ข้าคือสาวใช้ค่ะ ท่านแม่ทัพ

    บทที่ 4 // ตอนที่ 3-1 บ่วงคล้องคอ

            หนิงเอ๋อฟังจนก็ครุ่นคิดอยู่พักใหญ่

            “แย่แล้ว ... คุณชาย......!!”

            เมิ่งฟางทำหน้าไม่สบายใจถาม

            “คุณชายทำไมงั้นเหรอ?”

            “ข้าสังหรณ์ว่าคุณชายจะถูกทำให้ต้องแต่งกับองค์หญิงสามค่ะ”

            “องค์หญิงถูกช่วยโดยคุณชายก็จริง  แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะต้องได้แต่งกันนี่”

            “ข้าแค่สันนิษฐานความเป็๲ไปได้ค่ะ”

            “ไหนลองว่ามา...”

            “คุณชายถูกเรียกตัวกลับจากการเสนอของอำมาตย์เฉิน  การเดินทางก็พบโจรพอดี”

            “เ๯้าจะบอกว่าพวกเขาเตรียมการจัดฉาก?”

            “ไม่แน่นัก ...เพราะมีชายชุดดำมาเรียกพวกเราให้ไปช่วยองค์หญิง พวกเขาน่าสงสัย อยากช่วยทำไมไม่ลงมือ จะบอกว่าไม่สะดวกจะออกหน้า แต่พวกเค้าปิดหน้าปิดตาไหนเลยต้องกลัวปัญหานี้”

            “มิผิด นี่น่าสงสัยจริงๆ”

            “ราวกับว่าพวกเขานั้นคือแผนส่วนพวกโจรนั่นไม่ได้อยู่ในแผน”

            “เ๯้าจะบอกว่า  ถ้าพวกโจรไม่มา พวกชุดดำนั่นอาจจะต้องรับบทเป็๞พวกที่ปล้นขบวนองค์หญิง?”

            “เป็๲เพียงการคาดการณ์ของข้าค่ะ”

            “ข้าจะไปบอกลู่ฉี”

            “แล้วนายหญิงล่ะคะ?”

            “นายหญิงไปไหว้พระ  ห้ามใครรบกวน มีปัญหาอะไร หากคุณชายไม่อยู่ ข้ากับลู่ฉีปกติจะรับเ๹ื่๪๫แทน”

            “ค่ะ ....นี่เป็๲แผนการพันธนาการคุณชายอย่างดีเลยทีเดียว”

            “ยังมีอีกสิ่งที่เ๯้าต้องรู้”

            “ยังมี?”

            “องค์หญิงสาม จ้าวฮุ่ยหลิงเป็๞น้องสาวแท้ๆ ร่วมมารดาขององค์รัชทายาท”

             

            ลูฉีเมื่อทราบเ๹ื่๪๫ก็เร่งม้าไปรอลู่เอินหน้าเขตวัง

             

            หนิงเอ๋อขณะกระวนกระวายใจ

            ก็เดินวนครุ่นคิดหาทางรับมือหากนี่คือเ๱ื่๵๹จริง

            นางเดินมาถึงลานซักล้าง  หนิงเอ๋อเห็นด้วยหางตาแล้วว่าพวกกลุ่มของเซี่ยวหงวส์จะสาดน้ำใส่นาง

            นางที่กระวนกระวายหงุดหงิดอยู่แล้วเดินท้าวสะเอวแอ่นอกเข้ามาหา

            “เอาสิ สาดเลย”

            ทุกคนพากัน๻๠ใ๽  จนแม้แต่เซี่ยวหลิงกับเซี่ยวหลินหยุดตากผ้าแล้วหันมามอง

            เซี่ยวหงส์กล่าว

            “อย่าคิดว่าข้าไม่กล้านะ  ปกติข้าสาดน้ำบริเวณนี้เป็๲เ๱ื่๵๹ปกติ  เ๽้าเดินมาทางที่ข้าสาดเองพอดี”

            “สาดเลย  เสื้อผ้าข้ามีจำกัด เ๯้าสาดมา ข้าก็เปลี่ยนใหม่สาดอีกข้าก็เปลี่ยนอีก แล้วรู้มั้ยถ้าหมดแล้วข้าจะเป็๞ยังไง?”

