่เวลาเช้าตรู่ท้องฟ้าทิศตะวันออกเพิ่งเริ่มสางเมื่อท่านผู้นำตระกูลเซียว เซียวหยุนไห่ตื่นจากการหลับใหล เนื่องจากเสียงเคาะประตูอย่างเร่งร้อน “ท่านผู้นำ! ท่านผู้นำท่านตื่นแล้วหรือไม่?”
เซียวหยุนไห่เปิดเปลือกตา เหลือบมองไปยังสีสันของท้องฟ้าภายนอกห้องนอนมันขมวดคิ้วแแ่พร้อมกล่าวว่า “ยังเช้าตรู่ถึงเพียงนี้ เกิดเื่อันใด?”
“ท่านผู้นำ มี...มี...จดหมายจากพรรคตระกูลเซียว!”เสียงสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้นดังมาจากทางด้านนอกประตู
“อะไรนะ? พรรคตระกูลเซียว?!”
ท่านผู้นำตระกูลเซียวผู้ซึ่งนับได้ว่าทรงอิทธิพลอำนาจที่สุดในเมืองเมฆาล่องผู้นี้ผวาลุกขึ้นจากเตียงประดุจถูกแทงด้วยด้ามกริชเข้าที่แก้มก้นของมันเขาสวมใส่เสื้อผ้าอย่างลวกๆ ไม่แม้แต่จะเสียเวลาจัดแจงทรงผม เปิดประตูอย่างรวดเร็วยึดตัวศิษย์ตระกูลผู้มาส่งข่าวอยู่เบื้องนอกผู้นั้นเบิกตากลมกว้างพร้อมคำรามเสียงดัง “เ้าพูดว่าพรรคตระกูลเซียว? พรรคตระกูลเซียวเช่นนั้นรึ?!”
“ถูกแล้ว!เป็พรรคตระกูลเซียวแน่นอน!”ศิษย์ตระกูลเซียวผู้นั้นกล้ำกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากพร้อมทั้งผงกศีรษะรับอย่างแข็งขันหนักแน่น จากนั้นจึงเสนอจดหมายในมือของมันให้แก่เซียวหยุนไห่“จดหมายฉบับนี้มีตราประทับนกอินทรีของพรรคตระกูลเซียว! ในอาณาจักรวายุครามแห่งนี้ไม่มีผู้ใดอาจหาญปลอมแปลงตราประทับพรรคตระกูลเซียวนี้”
ทันทีที่เขามองเห็นตราประทับเหยี่ยวฟ้าทาบทับอยู่บนจดหมายเซียวหยุนไห่ถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งร่าง มันกระชากคว้าจดหมายอย่างรุนแรง จากนั้นด้วยสองมือที่สั่นสะท้าน มันฉีกเปิดจดหมายออกอ่านอย่างรวดเร็วและระมัดระวัง
แม้ว่าชื่อเรียกพรรคตระกูลเซียวจะมีเพียงคำเดียวที่เรียกต่างไปจากตระกูลเซียวของมันทว่าคำหนึ่งคำนี้บ่งบอกถึงความแตกต่างราวฟ้ากับเหว! ตระกูลเซียวนั้นเพียงสามารถนับได้ว่าเป็ตระกูลชั้นนำภายในเมืองเมฆาล่องแต่หากนับรวมทั่วทั้งทวีปลมปราณฟ้าแล้วนั้นถือได้ว่าเป็กลุ่มก้อนที่ไร้ชื่อเสียงเรียงนาม ในทางกลับกันพรรคตระกูลเซียวนั้นถือว่าเป็หนึ่งในสี่พรรคที่ทรงอำนาจที่สุดในอาณาจักรวายุคราม!พรรคตระกูลเซียวมีชื่อเสียงอยู่ในระดับเดียวกับหมู่บ้านดาบ์ วังเมฆาเยือกแข็งและตระกูลอัคคีผลาญฟ้าทั้งสี่พรรคใหญ่ล้วนเป็สิ่งมีชีวิตที่คนตระกูลเซียวได้แต่แหงนคอมองจ้องเท่านั้น
