ภายในห้องทดลองของดนัยท่ามกลางความมืดมิด เกิดปฏิกิริยาขึ้นที่โหลใบใหม่ ซึ่งมีร่างเด็กดองโดยตรงหน้าอกมีร่องรอยการผ่าตัด แม้ว่าาแผ่านการเย็บเรียบร้อยแล้วแต่ก็มีเืสีแดงไหลซึมออกมา จากที่เห็นเป็แค่เพียงจางๆ เวลาผ่านไปเพียงชั่วครู่เืสีเข้มแดงจัด ผสมกับน้ำยาเป็เนื้อเดียวกัน
บัดนี้น้ำภายในโหลกลายเป็สีแดงและข้นเหนียว!
ความน่าสะพรึงกลัวเกิดขึ้นเมื่อร่างเล็กของซากทารกที่ลอยอยู่ในโหลชั่วครู่ เริ่มกระดุกกระดิก ขยับแขนขาไปมาใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยย่นยับ ราวกับคนแก่วัยเฉียดร้อย มันเงยขึ้น ดวงตาเบิกกว้างวาวฉายแววอำมหิตออกมา
“ฮึ ฮึ ฮึ ยินดีต้อนรับ สมาชิกใหม่”
ควันสีดำพุ่งออกมาจากโหลเครื่องในดองปรากฏกลายเป็เงารูปร่างมนุษย์หัวเราะชอบใจก่อนจะกล่าวต้อนรับวีระวัฒน์แฝดผีผู้วายปราณ ที่กำลังพ่นน้ำเืออกจากจมูกเป็ฟูฝอยมืออันเหี่ยวย่นค่อย ๆ ดันฝาโหลให้ขยับออก ร่างเหี่ยวเต็มไปด้วยเืแดงฉานนั่งห้อยขาเล็กๆ อยู่ตรงส่วนที่เป็โหล อ้าปากที่เต็มไปด้วยฟันแหลมไปมา
“เ้าเป็ใคร”
“ข้าคือเงาดำที่มีแค่เพียงเครื่องในถูกดองอยู่ในโหลนั่น และตรงนั้นเห็นไหม เด็กดองเหมือนกับเ้าแต่มันไม่มีพลังแข็งพอ ไม่สามารถออกมาได้ ต่างจากเ้า พลังมหาศาลข้ารู้มันคือความโกรธแค้น ชิงชัง อาฆาต”
“ใช่ข้าอาฆาตทุกคนที่ปล่อยให้ข้าตาย แต่เลือกเ้าพงษ์ระพีเอาไว้ ข้าจะต้องเล่นงานมันให้ตายดับเหมือนกับข้า”
ความอาฆาตที่ฝังแน่นอยู่ในดวงจิตของิญญาร้ายที่หลบหนีออกมาจากขุมนรกพร้อมที่จะเล่นงานผู้ที่ทำให้มันตกอยู่ในสภาพปีศาจเด็กในโหลดอง มือเล็ก ๆ ชูขึ้นแล้วค่อย ๆ กรีดร่องรอยผ่าตัดตามรอยแผลที่เย็บไว้ให้อ้าออกจากกัน
เ้าเงาดำมองด้วยความพึงพอใจรู้ว่าปีศาจในโหลตัวใหม่มีพลังอันแกร่งกล้ามันจะยุให้ฆ่าดนัยที่เป็ผู้เอาอวัยวะภายในของมันมาดองเอาไว้แทนที่จะเผาไปพร้อมกับร่าง ทำให้ดวงิญญาไม่สามารถไปผุดไปเกิดเหมือนผู้อื่น
“เ้าเงาดำ ดูนี่พลังข้ามีเหลือเฟือ พร้อมที่จะทำลายล้างผู้คนให้แตกดับ”
สิ้นเสียงเล็กแหลมเล็บคมแบะรอยผ่าให้อ้าออกจากกัน เผยให้เห็นอวัยวะภายใน ห้อยเป็พวงน่าสยดสยองส่วนที่เป็หัวใจดวงเล็ก ๆ ขาดหายและเหลือแค่เพียงครึ่งหนึ่งปลายนิ้วที่มีเล็บคมแหลมดำ ชี้ตรงนั้น
“เ้าดูข้ามีหัวใจแค่เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น มันหาว่าข้าอ่อนแอ ไม่อาจรอดชีวิตจึงผ่าตัดแยกร่าง เอาน้องชายสารเลวไว้เพียงผู้เดียว”
