ณ นอกเมืองไม้เขียว
กองคาราวานใหญ่ตระกูลถัง
เวลานี้ทั่วทั้งกองคาราวานได้ถูกปกคลุมไปด้วยพลังปราณวิญญาณและจิตสัมผัสของผู้ฝึกตนยอดฝีมือของตระกูลถังนำโดยเจ้าตระกูลที่พอทราบข่าวก็เร่งรีบออกมาจากการปิดด่านเดินทางมาพร้อมกับผู้คนจำนวนมากเพื่อปกป้องทรัพย์สิน
ทั้งผู้อาวุโสระดับวิญญาณแท้ทั้งผู้อาวุโสสูงสุดระดับปรมาจารย์
หรือแม้กระทั่งบรรพชนระดับยอดยุทธ์ที่แยกสันโดษผู้มีอำนาจสูงสุดและดำรงอยู่เหนือยิ่งกว่าเจ้าตระกูลก็ยังตัดสินใจก้าวเท้ากลับตระกูล มุ่งหน้ามายังกองคาราวานด้วยตนเอง
บรรพชนถังเข้าใจเรื่องราวได้อย่างรวดเร็ว
ระหว่างทางได้เชื้อเชิญสหายที่สามารถไว้เนื้อเชื่อใจได้มาด้วยอีก2 คน ซึ่งตบะพลังอยู่ระดับยอดยุทธ์เฉกเช่นเดียวกันมา เพื่อหวังป้องกันเหล่าผู้ฝึกตนที่อาจโลภมากหมายปรารถนาในกองหินปราณวิญญาณครามนับ 5 พันก้อนนี้
ภายในกระโจมที่ใหญ่ที่สุด
ถังห่าวป๋อ เจ้าตระกูลถังและเป็นผู้นำคนปัจจุบันกำลังยืนมือไพล่หลังเขาคือพ่อของถังหว่าน มีรูปลักษณ์เป็นชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์สวมชุดสีเหลืองทองปักลายภูเขาธารา หน้าตาดูธรรมดาสามัญคล้ายดั่งเศรษฐีที่มั่งมีด้วยเงินทอง
แต่ใครก็ตามที่รู้จักชื่อเสียงและความสามารถของเขาจะรู้ว่าเขานั้นคือบุคคลที่ชาญฉลาดและมีหัวการค้าสูงทักษะการค้าขายของเขานั้นยอดเยี่ยมมากและเคยสร้างกำไรใหญ่ให้กับตระกูลหลายครั้งจนได้รับการยอมรับจากสมาชิกในตระกูลและเหล่าบริวาร
ในครั้งยังเยาว์เขาออกท่องเที่ยวไปกับกองคาราวาน
สะสมบารมีและอำนาจจนกระทั่งสามารถไต่เต้าและก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำตระกูลได้อย่างสง่างามเขาคือความภาคภูมิของตระกูลถัง ตระกูลขุมพลังระดับ 3
“ท่านพ่อข้ามาแล้วเจ้าค่ะ” เสียงหวานใสของเด็กสาวดังขึ้นมาพร้อมกับเรือนร่างบางน้อยในชุดอาภรณ์สีชมพู ดวงหน้าน่ารักจิ้มลิ้มของนางเพียงได้มองก็พลันต้องจิตใจอ่อนไหว อดเอ็นดูรักใคร่นางเป็นไม่ได้
นางไม่ใช่ใครอื่น
แต่เป็นคนที่แนะนำสินค้าและมอบป้ายลูกค้าผู้มีเกียรติแก่อี้ชิง
ถังหว่าน คุณหนูสามแห่งตระกูลถัง
“หว่านเอ๋อห์เจ้าอยู่ที่นี่สุขสบายดีหรือไม่? เจ้าเด็กน้อยแซ่จวงล่วงเกินหรือทำให้เจ้าไม่พอใจหรือเปล่า?”ถังห่าวป๋อยิ้มบางๆ ดวงตาหรี่เล็กที่เคร่งขรึมของเขาอ่อนลงยามมองไปยังบุตรีของตนน้ำเสียงแฝงความรู้สึกผิดและขอโทษ
คนรู้ดีว่าที่นางต้องลำบากและอดทนเช่นนี้เพราะใคร
ตระกูลจวงนั้นคือขุมพลังบริวารของตระกูลถังพวกเขาไม่ต่างกับข้ารับใช้ที่ต้องซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อผู้เป็นนาย
ทว่า...
