ฟางเหม่ยหลิง เจ้าหัวใจจอมบัลลังก์

    ตอนที่39 ร้านใหม่


     หลังจากเกิดเรื่องเมื่อคืนทำให้วันนี้ทุกคนต้องยุ่งวุ่นวายกับการเก็บกวาดซากปรักหักพังที่เกิดจากไฟไหม้ และต้องคอยตรวจเช็คยาที่เหลืออีก ว่ามีตัวยาไหนเสียหายไปบ้าง ฟางเหม่ยหลิงเองก็กำลังคิดว่าจะหาทำเลเปิดร้านใหม่ที่ไหนดี เพราะถ้าเลือกที่ไม่ดีก็อาจจะโดนเผาอีกได้ ทำให้เธอค่อนข้างกลุ้มใจมาก ทำให้ไม่ทันได้ยินเสียงคนกำลังเข้ามาใกล้


     

    "เจ้ากำลังกังวลใจอันใดอยู่ คิ้วขมวดเชียว"


     

    หลงเจี่ยนหยางนั้นพอเลิกงานจากราชการที่ทำอยู่ก็รีบตรงดิ่งมาหาฟางเหม่ยหลิงทันที หลังจากที่เขาได้รู้ข่าวทั้งหมดจากองครักษ์ว่าร้านยาของนางไฟไหม้


     

    "องค์ชาย คือ หม่อมฉันกำลังคิดว่าจะเปิดร้านใหม่ตรงไหนดีนะเพคะ"


     

    "ไม่ยาก ขอแค่เจ้าต้องการ เอาที่ของข้าไปทำร้านเลยก็ได้ ข้ามีที่ดินและโรงเตี้ยมเก่าอยู่ ซื้อไว้นานแล้ว"


     

    "เอ๋ จริงหรือเพคะ แล้วหม่อมฉันต้องจ่ายเท่าไหร่เพคะ"


     

    "ไม่ต้องจ่ายสักแดงเดียว ข้ายกให้เจ้า"


     

    เขายินดียกให้นางทั้งหมด ขอแค่นางต้องการ


     

    "ไม่ได้เพคะ หม่อมฉันไม่รับของใครมาปล่าวๆนะเพคะ"


     

    "งั้นเจ้าก็ตอบแทนข้า ด้วย...."


     

    เขาทำท่าครุ่นคิด


     

    "อะไรหรือเพคะ ถ้าหม่อมฉันให้ได้ หม่อมฉันจะให้เพคะ"


     

    ตอนนี้จะให้เธอจ่ายเท่าไหร่เธอก็ยอมขอแค่ได้ร้านยาใหม่ไวๆ


     

    "ด้วยรักอย่างไรเล่า ข้าขอให้เจ้ารักข้าคนเดียวก็พอแล้ว"


     

    เขามองตานาง ก่อนที่จะพูดความต้องการของเขาออกไป


     

    "ห๊าาาาา เอ่อ คือว่า มันก็ยากอยู่นะเพคะ"


     

    เธอตกใจมากกับสิ่งที่ได้ยิน 


     

    "ไม่เป็นไรข้ารอได้"


     

    "งั้นหม่อมฉันขอแค่โรงเตี๊ยมนะเพคะ"


     

    เธอได้ยินเขาพูดแบบนั้นก็ค่อยโล่งใจ


     

    "ได้สิ อยากได้อะไรเจ้าก็เอาไปเลย"


     

    "ขอบพระทัยเพคะ หม่อมฉันจะไม่ลืมบุญคุณองค์ชายเลย"


     

    "คงไม่มีใครกล้าเผาแล้วละ เพราะทุกคนต่างก็รู้ว่าโรงเตี๊ยมนั้นเป็นของข้า หากยังมีคนกล้ามันคงต้องถูกตัดหัวสถานเดียว"


     

    "โล่งใจเลยเพคะ ในที่สุดก็มีร้านแล้ว หม่อมฉันคงต้องเข้าไปปรับตกแต่งใหม่จากโรงเตี๊ยม ให้กลายเป็นร้านขายยา"


     

    "ทำตามใจเจ้าเลย อยากให้ข้าช่วยอะไรก็บอกมาได้เลยนะ ไม่ว่าเมื่อไหร่ข้าก็พร้อมช่วยเจ้าเสมอ"


     

    เขาส่งยิ้มให้นางด้วยความจริงใจ


     

    "ขอบพระทัยเพคะ"


     

    นี่เธอโดนตกอีกแล้วใช่ไหม 


     


     


     

         วันนี้ทั้งวันทั้งเธอและบ่าวทุกคนในจวนต่างพากันมาช่วยกันทำความสะอาดและปรับแต่งโรงเตี๊ยมให้กลายเป็นร้านยาใหม่ ไม่คิดว่าองค์ชายแปดจะมีโรงเตี๊ยมที่ใหญ่มากๆอยู่ในถนนสายหลักของแคว้นที่เป็นตลาดใหญ่ด้วย สองข้างทางมีร้านรวงมากมายคึกคักมาก เรียกได้ว่าอยู่ในทำเลที่เหมาะมากๆ ร้านยาเก่าของเธอนั้นดูเล็กไปเลย เพราะร้านยาใหม่นี้มีขนาดใหญ่มาก ทำเอาทุกคนต้องระดมกันทำความสะอาดซะยกใหญ่ เรียกได้ว่าขนคนมาทั้งจวนก็ว่าได้ 


