เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านนี้อยู่แล้ว น่าจะเคยมีบอร์ดเกมตัวอื่นที่ได้รับความสนใจจนต่างประเทศอยากซื้อลิขสิทธิ์ไป ดังนั้นประสบการณ์ในด้านนี้อีกฝ่ายมีมากกว่าพวกเขา ยังไงก็ลองรับฟังดูก่อน ถ้ามันไม่แย่มากจนฝ่ายเราเสียเปรียบมากเกินไป ก็โอเคกับข้อเสนอของอีกฝ่ายได้
ดูท่าทางการกินยาตื่นตัวในครั้งนี้ที่คิดไว้ว่าจะเอาไว้ใช้สำหรับการอ่านหนังสือเตรียมสอบตลอดวัน คงต้องเปลี่ยนไปเป็นการหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าโดยปกติควรจะทำยังไงแทนแล้วล่ะ
ในที่สุดก็มาถึงวันพูดคุยรายละเอียดเซ็นสัญญาตัวใหม่ ทุกคนในบริษัทมากันครบถ้วน ทางด้านจื่อซวานหมิงก็พานักกฎหมายสาวสวยคนเดิมจากครั้งก่อนที่เซ็นสัญญามาด้วยอีกครั้ง
ผลของการพูดคุยในครั้งนี้ผ่านการพูดคุยและถกเถียงกันอย่างยาวนาน รายละเอียดมีมากกว่าตอนเซ็นสัญญาครั้งแรก ข้อกำหนดต่าง ๆ ในแต่ละประเทศที่มาขอซื้อสิทธิ์ก็ไม่เหมือนกัน
สุดท้ายต้องใช้เวลาถึงสามวันในการเจรจาและตกลงเกี่ยวกับการเซ็นสัญญาครั้งนี้ ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจสำหรับทั้งสองฝ่าย เฉินโจวเองก็โล่งใจในที่สุดที่ได้ข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้
หลังจากทำข้อตกลงในสัญญาจนทั้งสองฝ่ายยอมรับได้สำเร็จ ทางบริษัทเปาเติ้งก็ขอเสนอตัวเลี้ยงอาหารในครั้งนี้ แน่นอนว่าพวกเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร ทุกคนกินกันด้วยอารมณ์ชื่นมื่นและปรองดองของทั้งสองฝ่าย
ในที่สุด เรื่องนี้ก็จบลง ทุกคนเหนื่อยกันมาสามวันติด เขาสัญญากับทุกคนว่าจะนัดทุกคนมากินเลี้ยงฉลองหลังจากสอบไฟนอลเสร็จ และทุกคนในทีมก็ยินดีตอบรับ
กลับมาโหมดเตรียมสอบอีกครั้ง เขากินยาตื่นตัวอีกครั้ง ผลของยาเป็นจริง ถึงแม้จะคิดว่าระบบที่ทำอะไรได้น่ามหัศจรรย์ขนาดนี้ไม่น่าจะโกหกเรื่องแบบนี้กับเขา แต่สุดท้ายก็ต้องลองกินแล้วพิสูจน์เอง หลังจากเห็นผลของเม็ดยาของระบบว่าเป็นจริง หลังจากนี้ของรางวัลที่เป็นเม็ดยาเขาคงไม่ต้องกังวลแล้วว่า ระบบอธิบายมามันจะไม่เป็นจริง
ผลของเม็ดยาที่ดีขนาดนี้แล้ว เขาลองเองก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร เฉินโจวเองก็อยากจะเอาไปให้จื่อซวานหมิงใช้จริง ๆ แต่หลังจากคิดอยู่นาน สุดท้ายก็คิดว่าจะไม่ให้ดีกว่า ไม่ใช่ว่าเขางกเม็ดยา
ถ้าเป็นการให้กับจื่อซวานหมิง เขาจะไม่เสียดายเลย แต่จะหาข้ออ้างอะไรดีไปบอกเธอ เม็ดยาลับประจำตระกูลอะไรแบบนี้เหรอ ถ้ามันได้ผลดีขนาดนี้ ทำไมตระกูลเขาไม่ทำขายออกมาเลยละ รับรองทำออกมาได้ ตระกูลเขาคงรวยเละแน่นอน ถึงสุดท้ายจะโดนกดดันจากผู้มีอำนาจจนต้องขายสูตรเม็ดยาไป แต่ก็คงได้เงินมาใช้มากโขอยู่ดี
ในเมื่อยังคิดหาเหตุผลอะไรดี ๆ มาอ้างไม่ได้ ก็เลยคิดว่าไม่ให้ไปดีกว่า หรือต่อให้เธอไม่ถาม ก็คงจะต้องสงสัยมากแน่ ๆ ถ้าเขาบอกความจริงว่าได้มาจากระบบที่ทำภารกิจสำเร็จจนได้เม็ดยามา เธอจะคิดยังไงนะ เชื่อ หรือไม่เชื่อ... ช่างเถอะ ไม่คิดเรื่องนี้ต่อแล้ว
หลังจากเตรียมตัวมาอย่างดีสำหรับการสอบไฟนอลในครั้งนี้ ก็ถึงเวลาได้เข้าไปสอบแล้ว...