เนื่องจากบรรพชนของพวกเขาใกล้ทะลวงขึ้นสู่ระดับยอดยุทธ์เปลี่ยนกลายเป็นขุมพลังระดับ 3 ทำให้พวกเขาเริ่มหยิ่งยโสและอวดดีกับขุมพลังต่างๆอาศัยอำนาจบารมีที่เพิ่มสูงขึ้น จึงเริ่มคิดมักใหญ่ใฝ่สูง และหมายสอดมือเข้ามายุ่งย่ามเรื่องในตระกูลถัง
การกระทำอุกอาจของตระกูลจวงนั้นมีที่มาที่ไปและแรงสนับสนุนสาเหตุที่นายน้อยรองจวงมิ่นกังคอยไล่ตามถังหว่านเพื่อพิชิตนางนั้นไม่ใช่เพียงแค่ความหลงใหลอยากครอบครองเท่านั้นแต่เพราะเป็นคำสั่งจากตระกูลด้วยอีกทางหนึ่ง
เพราะหากสามารถแต่งงานกับสายเลือดตรงได้สำเร็จได้กลายเป็นทองแผ่นเดียวกันตระกูลจวงจะมีสิทธิ์มีเสียงและสามารถค่อยๆกลืนกินตระกูลถังได้อย่างราบรื่นมากขึ้น จนสุดท้าย...รากฐานที่สั่งสมมาอย่างยาวนานกว่า 2 พันปี ได้ตกกลายเป็นของพวกเขาไปอย่างสมบูรณ์
หรือต่อให้จวงมิ่นกังจะไม่สามารถชนะใจของธิดาของเขาได้
ถังห่าวป๋อก็คาดเดาได้ว่าบรรพชนจวงจะต้องเป็นผู้เสนอมาเป็นแน่เพราะหลังจากที่ทะยานสู่ระดับยอดยุทธ์ ด้วยความแข็งแกร่งที่เทียบเท่ากับบรรพชนถังเขาสามารถใช้พลังกดขี่ข่มเหงโดยตรงผลักดันการแต่งงานและการเกี่ยวดองนี้ให้เกิดขึ้น
มันเป็นแผนการชั่วช้าที่ถูกวางเอาไว้นานแล้ว...
น่าเสียดาย ที่ตระกูลถังเองก็มีปัญหาภายในที่ไม่อาจเปิดเผยได้โดยง่าย
“ท่านพ่อข้าไม่เป็นไร...”
นางเอ่ยเสียงเบาหวิวรอยยิ้มที่งดงามของนางมีความเข้าใจและก็คงเดาได้ในระดับหนึ่งแล้ว นางนั้นเป็นเด็กฉลาดต่อให้ไม่ทราบถึงปัญหาที่ทำให้ตระกูลต้องอดทนอดกลั้นกับตระกูลจวงก็ตามแต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะมองเห็นสถานการณ์โดยรวมจากมุมมองภายนอก
เพราะคงไม่พ้นบรรพชนถังผู้เป็นขุมพลังสำคัญของตระกูลเป็นแน่
“เฮ้อ...”เห็นท่าทางที่เติบโตเกินวัยของนาง ผู้เป็นบิดาก็ถอนหายใจยาวอย่างสงสารจับใจในใจจริงของเขาทั้งรักทั้งหวงแหนลูกคนสุดท้องยิ่ง เขาอยากจะทิ้งตำแหน่งเจ้าตระกูลแล้วไปตบเจ้าเด็กสารเลวนั่นให้ตายตกไปเสีย
แต่ก็ทำไม่ได้เพราะภาระหน้าที่ที่แบกรับเอาไว้บนไหล่
นี่ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องส่วนตัวแต่มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับทุกคนในขุมพลัง
หากทว่า...