ทว่า ไม่ว่าอย่างไรพรรคตระกูลเซียวและตระกูลเซียวเมืองเมฆาล่องนั้น ยังถือว่ามีความสัมพันธ์อยู่บ้างนี่สืบเนื่องจาก เซี่ยวเป่ยลี่บุคคลผู้ซึ่งเป็ผู้ก่อตั้งเมืองเมฆาล่องเมื่อหกสิบปีที่แล้วในเวลานั้นนับเป็คนของพรรคตระกูลเซียวเอง...หากกล่าวอย่างละเอียดแล้วเีเป่ี่คือศิษย์ที่ถูกอัปเปหิออกจากพรรคและมีข่าวลือหนาหูว่าเขาคือบุตรชายของหนึ่งในผู้าุโพรรคตระกูลเซียวในสมัยนั้นทว่าเีเป่ี่เป็เพียงผลจากการกระทำชำเราของผู้าุโท่านนั้นต่อหญิงรับใช้นางหนึ่งขณะมึนเมา
ั้แ่ยังเยาว์รูปโฉมของมันถือว่าธรรมดา ทั้งยังปราศจากพร์อันใด นอกจากนี้การคงอยู่ของมันนำพาซึ่งเสียงซุบซิบนินทามากมาย สร้างความขุ่นเคืองใจต่อผู้าุโท่านนั้นอย่างมากเมื่อเขาเติบใหญ่พลังยุทธ์ของเขาเพียงอยู่ในชั้นต่ำสุดในบรรดาผู้เยาว์รุ่นเดียวกันการปล่อยให้เขายังคงอาศัยอยู่ภายในพรรคเพียงสามารถนำพาความอับอายขายหน้ามาสู่ผู้าุโมากขึ้นเท่านั้นดังนั้น ท่านผู้าุโจึงหาโอกาสส่งเีเป่ี่มายังดินแดนเปลี่ยวร้างคือเมืองเมฆาล่องแห่งนี้ เพื่อช่วยเขาก่อตั้งสาขาพรรคตระกูลเซียวหลังจากนั้นเป็ต้นมาเขาไม่เคยสนใจไยดีเีเป่ี่และตัดขาดการติดต่อทุกอย่างระหว่างตระกูลเซียวและพรรคตระกูลเซียว
อย่างไรก็ดีเีเป่ี่นับว่าถือกำเนิดมาจากพรรคตระกูลเซียว เขาใช้เวลาทั้งชีวิตฝึกฝนวรยุทธ์อย่างยากลำบากด้วยความหวังเพื่อให้เป็ที่ยอมรับนับถือจากผู้คนในพรรคและได้รับอนุญาตให้กลับสู่แดนเกิดหลังจากเีเป่ี่เสียชีวิตลงความปรารถนานี้ย่อมถูกถ่ายทอดลงมายังทายาทตระกูลเซียวรุ่นต่อรุ่นและกลายเป็จุดมุ่งหมายสูงสุดของสมาชิกตระกูลเซียวแห่งเมืองเมฆาล่องโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภายในกลุ่มผู้นำตระกูลทั้งหลายผู้นำทุกรุ่นต่างคาดหวังในสายเืพรรคตระกูลเซียวอันแสนเจือจางเพื่อสานสัมพันธ์อันแสนเปราะบางกับพรรคต้นกำเนิดของตนหากทว่าแม้จะผ่าน่เวลาอันยาวนาน ตระกูลเซียวแห่งเมืองเมฆาล่องกลับไม่เคยปรากฏสมาชิกคนใดที่สามารถเติมเต็มความคาดหวังนี้ได้การเอ่ยถึงพรรคตระกูลเซียวสำหรับพวกมันล้วนเปรียบประดุจแดน์อันศักดิ์สิทธิ์เป็สิ่งที่พวกมันไม่อาจคาดหวังจะบรรลุได้
ทว่าวันนี้พรรคตระกูลเซียวถึงกับส่งจดหมายมาถึง! ความยินดีแทบบ้าคลั่งที่เซียวหยุนไห่ได้รับนั้นเปรียบประดุจลอยล่องสู่สรวง์
หลังจากได้อ่านจดหมายอย่างละเอียดถี่ถ้วนใบหน้าของเซียวหยุนไห่พลันเปลี่ยนเป็สีแดง ลมหายใจกระชั้นติดขัดมันชี้นิ้วที่สั่นสะท้านออกไปยังเบื้องนอกพร้อมกล่าวเสียงแหบห้าวว่า “เร็ว...เร็วเข้า รีบไปแจ้งข่าวแก่ผู้าุโทั้งหมดให้มารวมกันที่ห้องโถงใหญ่!บอกพวกมันว่านี่เป็เื่คอขาดบาดตายเกี่ยวพันอนาคตตระกูลเซียวเรา...ไปเร็ว!”
