“ ท่านเทพพยากรณ์ ข้ารับสืบทอดได้แค่ 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ข้าต้องไปรับสืบทอดต่อที่ไหนก่อนดี” อาซันกระตือรือร้น อยากรับมรดกที่เหลือ
“ เจ้าต้องไปที่ สำนักสยบสวรรค์ แล้วไปที่ สำนักกระบี่สุริยัน สำนักเทวาลัยเร้นลับ แล้วก็มาจบที่ที่สำนักของเจ้าสำนักเอกภพ” ท่านเทพสวรรค์แนะนำ
“ ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวไปสำนักสยบสวรรค์ก่อน” อาซันทำท่าจะไปแต่ถูกหยุดไว้ที่หัวหน้าสำนักธารารมย์
“เจ้าจะรีบไปไหน เรายังไม่ได้คุยเรื่องงานแต่งงานของเจ้ากับจูเลียเลย” เจ้าสำนักเอ่ยเสียงเรียบ
“ เรื่องนี้ไม่ใช่ว่ายกเลิกไปแล้วหรือ” อาซันสงสัยแต่ก็พูดไม่เต็มเสียง
“ เจ้าเป็นทายาทของสุริยะเทพ ยังไงก็ต้องแต่งกับ จูเลีย จะรอให้นานกว่านี้ไม่ได้หากว่าจูเลียถูกพลังหยินกลืนกินไปหมด แล้วจะทำอย่างไร” ป้าซีซัสรีบพูดทันที
“ อะไรเรียกว่าพลังหยินกลืนกิน” อาซันสงสัย ป้าซีซัสมองอาซันตาขวาง
“ ประจำเดือนย้อนกลับ นี่เจ้าเข้าใจไหม” รองซีซัสเอ่ยตรงตรง
“ แบบเดียวกับ โรคช็อคโกแลตซีสต์เหรอ” อาซันนึกขึ้นได้ไม่รู้แบบเดียวกันไหม
“ เจ้าพูดอะไรข้าไม่เข้าใจ “ รองซีซัสสงสัย
“ ก็โรคนี้ถ้าแต่งงานแล้วอาการที่เป็นอยู่ก็จะหายไป พวกท่านเลยต้องให้ข้ารีบแต่งกับจูเลียใช่ไหม” อาซันเริ่มเข้าใจเหตุผลของทุกๆ คน แต่ว่าครั้งที่เขาสัมผัสมรดก ได้มีดวงหน้าในอดีตที่เคยเป็นภรรยาของเขาปรากฏขึ้นมา สองคนแล้ว หนึ่งในนั้นคือ จูเลียนี่เอง ความจริงอาซันอยากไปรับมรดกเร็วๆ ส่วนหนึ่งก็เพราะอยากรู้ว่า ภรรยาที่เหลือของเขาอีก 7 คนหน้าตาเป็นอย่างไรบ้าง
“ อาจารย์ข้าไม่แต่งกับเขา” จูเลียรีบบอกก่อนทันที
“ ไม่ได้ท่านเทพพยากรณ์ ท่านบอกนางทีเถอะ” เจ้าสำนักโยนให้เทพพยากรณ์จัดการ
“ จูเลีย เรื่องนี้มันถูกลิขิตไว้แล้ว ไม่ว่าเจ้าทั้งสองคน จะเป็นอย่างไร เจ้าทั้งสองคือคู่กัน เอาอย่างนี้ พวกเจ้าทั้งสองเดินทางไปพร้อมกัน พอรับมรดกครบแล้ว ถ้าหากพวกเจ้าไม่ชอบพอกัน ก็ไม่ต้องอยู่ด้วยกัน ดีไหม” ท่านเทพพยากรณ์เอ่ยด้วยรอยยิ้ม จูเลีย รับคำ อาซันก็ไม่มีปัญหา
สุดท้าย อาซันให้ศิษย์พี่นำจดหมายจากอาจารย์เจ้าสำนักธารารมย์ไปให้เจ้าสำนักเอกภพ ส่วนอาซันยังไม่กลับเพราะทำงานให้เสร็จก่อน จากนั้น อาซันกับจูเลีย ก็นั่งเรือเหาะของอาซันมุ่งสู่สำนักสยบสวรรค์เป็นที่แรก
เมืองอีสเทิร์นฟิวด์ สำนักสยบสวรรค์
อาซันกับจูเลียมานั่งรอด้านหน้าทางเข้าสำนักสยบสวรรค์เพื่อยื่นจดหมายจากเจ้าสำนักธารารมย์ เพื่อขอเคารพรูปปั้นเพื่อรับมรดกจอมจักรพรรดิยมเทพ
“ ข้าบอกเจ้าแล้วให้เข้าไปกลางคืน แล้วก็รับมรดก แล้วก็กลับไปเลย จะได้ไม่เสียเวลา ดูซิ เห็นไหม รอมาครึ่งวันยังไม่ยอมให้เราเข้าสำนักเลย” อาซันเริ่มบ่นให้จูเลียฟัง
