สู้ศึกต่างโลก : ด้วยคุณสมบัติ Plus(+) แห่งลอร์ด

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 114 นี่มันสมเหตุสมผลแล้วเหรอ?

            กองทัพทั้งสองเข้าปะทะกันอย่างดุเดือด

            นี่คือโอกาสทองที่ทหารกล้าเซียนฉินจะแสดงฝีมือ!

            เมื่อกระบวนทัพเริ่มเคลื่อนไหวยามที่ใช้ทักษะ พวกนางก็ราวกับเครื่องจักรสังหารไร้ความรู้สึก ไม่ว่าไปที่ใดก็ต้องเกิดการสังหารขึ้นที่นั่น

            เย็นชาไร้เมตตา และน่าสะพรึงกลัว!

            แม้ศัตรูจะมีจำนวนมากกว่าทหารกล้าเซียนฉินนับสิบเท่าแต่ก็ถูกสังหารจนทิ้งเกราะทิ้งอาวุธ ดูท่าจะแตกพ่ายในไม่ช้า!

            ในวินาทีสำคัญนั้นบอสก็ร้องคำรามลั่น ชูป้ายอาญาในมือขึ้นสูง!

            “ค่ายกล!”

            ในชั่วพริบตาถัดมาเหล่าทหารกล้าแห่งเผ่าดารารัตติกาลคำรามก้อง เริ่มจัดวางค่ายกลขึ้นพร้อมสังหาร

            ที่ด้านหลังจอมเวทนับไม่ถ้วนต่างก็ทะยานขึ้นฟ้า และเริ่มร่ายเวทกันอย่างต่อเนื่อง!

            “ร้ายกาจจริงๆ!”

            จากนั้นอู๋ฉือก็ออกคำสั่งเหล่าสาวงามแห่งวังจันทรากระจ่างต่างก็รีบร้อนออกโรง

            ร่ายรอยประทับในมือออกไป

            ลำแสงจันทราโลหิตทะยานขึ้นฟ้าและพุ่งเข้าใส่จากระยะไกล!

            เหล่าจอมเวทยังคงร่ายเวทต่อไปอย่างไร้สติพลันถูกลำแสงจันทราโลหิตพุ่งเข้าใส่

            พวกมันส่วนน้อยสามารถป้องกันไว้ได้ส่วนใหญ่ถูกขัดจังหวะการร่ายเวท ส่งผลให้พลังธาตุสะท้อนกลับทันทีทำให้พวกมันร่วงหล่นจากฟากฟ้า!

            คาดว่าคงบาดเจ็บกันไม่น้อย!

            แต่ถึงอย่างไรพวกมันก็คือมอนสเตอร์ไร้ซึ่งความต้องการพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตดังนั้นเพียงไม่นานพวกมันก็ทะยานขึ้นฟ้าอีกครั้ง และเริ่มร่ายเวทอย่างรวดเร็ว

            เมื่อเห็นดังนั้นผู้ฝึกตนแห่งวังจันทรากระจ่างจึงเข้าร่วมการต่อสู้โดยตรง

            รอยประทับหลากชนิดพุ่งออกไปอย่างต่อเนื่อง!

            แม้จำนวนของพวกนางจะด้อยกว่าศัตรูอย่างมาก

            แต่ด้วยการร่ายเวทสามกระบวนท่าพร้อมกันได้นั้นเหล่าสาวงามแห่งวังจันทรากระจ่างยังคงแสดงพลังอันน่าเกรงขามออกมาได้!

            จันทราดับสังหารสิ้นซาก

            แสงจันทราโลหิตถล่มร่างมอนสเตอร์

            เชือกผนึกเซียนพันธนาการจอมเวทชั่วคราว...

            การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด!

            เริ่มต้นด้วยการปะทะของกระบวนทัพตามมาด้วยพลังเวทที่แผ่กระจาย

            กระบวนทัพศัตรูถูกทำลายทหารกล้าเซียนฉินตะโกนก้อง รวมกลุ่มกันเข้าปะทะไม่หยุดยั้ง

            ไม่ว่าจะคนมากหรือน้อยพวกนางก็แสดงพลังการต่อสู้ที่ไร้เทียมทานออกมาได้อย่างสง่างาม!