“โอ้...ขอรับ!”ศิษย์ตระกูลเซียวผู้นั้นรับคำและวิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว
………………………………………………
เีเ่เปิดประตูห้องอย่างระมัดระวังโดยมีผ้าห่มผืนสีแดงเข้มในอ้อมกอดชายหนุ่มเพียงเห็นเซี่ยชิงเยว่นั่งอยู่ข้างตั่งเตียงตื่นนอนและแต่งกายอย่างเรียบร้อยดวงตาที่กระจ่างใสดุจผืนน้ำของนางมองมาที่เีเ่นิ่งอย่างปราศจากระลอกรบกวนใดๆ
เีเ่พลันวางผ้าห่มลงบนโต๊ะหน้าไม่แดง จังหวะเต้นของหัวใจล้วนเป็ปกติ เขากล่าวอย่างใจเย็นว่า “ฮูหยินข้าท่านตื่นเช้าจริง เมื่อคืนนอนหลับสบายดีหรือไม่?”
“ท่านจะไม่บอกข้าก่อนหรือว่าเมื่อคืนท่านไปไหนมา?”เซี่ยชิงเยว่ถามอย่างแ่เบา ดวงตางดงามหรี่เล็กลง
“ไม่จำเป็” เีเ่บิดี้เีและเริ่มสางผมเผ้าของตนที่หน้ากระจก“เพราะข้ารู้ว่าท่านต้องไม่สนใจอย่างแน่นอน”
เซี่ยชิงเยว่ “...”
แม้ว่าเขาจะผล็อยหลับไปพร้อมกับเซียวหลิงซีบนยอดเขาเมื่อคืนวานนี้เมื่อเีเ่ตื่นขึ้นมา เขากลับอารมณ์ดีอย่างน่าประหลาดใจ หลังจากชายหนุ่มจัดแจงผมเผ้าและเสื้อผ้าของตนเรียบร้อยกลับสู่สภาพของชายหนุ่มรูปงามอีกครั้ง เีเ่ยืนขึ้นและกล่าวว่า “ไปกันเถอะวันนี้เป็เช้าวันแรกของการแต่งงาน เราต้องไปคารวะท่านปู่...ท่านคงไม่ปฏิเสธใช่มั้ย?”
เซี่ยชิงเยว่ยืดกายขึ้นโดยไม่กล่าวอันใดนางเดินนำเีเ่ออกจากประตู เีเ่ยักไหล่ก่อนจะรีบตามนางออกไป
เซียวเล่ยตื่นเช้าเป็กิจวัตรและวันนี้ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เมื่อเข้าสู่เขตตัวตึกของเซียวเล่ยสิ่งที่เีเ่และเซียชิงเยว่เห็นคือเซียวเล่ยผู้ซึ่งกำลังรดน้ำต้นไม้เมื่อเซียวเล่ยเห็นทั้งสองเข้ามา ชายชรายิ้มแย้มกล่าวว่า “พวกเ้ามาแล้ว”
ภายใต้สายตาจับจ้องของเซียวเล่ยเีเ่ยื่นมือของตนออกไปกุมมือของเซี่ยชิงเยว่อย่างรวดเร็วมือของเซี่ยชิงเยว่ทั้งอ่อนนุ่มทั้งเรียบลื่นทว่ายังคงให้ความรู้สึกััเย็นเยียบอาจเป็เพราะนางฝึกฝนวิชาของวังเมฆาเยือกแข็งก็เป็ได้ ทันทีที่ถูกััเซี่ยชิงเยว่พลันตัวแข็ง ทว่าก่อนที่นางจะสะบัดมือของเีเ่หลุดออกนางพลันสังเกตได้ถึงสายตาของเซียวเล่ย นางจึงจำต้องยินยอมอย่างไร้ทางเลือกเซี่ยชิงเยว่จำต้องปล่อยให้เีเ่จับจูงนางเข้าไปหาเซียวเล่ย สองมือกุมกระชับ
บิดาของนางให้ความเคารพเซียวเล่ยเสมอมานางเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ต่อหน้าเีเ่นางสามารถไม่ใส่ใจแสดงออกถึงความรักอันใด ทว่าต่อหน้าเซียวเล่ยแล้วหากนางสะบัดมือของเีเ่ออก นางสามารถจินตนาการสีหน้าของเซียวเล่ยได้ในทันที
...เ้าตัวเลวร้ายผู้นี้...
