32.ซันยาเรือกันน้ำรั่ว
ตะวันคล้อยบ่ายทั้งสามก็กลับมาถึงปางพัก ตะกร้าหลังของทั้งสามเต็มไปด้วยน้ำมัน และยางชันที่ได้จากต้นรังใหญ่ การเก็บเกี่ยวครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จไม่น้อย พอทั้งสามมาถึงลานเก็บวัสดุ ที่นี่ก็ไม่มีใครอยู่แล้ว เพราะเวลานี้เป็นช่วงพักผ่อน หลังกินข้าวเสร็จของทุกคน"ลุงหม่า หาคนมาตำยางชันพวกนี้ให้ละเอียดเลยนะ ตำแล้วใช้ผ้าฝ้ายกรอง เอาแต่ส่วนที่ละเอียดที่สุด ส่วนที่เหลือให้เอาไปตำใหม่ ส่วนน้ำมันพวกนี้ ท่านหาโถหรือไหดินเผามาใส่เอาไว้ก่อน เก็บไว้ให้ห่างไฟล่ะ อย่าลืมบอกทุกคนด้วยนะว่ามันไวไฟ ติดไฟง่าย ไม่อย่างนั้นอาจจะเกิดการวางเพลิงโดยไม่ตั้งใจขึ้นก็ได้"ซานหลงพูดขึ้นขณะที่เขาวางทุกอย่างที่แบกมา ลงพื้นเมื่อมาถึง หม่าเหลียงพยักหน้ารับแต่โดยดี"นายน้อยจะเข้าเมืองตอนไหนขอรับ"มันถามขึ้น"กินข้าวกินปลาเสร็จนี่แหละ ว่าแต่ท่านพ่อ ท่านจะไปกับข้าหรือไม่"เด็กหนุ่มหันหน้าไปถามบิดา ที่กำลังง่วนอยู่กับการสำรวจความเรียบร้อย ของสิ่งของที่เก็บเกี่ยวมาได้"ไม่ละ! ข้ายังมีงานอื่นต้องจัดการ ไหนจะต้องพาคนไปเลือกจุดที่เหมาะสม ทำที่พักชั่วคราวรอ เรือของเจ้าอีก"บิดากล่าว"อย่าลืมทำท่าเรือด้วยนะขอรับ ฮ้าๆๆ "เด็กหนุ่มหัวเราะออกมาขำๆ"เพิ่มงานอีกละ! เฮ้อ! "บิดาบ่นอุบ แต่จะทำอย่างไรได้ ของมันต้องมี มันก็ต้องทำ ดีที่พวกเขายังมีเวลาอีก 2 เดือนหน่อยๆ จึงไม่ต้องเร่งรีบมากนักอาหารกลางวันของคนทั้งสามจบลงอย่างรวดเร็ว เมนูเดิมตั้งแต่เช้าคือ หมูทอดกระเทียมกับซี่โครงหมูตุ๋นหัวไชเท้า ทั้งสามไม่ได้เรื่องมากเรื่องอาหารการกินเลย จึงไม่เป็นปัญหาอะไรนักเมื่อกินเสร็จบิดาก็แยกตัวออกไป หม่าเหลียงก็ออกไปเช่นกันเพื่อจัดการกับธุระที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จสิ้น ซานหลงพาตัวเองกลับมายังลานวัสดุ ที่นั่นสามพี่น้องกำลังไสไม้กันอย่างขะมักเขม้น"อาวนายน้อย กลับมาแล้วหรือขอรับ! แล้วพี่ใหญ่ล่ะไปไหน"เจ้าสองถามขึ้น เมื่อเห็นนายน้อยเดินเข้ามา"อืม ลุงหม่ากำลังไปหาคนมาบด ขี้ชัน พวกนั้นนะ"ซานหลงชี้มือไปที่กองขี้ชันที่วางอยู่มุมหนึ่งของลาน การทำชันยาเรือ ต้องตำยางไม้หรือยางชันให้ละเอียด ผสมกับน้ำมันยางนา คนให้เข้ากัน จนเหนียวเป็นกาว