“ มันจะเป็นไร รอนิดรอหน่อย นี่เจ้าเป็นผู้ชายหรือเปล่า ข้าเป็นผูหญิงยังไม่บ่นเลย” จูเลียก็รู้สึกว่าทำไมถึงได้ช้านัก
ในที่สุดก็มีคนเข้ามาเชิญทั้งสองเข้าไปในสำนักแล้วก็นั่งรอที่ด้านในอาคารของสำนักสยบสวรรค์อีก ไม่ได้พบหัวหน้าสำนัก ทำให้อาซันเริ่มหงุดหงิดมาก เกือบจะอาละวาดแล้ว แต่จูเลียลูบหลังบอกให้ใจเย็นไว้ก่อน
ขณะที่ด้านในเจ้าสำนัก กับรองเจ้าสำนัก และศิษย์ระดับ 1-10 กำลังประชุมกัน
“ ท่านเจ้าสำนักเป็นเช่นนี้แสดงว่า รูปปั้นท่านจอมจักรพรรดิต้องมีมรดก หรือ เคล็ดวิชาลับที่สำคัญแน่ๆ เลย พวกเราจะปล่อยให้พวกมันเอาไปไม่ได้” รองเจ้าสำนักเสนอ
“ ให้พวกศิษย์ ระดับ 1-10 ไปทดลองรับมรดกก่อน ถ้าไม่ได้พวกเราค่อยมาคิดกันอีกที” เจ้าสำนักสั่งการ โดยไม่ได้คิดเลยว่าราชาพ่อมด กำลังใกล้เข้ามาแล้ว
ทำให้อาซัน กับ จูเลียต้องรออีกนาน อาซันเริ่มใช้จิตตรวจสอบว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ในที่สุดก็เห็นรูปปั้นของจอมจักรพรรดิยมเทพ มีศิษย์สำนักสยบสวรรค์ กำลังพยายามดูด มรดกจากรูปปั้นอยู่ กันทั้งสิบคน แต่ไม่มีใครเลยที่จะทำได้
“ จูเลีย พวกมันกำลังไปทดลองรับมรดก กับรูปปั้นจอมจักรพรรดิยมเทพกันอยู่ นี่คือสาเหตุไม่ยอมให้เราเข้าไป “ อาซันเอ่ยกลับจูเลีย
“ มากเกินไปแล้ว ทำแบบนี้ได้ยังไง ไม่ใช่ใครก็รับมรดกนี้ได้ อาซันไปกัน ไปที่รูปปั้นกันเลยเสียเวลามานานแล้ว” จูเลียบอกอาซันให้ลุยเลย ทำให้อาซันตกใจนิดหน่อย
ไม่นึกว่าจูเลียจะกล้าลุย อาซันมาถึงก็เห็นเควนตินกำลังทำท่าดูดมรดก จากจากรูปปั้นหน้าดำคร่ำเครียด แต่ก็ไม่สามารถทำได้
“ พวกเจ้าดูดกันพอแล้วหรือยัง” อาซันไปถึงก็ถามทันทีเลย
“ นี่เจ้าเข้ามาในเขตหวงห้ามนี้ได้อย่างไร” แควนตินรีบเอ่ยก่อนทันที
“ พวกเจ้าจะไปไหนก็ไป ข้าต้องใช้สมาธิ “ อาซันไล่คนสำนักสยบเทพให้ออกไป
แต่บางคนไม่ยอมไปแถมพุ่งเข้าโจมตีอาซันทันที แต่ไม่มีใครเข้าใกล้อาซันได้เลยเพราะอาซันใส่พลังเหมันต์โดยรอบ ใครเข้าใกล้อาซัน ต้องกลายเป็นน้ำแข็งทุกคน มีคนลองของ เกือบสิบคน ทุกคนกลายเป็นหุ่นน้ำแข็งทันที อาซันให้ภูมะ
ออกมา แล้วกลายเป็นปืนกล คอยป้องกันภัยให้ด้วย พร้อมบอกให้จูเลีย เข้ามาในเขตด้านใน คอยคุมเชิงอีกที เขาจะเริ่มดูดซับ มรดก อาซันใช้เวลาไม่นานก็ดูดซับจนเสร็จ ไม่มีใครกล้าเข้าสักคน เริ่มมีรองเจ้าสำนัก และเจ้าสำนักสยบฟ้า ปรากฏกายแล้ว