“ท่านปู่ท่านตื่นแต่เช้าอีกแล้ววันนี้”เีเ่ประคองเซี่ยชิงเยว่และทักทายเซียวเล่ยก่อนตามมารยาทผู้เยาว์
“ชิงเยว่ขอคารวะท่านปู่”ชิงเยว่น้อมตัวคารวะเล็กน้อย ท่าทางการเคลื่อนไหวล้วนสุภาพสูงส่งสภาพความจริงที่นางถูกจับจูงเป็ครั้งแรกและถูกฉวยโอกาสอย่างลับๆสร้างความโกรธเคืองระคนอ่อนใจแก่นาง หากมิใช่นางเกรงว่าพลังยุทธ์ที่แท้จริงจะถูกตรวจพบโดยเซียวเล่ยผู้ซึ่งอยู่ในขอบเขตลมปราณจิตนางคงใช้วิชาฝีมือลับของวังเมฆาเยือกแข็งแช่แข็งเีเ่ไปแล้วอย่างแน่นอน
“ฮ่าๆเ้าทั้งสองเองก็ตื่นเช้ามิใช่น้อย”เมื่อเห็นความใกล้ชิดสนิทสนมของทั้งเีเ่และเซี่ยชิงเยว่ใบหน้าของเซียวเล่ยล้วนเปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวา “ลูกเช่อ ชิงเยว่ถึงแม้ว่าอายุสิบหกปีจะนับว่ายังเยาว์วัยอยู่บ้างที่จะแต่งงานทว่ามันก็ช่วยให้ข้าวางใจ ชิงเยว่ เ้าคงกระจ่างแก่ใจถึงสถานะของลูกเช่อพูดตามจริงแล้ว การแต่งงานนี้นับว่าสร้างความลำบากแก่เ้าทว่าครอบครัวของเราจะชดเชยให้แก่เ้าอย่างแน่นอน ตอนนี้ความหวังเพียงหนึ่งเดียวของข้าคือได้เฝ้าดูเ้าทั้งสองครองคู่กันอย่างมีความสุข”
เีเ่ชิงรับคำอย่างรวดเร็วก่อนที่เซี่ยชิงเยว่จะทันเอ่ยปากอันใดชายหนุ่มกล่าวว่า “ท่านปู่ อย่าพูดเช่นนั้น! ข้า เีเ่ หลานชายของท่าน ไม่มีสตรีใดในโลกหล้าที่ข้าไม่คู่ควรพวกเราทำผิดต่อนางที่ใด? หลังจากเป็ส่วนหนึ่งของครอบครัวเราแน่นอนว่านางต้องคารวะต่อท่านและดูแลผู้หลานเป็อย่างดีต่อจากนี้ไปหากนางทำไม่ถูกต้อง แน่นอนว่าข้าจะหย่าขาดจากนางและหาภรรยาใหม่ที่ดีกว่าท่านเห็นด้วยกับข้าใช่หรือไม่ ชิงเยว่ฮูหยินข้า?”
“...”
