ครานี้หม่าเยว่ซินสวมิญญานางคณิกา ทิ้งมาดคุณหนูตระกูลผู้ดีที่ถูกสั่งสอนให้มีกิริยามารยาทเรียบร้อยประดุจผ้าพับไว้ กลายเป็สตรีร่านสวาทสุดแสนจะเร่าร้อนจนจ้าวลี่ิรู้สึกคล้ายจะมอดไหม้คาริมฝีปากอิ่ม
หม่าเยว่ซินใช้ทั้งใบลิ้น โพรงปาก และริมฝีปากอิ่ม เลียไล้ดูดดึงโยกขยับศีรษะผงกขึ้นลง กระดกลิ้นเขี่ยดุนเส้นกระสันถี่รัว โดยไม่ลืมใช้สองมือโอบประคองส่วนที่ริมฝีปากโอบล้อมไม่มิด พวง์สองใบด้านล่างก็ไม่ถูกปล่อยปละละเลย นางแวะลงไปทักทายหยอกล้อจนผู้เป็เ้าของรู้สึกแทบคลั่ง
แม้จะเกิดในตระกูลสูงศักดิ์ ถูกอบรมเลี้ยงดูให้งามพร้อมด้วยกิริยามารยาท ได้รับการสั่งสอนมาแต่สิ่งดีๆ แต่หม่าเยว่ซินก็แอบมีโอกาสได้เรียนรู้เกี่ยวกับเื่คาวโลกีย์มาบ้าง
สาวรับใช้ในจวนมักจะชอบจับกลุ่มแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน คนที่แต่งงานออกเรือนไปแล้วชอบมาเล่าให้คนซึ่งยังเป็สาวพรหมจรรย์ฟัง เื่วิธีและการกระทำที่สามารถมัดใจสามีให้อยู่มัด
ไหนจะหนังสือภาพประกอบฉากสยิวพวกนั้นอีก หม่าเยว่ซินก็เป็อีกคนที่อยากรู้อยากเห็นเหมือนกับสตรีที่ยังไม่ออกเรือนคนอื่นๆ จึงมีแอบไปหลอกถามจากสาวใช้คนสนิทมาบ้าง ไม่คิดว่าตอนนี้นางจะได้นำมาใช้ในชีวิตจริง
“เ้ามัน...สตรีร้ายกาจ”
ยามนี้ไฟราคะในกายใหญ่กลับมาลุกโชติ่อีกครั้ง จ้าวลี่ิฉุดรั้งเรียวแขนบอบบาง กระชากจนร่างเล็กขึ้นมานั่งคร่อมทับอยู่บนหน้าขาของตน
ดวงตาคมกริบปรือฉ่ำด้วยอารมณ์กำหนัดที่พลุ่งพล่าน ละมือออกจากเรียวแขนขึ้นมาััใบหน้าสตรีบนร่างแทน จับจ้องริมฝีปากอิ่มซึ่งกำลังเผยอค้างอย่างยั่วยวน พุ่งฉกประทับจุมพิตดุดันเร่าร้อนจนหม่าเยว่ซินสะท้านไหว ราวกับถูกดูดจิติญญาออกจากร่างกาย ระทวยอ่อนจนต้องยกสองมือเกาะบ่ากว้างเอาไว้พยุงกาย
บางสิ่งกำลังเคลื่อนขยับใต้ร่างเล็ก รอยแยกคับแน่นกำลังถูกรุกรานโดยพญาัใหญ่ั์ที่ตื่นจากการหลับใหล จ้าวลี่ิใช้มืออีกข้างจับท่อนลำของตนจ่อปากทาง์ ดันกระทุ้งหน้าขาขึ้นจนมันชำแรกแทรกเข้าไปภายใน
หม่าเยว่ซินทำท่าจะยกสะโพกขึ้นเพื่อหลีกหนี ทว่ากลับถูกสองมือใหญ่จับเอวคอดกิ่วกดรั้งให้นางนั่งแช่อยู่ที่เดิม ความรู้สึกอึดอัดคับแน่นกลับมาปรากฏอีกครั้ง แต่ครานี้ความเ็ปทรมานกลับจางหายราวกับก่อนหน้ามันไม่เคยมีอยู่ มีแต่ความกระสันเสียวแผ่ซ่านไปทุกอณูเนื้อ
