สามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน

    ตอนที่เจ็ดสิบสาม คุณจะประสบความสำเร็จไว้เสมอหากตั้งเป้าหมายไว้ต่ำ

    ตอนที่เจ็ดสิบสาม คุณจะประสบความสำเร็จไว้เสมอหากตั้งเป้าหมายไว้ต่ำ

    มิน่าพวกราชวงศ์ชนชั้นสูงถึงมองดูถูกชนชั้นต่ำกว่า เพราะทางเทคนิคระบบศักดินาวางขีดจำกัดความคิดของคนเอาไว้นี่เอง

    พอบอกว่าจะสนับสนุนให้ค้นคว้าทางไหนพวกนักเวทย์ก็ยอมรับได้มากขึ้น

    ว่าเอาเวลาส่วนหนึ่งไปทำงานส่วนตัวเอาเวลาส่วนหนึ่งไปทำตามคำสั่งท่านดยุกทุกคนก็มองว่าเป็นเรื่องธรรมดาเพรานักวิจับต้องมีทุนสนับสนุนอยู่แล้วผมก็วางแผนที่จะเตรียมห้องทดลองและอุปกรณ์ต่างๆให้พวกเขานั่นล่ะ

    การจะให้แต่ละคนแสดงความคิดสร้างสรรค์ออกมาเองมากกว่านี้ก็คงต้องรอให้ระบบทุนนิยมสามานย์แพร่กระจายไปทั่วแผ่นดินมากกว่านี้ล่ะนะ

    เมื่อประชากรมีความรู้ มีทุนเพียงพอหลังจากนั้นก็มีความตั้งใจก็จะหาทางประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆเพื่อความก้าวหน้าได้

    ไม่อย่างนั้นการประดิษฐ์หรือคิดค้นอะไรก็ต้องขึ้นอยู่กับการค้นคว้าของทางรัฐซึ่งก็คือตัวผมนี่ล่ะ

    ทุนนิยมมันสามานย์เพราะมันคือระบบที่ตอบสนองความอยากของมนุษย์ได้แม้อาจจะเป็นความอยากที่เราไม่ต้องการก็ตาม

    การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์ที่สามารถตอบสนองความอยากของมนุษย์ได้น่าจะเป็นอะไรที่ตรงประเด็นที่สุดแต่อย่างที่บอก มันมีเรื่องของวัฒนธรรมองค์กรธรรมเนียมประเพณีมาให้พิจารณาด้วยว่าคนที่มีการศึกษาสูงไม่อยากจะไปทำสบู่ให้ชาวบ้านใช้

    แต่ในเมื่อของที่จะใช้ในการสงครามหรือของที่มีความจำเป็นต่อชีวิตแต่ไม่ค่อยได้กำไรก็คงจะไม่มีใครคิดจะค้นคว้าเรื่องนั้น

    แต่หากมีคนมองเห็น”กำไร”คนก็ยอมที่จะค้นคว้าในยุคปัจจุบันไม่ว่าจะต้องเสียเงินนับพันล้านเวลาหลายปีก็ตามเพราะพวกเขามองออกแล้วว่ามันคุ้มค่าในการที่มีเทคโนโลยีเหนือกว่าคู่แข่งต่างๆ

    ดังนั้นผมคิดว่าจะเริ่มทำไปทีละอย่างละกัน

    “อะแฮ่ม เอาเป็นว่านี่คือร่างทฤษฎีที่ข้าคิดขึ้นมาจะใช้ในการทดสอบทฤษฎีเวทย์ต่างๆเช่นการชาร์จเวทย์ไว้ในมือขณะใช้สกิล การรู้เรื่องของสรีระร่างกายจะทำให้สามารถส่งพลังเวทย์ไปรักษาในสถานที่ต้องการได้หรือไม่นักเล่นแร่สายไบโอโลจิสต์ Biologist จะสามารถปลูกอวัยวะให้กับคนที่พิการเช่นแขนขาหรือลูกตาผิวหนังได้หรือไม่ฯลฯมีเรื่องที่ต้องให้ทดลองกันเต็มไปหมด หรือพวกเจ้ามีเรื่องไหนที่อยากทดลองจะเสนอมาเพิ่มกันก็ได้ข้าสนับสนุนเต็มที่” แม้คำนวณตามตัวเลขเราควรจะสนับสนุนการทดลองที่มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจก่อน แต่ผมอยากจะสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ของคนที่เป็นลูกน้องผมบ้าง...หรือว่าคนที่มีความคิดสร้างสรรค์จะมีแต่แนวนักวิทยาศาสตร์ตัวร้ายเท่านั้น?