     


     

       แต่เพราะเธอต้องการให้ร้านนั้นเสร็จไวๆ จะได้รีบเปิดขาย เพราะเธอจะทำให้คนที่รอซื้อยานั้นรอนานไม่ได้ มันหมายถึงกำไรมหาศาลที่เธอจะต้องสูญเสียไป เพราะลูกค้าอาจจะตัดสินใจไปซื้อร้านอื่นก่อนได้ และเธอเองก็ไม่อยากให้ร้านเธอต้องเสียชื่อ เธอเป็นถึงศิษย์สำนักวังบาดาลเป็นถึงหลานเสนาซ้าย ถ้าปัญหาแค่นี้ยังแก้ไม่ได้ เธอก็อาจหมดความน่าเชื่อถือได้


     


     

       สองวันต่อมาร้านก็สามารถเปิดทำการขายได้ ถึงแม้ช่วงสองวันนี้ทุกคนจะยุ่งกันมาก แต่ก็ไม่ลำบากอะไรมากนัก เพราะร้านยาใหม่นี้องค์ชายแปดให้คนของพระองค์มาช่วยด้วยจึงเสร็จไวเป็นสองเท่า การตกแต่งนั้นเธอก็ออกแบบเองให้ทันสมัยแบบที่โลกนี้ไม่มีมาก่อน เพราะเธอเอานำความรู้ในโลกเดิมมาใช้ร้านยาของเธอจึงแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร การเปิดร้านยาวันแรกจึงประสบความสำเร็จไปไดด้วยดี ทุกคนต่างทยอยเข้าออกร้านของเธอเป็นว่าเล่น เธอใช้วิธีแจกสินค้าทดลองให้กับสาวๆ ครีมพอกหน้านั้นได้รับความนิยมมาก ลูกค้าเก่าๆที่เคยซื้อจากร้านเดิมพอรู้ว่าเธอเปิดร้านใหม่ที่นี่ พวกเขาก็ช่วยกระจายข่าวกันไปทั่วเพื่อให้ทุกคนรู้ว่าตอนนี้ร้านยาของเธอได้เปิดใหม่แล้ว 


     


     

         ไป๋เฉียนฉิงนั้นเดินเข้ามาหาฟางเหม่ยหลิงที่กำลังยืนพักอยู่ตรงหน้าร้าน เพราะตอนนี้ในร้านนั้นแน่นขนัดไปด้วยผู้คน


     

    "เห็นว่าเจ้าโดนเผาร้าน ไม่คิดว่าจะเปิดร้านใหม่ได้เร็วขนาดนี้"


     

    ไป๋เฉียนฉิงนั้นรู้สึกไม่พอใจ ที่ได้รู้ข่าวว่าฟางเหม่ยหลิงนั้นได้เปิดร้านใหม่แล้ว ซึ่งมันเร็วมาก นางคิดว่าอย่างน้อยการเปิดร้านใหม่ก้ต้องใช้เวลานานกว่านี้ นางจึงมาดูให้เห็นกับตาตัวเอง


     

    "เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าร้านข้าถูกเผา ข้ายังไม่เคยบอกใครเลยนะ"


     

    เธอหลี่ตามองไปที่ไป๋เฉียนฉิง


     

    "ขะ..ข้า ก็เดาเอานะสิ"


     

    ไป๋เฉียนฉิงตกใจนางดันเผลอพูดออกไป


     

    "หึ เดาแม่นจังเลยนะ หรือว่าเจ้ารู้ว่าใครเป็นคนมาเผาร้านข้า"


     

    "ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร"


     

    ไป๋เฉียนฉิงแกล้งพูดด้วยสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้


     

    "'งั้นหรือ เอ๋ ข้าได้ยินว่าเจ้าเองก็เปิดร้านเครื่องประดับอยู่นี่นา"


     

    เธอรู้มานานแล้วว่าไป๋เฉียนฉิงนั้นมีร้านเครื่องประดับ


     

    "ใช่ ข้าเปิดร้านเครื่องประดับแล้วทำไม"


     

    "เอ้า เจ้าเองก็ต้องระวังนะ อาจจะถูกเผาเหมือนร้านข้าก็ได้"


     

    "หึ ไม่มีทางสะหรอก ร้านข้ามียามเฝ้าอย่างแน่นหนา"


     

    "ก็ไม่แน่นะ ของแบบนี้ ข้าว่าอย่าประมาทดีกว่า"


     

    "ร้านข้าไม่มีทางถูกไฟไหม้"


     

    นางพูดด้วยความมั่นใจ


     

    "เจ้าเคยได้ยินประโยคนี้ไหม ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว"


     

    เธอพูดจบก็เดินกลับเข้าไปในร้านทันที


     

    "นี่เจ้าหมายความว่าอย่างไร กลับมาเดี่ยวนี้นะ กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน"


     

    ไป๋เฉียนฉิงได้แต่สงสัย และไม่เข้าใจที่ฟางเหม่ยหลิงพูด นางได้แต่กระทืบเท้าเร่าๆอยู่ตรงนั้น ด้วยความขัดใจ สาวใช้คนสนิทจึงได้รีบพาคุณหนูของตนกลับจวน เพราะกลัวว่านางจะอาละวาดเข้า


     


     



    คล้ายกับเรื่องฟางเหม่ยหลิง เจ้าหัวใจจอมบัลลังก์ ที่คุณอ่าน