“ทำไมเ้าไม่ฆ่าน้องชายเสียล่ะ”
“ข้าพยายามแล้วแต่มันมีแม่ซื้อคอยปกป้องดูแล อีกไม่นานหรอกมันก็ต้องตาย รอให้แม่ซื้อหมดหน้าที่คราวนี้ไม่มีใครคอยช่วยมันแล้ว”
“ข้าอยากให้เ้าฆ่าไอ้คนที่จับพวกเรามาขังไว้ในโหลดองน้ำเหม็น ๆ นี่ เ้าทำได้ไหม”
เงาดำพยายามยุวีระวัฒน์ให้เล่นงานดนัยด้วยความแค้นส่วนตัว ทว่ากลับถูกพลังลึกลับบางอย่างพุ่งปะทะเต็มแรง เสียงมันร้องโหยหวนด้วยความเ็ปเด็กดองอีกคนลืมตาขึ้น ใบหน้ากราดเกรี้ยว เมื่อรู้ว่าเพื่อนถูกทำร้าย มันพยายามที่จะออกมาแต่พลังไม่พอ ทำได้แค่เพียงว่ายวนเวียนอยู่ในโหลเท่านั้น
“อ๊าก เ้าทำร้ายข้าทำไม”
“ในเมื่อเป็ความแค้นของเ้าแล้วให้ข้าช่วยทำไม จัดการเองสิ”
“เ้าก็รู้ว่าข้าไม่สามารถทำเช่นนั้นได้”
“แต่ข้าไม่ช่วยใครข้ามีคนที่สมควรกำจัดอีกมากมาย ไม่เสียเวลาต่อเื่ไร้สาระของเ้าหรอกแล้วอย่ามากวนใจข้าอีก”
ผีวีระวัฒน์กระโจนลงไปในโหลแล้วเลื่อนฝาปิดเอาไว้ดังเดิมขณะนั้นเสียงเปิดประตูเบา ๆ ดนัยเดินนำเพิ่มเข้ามา แล้วชี้ไปยังโหลดองเครื่องในมนุษย์เพิ่มเห็นว่าน้ำขุ่นจนเป็ตะกอน เครื่องในบางชิ้นเริ่มเน่าเปื่อยยุ่ย
“เอาไปฝังหรือเผาก็ได้เครื่องในโหลนี้หมดสภาพแล้ว”
“ผมจะเผาหลังบ้านแล้วฝังกลบให้เรียบร้อย คุณดนัยไม่ต้องเป็ห่วง”
“ขอบใจมากแล้วกรลูกนายล่ะเป็อย่างไรบ้าง ยังคงงอแง กวนใจอยู่หรือเปล่า”
ดนัยถามขณะบรรจุโหลดองเครื่องในใส่ลงไปใยถุงขยะสีดำใบใหญ่โดยไม่รู้ว่าเงาดำที่ซ่อนอยู่ตรงมุมตู้วางเครื่องมือ เกิดปฏิกิริยา ดิ้นรน มันกลัวถูกเผาโดยไม่ผ่านกรรมวิธีสวดส่งิญญา พยายามที่จะกระโจนใส่ถุงขยะ แต่ไร้ผลไม่สามารถทำอะไรได้
“ตอนนี้ดีขึ้นแล้วครับโชคดีที่เจือช่วยดูแลให้ ไม่อย่างนั้นผมก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร คงเป็ห่วงทำงานไม่ได้เลย”
“ท่าทางเจือสนใจนายเหมือนกันนะถ้าหากจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ น่าจะดู ๆ เอาไว้บ้าง อย่างน้อยเจือก็ช่วยดูแลลูกคอยเป็ห่วงเป็ใยเวลานายมีเื่ทุกข์ร้อนใจ”
“ผมยังไม่คิดเื่หาแม่ใหม่ให้เ้ากรมันหรอกครับอยู่สองคนพ่อลูกไปอย่างนี้ดีกว่า ส่วนซากในโหลดองนี่ ผมเอาไปเผาเดี๋ยวนี้เลยนะครับ”
ดนัยไม่ตอบนอกจากพยักหน้าเท่านั้น เพียงคล้อยหลังบุคคลทั้งสองปีศาจวีระวัฒน์หันหน้าที่มีดวงตาลุกวาว จ้องไปยังโหลเด็กดอง ผู้ที่มีผิวซีดขาวหนังบางส่วนยุ่ยหลุดลอกออกมา ด้วยพลังอันแข็งกล้าทำให้เ้าเด็กผีปวดศีรษะจนแทบะเิ มันเอามือเล็ก ๆ กุมขมับไปมา ร่างบิดส่ายสั่นระริกมันส่งเสียงร้องด้วยความทุกข์ทรมาน
