ตอนที่ 11 แผลหนักติดเชื้อ (1)
เด็กสาวที่ทั้งผอมและมอมแมมทั้งสองคนคุกเข่าอยู่บนพื้น พร้อมกับเอาหัวโขกไปด้วย เพียงไม่กี่ครั้ง พื้นหินก็เริ่มปรากฏสีของเื
กู้เชียนเสวี่ยรีบเข้าไปหา มือประคองแต่ละคนเอาไว้ ราวกับประคองลูกไก่ขึ้นมา “พอแล้วๆ พวกเ้าจะเอาหัวโขกกันทำไม หน้าผากเืออกหมดแล้ว หากเสียโฉมขึ้นมาจะทำอย่างไรเล่า”
ทั้งสองคนใสะดุ้ง แอบเหลือบตามองด้วยเนื้อตัวที่สั่นงันงก แววตาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง
“คะ...คุณหนู พะ...เพราะว่าท่านกำลังโมโหอยู่เ้าค่ะ...” เด็กสาวที่ดูเหมือนจะมีอายุมากกว่าหน่อยเอ่ยตอบเบาๆ เสียงสั่นจนแทบจะฟังไม่ออกแล้ว
“โมโหหรือ” กู้เชียนเสวี่ยจึงนึกถึงสีหน้าเมื่อครู่นี้ของตนเอง ก่อนจะรีบระงับความโกรธแล้ววาดรอยยิ้ม พยายามทำให้น้ำเสียงของตัวเองนุ่มนวลที่สุด “เมื่อกี้ข้าไม่ได้โมโหพวกเ้าสองคนหรอกนะ แต่กำลังโมโหกู้เชียนโหรวต่างหาก เด็กนั่นปั้นเื่ใส่ร้ายพวกเ้า ทำให้ข้าคิดว่าพวกเ้าเป็คนขโมยของแล้วไล่พวกเ้าออกไป นางก็ส่งสายสืบมาให้สองคนอย่างเหมาะเจาะจนเกือบฆ่าข้าตายเสียด้วยซ้ำ”
อันที่จริงคือฆ่าเ้าของร่างเดิมตายแล้วต่างหาก
สาวใช้ทั้งสองคนตะลึงงัน แต่ก็ยังตัวสั่นไม่กล้าพูดอะไร
กู้เชียนเสวี่ยเองก็พอจะดูออก ในแววตาของสองคนนี้ไม่ได้มีอย่างอื่นเลยนอกจากความหวาดกลัว เกรงว่าคงไม่มีความรู้สึกใดๆ เลยให้กับเ้าของร่างเดิม
ปล่อยทั้งสองคนไป กู้เชียนเสวี่ยเดินไปที่หน้าประตูห้อง ออกคำสั่งให้คนเตรียมน้ำอาบด้วยตัวเอง และให้นำเสื้อผ้าสะอาดมาด้วย
ตามความทรงจำแล้ว คนที่อายุมากกว่าหน่อยคืออวี้เหลียน เป็คนรอบคอบและพูดน้อย ส่วนคนที่อายุน้อยกว่าคืออวี้ชุ่ย นิสัยร่าเริงมีชีวิตชีวา ทั้งสองคนต่างก็เป็คนซื่อสัตย์ แต่น่าเสียดายที่เ้านายไม่สนับสนุน
เสื้อผ้ายังไม่ทันได้ส่งมา ก็กลับได้ยินเสียงท้องร้องดังขึ้น
“ยังไม่ได้กินข้าวสินะ” กู้เชียนเสวี่ยเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มบางๆ
ทั้งสองคนมองหน้ากันอย่างระทึก จากนั้นก็ก้มหน้าลง ไม่กล้าพูดอะไร
กู้เชียนเสวี่ยเข้าใจ ไม่ว่าจะเื่อะไรก็ไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ในระยะเวลาสั้นๆ หากนาง้าใช้สองคนนี้ต่อไป ก็ต้องสร้างความเชื่อใจขึ้นมาใหม่