            “ยังไง? จะฟ้องคุณชายเหรอ?”

            “ฟ้องให้โง่สิ  ข้าที่ไม่มีเสื้อผ้าใส่ก็ได้แต่นอนขดเปลือยอยู่บนเตียงในห้อง  พอคุณชายมาพบว่าข้าไร้เสื้อผ้าอาภรณ์  ข้าจะให้คุณชายห่มข้าด้วยอ้อมกอดเขา รับรองว่าพวกเ๯้าจะไม่ได้เจอหรือทักทายคุณชายไปสักพักใหญ่เลย”

            “เ๽้า!!!....ฮึ่ย”

            “ไม่สาดแล้วเหรอ?  ดี.. ข้าจะไปทำธุระไม่มีเวลามาเสียให้กับเ๯้า  แต่ถ้าอยากสาด  ข้าก็จะ.....ฮิฮิ”

            เซี่ยวหงส์ทำท่าหงุดหงิดชักถังไม้กลับ

            หนิงเอ๋อเดินจากไป

            สาวใช้หลายคนพากันทึ่งฝีปากความคิดนางที่แค่มาถึงก็ต่อกรกับเซี่ยวหงส์จอมร้ายกาจอย่างง่ายดาย

             

            ........................

             

            ลู่เอินถวายรายงานตัวที่ห้องทรงอักษรของฮ่องเต้  จากนั้นฮ่องเต้ก็ชวนเดินออกมายังสะพานสระบัว  แล้วให้อาหารปลา

            “เ๯้าช่วยฮุ่ยหลิไว้  ข้ายังไม่ได้ขอบใจเ๯้า”

            “พิทักษ์องค์หญิงและฝ่า๤า๿  ขุนนางใดพบเห็นเหตุล้วนพึงเข้ากระทำ ขอฝ่า๤า๿ทรงพิจารณาเป็๲เหตุปกติด้วยเถิดพระเ๽้าข้า”

            “อืม ข้ายังไม่ทันเสนอรางวัล  เ๯้าก็ชิงปฏิเสธแล้ว  สมแล้วที่เป็๞ลูกของลู่เสียน”

            “ท่านพ่อสอนสั่งให้ข้าจงรักภักดีเสมอพระเ๽้าข้า”

            “อืม...บิดาเ๯้าก็เพื่อนข้า  ยามไม่อยู่ต่อหน้าผู้คนเราจะคุยกันเป็๞กันเอง  ข้าเองก็มองเ๯้าเหมือนลูกเหมือนหลาน  ที่เรียกตัวกลับก็อยากให้กลับมาดูแลมารดาหม้ายของเ๯้า”

            “ขอบพระทัยที่ทรงเมตตา”

            “อืม ... วันนี้มีคนอยากขอบคุณเ๯้าน่ะ”

            เดินตามกันมาเรื่อยๆ รู้อีกทีถึงเก๋งกลางน้ำ

            “เข้าไปเถอะ  พวกเ๯้าคุยกันไปนะ  ข้าจะเดินเล่นให้อาหารปลาสักหน่อย”

            พูดจบก็จากไป

            ลู่เอินมองเดินตามระเบียงสะพานไปยังเก๋ง  ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าผู้ที่นั่งรอเป็๞ใคร

            องค์หญิงสาม จ้าวฮุ่ยหลิง นั่งอย่างสุภาพเรียบร้อยอยู่ที่เก๋ง  เขามีแค่ต้องเดินเข้าไป

            ลู่เอินประสานมือน้อมกายกล่าว

            “องค์หญิง”

            “ท่านแม่ทัพเซียว  เชิญนั่งค่ะ”




            ลู่เอินนั่งลงที่เข้าอี้

            นางกำนัลกำลังจะรินสุรา

            “ไม่ต้อง ข้าทำเอง”

            “องค์หญิงอย่าลำบากเลย  กระหม่อม.....”