“โอ๊ย ! ช่วยข้าด้วย หยุดเสียที พอเถิด”
“ฮึข้ารู้ว่าเ้าไม่พอใจที่ข้าเล่นงานไอ้เงาดำบัดนี้มันไม่สามารถเข้ามารบกวนข้าได้อีก เ้ารู้ไหมที่มันถูกนำไปเผาเพราะอะไรร้อยวันพันปี นายดนัยไม่เคยคิดที่จะกำจัดด้วยซ้ำ”
“เพราะเ้าใช่ไหมไอ้เด็กแฝด”
“ใช่ข้าดลใจให้นายดนัยเอามันไปให้พ้นหูพ้นตา คราวนี้เหลือแต่เ้าอย่ากำแหงหรือคิดร้ายต่อข้าเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นได้ตายรอบสองแน่”
“โอย ข้ากลัวแล้วอย่าทำอะไรข้าเลย”
เ้าทารกผียกมือเล็กๆ ขึ้นไหว้ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทุกข์เต็มกำลัง กระทั่งอาการปวดเริ่มทุเลามันลอยตัวสงบนิ่งอยู่ในโหลราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นแฝดผีวีระวัฒน์แสยะยิ้มอย่างเหยียด ๆแต่ไม่วายที่จะแสดงศักดาโดยทำให้กระดาษเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะฟุ้งกระจายขึ้นไปลอยติดกับเพดานเสียงคำรามข่มขวัญให้เ้าซากทารกตัวน้อยเกิดอาการหวาดหวั่น
รู้ว่าปีศาจเด็กดองตนนี้ร้ายกาจที่สุดทางรอดที่จะไม่ถูกทำร้ายคืออยู่นิ่ง ๆโดยไม่ขัดขวางต่อความชั่วร้ายที่กระทำตุ่์
สิ่งที่เกิดขึ้นแก่พยาบาลสูงอายุและพยาบาลสาวสร้างความหวาดหวั่นไม่น้อย คิดว่าคงเป็ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติกลายเป็พรั่นพรึงไม่กล้าที่จะเข้าไปดูแลเด็กชายพงษ์ระพีที่ยังคงนอนอยู่ในห้องปลอดเชื้อ
“ป้าหนูว่ามันแปลกมากนะ จะต้องมีบางสิ่งบางอย่างที่แฝงอยู่ในห้องนั้นหรือว่าอาจจะเป็แฝดผู้พี่ที่ตายไปแล้ว จะเอาน้องไปอยู่ด้วย”
“หนูอย่าพูดอย่างนั้นสิป้าใจคอไม่ดีเลย คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนแค่เจอขวดนมฟาดหัว โดยไม่เห็นคนทำก็สยองแล้ว และหนูว่าใครล่ะทำร้ายป้า”
“ป้าหนูไม่เข้าไปในห้องนั้นแล้วนะ เอาคนอื่นไปเถอะ”
นางพยาบาลสาวเกิดอาการหวาดกลัวเสียจนปากคอสั่นแต่แล้วก็ต้องกลับไปปฏิบัติหน้าที่ต่อ เมื่อหมอใหญ่ลงมาตรวจดูความเรียบร้อยทั้งสองไม่กล้าเอ่ยปากเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้ฟัง นอกจากเหล่มองพงษ์ระพีด้วยสายตาหวาดหวั่น