“ขยับสิ ควบข้าเหมือนตอนเ้าควบม้า”
ริมฝีปากหยักกระซิบสั่งเสียงแหบพร่าชิดริมใบหูเห่อแดง จ้าวลี่ิไม่วายแวะกลั่นแกล้งคนตัวเล็กด้วยการงับใบหูนางแ่เบา
“อื้อ… ข้ามิเคยขี่ม้า”
แม้จะเป็ลูกสาวแม่ทัพใหญ่ ถูกพาไปเยี่ยมเยียนค่ายทหารอยู่บ่อยครั้ง เคยพบเห็นการต่อสู้หลากหลายประเภท ทว่าั้แ่เกิดและโตมาจนป่านนี้ บิดาของหม่าเยว่ซินยังไม่เคยอนุญาตให้นางขี่ม้าเลยสักครั้ง
“งั้นวันนี้ข้าจะสอนเ้า”
ฝ่ามือใหญ่ลดระดับลงเกาะกุมแก้มก้นงามงอน ออกแรงโยกขยับนำทางให้สะโพกกลมกลึง
การเสียดสีเข้าออกอย่างเชื่องช้าไร้ความรุนแรง ส่งผลให้เกิดกระแสความรู้สึกแปลกประหลาดที่หม่าเยว่ซินไม่เคยพานพบ ราวกับมีบางสิ่งกระพือปีกอยู่บริเวณท้องน้อย ร่างกายเบาหวิวคล้ายร่องลอยอยู่กลางอากาศ
ความกระสันเสียวแผ่ซ่านไปจนถึงปลายเท้า ผลักส่งอารมณ์กำหนัดให้ทะยานสูง จากที่ถูกจ้าวลี่ินำทางให้ บัดนี้หม่าเยว่ซินกลายเป็ฝ่ายที่กำลังควบอยู่บนร่างใหญ่ด้วยตนเอง
“อื้อ…”
“อ๊า…”
สองร่างร้องครางประสานท่ามกลางความเงียบสงัด ความเสียวซ่านมหาศาลทำให้หม่าเยว่ซินควบคุมตัวเองไม่ได้ ยกมือข้างหนึ่งขยำอกอิ่มของตัวเอง แหงนเงยศีรษะไปทางด้านหลังจนทรวงอกแอ่นแทบชิดใบหน้าคมคาย
ราวกับคนตัวเล็กเปิดโอกาสให้คนตัวใหญ่ได้เชยชมดอกบัวคู่งาม จ้าวลี่ิรีบซุกไซ้ใบหน้าเข้าหายอดูเาสูง เปิดริมฝีปากส่วนหัวแดงระเรื่อ ดูดดึงราวกับทารกหิวโหยน้ำนมมารดา ยกฝ่ามือกอบกุมบีบขยำปทุมถันคู่งามอย่างเมามัน
จังหวะการเคลื่อนไหวกายของหม่าเยว่ซินเริ่มเร็วขึ้น บดเบียดสะโพกเข้าออกหน้าขาแกร่งดุดันหนักหน่วง ขณะที่คนใต้ร่างช่วยกระแทกสวน คล้ายกับว่าคนทั้งคู่ใกล้พานพบกับสิ่งที่ตามหา
“ข้าไม่ไหวแล้ว…”
หม่าเยว่ซินกำลังถูกไฟสวาทแผดเผากาย นางใกล้เสร็จสมอยู่รอมร่อทว่าไม่อาจเดินทางไปถึง ไม่ว่าจะพยายามโยกขยับเร็วเท่าไหร่แต่คล้ายพละกำลังมีไม่มากพอ
จ้าวลี่ิจึงช่วยผลักส่งอารมณ์ให้นาง เพิ่มระดับการขยับสะโพกให้ถี่เร็วมากขึ้น เพียงไม่นานหม่าเยว่ซินก็กรีดร้องอย่างสุขสม ซอนซบใบหน้าลงกับบ่ากว้างอย่างหมดแรง