เมื่อทุกคนในกลุ่มสอบเสร็จหมดแล้ว สภาพของหลายคนดูไม่ค่อยสู้ดีนัก เขาจะไม่ขอถามก็แล้วกันว่าเพราะอะไร เฉินโจวทำตามสัญญาพาทุกคนไปเลี้ยงฉลองหลังสอบเสร็จ ถือว่าเป็นการเลี้ยงฉลองที่สอบเสร็จแล้ว และยังเป็นการให้รางวัลกับการทำงานที่ผ่านมาของทุกคน หรือแม้แต่การสัญญากับทางบริษัทเปาเติ้งที่ประสบความสำเร็จ จนบริษัทได้ผลประโยชน์มากมายเข้ามา
หลังจากที่ทุกคนดื่มกินกันอย่างเต็มที่ สุดท้ายก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัวของแต่ละคน เหลือเขากับจื่อซวานหมิงที่ยืนอยู่ด้วยกันสองคน
จื่อซวานหมิงบอกว่าเธอได้โทรเรียกให้คนทางบ้านมารับแล้ว เขาเองก็โอเคกับเรื่องนี้ เพราะยังไงก็ดีกว่านั่งแท็กซี่กลับ ทางเฉินโจวเห็นเธอยืนรอรถอยู่ก็ยิ้มให้กับเธอ แล้วพูดออกมาว่า
“จื่อซวานหมิง ที่ผ่านมา ผมขอขอบคุณสำหรับการตั้งใจทำงานที่ผ่านมานะ โดยเฉพาะเรื่องการเซ็นสัญญากับบริษัทเปาเติ้ง ได้คุณช่วยเอาไว้เยอะมาก”
จื่อซวานหมิงที่ได้ฟังก็ส่ายหน้า ก่อนที่สายตาของเธอจะจ้องมาที่ดวงตาของเขา ก่อนจะพูดออกมาว่า
“ไม่เลย ครั้งนี้เป็นเพราะผู้ช่วยที่ฉันพามาด้วยช่วยไว้มากกว่า ฉันเองก็แค่ช่วยสนับสนุนไปบ้างเล็กน้อย อีกอย่าง... เฉินโจวเพราะเป็นนาย ฉันถึงอยากจะช่วยให้ถึงที่สุด แม้แต่การทำงานเอง... ตัวฉันเองก็อยากที่จะมาทำงานตลอด ก็เพราะ... เพราะนายเฉินโจว”
เฉินโจวที่เห็นเธอพูดจนจบประโยคนี้แล้วก็ก้มหน้าลงต่ำจนแทบจะไม่เห็นหน้าเธออยู่แล้ว เขาดีใจมาก ๆ เธออยากมาทำงานนี้ก็เพราะตัวเขาเองเหรอ? ใช่... เธอเพิ่งจะบอกไปแบบนี้ การพูดคุยครั้งนี้ทำให้ความสัมพันธ์ของเขาและเธอพัฒนาขึ้นอีกขั้นแล้วใช่ไหม? เขาควรจะอาศัยโอกาสนี้สารภาพรักกับเธอเลยดีไหมนะ? แม้จะคิดแบบนั้นเขาก็ตอบกลับเธอไปว่า
“จื่อซวานหมิง ผมดีใจมากจริง ๆ ที่คุณคิดแบบนี้ คุณรู้ไหม ผมเองตลอดมาที่ทำงาน... ผมก็รู้สึกดีใจและมีความสุขมากที่ได้เห็นคุณตอนที่ทำงานด้วยกัน ได้นั่งคุยกันในห้องทำงานหลังจากที่ทุกคนกลับออกไปหมดแล้ว ตอนที่ได้เดินไปรับไปส่ง ไม่มีเวลาไหนที่ผมอยู่กับคุณแล้วไม่มีความสุข ผม... ผมดีใจมากจริง ๆ ที่มีคุณคอยอยู่เคียงข้างผม”
จื่อซวานหมิงที่ได้ยินก็ได้แต่ก้มหน้าลงต่ำ ตัวเธอในตอนนี้ไม่กล้ามองหน้าของเขาเลย ผู้ชายคนนี้ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงมาก ทุกประโยคที่เธอได้ยินเธอรู้สึกดีเหลือเกิน
ความรู้สึกแบบนี้มัน... ขณะที่เธอคิดอยู่ว่าจะตอบกลับเขายังไงดี ก็มีรถจากทางบ้านของเธอมาถึงพอดี จื่อซวานหมิงที่เห็นดังนั้นก็เลยรีบร่ำลากับเฉินโจว แล้วรีบเดินขึ้นไปบนรถด้วยอาการทำตัวไม่ถูก
เฉินโจวเองก็ร่ำลากับเธอกลับไป เขาที่เห็นเธอขึ้นรถกลับบ้านไปแล้ว ก็ได้แต่ยืนยิ้มกว้าง ๆ