เด็กชายตัวน้อยยังคงใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลาหมอใหญ่ตรวจดูความเรียบร้อยของแผลผ่าตัด และให้นางพยาบาลทำความสะอาดรักษาตามขั้นตอน เด็กน้อยร้องไห้บ้างเป็บางครั้ง เมื่อเอานมให้ดื่มจนอิ่ม เพียงครู่เดียวหลับสนิท
“ป้าเด็กคนนี้คงไม่มีอะไรหรอก หน้าตาน่าเกลียดน่าชัง”
“แล้วสิ่งที่เราเห็นล่ะมันคืออะไรกันแน่”
“ลืมมันเถอะคงไม่มีเกิดขึ้นแล้วล่ะ เราต้องช่วยดูแลเด็กคนนี้เป็กรณีพิเศษเพราะถือว่าเป็เคสที่เกิดขึ้นบ่อยนัก หมอใหญ่ให้เราเฝ้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง”
นางพยาบาลผู้อ่อนวัยกว่าถ่ายทอดคำสั่งจากหมอใหญ่ฟังจนหมดสิ้นเสียงถอนใจเบา ๆ ดังขึ้น ก่อนที่ร่างอวบอ้วนทรุดนั่งข้าง ๆ ตู้อบซึ่งมีร่างเด็กชายพงษ์ระพีนอนหลับตาพริ้ม คราบนมบางส่วนไหลออกมาตรงมุมปากนางจัดการเช็ดทำความสะอาด แม้ว่าขณะนี้อยู่ในสภาวะปกติ ไม่มีเื่ตื่นเต้นเหมือนที่ผ่านมา
ทว่ายังหวาดหวั่นกลัวว่าจะมีเื่ดังกล่าวเกิดซ้ำอีกครั้งนางไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับการเผชิญหน้ากับสิ่งลึกลับ
ฤดีนารถยังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียงดวงตาทั้งสองข้างมองขึ้นไปบนเพดาน ความหวาดกลัวต่อปีศาจตัวเล็กที่เล่นงานตัวเองจนย่ำแย่ กลายเป็คนจิตหลอนหวาดผวา ไม่กล้าอยู่คนเดียวพูนพิพัฒน์เช่นกันเมื่อเผชิญกับสิ่งเร้นลับที่พยายามคร่าชีวิตเขาเชื่อแล้วว่าผีมีจริง
“ผีเด็กนั่นคือลูกเราที่ตายไป ใช่ไหมคะ”
“อย่าเพิ่งคิดเลยอาจจะไม่ใช่อย่างที่เราเข้าใจก็ได้ บางทีในโรงพยาบาลแห่งนี้อาจจะมีิญญาผีเร่ร่อนอาศัยอยู่ก็ได้นะ”
“แต่เด็กผีนั่นมันบอกว่าเป็ลูกเรานะ โกรธที่เราไม่เลือกเขา จะพาฤดีไปอยู่ด้วย”
มือที่จับแขนสามีเกร็งเขม็งเหงื่อเป็เม็ด ๆ ผุดออกจากใบหน้าจนชุ่ม กลอกสายตาไปมา ริมฝีปากสั่นระริกบ่งบอกถึงความกลัวสุดขีด พูนพิพัฒน์เองก็กลัวไม่น้อยกว่าภรรยาแต่ระงับความรู้สึกนั้นเอาไว้
หากว่าแสดงอาการกลัวออกมาอีกคนภรรยาจะไม่มีที่พึ่ง อาจจะกลัวจนช็อกไปก็ได้ในคืนนี้ได้แต่ภาวนาอย่าให้เกิดเื่เขย่าขวัญอีกเลยขณะกำลังอยู่เป็กำลังใจซึ่งกันและกัน เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทั้งสองสะดุ้งเฮือก
“ใครคะ ถ้าเป็หมอหรือพยาบาลจะต้องเปิดประตูเข้ามาหรือว่าเป็คนนอก”
“ใครล่ะ อ้าว ดนัยนารี เข้ามาสิครับ”
“สวัสดีครับเป็อย่างไรบ้างวันนี้ ผมกับนารีแปลกใจเหมือนกัน ว่าทำไมคุณถึงย้ายห้องล่ะครับหรือว่าห้องเก่าไม่สบาย”
