ท่านอ๋องคนต่อไป ต้องเป็นข้า

    ตอนที่ 54 ตัวประกัน

    เมื่อหวังหย่งพร้อมกับองค์หญิงหนิงอันมาถึงตำหนักของอาจารย์จางหย่ง ก็พบว่า บัดนี้อาจารย์จางหย่งไม่ได้อยู่ที่ตำหนักมีเพียงเด็กรับใช้สองคนออกมาต้อนรับ พร้อมกับเชิญคนทั้งสองให้เข้าไปนั่งรอภายในห้องรับรอง

                “ฮ่องเต้ให้ทหารมารับตัวท่านอาจารย์ไปเข้าเฝ้าตั้งแต่เช้าแล้วอีกไม่นานคงจะกลับมา อาจารย์ยังฝากบอกด้วยว่า หากศิษย์พี่มาหาให้ข้าบอกกับศิษย์พี่ว่า ให้ศิษย์พี่รอท่านอาจารย์อยู่ที่นี่เดี๋ยวอาจารย์กลับมา” 

                เด็กรับใช้บอกแค่นี้ก่อนจะออกจากห้องไป

                ทั้งหวังหย่งและองค์หญิงหนิงอันรู้สึกแปลกใจกับคำพูดของเด็กคนนั้นเพราะพวกเขาเองก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมาหาอาจารย์ แต่กลับกลายเป็นว่าอาจารย์จางหย่งรับรู้ก่อนพวกเขาเสียอีก ช่างน่าเลื่อมใสจริงๆ

                ทั้งสองนั่งรออยู่เพียงไม่นานอาจารย์จางหย่งก็กลับมา พร้อมใบหน้าที่ไม่มีร่องรอยของความกังวลใดๆ

                เพียงเห็นหน้าคนทั้งสามก็เก็บความรู้สึกดีใจไว้ไม่อยู่พวกเขาดีใจที่มีโอกาสได้กลับมาพบกันอีกครั้ง อีกอย่างนี่คือช่วงเวลาสำคัญที่พวกเขาจะร่วมกันคิดหาหนทางแก้ปัญหาของบ้านเมือง   

                “เจ้ามาถึงนี่ต้องมีเรื่องสำคัญมากเป็นแน่” อาจารย์จางหย่งหยั่งเชิงถามออกมา

                “ข้าเชื่อว่าคงจะเป็นเรื่องเดียวกับที่ฮ่องเต้เรียกท่านอาจารย์ไปพบตั้งแต่เช้า”  หวังหย่งเหมือนจะเข้าใจสถานการณ์ดี

                อาจารย์หวังหย่งไม่ตอบได้แต่ยิ้มให้กับศิษย์รัก   ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเก็บความลับจากคนอย่างหวังหย่ง

                “ข้ามีบางอย่างไม่สบายใจ” หวังหย่งเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าอาจารย์จางหย่งไม่ยอมปริปาก “นับตั้งแต่คุณชายอี้เจ๋อได้อภิเสกสมรสกับซูเหม่ยบุตรสาวของใต้เท้าหลิวแห่งเมืองเหอผิงใครๆ ก็ทราบดีว่า เป้าหมายที่แท้จริงของคุณชายจากแคว้นเหอฉีคืออะไรบัดนี้พวกเขาทั้งสองได้แอบคิดการใหญ่อยู่อย่างลับๆ ซึ่งอันที่จริงมันก็ไม่ใช่ความลับอะไรมากนัก หากเราปล่อยให้พวกเขายึดครองเหอผิงได้นั่นย่อมเป็นภัยร้ายแรงต่อราชสำนักอย่างแน่นอน”

                “นั่นคือสิ่งที่ทุกคนรู้ และทุกคนคิด”อาจารย์จางหย่งเอ่ยขึ้นมาลอยๆ

                หวังหย่งพยักหน้ารับ

                “เราทุกคนทราบดีถึงความเป็นจริงในเรื่องนี้”อาจารย์จางหย่งอธิบายให้หวังหย่งฟัง“แต่เนื่องจากมีคนอีกหลายคนที่ไม่ได้รู้เห็นกับเรื่องราวเหล่านี้เราจะปล่อยให้พวกเขารับเคราะห์ไปด้วยไม่ได้เด็ดขาดและนี่คือสิ่งที่ฝ่าบาททรงเป็นกังวล”