มีข่าวร้ายย่อมต้องมีข่าวดี
เห็นอารมณ์ของลูกสาวดิ่งลงถังห่าวป๋อก็หัวเราะร่าออกมาเสียงดังจนกระโจมสั่นสะเทือนเขาโบกแขนเสื้อและม้วนยกรอยยิ้มกว้างอย่างเบิกบาน “หว่านเอ๋อห์ เจ้าไม่ต้องกังวลมากเกินไปนักหรอกเจ้าคงไม่รู้ว่ายามนี้ตระกูลจวงเป็นยังไง?”
“พอบรรพชนจวงทราบเรื่องราวเขาบันดาลโทสะจนแทบกระอักเลือด สั่งให้ทุกคนในตระกูลเพิ่มความระวังจนถึงขีดสุดและตื่นตัวอยู่เสมอส่วน... เจ้าเด็กน้อยนั่นก็ถูกลงโทษอย่างหนัก เกือบโดนบรรพชนตบตายคาที่เชียวล่ะ”
“อา...”ได้ยินดังนั้น ดวงตากลมโตของถังหว่านพลันเปล่งประกายนางป้องปากหัวเราะคิกคักอย่างชอบอกชอบใจยิ่ง “ฮุฮุฮุ! สมน้ำหน้ามันนัก! ข้าเหม็นขี้หน้าของเขามานานแล้วน่าเสียดายที่ไม่ได้เห็นสภาพเหมือนสุนัขพิการน่าสมเพช”
“ฮ่าฮ่า!”
“ฉะนั้นยามนี้ตระกูลจวงคงไม่กล้าเหิมเกริมและอวดดีไปอีกสักพักใหญ่ๆขอเจ้าจงสบายใจได้”
“เจ้าเด็กนั่นดันทำงามหน้าไว้ใหญ่หลวงชอบดูถูกคนอื่นไปทั่ว สุดท้ายดันเตะไปเจอกับตอเหล็ก นำภัยอันตรายมาสู่ตระกูล! จนแม้แต่ข้าหากต้องตกไปอยู่สถานการณ์เดียวกันกับผู้นำตระกูลจวงเองก็ไม่สามารถรับผิดชอบไหว”
ในน้ำเสียงไม่มีแม้แต่ความเห็นใจหรือเวทนาต่อตระกูลจวงซึ่งเป็นขุมพลังบริวารภายใต้บัญชาเลยสักเศษเสี้ยว มีแต่ความสมใจและเยาะเย้ยที่ได้เห็นความทุกข์ทรมานของอีกฝ่าย
มันราวกับเขากำลังอธิษฐานขอให้ตระกูลสุนัขเลี้ยงไม่เชื่องนี้ถูกสั่งสอนและคิดบัญชีโดยคุณชายปริศนาผู้นั้นจนมิขวัญกล้ากําแหงอีกเลย!
“ว่าแต่...เจ้ากับคุณชายท่านนั้น มีความสัมพันธ์อย่างไรกันแน่? เขา...เขามีความสนใจในตัวเจ้าหรือไม่?” ตอนนี้เองที่คนพลันหวนนึกขึ้นได้ถึงจุดประสงค์อีกประการที่เขามาที่นี่
เขามีข้อสงสัยว่าความสัมพันธ์ระหว่างธิดาของตนกับชายผู้นั้นเป็นอย่างไร?
ดีร้ายอย่างไร?
“ท่านพ่อข้า...” พวงแก้มของเด็กสาวแดงระเรื่อ นางนั้นมิเคยใกล้ชิดกับบุรุษมาก่อนทั้งอีกฝ่ายยังปกปิดมิดชิด มีการป้องกันแน่นหนาตลอดไฉนเลยจึงจะล่วงรู้ได้ว่าเขานั้นมองนางยังไง? ชื่นชอบนางแค่ไหน?
แต่ดูจากที่เขาจากไปโดยไม่คิดเหลียวมองกลับมาที่นาง
มันก็คง...ไม่ได้ดีอะไรนัก
“...”