ดนัยถามโดยไม่เห็นสีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวของสองสามีภรรยาที่มองหน้ากันก่อนที่พูนพิพัฒน์เป็ผู้ตอบเอง
“ครับห้องนั้นเครื่องทำน้ำอุ่นไม่ค่อยดีเท่าไร”
“ฤดีฉันเสียใจด้วยนะเื่ลูกของเธอ”
นารีเข้ามาจับมือเพื่อนเอาไว้ทันทีที่ได้ัั รับรู้ถึงความเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง แทบจะปล่อยมือเสียเดี๋ยวนั้นหากฤดีนารถไม่ยึดเหนี่ยวมือเอาไว้ราวกับว่ากลัวเธอจะปล่อย สร้างความแปลกใจไม่น้อย
“ช่างเถอะเขาทำบุญมาแค่นั้น”
“มือเธอเย็นมากไม่สบายหรือเปล่า”
“ไม่นี่แอร์คงเย็นไปก็ได้ คนเพิ่งคลอดจะรู้สึกหนาวมากกว่าคนปกติ ไม่เป็ไรว่าแต่เธอเถอะนะ วันนี้แพ้ท้องหรือเปล่า”
ฤดีนารถถามพลางเอามือทาบทับลงที่ท้องเพื่อนรักรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวเบา ๆ สิ่งมีชีวิตกำลังก่อเกิดอยู่ภายในเรือนร่างของเพื่อนได้แต่ภาวนาให้ปลอดภัยและมีอวัยวะครบสมบูรณ์ อย่าได้เหมือนลูกของเธอเลยแม้ว่าเป็แฝด แต่มีหน้าอกติดกัน ที่รู้จักกันในนามแฝดสยามสุดท้ายเหลือรอดแค่เพียงคนเดียว ส่วนผู้ที่ตายกลายเป็ิญญาร้ายที่น่ากลัว
“เบาลงแล้วล่ะยังดีที่ป้านวลคอยดูแล แน่ะ ผู้ชายพากันออกไปคุยกันข้างนอกแล้วสงสัยจะชวนคุณพูนพิพัฒน์ออกไปทานข้าว ส่วนเธอมีอาหารทางโรงพยาบาลจัดให้แล้วนี่หรือว่าอยากทานอะไรเป็พิเศษไหม ฉันจะซื้อมาฝาก”
“ไม่ต้องหรอกจ้ะเธอหิวก็ออกไปกับเขาเถอะ เราอยู่คนเดียวได้”
ฤดีนารถกลั้นใจพูดออกไปอย่างนั้นเองทั้งที่ความจริงกลัวจนแทบขาดใจ แต่เห็นว่าเป็เวลากลางวัน ไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไรหากว่าความมืดเข้ามาเยือน เธอคงไม่ยอมให้พูนพิพัฒน์อยู่ห่างจากตัว ขณะนั้นนางพยาบาลเข้ามาวัดไข้
“เราไปก่อนนะเดี๋ยวกลับมา”
“จ้ะ ตามสบาย”
นารีออกไปรับประทานอาหารกับสามีและพูนพิพัฒน์โดยทิ้งให้ฤดีนารถนอนอยู่คนเดียว แม้ว่ามีนางพยาบาลมาคอยดูแลแต่ไม่ได้นั่งเฝ้าตลอดเวลา ทันทีที่นางพยาบาลออกไปจากห้องความเย็นประหลาดแผ่ซ่านเข้ามาจนรู้สึกได้
“อย่าเกิดเหตุไม่ดีแก่เราเลยคุณพระคุณเ้าช่วยลูกด้วยเถิด”
หญิงผู้เพิ่งผ่านการคลอดลูกมาหมาดๆ ยกมือขึ้นพนมกลางอก ความน่ากลัวที่เกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆยังตามหลอนในความรู้สึกตลอดเวลา แม้พยายามสลัดออกไป นอกจากไม่ออกแล้วยังเกาะติดแน่น
