บทที่ 46
ฤตูเหมันต์มาเยือน
หลี่หยางเปลี่ยนชุดจนเสร็จเขาก็ได้ทำการนั่งจิบน้ำชาอยู่ภายในห้องของตนเองแต่ในขณะที่กำลังนั่งดื่มน้ำชานั้นฝ่ามือก็ยกขึ้นมากุมขมับของตนเองอย่างหนักใจ
หนิงเอ๋อร์ปรนนิบัติเขาเหมือนกับสาวใช้จริงๆตามที่นางได้พูดเอาไว้ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้เขารู้สึกหนักใจด้วยเช่นเดียวกัน
เขาที่เติบโตมาภายในยุคสมัยอื่นในตอนนี้มีสาวใช้มารับใช้ตนเองทั้งทำการจัดเตรียมน้ำให้ล้างหน้าล้างตาตั้งแต่ในตอนเช้าแล้วก็ยังเตรียมชุดทุกอย่างนี้อีกมันเลยค่อนข้างจะผิดกับวิถีชีวิตที่เขานั้นเคยใช้อยู่
ประตูด้านหน้าของห้องที่ถูกปิดเอาไว้มันได้เปิดเข้ามาก่อนที่จะปรากฏร่างของหนิงเอ๋อร์ผ่านประตูเข้ามาพร้อมกับถาดอาหารลงไปเอามาจากด้านล่าง
นางได้ทำการนำอาหารนั้นมาวางเอาไว้บริเวณแล้วก็จะแจ้งทุกอย่างเอาไว้อย่างเสร็จสรรพ
“ เจ้าไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้นะ? ” หลี่หยางเอ่ยขึ้นมาด้วยใบหน้าหนักใจ
“ ไม่ได้เจ้าค่ะ ” นางตอบกลับมาอย่างทันควัน
หนิงเอ๋อร์นางเติบโตขึ้นมาโดยที่มีบิดาเป็นผู้เลี้ยงดูเพียงคนเดียวแม้ว่านางจะเป็นสตรีเติบโตมาภายในโรงตีเหล็กมันเลยทำให้นางเป็นสตรีที่มีนิสัยเป็นคนเด็ดเดี่ยวเป็นอย่างมาก
ก่อนตายบิดาของนางได้สั่งเสียเอาไว้นางจะทำทุกอย่างตามที่บิดาของตนเองได้บอกเอาไว้
หลี่หยางที่กำลังนั่งอยู่เขาเองก็จำใจเช่นเดียวกันเหตุใดผู้ที่เอาแต่ติดตามเขาล้วนแล้วแต่เป็นคนที่มีนิสัยเป็นคนหัวแข็ง
“ ว่าแต่เจ้ากระทำอันใดได้บ้างหมายถึงความสามารถน่ะ? ” หลี่หยางเขาอยากจะสอบถามความสามารถของนางไม่ว่าอย่างไรนางเองก็น่าจะมีความสามารถอยู่บ้างตามที่เขานั้นคิดเอาไว้
“ ข้าเติบโตขึ้นมากับท่านพ่อตัวของข้าแม้ว่าจะเป็นสตรีไม่สามารถฝึกฝนวิชาตีเหล็กอย่างท่านพ่อได้แต่ข้าก็มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องวัตถุดิบเกี่ยวกับการตีเหล็กเจ้าค่ะข้ารู้เกี่ยวกับพวกมันเป็นอย่างดีเพราะว่าเฝ้ามองท่านพ่อมาตั้งแต่ยังเล็ก ”
หนิงเอ๋อร์นางโตขึ้นมาภายในโรงตีเหล็กในขณะเดียวกันบอกว่าตนเองนั้นเป็นสตรีไม่มีเรี่ยวแรงพอที่จะทำการฝึกฝนวิชาตีเหล็กได้แต่ว่าการที่เติบโตขึ้นมาภายในสถานที่เช่นนั้นทำให้นางซึมซับหลายๆอย่างรอบกายมา
นางเป็นคนฉลาดช่วยท่านพ่อของตนเองแยกและวัตถุดิบมาตั้งแต่ในตอนยังเด็กถึงตอนนี้ช่วงเวลาหลายปีที่อยู่กับวัตถุดิบมาทำให้นางรู้เกี่ยวกับเรื่องวัตถุดิบในการตีเหล็กมากพอสมควร