ในหัวใจของนางกระตุกเจ็บแววตาปรากฏความเศร้าหม่นหมอง นางที่เติบโตมาพร้อมกับความสนใจและความประจบประแจงสอพลอของผู้คนรอบข้างมาบัดนี้กลับรู้สึกต่ำต้อยด้อยค่าในตัวเองขึ้นมา
เหมือนความภูมิใจและความเย่อหยิ่งของนางถูกทำลายจนมลายหายสิ้น
มิแตกต่างกับสตรีทั่วไปเหล่านั้น
สังเกตสีหน้า บิดาก็เร่งเอ่ยให้กำลังใจอย่างฉับไวระคนมีความหยอกล้อและขี้เล่นแอบแฝง “อา... ไม่เป็นไรๆเจ้าได้แสดงปรารถนาดีและให้การต้อนรับที่ยอดเยี่ยมต่อเขาแล้ว หากเขาไม่รู้สึกรู้สาอันใดจริงๆย่อมไม่คิดกว้านซื้อสินค้าระดับสูงของเราไปทั้งหมดแบบนั้นหรอก”
“อีกอย่าง...เขาก็ยอมรับป้ายลูกค้าผู้มีเกียรติของเราไม่ใช่หรือ?”
“บางทีพวกเราอาจได้มีวาสนาได้พานพบอีกครั้งก็เป็นได้ลูกสาวของพ่อนั้นสวยและน่ารักขนาดนี้ ชายใดเล่าจะไม่หลงใหลปันใจให้?”
“ท่านพ่อถูกของท่าน... แต่ข้านั้นไม่ได้สนใจอะไรเขามากมายนักหรอกขอท่านพ่อโปรดอย่าแกล้งข้าเลยเจ้าค่ะ ข้า... ข้าขอตัวไปก่อนนะ” ถังหว่านที่ถูกคำพูดของบิดาดึงสติ ก็ตระหนักได้ถึงความจริงเหล่านั้นนางเขินอายจนหน้าแดง เป็นต้องรีบสาวเท้าเดินจากไปอย่างรวดเร็วราวกับกำลังหลบหนี
ข้างหลังมีเสียงหัวเราะดังลั่นของถังห่าวป๋อดังไล่หลังสนุกสนานกับกริยาการตอบสนองของลูกสาวสุดที่รัก
......
......
“เช่นนั้น...สถานการณ์ภายในของตระกูลถังก็เป็นแบบนี้เองสินะ?” อี้ชิงที่รับฟังรายงานจากเฮยหลงได้เข้าใจปัญหาและล่วงรู้ความลับเบื้องหลังของพวกเขาแล้วเรียบร้อย
เขาไม่คิดว่าตระกูลถังที่เปรียบเสมือนกับต้นไม้ใหญ่นั้นจักกลวงโบ๋เยี่ยงนี้
ปัญหาเกิดที่บรรพชนถังของพวกเขาจริงๆ
มีปัญหาสุ่มเสี่ยงและภัยอันตรายร้ายแรงแอบซ่อนอยู่ภายในตระกูลเดิม... บรรพชนระดับยอดยุทธ์ของพวกเขานั้นมีทั้งหมด 3 คน
แต่ทว่าเรื่องก็เกิดเมื่อหลายปีก่อน...
1 คนใกล้หมดอายุขัย และ 1คนหายสาบสูญ
ซ้ำร้าย... บรรพชนคนสุดท้ายที่สามารถฝากความหวังและเป็นเสาหลักค้ำจุนก็ดันมีตบะพลังน้อยสุดอีกพลังของเขาอ่อนแอมากเกินกว่าที่จะแบกรับภาระของทั้งตระกูลถังเอาไว้ได้จนเป็นเหตุที่ตระกูลจวงสามารถกระทำข้ามหน้าข้ามตา
ความลับนี้มีแค่ไม่กี่คนที่รับรู้เพราะต้องปิดเป็นความลับสูงสุด
หากเกิดหลุดแพร่งพรายออกไป
ตระกูลถัง แม้จะเป็นถึงขุมพลังระดับ 3 ที่มีรากฐานอย่างยาวนานพวกเขาก็อาจประสบกับความยากลำบากและโดนโจมตีโดยขุมพลังรอบด้านได้ความมั่งคั่งของพวกเขาไม่ต่างกับครอบครองหยกล้ำค่ามันมักล่อลวงความโลภของผู้คนได้เสมอ
ทั้งยิ่งตอนนี้... ที่ได้ครอบครองสุดยอดหยกอย่างหินปราณวิญญาณครามมากมายนับ 5 พันก้อนด้วยอีกยิ่งผลักดันทำให้พวกเขาตกสู่สภาวะเสี่ยงวิกฤตศัตรูของพวกเขาได้กลิ่นเลือดมาเนิ่นนานแล้ว และก็คงอีกไม่ช้าที่จะเปิดศึกลงมือกับตระกูลถัง
“ตระกูลถัง... พวกเจ้าจะต้องขอบคุณข้านะที่เห็นค่าของพวกเจ้า...” ชายหนุ่มแสยะยิ้ม ยามที่เขาไปเยือนกองคาราวานและพบเจอคุณหนูสามเขาก็มีลางสังหรณ์แปลกๆกระตุ้นให้เขาสนใจตระกูลนี้
รากฐานและเส้นสายของตระกูลถัง ช่างประจวบเหมาะที่จะใช้งานยิ่งนัก!
