“แม่ครับ ทำไมตาแม่แปลกยังงั้นล่ะครับ” เสียงพูด ของแมทกระชากเธอให้หลุดจากห้วงภวังค์นั้น ยกมือขึ้นทาบอกด้วยหัวใจกำลังเต้นรัวระทึก
“เอ้อ...คงจะเป็เพราะว่า...แม่นึกไม่ถึงว่าการขึ้นต้นไม้มันจะน่ากลัวขนาดนี้น่ะสิ เบบี้เป็ยังไงมั่งล่ะลูก”
“ดีขึ้นมากแล้วละค่ะ” เมแกนตอบกอดลูกแมวไว้แนบอก “มันครางใหญ่เลย”
เอลิซาเบธเข้าใจความรู้สึกนั้นได้อย่างดี เพราะเธอเองก็กำลังครางอยู่ในใจเหมือนกัน มันทั้งครางทั้งขึ้นปั่นป่วนใจ จะอะไรก็ตาม เธอไม่เคยบังเกิดความรู้สึกอย่างนี้นับั้แ่...นานนักหนามาแล้วที่เธอไม่เคยเกิดความรู้สึกปั่นป่วนใจแบบนี้ แทบจะจำไม่ได้เสียด้วยซ้ำ แต่มันก็นานมากอีกเช่นกันที่ร่างกายนี้จะถูกััด้วยมือชาย...
เธอพยายามหลีกเลี่ยงที่ไม่มองไปทางเพื่อนบ้านคนนั้น แต่เมื่อไม่มีทางเลือกมันก็จำเป็ต้องมองธัด แรนดอล์ฟ อยู่ดี แม้ในท่ามกลางแสงตะวันยามชิงพลบ ดวงตาของเขาก็ยังคมปลาบอยู่ให้คิ้วดกหนาที่เป็สีดำทั้งที่เรือนผมเป็สีเทา
มันทำให้เอธิซาเบธรู้สึกฝืดคอขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
ขอบคุณมากนะคะมิสเตอร์แรนดอล์ฟที่ช่วยเอาฉันลงจากต้นไม้
เขายิ้ม...และเป็ครั้งแรกอีกเช่นกันที่เธอสังเกตเห็นอยู่ว่าเขามีไรฟันที่สวยมาก แข็งแรงและขาวสะอ้าน
“ด้วยความยินดีอย่างยิ่งครับ และผมอยากจะให้คุณเรียกผมว่าธัดมากกว่า”
เธอมองเห็นภาพสะท้อนของตัวเองในดวงตาคู่นั้นอีกครั้ง มองเห็นเรือนผมที่ยุ่งเหยิงล้อมกรอบใบหน้าที่ยัง
เผือดซีด เสื้อที่สวมอยู่ก็สกปรกเลอะเทอะและยังมีริ้วรอยเปรอะเปื้อนอยู่บนปลายคาง ท่าทางยังบอกความตื่นกลัวเหมือนตัวเองได้ทำอะไรที่โง่เง่าลงไป
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะต้องเก็บเื่นี้ไปเล่าให้เพื่อนฝูงฟังอย่างสนุกสนานเื่แม่หม้ายสาวลูกติดที่อยู่
หลังบ้าน เมื่อเล่าถึงตอนที่เป๊ตติโค้ทขึ้นไปติดอยู่กับกิ่งไม้และกับคำพูดที่แมท กล่าวออกมา เขาจะต้องหัวเราะด้วยความขบขัน
“มาเถอะลูก” เธอพูดเสียงแข็งเหมือนพี่เลี้ยงที่กำลังจะต้อนเด็กกลับเข้าบ้าน มืดค่ำแล้ว ถึงเวลาเข้าบ้านกัน
เสียที แมทช่วยเอาบันไดกลับไปเก็บในโรงรถหน่อยสิลูก
“ทำไมต้องเป็ผมด้วยล่ะครับ” แมทพิโยกพิเกนขึ้นมาทันที ก็ผมเป็คนไปเอามันมาแล้วนี่ ให้เมแกน
เป็คนเอาไปเก็บสิ
“เธอไม่เห็นหรือว่าพี่กำลังดูแลเบบี้อยู่” เมแกนทักท้วง
“ตอนนี้ถึงตาผมดูแลเบบี้มั่งแล้ว มันไม่ใช่ลูกแมวของพี่คนเดียวนะของผมด้วย”
“แต่พี่เป็คนขออนุญาตเอามันมาเลี้ยงนะ”
“ช่าย...แต่มันก็เป็ของผมด้วยเหมือนกัน”
“ส่วนใหญ่มันต้องเป็ของพี่สิ”
“อือฮึ...มันก็เป็ของเราทั้งสองคนนั่นแหละ จริงไหมครับแม่” แมทหาเสียง