หลี่หยางได้ยินเช่นนั้นเขาทำการพยักหน้าและกลุ่มใบหน้าของตนเองต่ำลงตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความคิด
‘ ถ้ามีนางชี้แนะเกี่ยวกับเรื่องวัตถุดิบก็น่าจะดีอยู่’
‘ หลังจากที่เราลองทำความเข้าใจดูแล้วเกี่ยวกับสกิลที่มีชื่อว่าจิตวิญญาณแห่งช่างตีเหล็กจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ การหลอม การตีขึ้นรูป และการลงรายละเอียด ’
‘ ทั้ง 3 อย่างเป็นเหมือนกับหลักสำคัญของสกิลชนิดนี้แต่ว่าตัวของเราเองก็ยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องวัตถุดิบในการตีเหล็กเลยการที่มีนางอยู่ด้วยอาจจะเป็นผลดีกับเราก็ได้’ หลี่หยางเริ่มมองเห็นประโยชน์เกี่ยวกับผู้ที่อยู่ข้างกายของตนเองมากขึ้น
แต่นี่เองก็เป็นสิ่งที่ตัวเขานั้นคิดเอาไว้อยู่แล้วเขารู้ตั้งแต่ในตอนแรกนางเติบโตขึ้นมาในโรงตีเหล็กน่าจะมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องตีเหล็กอยู่บ้างซึ่งมันแตกต่างกับเขาที่ไม่รู้อะไรเลย
หลี่หยางการก้มใบหน้าของตนเองต่ำลงแล้วก็เริ่มใช้ตะเกียบของตนเองตักสิ่งที่อยู่ด้านหน้าขึ้นมากินอย่างช้าๆ
กินไปคิดไปพลางอยู่สักพักร่างของคนผู้นึงได้ปรากฏกายออกมาที่ทำการเดินเข้ามานั่นคืออี้ชิง
เดินเข้ามาภายในห้องได้ประมาณสามก้าวหยุดเท้าของตนเองยกมือขึ้นมาประสานกันก่อนที่จะรายงาน“ ข้าเตรียมรถม้าเสร็จเรียบร้อยแล้วขอรับนายท่านตอนนี้เหลือเพียงแค่รอหลันเซ่อรวบรวมเสบียงและของใช้ที่จำเป็นเท่านั้น ”
อี้ชิงและหลันเซ่อได้ทำการแบ่งหน้าที่ของตนเองอย่างชัดเจนกระจายไปทำในส่วนที่ตนเองนั้นได้รับมอบหมาย
หลี่หยางได้ยินเช่นนั้นเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่จะตอบกลับไป“ ไม่จำเป็นจะต้องรีบร้อนขนาดนั้นก็ได้ เมื่อวานพวกเราเดินทางมาทั้งวันโดยที่ไม่ได้หยุดพักจนมาถึงเมืองแห่งนี้วันนี้เองก็พักอยู่ที่เมืองแห่งนี้อีกสักวันก็ได้แล้วค่อยออกเดินทาง ”
หลี่หยางเขารู้ดีว่าเขามีเวลาอีกตั้ง 2 เดือนในการเถลไถลอยู่บริเวณด้านนอกเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ก่อนที่จะเดินทางกลับไปที่เมืองหลวง
อี้ชิงทำการพยักหน้าตอบรับ
“ แล้วเรื่องสมาพันธ์จอมยุทธที่พวกเราจะทำการเดินทางไปกำหนดเส้นทางแล้วใช่หรือไม่?” หลี่หยางทำการส่งสายตาไปถามอี้ชิง