สาเหตุที่เขากระทำการเหมาซื้อสินค้าของพวกเขาก็เพื่อสร้างความประทับใจและสร้างความคาดหวังจากอีกฝ่าย ในตระกูลพ่อค้าแม่ค้านั้นพวกเขาจะชื่นชอบคนแบบไหนเล่า? แน่นอน... ก็ต้องคนกระเป๋าตังหนัก!
และก็ช่างโชคดีอีกประการ... ที่การซื้อของเขาได้เป็นการกระตุ้นภัยเคราะห์ให้เคลื่อนมาใกล้ตระกูลถังเร็วมากขึ้นพวกเขาที่ถูกดันไปที่ปากเหวหายนะ หากได้เชือกช่วยชีวิตย่อมต้องรู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่... พวกเขาไม่ใช่คนโง่เขลาขนาดนั้น...
อาจจะมองว่าอี้ชิงมีจุดประสงค์บางอย่างซ่อนเร้นก็ได้เช่นกัน?
ชายหนุ่มครุ่นคิดไตร่ตรองและวางแผนอย่างละเอียดแยบยล ‘หรือว่า? ข้าควรจะทำเป็นสนใจคุณหนูสามดี?มันเป็นเรื่องปกติที่ผู้ชายนั้นจะชอบพอผู้หญิง... แบบนั้น... พวกเขาอาจจะยอมรับและหลงเชื่อได้ง่ายขึ้นสินะ?’
“รายงานมีทั้งหมดเท่านี้หรือ?”
“ยังมีอีกขอรับ...”
“ตงซื่อเฉิงนายหญิงใหญ่ของตระกูลถัง มารดาของถังหว่าน นางมาจากตระกูลตง ขุมพลังบริวารใต้ตระกูลถัง นางปีนี้อายุ 60 ปีแล้ว มีความงดงามจนเป็นที่เลื่องลือเมื่อ40 ปีก่อน แม้จะเทียบเท่านายหญิงไม่ได้แม้แต่น้อยก็ตาม”
ควับ!
อี้ชิงหันหน้าไปมองเฮยหลง เฮยหลงก็มองกลับนิ่งๆ
อี้ชิงมองเฮยหลง เฮยหลงก็มองกลับ
“...”
“ฮึ่ม!” ชายหนุ่มพ่นลมหายใจเย็นชา
หันหน้ามองไปยังภูเขาเขียวและเมฆาบนท้องนภา ทำสีหน้าจริงจังเคร่งครัดประดุจราวกับมีคุณธรรมสูงส่ง “ข้อมูลรายงานนี้ไม่จำเป็นหรอกแต่ในเมื่อเจ้ากล่าวมาแล้ว ก็คงควรค่าแก่การตรวจสอบดูสักครา! เพราะบางทีนางอาจจะเป็นสายลับก็ได้! ข้าเชื่อใจเจ้าเจ้าไม่เคยทำให้ข้าผิดหวังเลยสักครั้ง!”
“ขอบคุณสำหรับคำชมขอรับ นายท่าน” เฮยหลงป้องหมัด ก้มศีรษะคำนับอย่างเชื่อมั่น