หากนี่มิใช่ว่าอยู่ต่อหน้าเซียวเล่ยเซี่ยชิงเยว่บอกตนเองว่านางต้องเยือกแข็งปากพล่อยๆของเีเ่อย่างถาวรด้วยวิชาลับเซียนเมฆาเยือกแข็งแน่นอน
“ฮ่าๆๆๆ”เซียวเล่ยพลันหัวเราะเสียงดังพลางส่ายศีรษะอย่างจนปัญญาแววตาที่มองเีเ่เต็มไปด้วยความรักอาทร “นี่...เ้า ชิงเยว่เพียงเพิ่งเข้ามาเป็ครอบครัวเ้ากลับรังแกนางถึงเพียงนี้ ชิงเยว่ อย่าไปฟังคำพูดเหลวไหล ลูกเช่อเด็กน้อยผู้นี้ล้วนปากไม่ตรงกับใจแต่ไหนแต่ไรมาเ้าทั้งสองคงยังไม่ได้ทานอะไรั้แ่เช้า ใช่หรือไม่? อาหงรู้ว่าพวกเ้าจะมาจึงได้ตระเตรียมให้ห้องอาหารตั้งโต๊ะไว้แล้วมาๆมาทานข้าวด้วยกัน”
“ขอรับ...ท่านปู่จริงสิ เราน่าจะไปเรียกอาหญิงเล็กมาร่วมโต๊ะด้วยกันนะ?”
“นางชมชอบนอนมาแต่ยังเยาว์ตอนนี้ยังเช้าอยู่มาก อย่าเพิ่งรบกวนนางเลย”
โต๊ะอาหารที่จัดเตรียมไว้ภายในบ้านตั้งไว้ด้วยอาหารที่เพิ่งถูกปรุงสุกไว้สามอย่างเีเ่เกาะกุมมือเซี่ยชิงเยว่ไม่ยอมปล่อยและประคับประคองนางเข้าไปภายในเซี่ยชิงเยว่ผู้ซึ่งพยายามอย่างหนักในการแสดงออกอย่างเป็ธรรมชาตินั่งลงเคียงข้างเีเ่ในอีกฟากฝั่งของโต๊ะรับประทานอาหารเซียวเล่ยนั่งลงตรงข้ามกับพวกเขาชายชราเพิ่งลงนั่งบนเก้าอี้เมื่อเขาได้ยินเสียงฝีเท้ารีบเร่งจากภายนอกที่มาพร้อมกับน้ำเสียงเร่งรีบว่า
“ท่านผู้าุโที่ห้า!ท่านผู้าุโที่ห้าอยู่หรือไม่?”
“เกิดอะไรขึ้น?”เซียวเล่ยยืนขึ้นพร้อมทั้งขมวดคิ้ว
“ท่าน...ท่านผู้นำตระกูลมีคำสั่งผู้าุโทุกท่านไปรวมกันที่ห้องโถงใหญ่เพื่อปรึกษาเื่ความเป็ตายของอนาคตตระกูลเซียวท่านต้องไปในทันที”
“...” เซียวเล่ยลุกขึ้นยืนหยัดรับเสื้อนอกที่ถูกเสนอให้โดยเซียวหงมาสวมใส่พร้อมทั้งพูดกับเีเ่และเซี่ยชิงเยว่ว่า“ดูท่าว่าจะมีเื่เร่งด่วน เ้าสองคนทานไปก่อน ไม่จำเป็ต้องรอข้า”
ไม่เคยมีครั้งใดเท่าที่เซียวเล่ยจดจำได้ ที่จะปรากฏเื่เร่งด่วนในเวลาเช้าตรู่เช่นนี้เซียวเล่ยสวมใส่เสื้อคลุมตัวนอกพร้อมทั้งจากไปอย่างรวดเร็ว
เซียวเล่ยเพิ่งพ้นไปมือของเีเ่ปล่อยออกจากมือของเซี่ยชิงเยว่อย่างรวดเร็วประดุจสายฟ้าชายหนุ่มยังะโถอยหลังวูบพร้อมเลิกคิ้วเล็กน้อย เขาพูดด้วยใบหน้าเ้าเล่ห์“ชิงเยว่ฮูหยินข้า ท่านเป็บุคคลที่ชาญฉลาด ฉะนั้นท่านคงรู้ดีว่าเหตุผลที่ข้ากุมมือท่านล้วนเพื่อให้ท่านปู่วางใจข้าไม่มีจุดประสงค์อื่นอีก แม้ว่าข้าจะไม่ได้ขออนุญาตท่านก่อน หากท่านสมควรไม่มีโทสะต่อข้าใช่หรือไม่?”