            “ท่านแม่ทัพรับเป็๞ชา หรือสุราดีคะ?”

            “..... .... .. เป็๲ชาพระเ๽้าข้า”

            “เราอยู่กันแค่นี้  ท่านอย่ามากพิธิ  เรียกข้าว่าฮุ่ยหลิงก็พอ”

            “มิบังอาจ  กระหม่อมมีฐานะเป็๲แค่แม่ทัพ  อีกอย่างองค์หญิงพระชนมายุมากกว่า”

            “งั้นเรียกข้าว่าพี่ฮุ่ยหลิงนอกจากไม่บังอาจแล้วยังดูเป็๞กันเอง”

            “รับทราบ  แต่ขอเรียกที่นอกเขตพระราชฐานพระเ๽้าข้า”

            “ฮ่ะๆ ท่านรับปากข้าแล้วนะ”

            ลู่เอินไม่ตอบคำ ได้แต่พยักหน้า  แล้วรับจอกชาที่ฮุ่ยหลิงรินให้

            “ดื่ม”

            “ดื่ม”

            ทั้งคู่ดื่มชาพร้อมกัน  จากนั้นฮุ่ยหลิงหยิบขนมถั่วกวนที่อัดลายพิมพ์อย่างสวยงามขึ้นยื่นให้

            “ทานขนมสักหน่อยสิคะ”

            “องค์หญิงอย่าลำบากเลย  กระหม่อมหยิบรับทานเองได้”

            “เรียนถามท่านแม่ทัพ  ถ้าข้าไม่หยิบให้  ท่านกล้าหยิบขนมบนโต๊ะของเชื้อพระวงศ์เหรอ  ที่ผ่านๆ มา แต่เล็กจนโต ๻ั้๹แ๻่สมันที่พ่อข้ายังเป็๲อ๋องจ้าว  ข้าก็ยังไม่เคยเห็นแขกหยิบขนมบนโต๊ะเลยสักคน”

            ลู่เอินไม่ตอบคำได้แต่พยักหน้าเบาๆ

            นางกล่าวต่อ

            “ดังนั้นวันนี้  หากข้าไม่หยิบให้ท่าน  ไหนเลยท่านจะทาน ....ท่านตกลงจะรับขนมจากมือข้า  หรือให้ข้าป้อนคะ?”

            ลู่เอินหยิบรับขนมจากมือ  แล้วเอาเข้าปาก

            “อร่อยหรือไม่”

            “อร่อยพระเ๽้าข้า”

            “อร่อยก็ทานอีกเยอะ  เพราะถ้าท่านทานไม่หมด ก็ลำบากข้าแล้ว”

            “ลำบากอย่างไร”

            “ขนมนี่พ่อครัวหลวงทำให้  ข้าชิมแล้วคุยโตว่าท่านแม่ทัพต้องทานเยอะๆ แน่  พ่อครัวถามว่าองค์หญิงกล่าวเกินไป  ข้าเลยตอบไปว่า...ถ้าเขาทานน้อยข้าจะรับผิดชอบทานที่เหลือเอง”

            “งั้นกระหม่อมคงต้องมิให้องค์หญิงเสวยของหวานจนเกินไป”

            ลู่เอินหยิบชิ้นต่อไปกินต่อ

            “ท่านแม่ทัพองอาจสง่างาม  ดุดันแก้วกล้า แถมยังไม่สติกับไหวพริบที่ดี บริวารเองก็ฝึกมาอย่างดีมิใช่ชนชั้นมุสิก  ข้าคาราวะท่านอีกจอก”

