ระบบเปลี่ยนชีวิต

    บทที่ 49 : นายพลหวงเฉียน

    นายพลหวงเฉียน
    “ฉันจะโทรหาน้องหวงตอนนี้ เธอไปนอนก่อนก็ได้”
    หลี่ฉงเทียนพูด ตอนนี้แม้จะไม่ดึกมาก แต่ด้วยความที่ต้องมาพบเจอเรื่องแย่ๆ เขาจึงกลัวว่าภรรยาของเขาจะเป็นกังวลมากเกินไป
    หลี่หยู่ส่ายหน้าไปมาในทันทีที่ได้ยินคำพูดของหลี่ฉงเทียน “ฉันไม่ไป คุณโทรหาพี่ใหญ่เถอะ”
    หลี่ฉงเทียนไม่ได้พูดอะไรอีก เขาหยิบโทรศัทพ์ที่วางอยู่โต๊ะกระจกหน้าโซฟาที่เขานั่งขึ้นมา ก่อนจะค้นหาหมายเลขๆ หนึ่ง
    เมื่อพบแล้ว เขาก็กดโทรออกไป
    ตรู๊ด ตรู๊ด...
    มีเสียงรอสายดังขึ้นมาไม่กี่ครั้ง ก่อนจะมีคนรับสาย
    “พี่หลี่ ฉันไม่คิดเลยว่าพี่จะโทรมาตอนนี้ มีปัญหาอะไรรึเปล่า?” เสียงของชายวัยกลางคนดังผ่านลำโพงของโทรศัทพ์มา
    หลี่ฉงเทียนไม่ได้พูดตอบในทันที เขากดเปิดลำโพงก่อนจะวางโทรศัพท์ลงที่โต๊ะกระจก
    “น้องหวง ขอโทษที่รบกวน แต่ว่าฉันมีเรื่องให้ช่วยเหลือ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มากและมันอาจจะทำให้น้องหวงลำบาก”
    หลี่ฉงเทียนพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด หากเป็นไปได้ เขาก็ไม่อยากที่จะให้น้องหวงหรือหวงเฉียนเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย
    แต่ตระกูลซีหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ของปักกิ่งก็ไม่ใช่ตระกูลที่เขาจะสามารถต่อกรด้วยได้
    “มันคืออะไร?” หวงเฉียนขมวดคิ้วและพูด “รีบบอกมาเลยพี่หลี่ ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ฉันล้วนเต็มใจช่วยพี่เสมอ อย่าได้ลืมว่าเราเป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน และน้องสาวของฉันก็เป็นภรรยาของพี่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่พี่เคยช่วยชีวิตของฉันไว้”
    หลี่ฉงเทียนถอนหายใจ จากนั้นเขาก็เล่าเรื่องทีาซีตงมาบ้านของเขาและทำอะไรไว้บ้างให้กับหวงเฉียนฟังทั้งหมด
    “ซีตง ตระกูลซีใช่ไหม?” หวงเฉียนมีใบหน้าที่มืดเป็นอย่างมาก เขาคิดไม่ถึงว่าซีตงจากตระกูลซี จะกล้าข่มขู่หลี่ฉงเทียนและต้องการให้หลานสาวของเขาไปนอนด้วย
    ภายในใจของเขา ล้วนราวกับมีเพลิงลาวาปะทุขึ้น เขารู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก!
    “พี่ใหญ่ พี่ต้องช่วยเรานะ” หลี่หยู่พลันพูดขึ้น
    “ไม่ต้องห่วง ต่อให้เป็นตระกูลซี พี่ก็จะไม่ปล่อยให้พวกมันมารังแกครอบครัวของน้อง” หวงเฉียนพูดอย่างเย็นชา
    ได้ยินแบบนี้ หลี่ฉงเทียนก็เต็มไปด้วยความเสียใจและละอายใจ
    “ถ้าหากฉันรู้ว่าซีตง มันจะมีนิสัยแบบนี้ ฉันจะไม่ตอบรับข้อเสนอการหมั้นของตระกูลซีเลย มันจึงได้ทำให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น”
    “อย่าโทษตัวเองเลยพี่หลี่ ฉันรับรองซีตงมันจะได้ไปอยู่ในคุกในวันพรุ่งนี้!”
    “ขอบคุณมากน้องหวง” หลี่ฉงเทียนได้แต่พูดขอบคุณ
    “ไม่ใช่เรื่องใหญ่ หากว่าตระกูลซีกล้าตอบโต้ฉัน ฉันจะส่งกองทัพไปทำลายพวกมัน!”
    จากสิ่งที่หวงเฉียนพูด ก็เพียงพอที่จะบอกได้แล้วว่า เขาเป็นคนที่มีอำนาจมาก
    ยศของเขาในกองทัพนั้น เป็นถึงยศนายพล ซึ่งตอนนี้เขาก็เป็นหนึ่งในสิบนายพลที่มีอำนาจมากที่สุดในกองทัพด้วย!