เอลิซาเบธนั้นคาดหมายไว้แล้วว่ามันจะต้องมีเื่ต่อล้อต่อเถียงแบบนี้เกิดขึ้น ปกติแล้วเธอมักจะปล่อยเลยตามเลย แต่คืนนี้ประสาทของเธอกำลังตึงเครียดอย่างหนัก ความอดกลั้นดูจะน้อยนิดเสียเหลือเกิน
“นี่...เลิกทะเลาะกันเสียที แล้วทำตามคำสั่งแม่ได้ไหม” นอกจากเธอจะต้องขึ้นไปติดอยู่บนต้นไม้แล้ว ถูก
สองคนก็ยังมาทะเลาะกันต่อหน้าเพื่อนบ้านให้อับอายขายหน้าอีก
“เดี๋ยวครับ ก่อนที่จะเข้าบ้านผมมีอะไรบางอย่างจะอวดด้วยนะ”
ทั้งสามแม่ลูกต่างหันมามองธัด แรนคอล์ฟ เป็ตาเดียวเมื่อได้ยินเสียงเขาพูดขึ้น
“ผมมีอะไรบางอย่างอยู่ในโรงรถ” เขายิ้มให้เอลิซาเบธ รับรองว่าเป็อะไรบางอย่างที่เด็ก ๆ จะต้องอยาก
เห็นมากทีเดียว
“ลูกหมาใช่ไหมคะ” เมแกนร้องขึ้นทันที “มันออกลูกแล้วหรอคะ”
“เพิ่งเมื่อคืนนี้เอง ออกมาตั้งสี่ตัวแน่ะ”
“โอ...แม่ขา ขอเราไปดูหน่อยได้ไหมคะ”
เอลิซาเบธดูจะไม่มีทางช่วยเหลือตัวเองเลยเมื่อถูกต้อนติดกับเช่นนี้ แม้เธอจะขอบใจที่เขาแสดงออกถึงความมีน้ำใจ แต่ก็ไม่อยากให้เข้ามายุ่งกับเื่ภายในครอบครัวของเธอเอง โดยเฉพาะการต่อล้อต่อเถียงของลูกสองคนที่เกิดอยู่เป็ประจำ
แต่การที่จะปฏิเสธไม่ยอมให้ลูกทั้งสองไปดูลูกสุนัขที่เพิ่งคลอดเมื่อคืนมันก็เป็สิ่งที่ทำไม่ได้ ไม่มีแม่คนไหนจะใจร้ายใจดำกับลูกถึงขนาดนั้นได้
“จะดูก็ได้ แต่ต้องเอาบันไดไปเก็บในโรงรถให้เรียบร้อยเสียก่อน” นั่นไง ...ในที่สุดเธอก็จำต้องยอมพ่ายแพ้อย่างไม่มีเงื่อนไขแมทผวาวิ่งแบกบันไดไปเก็บโดยไม่ต้องเตือนซ้ำสองเลย ที่ไม่น่าเชื่อกว่านั้นก็คือเมแกนวิ่งตามไปเปิดประตูให้น้องชายด้วย
“คุณคงไม่รังเกียจใช่ไหมครับ”
เอลิซาเบธหันไปมองธัด ตอบเขาว่า
“อ๋อ ไม่หรอกค่ะ ที่จริงลูกก็เล่าให้ฉันฟังหลายวัน แล้วว่าแม่สุนัขที่บ้านคุณกำลังจะออกลูก” เพิ่งตอนนี้เองที่เธอสังเกตเห็นว่าเขาเป็คนที่ร่างสูงมาก ศีรษะของเธอไม่ถึงคางเขาเสียด้วยซ้ำ ฉันเพียงแต่ไม่อยากให้พวกแกไป
รบกวนตัวแม่นั้นเท่านั้น
“เพนนี่มันเป็สุนัขที่เชื่องมากครับ แล้วมันก็ชอบลูกสองคนของคุณด้วย”
เอลิซาเบธประสานมืออยู่ตรงหน้าเป็ท่าที่มักแสดงออกอยู่เสมอเวลาไม่สบายใจ
เอ้อ...แล้วพวกแกคงไม่รบกวนคุณมากเกินไปใช่ไหมคะ คือ...ฉันรู้สึกว่าสองคนพี่น้องนี้ชอบเข้าไปเล่นที่
บ้านคุณสมอ ที่จริงฉันก็คอยห้ามปรามอยู่ตลอดเวลานะคะว่าอย่าไปรบกวน แต่...
“แกไม่ได้รบกวนอะไรผมเลย ผมชอบดูเวลาที่แกเล่นกันเสียด้วยซ้ำ”
มันมีคำถามร้อยพันประการเกิดอยู่ในใจเธอขณะนี้...อยากรู้ว่าเขามีลูกหรือเปล่า...ถ้าไม่มีทำไมจึงไม่มี...และถ้ามีปัจจุบันลูก ๆ อยู่กับอดีตภรรยาเช่นนั้นหรือ...ว่าแต่เขาเคยมีภรรยามาก่อนหรือเปล่า...หรือว่าเขาจะเป็พ่อหม้ายเหมือนที่เธอเป็แม่หม้าย...