            เมื่อเทียบกันแล้วพวกนางคือตัวเอกในสนามรบ

            หน้ากากสำริดโบราณน่าสะพรึงกลัวในมือถืออาวุธทั้งแทงและฟัน

            กระบี่ฉินวาดฟ้อนในระยะ 2เมตรไม่มีผู้ใดต้านทานได้!

            พลังอำนาจ ความเร็ว และขวัญกำลังใจ ปะทุออกมาอย่างต่อเนื่อง!

            ..........

            จากสถานการณ์ในตอนนี้เห็นได้ชัดว่าพวกของอู๋ฉือกำลังได้เปรียบ!

            “ท่านลอร์ด ทหารของเราแข็งแกร่งมากเลยเจ้าค่ะ” ฉินเข่อชิงแย้มยิ้ม

            แต่หลินไต้อวี้กลับขมวดคิ้วเล็กน้อยราวกับมีความคิดเห็นอื่น

            อู๋ฉือกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง

            แต่หางตากลับเหลือบเห็นบอสของอีกฝ่ายเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว!

            มันชูหอกและโล่ขนาดใหญ่พลันกระโดดขึ้นจากพื้นดิน ข้ามผ่านระยะทางหลายร้อยเมตรพุ่งเข้าสังหารทหารกล้าเซียนฉินอย่างรวดเร็ว!

            “ไต้อวี้!” อู๋ฉือหรี่ตาลง

            อีกฝ่ายเป็นบอสระดับ30แม้แต่การพุ่งเข้าใส่เพียงครั้งเดียวก็สามารถกระแทกทหารกล้าเซียนฉินหลายนายกระเด็นไปได้

            หอกของมันมีเปลวไฟลุกโชนบนโล่ของมันประดับด้วยหิน

            เห็นได้ชัดว่าทั้งหมดเป็นพลังที่เหนือธรรมชาติ!

            นี่คือแม่ทัพของเผ่าดารารัตติกาลเป็นผู้แข็งแกร่งในยามมีชีวิต และยิ่งน่ากลัวขึ้นเมื่อกลายเป็นมอนสเตอร์มิติ!

            ในขณะที่มันถือหอกหวังจะฉีกกระบวนทัพให้ขาดวิ่น เพื่อสร้างโอกาสให้ทหารของตน!

            เคร้ง~!

            คมกระบี่วาดผ่านมา!

            “หนึ่ง... ตัดฝนวายุ!”

            เสียงใสระคนเยือกเย็นดังมา

            บอสเงยหน้าขึ้นอย่างกะทันหันเห็นลำแสงสีขาวฟาดฟันเข้าใส่ตนเอง

            รวดเร็ว!

            รวดเร็วที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา!

            และเมื่อแสงสีขาวจางหายไป

            บอสเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจมองเห็นร่างงามอ่อนช้อยตระหง่านอยู่ตรงหน้า

            และแขนที่มันถือหอกนั้นถูกฟันขาดไปแล้ว...

            “ดาบเก้าสังหาร!”

            อู๋ฉือยืนมองด้วยจิตใจที่สั่นไหว

            หลังจากหลินไต้อวี้เปลี่ยนอาชีพอู๋ฉือก็มอบทักษะ ‘ดาบเก้าสังหาร’ ให้นาง

            จนถึงวันนี้พลังของนางได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ไม่ใช่แค่เคล็ดวิชาเท่านั้นแต่ยังรวมถึงทักษะด้วย!

            ..........

            [หลินไต้อวี้]

            (ละไว้)

            [ระดับ: 10 (0/5000)]

            [อาชีพ: ผู้สืบทอดวังเทพวารี]

            [พละกำลัง: 2140+740 (ค่าสถานะพื้นฐาน 172, ค่าสถานะทักษะวิชาฝึกตน 40, เพิ่มค่าสถานะ 1000%)(ค่าสถานะอุปกรณ์ 630, ค่าสถานะสายสัมพันธ์ 20,ค่าสถานะดินแดน 110)]

            [จิตวิญญาณ: 720+230 (ค่าสถานะพื้นฐาน 42, ค่าสถานะทักษะวิชาฝึกตน 28, เพิ่มค่าสถานะ 1000%)(ค่าสถานะอุปกรณ์ 120, ค่าสถานะสายสัมพันธ์ 20,ค่าสถานะดินแดน 110)]

            [วิชาฝึกตน: คัมภีร์เทพวารี (3/9)]

             

            [ทักษะ: ดาบเก้าสังหาร (ระดับ 6+4)]

            (ละไว้)

            ..........