    ทหารในมือของเขามีอยู่มากมาย เรียกได้ว่าหากใครจะหาเรื่องเขา ต้องชั่งน้ำหนักผลได้ผลเสียให้ดีก่อน ไม่งั้นผลที่ตามมาอาจจะเป็นสิ่งที่น่าหวาดกลัว!
    แม้ต่อให้เป็นห้าตระกูลใหญ่ของปักกิ่งก็ตาม ล้วนต้องชั่งน้ำหนักผลได้ผลเสียให้ดีกันทั้งนั้น
    “พี่หลี่กับหยู่น้อย ไม่ต้องกังวล ฉันจะรีบจัดการให้เร็วที่สุด” หวงเฉียนพูดออกมาอีกครั้ง ก่อนจะตัดสายไป
    หลี่ฉงเทียนพลันมองหลี่หยู่ ขณะเดียวกัน เขาก็พูด “ดีจริงๆ ที่เรามีน้องหวง ไม่งั้น ตระกูลหลี่ของเรา คงจะได้พินาศเพราะไอ้เลวซีตงแน่!”
    “อืม” หลี่หยู่พยักหน้าเห็นด้วย เธอถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
    ........................................
    ภายในห้องลับแห่งหนึ่ง ในค่ายทหารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน มีชายวัยกลางคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานชั้นดี ใบหน้าของเขามีแผลเป็น เป็นรอยมีดตัดผ่านยาวตั้งแต่คิ้วลงมาจนถึงคาง
    ชุดที่เขาสวมใส่ก็คือชุดทหารสีเขียว ซึ่งมีเครื่องหมายรูปดาวและเครื่องหมายเกียรติยศมากมายติดอยู่บนบ่าและปกคอเสื้อของเขา
    เห็นได้ชัดว่าชุดทหารที่เขาใส่ก็คือชุดทหารระดับนายพล บวกกับเครื่องหมายรูปดาวและเครื่องหมายเกียรติยศ ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะบอกว่าเขาเป็นใคร
    เขาต้องเป็นนายพลของกองทัพทหารของประเทศจีนอย่างไม่ต้องสงสัย
    ซึ่งนายพลคนนี้ก็คือหวงเฉียน ผู้เป็นพี่น้องร่วมสาบานของหลี่ฉงเทียนและเป็นพี่ชายแท้ๆ ของหลี่หยู่
    หวงเฉียนในตอนนี้ มีใบหน้าที่โกรธมาก ตรงหน้าของเขามีทหารยศพันโทอยู่คนหนึ่งยืนอยู่ พร้อมกับแฟ้นเอกสารบางอย่างในมือ
    มองเห็นใบหน้าที่แสดงออกถึงความโกรธ หัวใจของเขาก็หดตัว และมีเหงื่อไหลออกมาจากหน้าผากของเขา เขาไม่รู้ว่าใครที่ไหน ถึงได้กล้ามาทำให้นายพลหวงเฉียน หนึ่งในสิบนายพลที่มีอำนาจที่สุดของกองทัพทหารประเทศจีนโกรธ
    “พันโทจั่ว” หวงเฉียนพูด พลางมองไปที่พันโทที่ยืนอยู่ตรงหน้า
    พันโทจั่วตัวสั่นขึ้นมาในทันที เขารีบพูดออกมาอย่างเคารพ “ครับท่าน”
    “ติดต่อไปที่สถานีตำรวจของเมืองซิงโจว บอกผู้กำกับของสถานีนั้นว่า ฉันต้องการให้ทำทุกวิธีทางส่งคนที่ชื่อซีตง เข้าคุกให้ได้!”
    หวงเฉียนสั่ง คำสั่งของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ เห็นได้ชัดว่าถึงแม้เขาจะเป็นทหาร แต่เขาก็พอจะมีอำนาจทางตำรวจอยู่ไม่ใช่น้อย
    “คะ...ครับท่าน!” พันโทจั่ว ไม่กล้าถาม เขาวางเอกสารที่ถือมาลงบนโต๊ะตรงหน้าของนายพลหวงเฉียน ก่อนจะยกมือขึ้นทำวัทยาหัตถ์ จากนั้นก็รีบเร่งออกไปจากห้อง
    ขณะเดียวกันในใจของเขาก็กระสับกระส่าย ได้แต่รู้สึกสงสารคนที่ชื่อซีตง ที่โชคร้ายดันมาทำให้นายพลหวงเฉียนโกรธ
    เขาเชื่อว่าคนที่ชื่อซีตงนี้ คงจะได้ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในคุกแน่นอน!
    หลังจากพันโทจั่วออกไปจากห้องแล้ว หวงเฉียนก็เคาะนิ้วลงบนโต๊ะ เขาพลันพูดออกมาอย่างเย็นชา
    “มาดูกันเถอะ พวกตระกูลซี ว่าพวกแกจะกล้าตอบโต้ฉันไหม? แต่ถ้าพวกแกไม่ตอบโต้ก็แล้วกันไป แต่ถ้าเลือกที่จะตอบโต้แล้ว ก็อย่าได้หาว่าฉันใจร้ายใจดำ เพราะทั้งหมดเป็นซีตงลูกหลานของพวกแกที่เริ่มก่อน!”
    จบบทที่ 49