แล้วทาอุดตรงรอยต่อระหว่างแผ่นไม้หรือรูรั่วต่างๆ ของเรือ ตากลมให้แห้งสนิท เมื่อน้ำมันยางนาแห้งหมดแล้ว ชันที่ทาลงไปก็จะกลับมาแข็งตัวเหมือนเดิม ที่สำคัญ ต้องบดชันให้ละเอียด ถึงจะได้ชันยาเรือ ที่มีคุณภาพ ทาแล้วเรือไม่รั่ว มีความทนทานต่อแรงดันน้ำได้ดีเพียงไม่กี่เค่อ หม่าเหลียงก็เดินเข้ามาพร้อมกับคนงานอีกหนึ่งคน"นายน้อย! ได้คนมาแล้วขอรับ! "มันพูดขึ้นขณะที่วางโถดินเผาลงบนพื้น ด้วยความระมัดระวัง ครกไม้ขนาดกลางกับสากไม้อันใหญ่ถูกเด็กหนุ่มคนนั้นอุ้มมาด้วย"อืม เตรียมตัวมาพร้อมเลยนะลุงหม่า"ซานหลงเอ่ยแซว"ฮ้าๆ มันก็ต้องพร้อมแหละขอรับ งานตำ งานโขลกจะไม่มีเครื่องมือหากินได้อย่างไร ยังไงเสียต่อจากนี้ก็เป็นหน้าที่ของนายน้อยแล้วละขอรับ สำหรับการสอนงานมัน..” เมื่อพูดจบมันหันหน้าไปทักทายพี่น้องของมันต่อทันทีโดยไม่สนใจอะไรอีก ปล่อยให้เด็กใหม่ รับงานจากซานหลงโดยตรง"ชื่ออะไร"ซานหลงถามขึ้น"หลี่หู่ ขอรับนายน้อย""อืม งานของเจ้าคือตำยางไม้พวกนี้ให้ละเอียด กรองด้วยผ้าฝ้าย ส่วนไหนที่ยังไม่ละเอียดให้เอากลับมาตำต่อ ทำได้ไหม! ""ได้ขอรับ! "มันรับปากออกมาอย่างหนักแน่น“ดีมาก! ถ้าอย่างนั้นตรงนี้ข้าขอฝากเจ้าก็แล้วกัน!!” ซานหลงตบบ่าเด็กหนุ่มผู้มาใหม่อย่างคาดหวัง“ลุงหม่า ถึงเวลานัดรับของแล้ว เอาเกวียนออกมา เราจะเข้าเมืองกัน” ซานหลงร้องเรียกหม่าเหลียงที่กำลังชื่นชมผลงาน การไสไม้ของพี่น้องของมันอยู่“ขอรับนายน้อย!” เสียงของหม่าเหลียงตอบรับในทันที เกวียนเทียมวัวคันเดิมล้อหมุนออกจากค่ายพักในเวลาต่อมา...ช่วงนี้ของวัน..ผู้คนในเมืองค่อนข้างน้อย เพราะต่างคนต่างออกไปทำงาน ทำไร่ ทำนา ทำงานกันตามประสาเมืองเกษตรกรรม ถึงที่นี่จะมีท่าเรือ แต่มันก็เป็นแค่ท่าเรือหาปลาเล็กๆ เรือส่วนใหญ่เป็นเรือไม้ขุดลำไม่ใหญ่นัก เมืองนี้ไม่มีอู่ต่อเรือ จึงไม่ค่อยเห็นเรือที่สามารถออกทะเลได้ ชาวบ้านที่นี่ก็ไม่ได้ออกทะเลเช่นกัน แต่พวกเขาออก หาปลา ในน่านน้ำกร่อย ของลำน้ำที่ต่อกับทะเล ท่าเรือหาปลาจึงตั้งอยู่ที่ตัวลำคลองน้ำกร่อยผู้คนที่นี่มีหลากหลายของอาชีพไม่ว่าจะเป็น ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ หรือชาวประมง ชาวไร่ที่นี่จะปลูก ฝ้ายเป็นหลัก ฝ้ายเป็นวัตถุดิบหลักของอุตสาหกรรมสิ่งทอ โรงทอไม่ได้ใหญ่มากนัก