            [คำอธิบาย: หลินไต้อวี้กวัดแกว่งดาบ ฟันทำลายขุนเขาลำธาร!]

            ..........

            ในฐานะฮีโร่หลักที่อู๋ฉือฝึกฝนหลินไต้อวี้มีอุปกรณ์ระดับตำนานสีทองมากที่สุด

            อุปกรณ์สีทองที่ได้รับมาจากการสังหารบอสในการทดสอบมือใหม่หลินไต้อวี้ได้รับไปทั้งหมดเท่าที่นางจะสวมใส่ได้!

            และในช่วงเวลานี้วิชาฝึกตนและทักษะของนางก็เพิ่มขึ้นในระดับหนึ่งเช่นกัน!

            ‘ดาบเก้าสังหาร’ ไม่ทำให้เสียชื่อวิชาฝึกตนระดับตำนานสีทองภายใต้ ‘การหยั่งรู้’ ของพฤกษาแห่งสายใยวาสนาเลยในตอนแรกนางสามารถยกระดับได้วันละหนึ่งระดับแต่ต่อมาต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะยกระดับได้หนึ่งครั้งเนื่องจากความต้องการค่าประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

            แต่ก็ยังดีที่การหยั่งรู้หนึ่งครั้งต่อวัน ทำให้นางฝึกฝนจนถึงระดับ 6ได้ แม้จะยากลำบากก็ตาม!

            และด้วยการเสริมพลังจาก‘ถ้ำสวรรค์ไท่อิน’ และสถานะเสริมของเจี่ยอิ๋งชุน

            ‘ดาบเก้าสังหาร’ จึงอยู่ในระดับ 10 แล้ว

            พลังทำลายล้างนั้นน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง!

            “ไต้อวี้... ช่างน่ากลัวจริงๆ!” ฉินเข่อชิงอดไม่ได้ที่จะอุทานด้วยความตกใจ

            นางสัมผัสได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของบอสฝ่ายตรงข้ามเพราะมีระดับห่างกันถึง 20 ระดับ

            หากให้นางไปต่อสู้คงต้องถอยหนีไปสามก้าวเป็นอย่างน้อย

            “ใช่แล้ว...”

            “จะว่าไป... ตอนนี้ไต้อวี้กระตือรือร้นในการต่อสู้มาก...” อู๋ฉือมีสีหน้าแปลกๆ

            เดิมทีนางควรจะเป็นคนอ่อนแอขี้แง แต่ตอนนี้กลับกลายเป็น “อันธพาลน้อย” ไปแล้ว

            นี่มันสมเหตุสมผลแล้วเหรอ?

            แทบจะเป็นคนละคนอยู่แล้ว!

            ..........

            “ผู้บุกรุก!”

            บอสคำรามลั่นเนื้อหนังบนแขนกระตุกสั่น แล้วแขนข้างใหม่ก็งอกออกมา

            มันใช้ทักษะกระทืบสะท้านแผ่นดินกระทืบเท้าลงอย่างรุนแรง พื้นดินพังทลายลงคลื่นพลังงานอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งเข้าใส่หลินไต้อวี้ในทันที!

            “สอง... ตัดขุนเขาลำธาร!”

            หลินไต้อวี้จับจ้องพลังปราณแห่งปฐมแผ่ซ่านรายล้อม เคล็ดวิชาลึกลับแห่งชาติอันทรงพลังผสานกับทักษะวิชาการต่อสู้อันแข็งแกร่ง พลันปรากฏประกายแสงเจิดจ้าสว่างไสว!

            ขวับ~!

            แสงดาบทะลวงผ่านคลื่นพลังงานฟาดฟันออกไปในพริบตา!

            “อ๊าก~!”