                “ฝ่าบาทจะทนให้พวกเขาทำเช่นนี้ต่อไปเพียงเพราะเห็นแก่ชาวบ้านตาดำๆ ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เช่นนั้นหรือพวกเขาเป็นใครกัน ทำไมถึงได้รับโอกาสครั้งแล้วครั้งเล่า”  หวังหย่งตั้งข้อสงสัย

                “มันจะไม่มีครั้งต่อไปอีกแล้ว”อาจารย์จางหย่งหันไปมององค์หญิงหนิงอันก่อนจะพูดกับองค์หญิง  “ฝ่าบาทมีรับสั่งมาแล้วว่า จะไม่ให้เจ้าต้องมารับเคราะห์กับความผิดที่ญาติพี่น้องของเจ้ากระทำ” 

                องค์หญิงหนิงอันไม่กล่าวตอบได้แต่นิ่งฟังสิ่งที่คนทั้งสองสนทนากันอยู่

                “มันยังมีหลายอย่างที่พวกเราไม่รู้นี่คือสิ่งที่ฝ่าบาทเรียกให้ข้าเข้าไปพบ” อาจารย์จางหย่งบอกกับคนทั้งสอง“จากนี้ไปทุกอย่างจะค่อยๆ คลี่คลายลงไปโดยที่พวกเจ้าจะต้องเตรียมใจยอมรับสิ่งที่คาดไม่ถึงไว้ด้วย ข้าเชื่อเหลือเกินว่าทุกอย่างจะต้องผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แม้พวกเจ้าจะต้องเจ็บปวดบ้างก็ตาม”

    ..............................................................

                นับตั้งแต่ที่ได้พบกับแม่ทัพฟู่คนนั้นหลายวันมานี้ คุณชายอี้เจ๋อมักจะออกไปทำธุระข้างนอกบ่อยขึ้นหลายครั้งที่เขาออกไปตั้งแต่เช้า และกลับมาในยามดึก หลายครั้งที่ซูเหม่ยขอติดตามไปด้วยแต่ก็ถูกปฏิเสธทุกครั้งไป

                เรื่องนี้ทำให้ซูเหม่ยไม่สบายใจเป็นอย่างมากขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป สถานะของนางคงจะต้องถูกเปิดเผยในสักวัน

                หลายปีมาแล้วที่นางเข้ามาทำงานเป็นสาวรับใช้อยู่ในบ้านใต้เท้าหลิวจนเรียกได้ว่า ชีวิตนี้ของนางเป็นหนี้บุญคุณใต้เท้าหลิวจนยากจะทดแทนได้

                ในวันที่ทราบข่าวว่าใต้เท้าหลิวต้องส่งลูกสาวคนเดียวไปให้กับคุณชายแห่งเหอฉี ความรู้สึกของนางในขณะนั้นไม่แตกต่างกับความรู้สึกของชาวเมืองทุกคน นี่จึงเป็นหนทางเดียวที่นางจะทดแทนบุญคุณใต้เท้าหลิว

                แผนการทุกอย่างถูกวางไว้อย่างแนบเนียนสาวรับใช้เช่นนาง จะต้องปลอมตัวเป็นซูเหม่ายเพื่อเข้าพิธีอภิเสกแต่ด้วยความบาดหมางครั้งก่อน ใต้เท้าหลิวจะต้องตั้งท่ารังเกียจออกมาเพื่อให้พวกเขาทั้งสองถูกส่งออกไปอยู่ตำหนักนอกเมือง แค่นี้ ทุกอย่างก็เสร็จสิ้นใครเลยจะรู้ว่านี่คือเจ้าสาวตัวปลอม เพราะแม้แต่ชาวเมืองเหอผิงเองน้อยคนที่จะรู้จักกับซูเหม่ยผู้นี้ เพราะนางถูกทะนุถนอมดุจดั่งไข่ในหิน  ชีวิตของนางตั้งแต่เล็กจนโตก็อยู่แต่ในตำหนักไม่เคยออกไปไหนมาก่อนเลย