“ เรียบร้อยแล้วขอรับ!!ข้าลองเลือกสมาพันธ์จอมยุทธที่น่าจะดีที่สุดให้กับพวกเราแล้วใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 6 วัน ” อี้ชิงตอบกลับนายน้อยของตัวเองอย่างรวดเร็ว
หลี่หยางเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็วางชัยก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อ
หลันเซ่อทำการรวบรวมอาหารที่ใช้ในการเดินทางเอาไว้และก็รวบรวมของใช้ที่จำเป็นไม่ว่าจะเป็นยารักษาบาดแผลหรือแม้กระทั่งพวกของใช้ต่างๆเล็กๆน้อยๆเขาสามารถรวบรวมมาได้ทั้งหมดอย่างไม่ขาดตกเลย
รถม้าที่ทำการซื้อมาก็เป็นรถม้าเกวียนลากขนาดใหญ่บริเวณตัวรถม้าด้านหลังสามารถให้คนเข้าไปนั่งและนอนอยู่ได้ประมาณ 5-6 คน บริเวณด้านหน้าของรถมาใช้อาชา 3ตัวของพวกเขาเป็นตัวขับเคลื่อน บริเวณที่นั่งคนขับสามารถนั่งได้ 3คน
มองดูแล้วมันก็เป็นรถม้าที่กว้างขวางเป็นอย่างมากเรียกได้ว่าใหญ่โตมากพอสมควรเลยทีเดียวใช้ในการเดินทางน่าจะสะดวกสบาย
พวกเขาทำการตัดสินใจพักผ่อนที่เมืองแห่งนั้นอีก 1 วันเป้าหมายที่ทำการกำหนดการเดินทางเอาไว้จะต้องเดินทางต่อไปอีกประมาณ 6 วันเพราะแบบนั้นก็เลยตั้งใจจะหยุดพักที่เมืองแห่งนี้อีกสักพักเพื่อที่จะทำการเตรียมร่างกายของตนเองให้พร้อมในการเดินทางไปถึงสถานที่แห่งนั้น
ช่วงเวลาพัก 1 วันหลี่หยางพักร่างกายอย่างเต็มที่พร้อมกับคนที่จะร่วมเดินทางไปกับเขาด้วย
ช่วงยามเช้าของวันที่ 2ที่เขาพักที่สถานที่แห่งนี้เขาตื่นขึ้นมาตั้งแต่ในยามเช้าทำการกินข้าวมื้อเช้าจนเสร็จรีบทำการจัดเตรียมรถม้าอย่างรวดเร็ว
แต่เมื่อเขาทำการเดินลงมาถึงบริเวณด้านล่างก็พบเห็นว่ารถม้าที่จอดอยู่บริเวณด้านหน้าโรงเตี๊ยมมันได้ถูกจัดเตรียมทุกอย่างจนเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว
ข้าวของทุกอย่างทุกขนขึ้นไปบนรถม้าคนที่กระทำเรื่องนี้ก็คืออี้ชิงและหลันเซ่อทั้งสองตื่นมาตั้งแต่ในยามท้องนภายังมืดมิดและก็ได้จัดเตรียมข้าวของทุกอย่างเอาไว้จนหมด
เมื่อเดินมาถึงพร้อมกับหนิงเอ๋อร์หลันเซ่อและอี้ชิงก็ยืนรออยู่บริเวณข้างๆรถมาอยู่ก่อนแล้ว
ทั้งสองทำการยกมือขึ้นมาประสานกันด้านหน้าพร้อมกับรายงานออกไป“ ทั้งหมดจัดเตรียมเรียบร้อยแล้วขอรับ? ”
หลี่หยางได้ยินเช่นนั้นทำการพยักหน้า
แต่ในตอนที่พวกเขานั้นกำลังจะออกเดินทางบริเวณท้องนภาด้านบนมันก็ได้ค่อยๆมีบางอย่างที่โปรยปรายลงมา