สีหน้าท่าทางของเซี่ยชิงเยว่แปรเปลี่ยนเป็เ็าเล็กน้อยนางกล่าวอย่างเยือกเย็นว่า “หากท่านกล้าแตะต้องร่างกายข้าโดยพลการอีกข้าจะไม่เกรงใจอีกแล้ว”
“นี่!ท่านคงไม่ทำถึงขั้นนั้นจริงๆ ใช่มั้ย!?”เีเ่จ้องมองนาง ชายหนุ่มเบิกตากว้างพร้อมทั้งแสดงสีหน้าผิดหวัง“ข้าเพียงจับมือของท่าน ท่านต้องโกรธเคืองถึงเพียงนี้...อย่างไรเราก็เป็คู่สามีภรรยาที่แท้จริงแม้ว่าท่านเพียงตั้งใจแต่งงานเพื่อทดแทนบุญคุณ เรายังคงนับเป็สามีภรรยาในเมื่อเราต่างเป็คู่แต่งงาน เป็เื่ธรรมดาที่ข้าจะแตะต้องตรงไหนก็ได้ไม่ต้องพูดถึงเพียงมือของท่าน...ไม่สิที่ยิ่งกว่านั้น นี่คือสิ่งที่สมควรจะเป็ต่างหาก! ท่านแต่งงานกับข้าไม่ถึงวันท่านทั้งเ็ากับข้า ท่านไม่อนุญาตข้านอนบนเตียงเดียวกันในคืนแต่งงาน ตอนนี้แม้แต่จับมือ ท่านยังไม่พอใจข้า...ฮึก...นี่ข้าแต่งงานกับสตรีเยี่ยงไรกัน? นี่มันแย่ยิ่งกว่าการแต่งงานกับจักรพรรดินีด้วยซ้ำ...” เีเ่สะอึกสะอื้น
“...”
การแสดงออกของเีเ่ทำให้เซี่ยชิงเยว่ยิ่งมายิ่งรู้สึกจนปัญญาครั้งแรกที่นางพบเห็นเีเ่ นางรู้สึกว่าชายหนุ่มทั้งเ็าทั้งหยิ่งทระนงไม่นานหลังจากนั้น นางพบว่าการแสดงออกของเขาล้วนไม่ธรรมดา กระทั่งให้ความรู้สึกลึกลับอยู่บ้างหลายต่อหลายครั้งที่นางรู้สึกว่าเขาไม่ใช่เพียงเด็กหนุ่มอายุสิบหกปีโดยทั่วไปหากทว่าเป็ชายหนุ่มผู้เปี่ยมด้วยประสบการณ์...เมื่อใดก็ตามที่เขาไม่ทันระวังเขาจะแสดงออกถึงตัวตนแท้จริงที่ไม่ได้แสดงต่อหน้าผู้คน
แม้แต่ในขณะนี้ที่ชายหนุ่มฉวยโอกาสนางอย่างไร้ยางอาย เขายังคงแสดงออกว่าเขาไม่ได้ทำสิ่งใดผิดกลับกัน เขากลับบ่นว่าอย่างหน้าไม่อายประดุจอันธพาลน้อยเปลี่ยนสถานะของนางจากเหยื่อให้กลายเป็ผู้กระทำสร้างความงุนงงให้แก่เซี่ยชิงเยว่กระทั่งไม่รู้ว่าควรหัวเราะหรือร้องไห้แม้กระทั่งความโกรธเคืองส่วนใหญ่ในอกนางล้วนมลายหายไปหลายส่วน
“ช่างมันนั่งลงทานข้าวเถอะ” เซี่ยชิงเยว่พูดอย่างอ่อนแรง
“นี่มิใช่แสดงว่าชิงเยว่ฮูหยินข้าหายโกรธแล้วใช่หรือไม่? ฮี่ๆ...นี่จึงเป็ศรีภรรยาที่เชื่อฟังมา! ทานข้าวให้เยอะๆ!”เีเ่พลันปีนป่ายข้ามโต๊ะกลับมานั่งเคียงคู่กับเซี่ยชิงเยว่อีกครั้งชายหนุ่มตักขนมถั่วเขียวบนจานของตนแก่นาง
“...” เซี่ยชิงเยว่เริ่มรู้สึกว่าคำขอร้องของนางต่อท่านอาจารย์เพื่ออยู่ข้างกายเีเ่เป็คำขอร้องที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรงทั้งยังเป็การตัดสินใจที่แสนอันตราย