    ผมไม่อยากเอาพวกนั้นมาใช้งานนะ เพราะไม่รู้ว่าพวกนั้นจะดัดแปลงคนเป็นสัตว์ประหลาดอะไรตอนนึกครึ้มๆขึ้นมา

    “โอ้ ข้าเอาเซลล์ของปีศาจแห่งความมืดไว้ในร่างกายของนักโทษพวกนี้ได้เปลี่ยนพวกนี้ให้กลายเป็นสัตว์ประหลาดที่มีพลังทำร้ายวะฮ่า ฮ่า ฮ่า”

    คุณท่านจะเปลี่ยนคนให้เป็นสัตว์ประหลาดทำไมมิทราบ

    แค่ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นนิดหน่อยหรือรักษาแขนขา ลูกตาให้คนที่พิการนั้นกลับมาอยู่ในสภาวะปรกติได้ก็น่าจะพอแล้วมั้ง

    จะทำเรื่องบ้าอย่างเปลี่ยนคนให้เป็นสัตว์ประหลาดทำไมนี่ก็คือเรื่องที่ผมเองก็ยังงงอยู่

    อย่างน้อยผมอยากจะได้กลุ่มนักวิทยาศาสตร์เอ๊ยนักวิจัยเวทย์ที่ผมพอจะเชื่อใจได้ว่าอย่างน้อยจะไม่สร้างกองทัพมนุษย์ครึ่งปีศาจเพื่อยึดครองโลกมนุษย์นั่นก็ถือว่าผมทำสำเร็จแล้ว

    “ข้าต้องการหน่วยที่ใช้เวทมนตร์คอยรับมือกับปัญหาที่พวกเราอาจจะเจอได้ในอนาคตด้วยเช่น การแก้คำสาปจากอาวุธคำสาป ประตูที่ปิดสลักเวทมนตร์ หรือปัญหาอื่นใดที่เกี่ยวเนื่องกับเวทมนตร์ข้าต้องการตั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องงนี้ขึ้นมาโดยเฉพาะ แน่นอนพวกเจ้าสามารถทำงานวิจัยส่วนตัวได้ แต่ในงานหลักขอให้พวกเราทำร่วมกันก็พอเพราพวกเราอาจจะต้องใช้ความเห็นของคนที่เป็นวิชาเวทย์หลายๆคน”

    ผมจะได้ว่ามันมีอุปกรณ์เวทมนตร์หรือหนังสือเวทย์ที่จะทำให้เราเรียนรู้เวทย์นอกเหนือจากมาตรฐานได้เอาพวกนักเวทย์ตั้งหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะก็น่าจะทำให้ผมได้เปรียบคนอื่นมากขึ้นแล้ว

    ทางเทคนิค ขุนนางก็มีนักเวทย์คอยให้คำปรึกษาเช่นการมีเนรโครแมนเชอร์มาบุกเมืองจะแก้ปัญหาอย่างไร?ยูนิคอร์นมากัดกินพืชผล ภูตบราวนี่มาแกล้งชาวบ้านโดยขโมยวัวไปอีกแล้วฯลฯต่างๆเหล่านี้เป็นต้นที่ผมทำก็แค่เพิ่มปริมาณที่ปรึกษาและทำให้เป็นองค์กรเป็นเรื่องเป็นราวเท่านั้นเอง

    “จากการคำนวณของข้าเราจะไปค้นหาสมบัติในถ้ำในฐานะนักผจญภัยและจะต้องเจอกับอุปกรณ์เวทมนตร์หรือคำสาปแปลกๆมากขึ้น ข้าต้องการตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้ไว้โดยเฉพาะและแน่นอนข้าคิดว่าพวกเราน่าจะได้ค้นพบพวกคัมภีร์โบราณหรือตำราเวทมนตร์เก่าหายากด้วยซึ่งข้าก็คิดว่าต้องเป็นหน้าที่ของพวกเจ้าอีกนั่นล่ะ ในการศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมหากได้ข้อมูลเวทมนตร์โบราณมา”

    มองในแง่หนึ่งผมนึกถึงตนเองเป็นเมคคานิคัสในเกมส์ warhammar เลยแฮะที่ต้องเสี่ยงชีวิตเข้าไปในยานอวกาศโบราณเพื่อเอาเทคโนโลยีที่อาจจะค้นพบในยานกลับมาค้นคว้าวิศวกรรมย้อนกลับต่อไป