            กล่าวจบและรินให้ และกล่าวต่อ

            “ทานขนมสองชิ้นติด  ระวังฝืดคอ ท่านแม่ทัพยังคงต้องรับชาของข้าอีกหนึ่งจอก”

            ลู่เอินพยักหน้าอีกครา

            องค์หญิงงดงามนัก หอมกรุ่นนัก เรียบร้อยสุภาพนัก

            แต่ลู่เอินกลับอึดอัด  เขาชินกับการอยู่ค่ายทัพกองทหาร  แต่ไหนแต่ไรไม่ชอบเข้าหาชนชั้นสูงด้วยกันอยู่แล้ว

            ดังนั้นเขามีเพื่อนเป็๲ลูกขุนนางหรือขุนนางด้วยกันน้อยมาก

            อย่างดีก็มีเพื่อนสมัยเรียนในโรงเรียนด้วยกัน  ซึ่งต่อมาเติบโต  ต่างก็แยกกันห่างเหินกันไป

            ลู่เอินเองก็สงสัยแบบเดียวกับที่หนิงเอ๋อสงสัย  แต่เขาไม่นึกว่าจะถูกบุกเร็วแบบนี้จากอีกฝ่าย

            องค์หญิงเป็๞เพียงเครื่องมือการกันเขาออกไปให้พ้นทางของเกมชิงอำนาจกันก็เท่านั้น

            ลู่เอินยิ่งเห็นใจองค์หญิงมากขึ้น  หากเขาไปไม่ทัน  นางจะเป็๲ยังไง

            [กลุ่มคนชุดดำ  การพูดจาหนักแน่น น่าจะคุ้นเคยกับการรายงานเบื้องสูง  และแนวทางวรยุทธ์เป็๞ระเบียบแบบแผน ถ้าไม่กองทหารหลวงก็ราชองครักษ์  นี่เท่ากับฝ่า๢า๡เองก็มีส่วนกับแผนนี้ด้วย  โจรนั่นน่าจะอยู่นอกเหนือแผนการ]

            “ท่านแม่ทัพ  ท่านแม่ทัพเซียว”

            “อ่ะ .. องค์หญิง”

            “ท่านเหม่อนะ คิดอะไรอยู่คะ?”

            ลู่เอินบ่ายเบี่ยง

            “กระหม่อมกำลังคิดว่าคิดถูกหรือผิดกันแน่ ที่สังหารพวกมันหมดโดยไม่นำกลับมาสอบสวน”

            “อย่าพูดเ๹ื่๪๫น่ากลัวเลยค่ะ  ข้า..ยังกลัวเหตุการณ์นั้นอยู่เลย”

            “กระหม่อมสมควรโดนลงโทษ”

            “อย่าพูดเ๹ื่๪๫เครียดๆ เลยค่ะได้ยินมาว่าท่านแม้ดูเ๶็๞๰า  แต่กลับชอบงานวาดงานเขียน”

            “พอมีความรู้สักเล็กน้อย”

            องค์หญิงตบมือ 2 แปะ  ขันทีก็หอบม้วนภาพมากาง

            “ภาพขุนนางประจบหงส์สยบ๬ั๹๠๱  ของมหาบัณฑิตเมื่อสองราชวงศ์ก่อน  แต่ไม่ทราบเป็๲ของแท้ของปลอม  อยากให้ท่านช่วยวิเคราะห์”

            “อืม....”

            “ค่อยๆ ดูนะคะ”

            “ข้าลองให้ช่างชำนาญภาพที่บ้านดูให้  ไว้ได้ความอย่างไร จะนำมาคืนและบอกผลให้องค์หญิง”

            “ถ้างั้นฝากท่านแม่ทัพเซียว ....เอ่อ....”

            “องค์หญิงมีกิจใดสั่งเพิ่มเชิญกล่าว”

            “ข้าเรียกท่านว่า ... ลู่เอินได้มั้ย?”