“ได้ยินว่าก่อนหน้านี้พวกเ้าทำงานอยู่ในครัว เหตุใดถึงไม่อิ่มท้องได้เล่า” กู้เชียนเสวี่ยใช้น้ำเสียงผ่อนคลายเอ่ยถาม เหมือนกับกำลังหยอกล้อ
ในที่สุดอวี้ชุ่ยก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป “ตะ...ตอบคุณหนู หลิวมามา[1]ที่อยู่ห้องครัวเป็คนของเผยอี๋เหนียงเ้าค่ะ พวกเราไม่เพียงแต่ต้องทำงานหนัก กินข้าวไม่อิ่ม ตะ...แต่ยังต้องถูกทุบตีด้วยเ้าค่ะ” พูดจบก็ก้มหน้าลงอีกครั้ง
กู้เชียนเสวี่ยเข้าใจแล้ว ที่แท้ก็เป็แบบนี้นี่เอง สองชีวิตที่แสนน่าสงสารต้องมาเป็แพะรับบาปให้กับนาง
กู้เชียนเสวี่ยเก็บรอยยิ้ม “อยากแก้แค้นหรือไม่”
สาวใช้ทั้งสองตะลึงงัน
“มีแค้นไม่ชำระไม่นับว่าเป็ผู้ดี หากพวกเ้าอยากจะแก้แค้นก็เอาเลย มีคุณหนูใหญ่อย่างข้าคอยหนุนหลังอยู่ทั้งคน” กู้เชียนเสวี่ยเอ่ยด้วยความจริงจัง
สุดท้ายทั้งสองคนก็ต้องเงยหน้าขึ้นมองกู้เชียนเสวี่ย สายตานั้นมองอย่างไม่คุ้นเคย ท่าทางตื่นตะลึงราวกับได้เห็นของแปลก
ขณะที่กำลังพูดคุยกันอยู่ ก็มีคนยกถังไม้เข้ามาจากด้านนอก แล้ววางไว้ตรงห้องที่อยู่ด้านข้าง
“เป็อะไรไป ไม่รีบไปอาบน้ำเล่า” กู้เชียนเสวี่ยยิ้มตาหยีเอ่ย
ยังเอ่ยไม่ทันจบ พลันได้ยินเสียงล้มดังตุบ เป็อวี้เหลียนที่ล้มลงไปกองกับพื้น
“พี่หญิง พี่หญิง!” อวี้ชุ่ยร้อนใจจนร้องไห้ออกมา
กู้เชียนเสวี่ยรีบเข้าไปตรวจอาการทันที และพบว่าเนื้อตัวของอวี้เหลียนร้อนรุ่มไปหมด สีหน้าซีดขาว “เป็ไข้อย่างนั้นหรือ”
อวี้ชุ่ยเริ่มเอาหัวโขกพื้นอีกครั้ง “คุณหนูเ้าคะ บ่าวขอร้องท่านเถิด ได้โปรดช่วยพี่หญิงด้วย ขอแค่ท่านช่วยพี่หญิง บ่าวจะยอมเป็วัวเป็ม้า หรือหาก้าชีวิตของบ่าวก็ย่อมได้”
“ข้าจะเอาชีวิตของเ้าไปทำไมกัน” กู้เชียนเสวี่ยรีบตรวจร่างกายของอวี้เหลียนด้วยความรวดเร็ว พลางตอบกลับไปอย่างไม่รู้จะทำอย่างไร
ไม่นานก็หาสาเหตุของอาการป่วยเจอ ที่แท้เป็เพราะด้านหลังของอวี้เหลียนนั้นมีแผลที่กำลังติดเชื้ออยู่
าแไม่ได้ใหญ่นัก แต่กลับลึกเป็อย่างมาก หรือพูดได้ว่าเป็เนื้อที่ปริแตกนั่นเอง าแที่ลึกขนาดนี้ แต่กลับไม่เจอร่องรอยของยาเลยแม้แต่น้อย มีก็แต่พวกขี้เถ้า
าแไม่ได้รับการรักษามาเป็เวลานาน เริ่มเน่าแล้วด้วย ทั้งยังส่งกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมาบางเบา
“ใครเป็คนตีกัน” กู้เชียนเสวี่ยโมโห พูดได้ว่าโกรธจนแทบคุมอารมณ์ไม่อยู่
เชิงอรรถ
^ มามา คำเรียกหญิงรับใช้สูงวัย