            บอสกรีดร้องอย่างน่าอนาถแขนของมันถูกฟันขาดไปอีกครั้ง

            มันรีบเร่งฟื้นฟูเนื้อหนังส่งเสียงคำรามลั่น พร้อมกับร่างกายที่ขยายใหญ่ขึ้นเจ็ดแปดเท่ากลายเป็นยักษ์ร่างมหึมา!

            “โฮก!!! ฆ่า! ฆ่า!”

            มันคว้าทหารกล้าเผ่าดารารัตติกาลที่อยู่ข้างๆแล้วกลืนกินเข้าไปทันที

            ร่างเนื้ออันน่าสะพรึงกลัวของมันก็ใหญ่ขึ้นอีกแรงกดดันที่น่ากลัวก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง!

            พลังสายเลือดพละกำลัง และจิตวิญญาณของมัน ล้วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องราวกับจะกลายร่างเป็นมอนสเตอร์ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งขึ้น!

            เมื่อเห็นดังนั้นอู๋ฉือก็พลันขมวดคิ้ว เปลี่ยนรูปแบบ ‘พลังแห่งฮีโร่’เป็น ‘หลินไต้อวี้’ คิดจะเข้าไปช่วยต่อสู้

            รูปแบบ‘พลังแห่งฮีโร่’ มีแต่ค่าสถานะฮีโร่เท่านั้นไม่รวมค่าสถานะเสริมพิเศษ!

            แต่ก็มีพละกำลังถึง2120แต้ม

            บวกกับ‘ดาบเก้าสังหาร’ ที่เขาก็สามารถแสดงพลังระดับ 10ออกมาได้เพียงพอที่จะปลดปล่อยพลังการต่อสู้อันน่าสะพรึงกลัวได้แล้ว!

            ทว่า...ก่อนที่เขาจะก้าวเท้าออกไป เขาก็ยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง

            เหมือนว่าเขาคิดมากเกินไป...

            “สาม... ตัดชีวิตและความตาย!”

            คมดาบฟาดฟันออกไปอีกครั้ง!

            “สี่... ตัดภูตผีปีศาจ!”

            “ห้า... ตัดชะตาฟ้า!”

            ..........

            เพียงแค่ดาบที่ห้า

            บอสก็ถูกฟันแหลกละเอียดเป็นชิ้นเนื้อเลือดสาดกระเซ็น แม้กระทั่งวิญญาณก็ถูกทำลายสิ้น

            มันล้มลงกับพื้นพร้อมกับกล่องสมบัติสังหารที่ปรากฏขึ้น

            “เก็บกวาดมอนสเตอร์ตัวเล็กๆ กันเถอะ”

            อู๋ฉือยิ้มอย่างช่วยไม่ได้พลางหยิบมีดระดับ 10 สีม่วงออกมา

            เขาก้าวเท้าออกไปแสดงกระบวนท่า “หนึ่ง... ตัดฝนวายุ” ออกไปอย่างกระตือรือร้น สังหารทหารกล้าเผ่าดารารัตติกาลไปสองสามคน

            ฉินเข่อชิงก็แย้มยิ้มแล้วเริ่มเก็บกวาดสนามรบอย่างไร้ความปรานี!

            เมื่อบอสศัตรูตายแล้ว‘บอส’ ฝ่ายเราก็ปรากฏกาย

            แน่นอนว่าผลลัพธ์ย่อมถูกกำหนดไว้แล้ว

            สิบกว่านาทีต่อมากองทัพเผ่าดารารัตติกาลถูกทำลายสิ้น

            กล่องสมบัติสังหารถูกเหล่าฮีโร่และทหารนำกลับมาและถูกอู๋ฉือเก็บเข้าช่องเก็บของไปทั้งหมด

            การต่อสู้ที่เหนือกว่าระดับครั้งนี้ไม่ได้ยากเย็นนัก และไม่มีใครเสียชีวิต

            แม้แต่ผู้ที่บาดเจ็บก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น!

            สาวงาม2คนจากวังจันทรากระจ่างร่างกายอ่อนล้าและมีเลือดออกภายในเนื่องจากรีบร้อนร่ายเวทมากเกินไป

            ทหารกล้าเซียนฉิน7นาย ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการถูกรุมโจมตี

            แต่พวกนางกลับไม่สนใจเลยด้วยจิตใจที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า จึงไม่ใส่ใจกับเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้แม้แต่น้อย