“ บังอาจกล้าเข้ามาในเขตหวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต แถมยังทำร้ายศิษย์ของข้าอีก จัดการมัน” เจ้าสำนักสั่งเสร็จ รองเจ้าสำนักทั้งสอง พุ่งเข้าทำร้ายอาซัน กับ จูเลียทันที ปังๆๆๆๆๆๆ ภูมะอยู่ใกล้กับจูเลียช่วยป้องกันไม่ให้รองเข้ามาใกล้วพอยิงกระสุนปืนกลเข้าไป รองเจ้าสำนักที่ 1 ถึงกับหลบแทบไม่ทัน สำหรับอีกคนพุ่งเข้าทำร้ายอาซัน พอเข้ามาในเขตความเย็นก็ถูก ความเย็นทำให้ร่างกายเป็นน้ำแข็ง แล้วโดนอาซันอัดด้วยหมัดมฤตยู ร่างกระเด็นออกไปไม่ทันได้เข้าใกล้ นอนหมดสภาพ รองเจ้าสำนักทันที
เจ้าสำนักสยบสวรรค์ มีพลังขอบเขตราชันพุ่งหมัดสยบสวรรค์เข้าใส่อาซันอย่างไม่มีการปราณี อาซันถอยหลังไปก้าว แล้วปล่อย พลังเพลิงสุริยะเข้าปะทะ ตูม
ร่างของเจ้าสำนักสยบสวรรค์ถูกกระแทกถอยร่นออกไป ที่หมัดมีรอยไหม้เกรียม จนต้องร้องออกมา ส่วนอาซันถอยหลังไปหลายก้าวเช่นกัน
“ มีใครกล้าอีกไหม อาซันเอ่ยถามทุกๆ คน” ไม่มีใครตอบอาซันสักคน อาซันเรียกเรือเหาะมาแล้วพาจูเลีย ไปที่สำนักกระบี่สุริยันต่อทันที
ทุกคนรีบมาดูอาการของเจ้าสำนักทีถูกหมัดเพลิงสุริยะ
“ ข้าไม่เป็นไรมาก ถ้ามันเอาจริง เกรงว่าร่างของข้าคงถูกแผดเผาไปแล้ว เฮ้อ หรือว่า มันจะเป็นท่านจอมจักรพรรดิยมเทพมากำเนิดใหม่จริงๆ “ เจ้าสำนักสยบสวรรค์เริ่มรู้สึกเป็นกังวล
อาซันกับจูเลีย ทั้งสองหลังจากออกมาก็พุ่งตรงมาสำนักกระบี่สุริยันที่เมืองเซาวท์เทิร์นฟิวด์ทันที พอมาถึงที่ตั้งสำนัก อาซันก็พบว่า สำนักแห่งนี้ กลายเป็นที่รกร้างไปแล้วจริงๆ แล้วทำไมหมิงปาซัน ถึงได้แอบอ้าง เป็นทายาทของกระบี่สุริยัน
แต่พลังกระบี่ของมันก็มีพลังเพลิงสุริยันเหมือนกัน
ทั้งสองค้นหาก็พบรูปปั้นของจอมจักรพรรดิยมเทพ อาซันลงมือดูดซับทันที คราวนี้ อาซันได้รับรู้เคล็ดลับการดูดพลังรอบๆตัว ขึ้นมาอีกรูปแบบหนึ่งคือ ในอากาศมีพลังงานทั่วไป เรียกว่าอะตอมเราสามารถเรียกใช้พลังงานอะตอมได้โดยนำมาเป็นพลังงานต่างๆ เพื่อใช้ต่อสู้กันโดยทั่วไป
แต่หารู้ไม่ในแกนกลางอะตอมนั้น มีพลังอีกชนิดหนึ่งที่ทรงอานุภาพมากกว่าหลายเท่านั่นคือ นิวเครียส หากนำพลังนี้ออกมาใช้ได้ จะเกิดปฏิกิริยา เรียกว่า นิวเครียสฟิวชั่น จะทำให้เกิดมีพลังออกมามากกว่า100 เท่า จากที่ดึงพลังธรรมชาติมาใช้กัน แต่คนที่จะถึงพลังมาใช้ได้ทันทีต้องมีหินกำเนิดโลกเท่านั้นที่สามารถดึงพลังงานจากนิวเครียสมาใช้ได้ทันที อาซันดึงพลังอะตอมเข้ามาแปรเปลี่ยนเป็นพลังนิวเครียสแล้วเก็บไว้ได้จำนวนหนึ่ง แล้วปล่อยออกมาผสมกับพลังเพลิงสุริยะเข้าไปในดาบ 5 คม แล้วฟาดฟันไปตามที่จิตกำหนด ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ รังสีพลังที่ปล่อยออกมาทำลายภูเขาไปแถบหนึ่งทันที จูเลียรีบเข้ามาหาอาซันทันที
“เกิดอะไรขึ้น”
“ มันคือพลังที่เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียสฟิวชั่น” อาซันเอ่ยเบาๆ