    ซึ่งผมก็ต้องเอาพวกนักผจญภัยไปลุยในถ้ำอยู่แล้วการตั้งหน่วยงานวิจัยเวทมนตร์เอาไว้ก็เหมือนกันแค่พยายามวางแผนเอาไว้เพื่อใช้ประโยชน์สูงสุดจากอุปกรณ์เวทมนตร์หรือตำราโบราณที่พวกเราค้นพบนั่นเอง

    หรืออีกอย่างหนึ่งผมก็แค่ก็อปปี้ระบบเกมส์ที่พวกเราที่เป็นนักวิจัยจะขอร้องให้พวกเราทำเควสต์หาของจากเควสต์ เช่นชิ้นส่วนแขนหุ่นยนต์บันทึกของนักวิจัยโกเล็ม หญ้าสมุนไพรหายาก ฯลฯ ที่จะเป็นเงื่อนไขในการให้ไอเท็มที่จะผ่านเนื้อเรื่องให้กับเรานั่นเอง

    ผมก็แค่สร้างหน่วยวิจัยของตนเองขึ้นมาเองเท่านั้นล่ะ

    อย่างน้อยๆก็สร้างโกเล็มที่ใช้ในสงครามได้ล่ะนะ

    แล้วไอ้ดยุกหมูอ้วนมันคิดค้นหุ่นยนต์ยักษ์ในตอนใกล้ๆจบได้อย่างไรผมก็ยังงงอยู่เหมือนกัน

    ถึงผมจะคิดมากตั้งแต่แรกว่า เทคโนโลยีของแคว้นดยุกหมูอ้วนมันดูก้าวหน้ากว่าชาวบ้านเขาตั้งแต่มีปืนใช้จำนวนมากก็เถอะ

    มีคนที่ใช้ปืนอยู่ แต่มันดูเป็นเทคโนโลยีที่นักวิจัยที่บ้าคลั่งเป็นคนที่ใช้และขุดขึ้นมาจากซากโบราณสถาน

    ผมว่าเดี๋ยวเตรียมความพร้อมแล้วจะเอากองทัพไปยึดซากโบราณสถานเพื่อสร้างเรือเหาะเครื่องบินต่างๆขึ้นมาได้บ้างเท่านี้กองทัพของผมก็คงแข็งแกร่งขึ้นอีกหลายเท่าตัวหากมีกองทัพอากาศประกอบกับกองทัพภาคพื้นดินด้วย

    แต่ก่อนอื่นคงต้องเริ่มจากให้วิเคราะห์อักษรเวทมนตร์สร้างอุปกรณ์เวทมนตร์ที่ใช้กับนักผจญภัยก่อนและค่อยๆขยับขยายไปเรื่อยๆล่ะนะ

    ตั้งความหวังไว้ต่ำๆก่อน การปลุกเทคโนโลยีของอารยะธรรมโบราณให้ฟื้นขึ้นมาอีกครั้งไม่สามารถทำได้ภายในวันเดียว

    “หากพวกเจ้าต้องการอะไรข้าจะสั่งมาเพิ่มให้ไม่ว่าจะเป็นหนังสือตำราอักษรโบราณคอมพิวเตอร์เครื่องงสมองกลที่มีใช้แต่ในเมืองหลวงเท่านั้น ก็จะจัดหามาให้พวกเจ้า”มันแปลกๆเหมือนกันที่ออกจะมีคอมพิวเตอร์แล้วแต่มีแต่พวกนักทดลองตัวร้ายเท่านั้นที่มีหรือแค่ในเมืองหลวงศูนย์วิจัยลับเท่านั้นที่มี

    ที่เราต้องไปปราบสัตว์ประหลาดทดลองที่จะหลุดมาจากห้องทดลองใต้ดินต่างๆนั่นเอง

    อืม เพื่อการประหยัดงบประมาณและเวลาการวิจัยเดี๋ยวผมน่าจะส่งนักผจญภัยกับกองทหารไปยึดห้องทดลองและผลการทดลองของนักวิทยาศาสตร์ตัวร้ายมาใช้เองก็น่าจะดีแฮะแต่ต้องสร้างคนที่ทำตามคำสั่งเราดีดีก่อน

    คล้ายกับเรื่องสามัญสำนึกของดยุกหมูอ้วน ที่คุณอ่าน