                การปรากฏตัวของแม่ทัพฟู่ทำให้นางเป็นกังวลยิ่งนัก แม่ทัพฟู่ผู้นี้เป็นใครมาจากไหน นางไม่เคยทราบมาก่อนเพียงแต่แอบได้ยินเรื่องราวที่พวกเขาพูดคุยกัน นางจึงต้องเสแสร้งเอ่ยชื่อเขาไปโดยไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อ เพราะสิ่งที่นางรับคำสั่งมาจากใต้เท้าหลิวมีเพียงแค่ดูแลคุณชายอยู่ในตำหนัก และพาเขาออกข้างนอกบ้างเป็นบางคราวก็เท่านั้นเอง

                “แล้วนี่เราจะทำยังไงต่อดี”  นางถามเด็กรับใช้คนอื่นๆ ที่เหลืออยู่ในตอนที่คุณชายอี้เจ๋อออกไปข้างนอก

                “ใต้เท้าไม่ได้บอกไว้ด้วยสิว่าจะต้องทำอย่างไร แล้วนี่แม่ทัพฟู่คนนั้นเห็นหน้าเธอหรือเปล่า” 

                “คิดว่าคงไม่เห็นหรอกข้าพยายามหลบหน้าตลอด ว่าแต่แม่ทัพฟู่มีอยู่จริงเหรอ” 

                “ใครจะไปรู้ได้เล่า ก็แกอยู่กับเค้าตลอด”

                “ฉันว่าเราต้องบอกเรื่องนี้ให้ใต้เท้าหลิวรู้นะ”

                “นั่นสิฉันก็คิดแบบนั้นขืนปล่อยไว้นานๆ อาจจะทำให้แผนการของใต้เท้าล้มเหลวก็ได้”

                ซูเหม่ยตัวปลอมรีบวิ่งเข้าไปในห้อง หยิบของใช้ที่จำเป็นเตรียมตัวจะออกไปข้างนอก

                ด้วยความเร่งรีบ ทำให้เธอวิ่งไปชนใครบางคนตรงประตูทางเข้า

                “จะรีบไปไหนกันเหรอ”  คำถามดังขึ้นทำเอาซูเหม่ยที่นอนกลิ้งอยู่กับพื้นต้องตกใจ

                “เปล่าซะหน่อย”  ซูเหม่ยตัวปลอมรีบปฏิเสธทันที  “หม่อมฉันเห็นว่าคุณชายออกไปนานแล้ว ก็เป็นห่วงกลัวจะหลงทาง ก็เลยคิดว่าจะออกไปตามหา ไม่คิดว่าคุณชายจะกลับมาพอดี” 

                “เหรออออ” คุณชายอี้เจ๋อลากเสียงยาวพร้อมกับเดินไปดึงมือภรรยาตัวเองให้ลุกขึ้นมา “เจ้าไม่ต้องห่วงหรอก เมืองเล็กๆ เช่นนี้ข้าไม่มีทางหลงหรอก ว่าแต่เจ้าเถอะจะออกไปตามหาข้า ทำไมต้องเร่งรีบกระวนกระวายเช่นนี้ ดูแปลกไปนะ”

                “แปลกอะไรกันละ หม่อมฉันก็ปกติดี คุณชายคิดมากไปหรือเปล่า” 

                “ข้าว่าแปลก ก็ต้องแปลกสิ”คุณชายทำเสียงแข็ง พร้อมกับลากมือซูเหม่ยตัวปลอมเข้าไปในตำหนัก “ต่อไปนี้ถ้าหากว่าข้าไม่อนุญาตเจ้าก็ห้ามออกไปไหน รู้มั้ย”  

                คนทั้งสองหายเข้าไปในตำหนักโดยที่วันนั้นทั้งวันไม่มีใครเห็นพวกเขาออกมาอีกเลย

    .........................................................