หลี่หยางสังเกตได้ตั้งแต่ในตอนเช้าแล้วตอนเช้าท้องนภาด้านบนนั้นมันดูมืดผิดปกติไม่เพียงเท่านั้นบรรยากาศบริเวณรอบๆมันยังหนาวเย็นมากกว่าธรรมดาทั่วไป
และในตอนนี้บริเวณด้านบนท้องนภาทั้งหมดถูกปกคลุมไปด้วยก้อนเมฆสีขาวโพลนสิ่งที่มันโปรยปรายลงมาจากด้านบนท้องนภามันคือก้อนสีขาวที่ราวกับปุ๋ยนุ่นพวกมันร่วงหล่นลงมา
หลี่หยางเงยใบหน้าของตนเองขึ้นไปมองบริเวณด้านบนก่อนที่เขาจะทำการยกฝ่ามือของตนเองขึ้นมาแล้วก็ยื่นไปสัมผัสกับสิ่งที่มันโปรยปรายลงมาจากบนท้องนภา
มือของเขาที่ยื่นไปสัมผัสสัมผัสกับผิวขาวนั้นให้ความรู้สึกเย็นเฉียบ
หลี่หยางมองพวกมันด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยก่อนที่จะกล่าวออกมา “ฤดูหนาวมาถึงแล้ว จะเรียกว่าเป็นเรื่องดีดีหรือไม่ ออกเดินทางในช่วงตอนนี้ ”
“ ไปกันเถอะ.. ” หลี่หยางก้าวขึ้นไปสู่รถม้าแล้วเข้าไปนั่งด้านในอย่างรวดเร็ว
--
ระบบ : อากาศเย็นตัวลง
--
ข้อความจากระบบแจ้งเตือนขึ้นมาfhko
พวกเขานั้นออกเดินทางในช่วงเวลาที่ดินแดนแห่งนี้เข้าสู่ฤดูหนาวฤดูเหมันต์ที่หนาวเหน็บได้มาเยือนก้อนหิมะโปรยปรายลงมาจากด้านบนท้องนภา
รถม้าคันนึงได้ทำการขับเคลื่อนออกจากเมืองแห่งนี้มุ่งตรงไปยังเส้นทางที่มันตั้งเป้าหมายเอาไว้
หลี่หยางและหนิงเอ๋อร์ตั้งอยู่ภายในรถม้าบริเวณด้านนอกคนที่ขับเคลื่อนรถม้ามีอยู่สองคนนั่นก็คืออี้ชิงและหลันเซ่อมีพวกเขารับตำแหน่งเป็นสารถีผู้ขับเคลื่อนรถม้า
ในช่วงฤดูเหมันต์เช่นนี้หิมะที่ตกปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณมันไม่ได้ให้เพียงแค่ความหนาวเย็นที่เป็นอุปสรรคต่อร่างกายของพวกเขาเท่านั้นแต่ว่าพวกมันตกลงมาทำให้การเดินทางสามารถเดินทางได้ยากลำบากมากขึ้นด้วย
เส้นทางที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะหนามันทำให้รถม้าสามารถวิ่งได้เชื่องช้าลงหลังจากที่ออกเดินทางมาประมาณสองวันก็คิดได้ว่าบางทีการเดินทางในครั้งนี้อาจจะต้องใช้เวลามากขึ้น
สุดท้ายแล้วมันก็เป็นจริงเช่นนั้นกว่าที่พวกเขานั้นจะสามารถเดินทางไปถึงเป้าหมายของตนเองได้ก็ใช้เวลาไปร่วม10 วัน
เดินทาง 10 วันที่ผ่านมาเพราะว่าได้รับเสื้อคลุมขนสัตว์ที่สามารถปกป้องตนเองจากความหนาวเย็นได้ในระดับนึงที่หลันเซ่อจัดเตรียมเอาไว้ให้มันเลยทำให้พวกเขานั้นพอจะทนทานกับความหนาวเย็นในระหว่างการเดินทางได้
แต่ในที่สุดพวกเขานั้นก็สามารถเดินทางมาถึงเป้าหมายของตนเองได้เรียบร้อยแล้ว
--
ระบบ : ยินดีต้อนรับสู่หมู่บ้านไร้นาม
--
จบบท