ไม่มีเครื่องจักรภายในโรงงานแต่อย่างไร มีเพียงแรงงานคนล้วนๆ การปั่นฝ้ายที่นี่เหมือนกับการปั่นฝ้ายของไทยลื้อในสมัยโบราณ การทอผ้าถูกพัฒนาขึ้นมานานมากแล้วนักวิจัยพันธุ์พืชจากโลกอนาคต ก็ไม่ได้แปลกใจอะไรนัก เพราะการพัฒนาทางด้าน สังคม อุตสาหกรรม หรือเกษตรกรรม ต่างแตกแยกย่อยออกไปมากมาย บางอย่างก็พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว แต่บางอย่างกลับยังล้าหลังอยู่ ก็เป็นเรื่องธรรมดาสามัญ เพราะไม่ว่าสิ่งใด ถ้าได้รับความสนใจจากสังคม ผู้คน หรือวัฒนธรรม สิ่งเหล่านั้นก็จะถูกพัฒนาขึ้นมาก่อน เป็นอันดับแรกๆ และ หากสิ่งไหนที่ไม่ได้รับการเหลียวแล หรือ ไม่ได้รับความนิยมของผู้คน การคิดค้นหรือพัฒนา ก็จะเป็นไปด้วยความล่าช้า หรืออาจจะนิ่งอยู่กับที่จนกว่าจะมีใครสักคนหันมาสนใจ และให้ความสำคัญกับมันเกวียนเทียมวัววิ่งผ่านใจกลางเมืองไปอย่างช้าๆ ผ่านผู้คน ผ่านโรงงาน ผ่านร้านค้า ร้านอาหาร ซานหลงนั่งมองดูผู้คน ดูการใช้ชีวิต ดูวิถีชีวิตของพวกเขาอยู่บนเกวียนอย่างเงียบๆ“ไป!! รีบเดิน นายข้าไม่ชอบให้ชักช้า!” เสียตะคอกของชายร่างอ้วน ตวาดใส่ชายหญิง สองสามคน ที่ถูกล่ามโซ่ทั้งมือแลเขา ให้รีบเดินไปข้างหน้าอย่างฉุนเฉียว พวกเขาสวมชุดผ้าฝ้ายเก่าๆ มีคราบสกปก ติดแห้งเกรอะ กรังเต็มไปหมด ผมเผ้ายาวรุงรัง หากมองไม่เห็นหน้าอกของคนที่เป็นผู้หญิงนูนออกมา คงเดาไม่ได้ว่าพวกเขาเพศอะไรกันบ้าง ท้าวเปล่าของพวกเขาเหยียบลงบนพื้นถนนลูกรัง ที่มีหินแหลมคมยื่นขึ้นมาแทงฝ่าเท้าของพวกเขาอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร นัยน์ตาของคนทั้งหมดว่างเปล่า ระคนหวาดกลัวต่อชายอ้วนคนนี้อยู่ไม่น้อย ซานหลงมองดูพวกเขาอย่างฉงน“ทาส นะนายน้อย” เสียงของหม่าเหลียงดังขึ้น แน่นอนว่าซานหลงเองก็พอเดาได้ว่าคนพวกนี้ต้องเป็นทาสแน่ๆ แต่ที่แปลกใจก็เพราะว่า นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้เห็นทาสตัวเป็นๆในยุคที่เต็มไปด้วยสงครามแบบนี้ ไม่น่าแปลกใจเลยสักนิด ที่จะมีคนถูกจับมาขายเป็นทาส เขาไม่รู้ว่าบ้านนี้เมืองนี้ หรือเมืองอื่นๆ ควบคุมกลไกของการค้าทาสนี้อย่างไร เพราะหากไร้ซึ่งการควบคุม พ่อค้าทาสจะจับใครมาขายก็ได้ โลกนี้คงวุ่นวายกันไปหมด“ทำไมคนพวกนี้ถึงกลายมาเป็นทาสได้” ซานหลงเอ่ยถามหม่าเหลียง