                ที่แคว้นเหอฉี คุณชายชิงอวิ้นเฝ้าติดตามสถานการณ์ของเมืองเหอผิงอยู่ตลอดเวลาถึงแม้คุณชายอี้เจ๋อจะส่งข่าวมาเป็นระยะๆ ถึงความคืบหน้าของภารกิจ แต่ถึงกระนั้นทางแคว้นเหอฉีก็ยังนิ่งนอนใจไม่ได้ เพราะทุกอย่างที่มันดูง่ายเกินไป เมื่อเป็นเช่นนี้คุณชายชิงอวิ้น จึงต้องเรียกขุนนางที่ใกล้ชิดเข้ามาพบเป็นการเร่งด่วน

                “เราอยากฟังความเห็นจากทุกท่าน”คำพูดสั้นๆ ที่คุณชายชิงอวิ้นบอกกับทุกคนในตอนเริ่มปรึกษาหารือ ทำเอาทุกคนแปลกใจเพราะปกติแล้วนั้น มีแต่คุณชายที่จะเป็นคนพูดเพื่อให้ทุกคนได้ฟัง

                “ข่าวดีจากคุณชายอี้เจ๋อ คงเพียงพอที่จะทำให้พวกเราสบายใจได้แล้ว”หลีซื่อเอ่ยขึ้นเป็นคนแรก

                “แต่มันจะไม่ดูง่ายไปหน่อยหรือ”เจียวลู่เสนอความเห็นบ้าง

                “ง่ายก็กังวล พอเจอเรื่องยากก็ไม่กล้านี่พวกท่านต้องการยังไงกันแน่” หลีซื่อสวนกลับมาทันที

                “นั่นสิ ข้าเองก็ไม่เห็นว่ามันจะมีอะไรที่ง่ายเลยทั้งหมดมาจากพระปรีชาของคุณชายทั้งสองทั้งนั้น ตรงไหนกันที่ใต้เท้าเจียวลู่คิดว่าง่าย”  แม้จะมีความบาดหมางกับหลีซื่ออยู่บ้างแต่โอกาสเช่นนี้หวังเหล่ยไม่ปล่อยให้หลุดลอยไป ถือโอกาสประจบทันที

                “โอกาสเช่นนี้มันไม่ได้มีมาบ่อยนัก แต่เราก็ต้องคิดให้รอบคอบเรื่องนี้ข้าคิดว่า เราควรจะให้ใต้เท้าตงหยาง กับใต้เท้าอี้เฉิน ได้มีส่วนร่วมกับพวกเราบ้าง”  ข้อเสนอของเฟยฉี ทำเอาทุกคนเบือนหน้าหนี

                “ก็แค่คนแก่สองคน จะช่วยอะไรได้ ยิ่งตอนนี้ข้าได้ข่าวมาว่าสุขภาพของทั้งสองคนก็ทรุดโทรมอย่างหนัก ข้าว่าปล่อยให้พวกเขาทั้งสองได้พักเถอะ ฮ่าๆๆๆ” หลีซื่อตอบกลับไปอย่างชัดเจน

                “เราขอใต้เท้าทั้งสองกลับมาก็เพื่อจะให้ช่วยเหลือราชกิจบ้านเมือง แต่กลับกลายเป็นว่าทั้งสองท่านกลับไม่สามารถช่วยเหลือเราได้ ข้าเองก็ไม่สบายใจกับเรื่องนี้เลย แต่ถึงกระนั้นเราก็ไม่ควรจะละเลยความสามารถของพวกเขา” คุณชายชิงอวิ้นเอ่ยขึ้น พร้อมกับเรียกทหารที่อยู่ด้านนอกเข้ามา  “พวกเจ้าไปนำตัวใต้เท้าอี้เฉินกับใต้เท้าตงหยางมาที่นี่เดี๋ยวนี้เลย ต่อให้พวกเขาป่วยแค่ไหน พวกเจ้าก็จะต้องลากตัวพวกเขามาให้ได้” 

                ระหว่างรอใต้เท้าอาวุโสทั้งสองคุณชายก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกับเหล่าขุนนางอีกเลย

                อีกเพียงแค่อึดใจเดียว ทหารก็นำตัวใต้เท้าทั้งสองมาถึง  สภาพของทั้งสองคนดูไม่ดีนักร่องรอยความเจ็บป่วยแสดงออกทางใบหน้าอย่างชัดเจน การเดินที่เชื่องช้าและใบหน้าที่ซีดเซียว ทำให้ทุกคนที่รออยู่ในห้องต่างก็แสดงท่าทีดูแคลนออกมาอย่างเห็นได้ชัด 