อาจจะเป็เพราะยาแก้ปวดที่นางพยาบาลให้รับประทานหลังอาหารเย็นทำให้ฤดีนารถมีอาการสะลืมสะลืม ง่วงนอนจนแทบลืมตาไม่ขึ้นในที่สุดไม่อาจฝืนเอาไว้ได้ เปลือกตาทั้งสองประกบปิดกันอย่างรวดเร็ว
“แม่จ๋า แม่ใจร้าย”
เอาอีกแล้วเสียงเล็กแหลมเย็นะเืที่คุ้นเคย ดังแทรกเข้ามาในความรู้สึกฤดีนารถสั่นไปทั้งตัว ทั้งมือและปลายเท้าเย็นะเื รู้แต่เพียงว่าเห็นร่างตัวเองกำลังวิ่งหนีอะไรบางอย่างลุยลงไปในบ่อที่เป็น้ำที่มีกลิ่นคาวคล้ายเื
“แม่หนีลูกไม่พ้นหรอกมาอยู่ด้วยกันเถอะ”
“ไม่อย่ามายุ่งกับฉัน ฉันจะทำบุญไปให้”
“ไม่ ลูกไม่้ามาอยู่ด้วยกันเถอะ เราจะสร้างครอบครัวใหม่ในปรภพ เรามาอยู่ก่อนแล้วรอพ่อและน้องพงษ์ระพี”
ทันทีที่ได้ยินชื่อพงษ์ระพีฤดีนารถใจหายวาบ เป็ห่วงบุตรชายที่เหลืออยู่ กลัวว่าจะได้รับอันตราย ได้แต่ร้องห้ามเสียงหลง
“อย่านะอย่ายุ่งกับพงษ์ระพี”
“ทำไมล่ะแม่ในเมื่อเราตายกันหมด น้องจะอยู่กับใครก็ต้องไปด้วยกัน ลูกจะไม่ทำให้แม่เ็ปแต่อย่างใดทุกคนจะมาอย่างสงบ”
สิ้นเสียงอันน่ากลัวปรากฏร่างเล็กของเด็กแรกเกิดลอยอยู่ตรงหน้า สายสะดือยังคงกวัดแกว่งไปมา ฤดีนารถจำได้ว่ามันคือปีศาจเด็กได้แต่ส่งเสียงหวีดร้องด้วยความหวาดกลัว และกรีดเสียงดังยิ่งขึ้นเมื่อเห็นปลายสายสะดือกำลังยื่นเข้ามาตรงส่วนที่เป็ลำคอของเธอ
“อย่า อย่าทำฉันไปนะ”
“อย่าขัดขืนไม่ต้องกลัว เราจะไปรอพ่อด้วยกัน ฮี่ ฮี่ ฮี่”
ความเย็นหนืดหยุ่นที่ค่อยๆ พันรอบลำคอแน่นเข้า ฤดีนารถทั้งกลัวและขยะแขยง ได้แต่ร้องะโสุดเสียงไม่อาจทนรับกับความน่ากลัวในครั้งนี้ได้
“ออกไป ไอ้ผีบ้าอย่า ช่วยด้วย พูนพิพัฒน์ช่วยฉันด้วย”
“ไม่มีประโยชน์ในเมื่อแม่อยู่ในเงื้อมมือของหนูแล้ว เพียงแค่ตวัดสายสะดือเท่านั้น คอแม่ก็หัก ดวงิญญาหลุดออกจากร่างเตรียมตัวน้อมรับความตายเสียเถอะ”
เ้าปีศาจเด็กหน้าตาน่ากลัวกำลังออกแรงดึง สายสะดือให้รัดลำคอผู้เป็แม่ให้แน่นเข้าแต่แล้วใบหน้าเหี่ยวย่นผงะ แสยะเขี้ยวน่ากลัว เสียงคนเดินแล้วหยุดยืนหน้าห้องร่างเล็กกระจ้อยหายวับไปกับตา ฤดีนารถสะดุ้งเฮือก มองไปที่ประตูที่กำลังเปิดออก
“อ๊าย ! ฉันกลัวแล้ว”
ฤดีนารถหวีดร้องออกมาสุดเสียงทุกคนใจนตรึงเท้านิ่ง เมื่อเห็นฤดีนารถชี้นิ้วมาที่ดนัย หลับหูหลับตาร้องเช่นเดิม
“ช่วยด้วย มันมันนั่งอยู่บนบ่าคุณดนัย เอามันออกไป”
ดนัยและนารีต่างมองหน้ากันด้วยความแปลกใจเขาเอามือคลำที่บ่าตัวเอง พบกับความว่างเปล่า ต่างจากพูนพิพัฒน์ขยับถอยออกห่างบนบ่านั้นมีร่างทารกผีนั่งแสยะเขี้ยวมองเขาด้วยตาวาววับ