ที่ดูเหมือนจะรู้เรื่องที่สุดในตอนนี้“มันมีหลายสาเหตุขอรับนายน้อย หลักๆ คือพวกหนีภัยสงครามหรือพวกที่แพ้สงครามแล้วมีความผิด จะถูกทางการจับมาขายเป็นทาส โดยผ่านนายหน้าค้าทาส หรือพ่อค้าทาส และยังมีคนอีกบางจำพวก ที่กลายมาเป็นทาส เพราะความสมัครใจของตนเอง หรือครอบครัวของพวกเขา เช่นลูกที่ถูกพ่อแม่ ขายให้กับพ่อค้าทาส หรือคนที่ขายตัวเองเป็นทาส เพื่อนำเงินไปให้ครอบครัวขอรับใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น” หม่าเหลียง กล่าวเล่าความ ที่มันรู้ออกมาทั้งหมด“แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าใครเป็นทาส! บ้าง” เสียงของซานหลงเรียบนิ่งไม่ยินดียินร้าย“ทาสจะถูกประทับตราทาส ที่กลางหลังขอรับ ตราทาสของพวกเขาจะติดตัวไปตลอดชีวิต ไม่ว่าพวกเขาจะไปไหน จะอยู่ที่ไหน จะเป็นอะไร ในอนาคต” น้ำเสียงของมันสั่นเครือปนเศร้าๆ ใจ ขณะที่เอ่ยคำออกมา ราวกับว่าตัวมันเองเคยผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ ที่เกี่ยวกับทาสมาแล้ว“ข้าบอกให้พวกเจ้ารีบเดิน!” ชายร่างอ้วนตะคอกขึ้นมาอีก มันกระชากโซ่ที่คล้องคนทั้งหมดอย่างแรง เพื่อดึงลากตัวพวกเขาให้เดินไป เด็กน้อยซานหลงมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนเกวียนของเขาเลี้ยวหลบเข้าซอยด้านขวา จึงละสายตากลับเพราะมองไม่เห็นแล้ว“ถึงแล้วขอรับนายน้อย!” ซานหลงพยักหน้ารับเมื่อได้ยินเสียงของหม่าเหลียงเอ่ยบอกกล่าว ทันทีที่ก้าวเท้าลงมา ลุงเจ้าของร้านก็ออกมาต้อนรับ ลูกค้ารายใหญ่ของเขาทันที“อ่า นายน้อยท่านมาถึงแล้วหรือ!!” สรรพนามของเขาถูกเปลี่ยนใหม่โดยเจ้าของร้านแก่ๆ คนนี้ ตั้งแต่ที่เขากลายมาเป็นลูกค้ารายใหญ่ของร้าน“ข้ามาแล้วท่านลุง ไม่ทราบว่า ของที่สั่ง เสร็จแล้วหรือไม่” เด็กหนุ่มพูดตรงเข้าประเด็นทันที“เรียบร้อยแล้วคุณชาย ทางร้านเรารับงานปั๊บ ทำฉับไว รวดเร็วทันใจลูกค้าเสมอ” เจ้าของร้านอวยขึ้น“ดี พาข้าไปดูของเลยเถ้าแก่”“ได้เลยตามข้ามา” คนทั้ง 3 เดินตรงไปที่โรงหลอมอย่างรวดเร็ว ทันทีที่เข้ามาภายใน เบื้องหน้าของพวกเขามีช่างตีเหล็กสองคนยืนอยู่รอบโต๊ะไม้ ที่มีอุปกรณ์ ของซานหลง วางอยู่อย่างเป็นระเบียบ!! ทุกชิ้นอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อม....