                “ไม่น่าจะรบกวนผู้เฒ่าทั้งสองเลย”  เสียงหลีซื่อดังแทรกขึ้นมา

                “นั่งคงเพราะคนหนุ่มเช่นพวกเจ้าไร้ความสามารถแล้วกระมัง”ใต้เท้าตงหยางสวนกลับทันที หลีซื่อเก็บอาการไม่อยู่ เดินปรี่เข้าไปจะเอาเรื่อง

                “เอาละๆ พวกเจ้าพอได้แล้ว อย่าให้เสียบรรยากาศเลยวันนี้ข้าอยากจะให้ขุนนางทุกคนมาเสนอความคิดเห็นว่าเราจะเอาอย่างไรกับสถานการณ์ในตอนนี้”  คุณชายชิงอวิ้นยกมือห้ามไม่ให้สถานการณ์บานปลายออกไป ก่อนจะหันไปถามกับผู้มาใหม่

                “ใต้เท้าทั้งสองคิดเห็นว่าอย่างไร”

                “ความเห็นของพวกข้าทั้งสองคนยังเหมือนเดิมเราไม่ควรจะไปก่อสงครามกับใครอีกแล้ว” ตงหยางตอบกลับมา พร้อมหันไปมองหน้าขุนนางคนอื่นๆ  “เห็นได้ชัดว่าบัดนี้แคว้นเหอฉีของเรานั่นสงบเรียบร้อยดี ทุกอย่างนี้ก็เพราะฝ่าบาทไม่ถือโทษกับความผิดที่ผ่านมาของพวกเราแต่ข้าเชื่อว่า พวกเราได้โช้โอกาสนั้นหมดลงไปแล้ว หากเราคิดจะก่อเรื่องอีกครั้ง ครั้งนี้จะไม่มีโอกาสให้กับพวกเราอีกแล้ว”

                “ก็เพราะแบบนี้ไง เราถึงต้องรีบลงมือหากเราชนะศึกได้ เราก็ไม่ต้องมาร้องขอโอกาสจากใคร” คุณชายชิงอวิ้นแทรกขึ้นมาทันที

                “คุณชายคิดหรือว่าเราจะชนะ” ตงหยางกล่าวต่อ  “ไม่เห็นหรือว่าทุกอย่างมันดูง่ายไปหมดตั้งแต่คุณชายอี้เจ๋อไปอภิเสกกับบุตรสาวของใต้เท้าหลิว คิดหรือว่าคนอย่างใต้เท้าหลิวจะยินยอมได้ง่ายๆ”

                “แต่คุณชายก็ได้บุตรสาวใต้เท้าหลิวมาเป็นชายาแล้วมีอะไรที่ท่านไม่เข้าใจอีก”  หลีซื่อทวนความจำให้กับใต้เท้าตงหยาง

                “นั่นสินะ คุณชายได้ชายาแล้วแต่ข้าเกรงว่าใต้เท้าหลิวยังไม่ได้บุตรเขย” คำพูดของใต้เท้าตงหยางทำเอาทุกคนที่อยู่ในนั้นต้องตะลึง

                “เจ้าพูดอะไรของเจ้า” คุณชายชิงอวิ้นถามขึ้นมาด้วยความสงสัย

                “ข้าคงไม่มีอะไรจะต้องปิดบังพวกท่าน  แม่นางที่คุณชายอี้เจ๋ออภิเษกด้วย ไม่ใช่บุตรสาวใต้เท้าหลิวเป็นเพียงนางกำนัลคนหนึ่งเท่านั้น และข้าเชื่อว่า ในตอนนี้คุณชายเองก็ทราบเรื่องนี้แล้วเช่นกันถึงตอนนี้ คุณชายอี้เจ๋อคงตระหนักแล้วว่า ณ เวลานี้ฐานะของคุณชายในเมืองเหอผิงนั้นเป็นเพียงตัวประกันที่รอวันถูกประหารเท่านั้นหากคิดจะทำการอันใด ข้าเชื่อว่า พวกเราควรหาทางช่วยเหลือคุณชายอี้เจ๋อก่อนจะดีกว่า”  สิ้นคำพูดของใต้เท้าตงหยางทุกคนในที่ประชุมถึงกับคอตก

    คล้ายกับเรื่องท่านอ๋องคนต่อไป ต้องเป็นข้า ที่คุณอ่าน

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    243K 312
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    บุตรอสูรบรรพกาล

    บุตรอสูรบรรพกาล

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    553K 714
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912