แต่ถึงแม้เธอจะมีโอกาสหาความรู้ในสิ่งที่้ารู้ มีโอกาสที่ตั้งคำถามซักไซ้ไล่เลียงเื่ส่วนตัวของเขาได้เธอก็คงไม่กล้าทำอย่างแน่นอน และบังเอิญมันก็ไม่มีโอกาสอย่างนั้นอีกต่อไปเมื่อแมทกับเมแกนวิ่งแข่งกันกลับมาด้วยแววในดวงตาที่ลิงโลด แก้มแดงปลั่งด้วยความตื่นเต้น
“หนูเอาเบบี้ขังกรงแล้วละค่ะแม่ ถ้าเอามันไปด้วยเดี๋ยวมันจะไปทำให้ลูกหมากลัว” เมแกนรายงาน
“งั้นเราไปกันเถอะ”
ธัดออกเดินนำมุ่งหน้าไปยังที่ตั้งของโรงรถ บ้านทุกหลังที่ตั้งอยู่ในบริเวณนี้ล้วนออกแบบก่อสร้างทันสมัย และส่วนใหญ่จะใช้เป็เรือนหอของคู่บ่าวสาวที่้าจะมาสร้างชีวิตและครอบครัวใหม่ขึ้นเช่นเดียวกับที่จอห์นกับเอลิซาเบธ เบิร์คส์ ได้ทำมาแล้ว เด็กชายหญิงทั้งสองออกวิ่งลิ่วผ่านเข้าไปในเงาไม้ร่มครึ้ม
“อย่าจับลูกหมานะลูก แม่มันกำลังหวง” เอลิซาเบธร้องตามหลัง “ดูเสร็จแล้วก็รีบกลับมานะ”
“อ้าว...แล้วคุณจะไม่ไปดูด้วยหรอกหรือ” ธัดหยุดเดินหันกลับมามองหน้าเธออยู่
“ฉัน...เอ้อ...จะต้องไปด้วยหรือคะ” เธออึกอักขึ้นมาทันที “ฉันหมายถึงว่า...คุณอยากให้ฉันไปดูด้วยยังงั้นหรือคะ”
“แน่นอน มาเถอะ ลูกหมาตัวเล็ก ๆ น่ารักออก” แล้วผู้หญิงคนไหนล่ะที่จะสู้สายตาของเขาในขณะนี้
ได้...เอลิซาเบธถามตัวเองอยู่
เขายื่นมือมาแต่เธอไม่ได้รับ เพียงแต่ออกเดินตามเขาไป จับปอยผมที่รุ่ยร่ายเหน็บเข้ากับหลังใบหูอย่างขัดเขิน
อะไรๆ ดูมันจะสับสนวุ่นวายไปหมด แม้ขณะที่ออกเดินมากับเขาอย่างนี้แล้วเธอก็ยังไม่ได้สวมรองเท้า
จะมีเพียงถุงน่องที่สวมไว้เท่านั้น พื้นหญ้าที่เย็นเยือกชื้นชุ่มด้วยละอองน้ำััอยู่กับฝ่าเท้า
เมื่อปลายอาทิตย์เริ่มมีน้ำค้างแข็งตกลงมาใบไม้เริ่มร่วงหล่นลง หลายครั้งที่ผ่าเท้าเหยียบย่ำลงบนใบไม้แห้ง
อาทิตย์ลับดวงลงตรงขอบเร็วกว่าปกติ สนามหลังที่ติดต่อกันอยู่อาบไว้ด้วยแสงสีม่วงของยามเย็นย่ำ ใจหนึ่งเธอ
อยากจะชวนเขาคุยแต่ก็ไม่รู้จะหาเื่ใดมาพูดเพราะยังไม่รู้จักกันดีพอแต่ในที่สุดก็ยังหาเื่ชวนคุยจนได้อยู่
นั่นเอง
“ฉันชอบสีที่คุณตัดขอบบ้านจังค่ะ”
“ขอบคุณ แต่ผมต้องใช้เวลานานเหมือนกันกว่าจะทาได้ทั่ว”
“รู้สึกว่าคุณใช้ไม้ฉลุประดับตามขอบมากจังเลยนะคะ”
“ซึ่งทำให้ี้เีทาสีเป็ที่สุด”
“ยังโชคดีนะคะที่ตอนคุณมาซื้อบ้านหลังนี้เขาตกแต่งส่วนใหญ่ไว้หมดแล้ว” เธอจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าเขาย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ประมาณหกเดือนเห็นจะได้
“ถ้ายังไม่ตกแต่งหรือซ่อมแซมให้เรียบร้อยผมก็คงไม่ตัดใจซื้อหรอก”
ขณะนี้ทุกคนต่างเดินมาถึงประตูหลังโรงรถแล้ว เขาเปิดประตูและยืนเลี่ยงไปทางหนึ่งเพื่อให้เธอเดินผ่านเข้าไปก่อน และเอลิซาเบธก็ห่อตัวเดินนำเข้าไปด้วยความขัดเขิน ชายกระโปรงปัดท่อนขาเขาจนได้ เนื้อผ้าเสียดสีกันอยู่ราวเกลียวคลื่นที่อ้อยอิ่งไม่อยากละจากฝั่ง