“ พลังชื่อแปลกๆ ไม่เคยได้ยิน แต่ว่าพลังทำลายล้างรุนแรงเหลือเกิน” จูเลียยังตกใจไม่หาย
“ นี่คือพลังของท่านจอมจักรพรรดิยมเทพ เรียกว่าพลังมหานวดารา ถ้าข้าฝึกได้พลังจอมเทพแล้วปล่อยออกมา ไม่รู้จะมีอานุภาพขนาดไหนกัน” อาซันชวนจูเลียเดินทางต่อไปที่สำนักเทวาลัยเร้นลับ คราวนี้คงถึงเวลาจัดการสำนักนี้เสียที
มาถึงสำนักเทวาลัยเร้นลับ อาซันให้จูเลียรอที่บนเรือเหาะ ก่อนที่อาซันจะพุ่งตัวลงไป จูเลียมาแตะไหล่อาซันไว้
“ อย่าลืม ท่านเทพพยากรณ์ ไม่ให้เจ้าทำลายล้างสำนักเทวาลัยเล้นรับในตอนนี้นะ”
จูเลียเตือน อาซันยิ้มเล็กน้อย แต่ไม่ตอบอะไร อาซันมาปรากฏร่างที่สำนักเทวาลัยเร้นลับ ไม่มีใครอยู่เลย หลบซ่อนตัวกันหมด
อาซันสัมผัสได้มีคนซ่อนตัว ไม่กล้าออกมา อาซันไม่สนใจใช้มือสัมผัสที่รูปปั้นจอมจักรพรรดิยมเทพทันที แต่พอดูซับพลังเข้าไป รู้สึกมีบางอย่างดูดเข้าไปด้วย
พอดูดซับมรดกเสร็จ ก็หายใจติดๆ ขัดๆ พยายามเดินลมปราณแต่เหมือนมีบางอย่างผิดปกติ ทันใดนั้น เจ้าคามิน กับ ไลเนล ที่เจอกันที่สำนักธารารมย์ก็โผล่ออกมา แล้วส่งเสียงหัวร่อ
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในที่สุดแกก็ถูกยาสุขสันต์เร้นลับ เข้าไปแล้ว ภายใน 1 ชั่วโมงมือไม้เจ้าจะอ่อนแรง เจ้าจะหน้ามืด กลายเป็นคนบ้าตัณหา หากเจ้าไม่มีสัมพันธ์กับสาวบริสุทธิ์ ร่างกายเจ้าจะถูกแรงกดดันจนเส้นเลือดระเบิดตาย คราวนี้เจ้าไม่รอดแน่ “ คามินเอ่ยออกมาอย่างสะใจที่ล้างแค้น
“ เล่นกันถึงตายเลยหรือ ดีถ้าเช่นนั้น พวกแกก็ไปรอข้าในนรกก่อน” อาซันลองใช้พลังมหานวดารา ผ่านฝ่ามือ ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ใส่ไปฝ่ามือเดียวเกิดพลังการกระจายออกไปต่อเนื่องถูกคนสำนักเทวาลัยเร้นลับ ร่างระเบิดตายไปทีเดียวกับร้อยคน คามินกับไลเนล กระโดดหนีทันที แล้วสงสัยทำไมอาซันถึงไม่อ่อนแรง
ลงเลย แต่ดูเหมือนมีกำลังมากขึ้นกว่าที่เคยเจอเสียอีก คามินกับไลเนล รีบหนีเพื่อไปสมทบกับเจ้าสำนัก อาซันหยิบธนูปราณเทพออกมา แล้วยิงใสคามินกับไลเนล
ที่หายลับตาไปไกลแล้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ลูกธนูปราณเทพพุ่งลิ้วไปอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าปักทะลุเข้าใส่ตำแหน่งหัวใจ ของคามิน กับ ไลเนล สิ้นใจติดกันต้นไม้ตายอนาถ
อาซันกระโดดขึ้นบนเรือเหาะ จูเลียรีบเข้าประคองเพราะอาซันเริ่มอ่อนแรง พิษร้ายเริ่มกำเริบขึ้นมาแล้ว
“ ข้าได้ยินหมดแล้ว เจ้าพวกนี้ถึงกับใช้พิษชั่วช้าขนาดนี้เชียวหรือนี่” จูเลียเริ่มใจคอไม่ดี
“ จูเลีย เจ้าอย่าได้กังวล ข้าจะจี้สกัดจุดตัวเอง จะไม่ทำอะไรให้เจ้าต้องเสื่อมเสียอย่างแน่นอน แต่ข้ามีเรื่องต้องบอกเจ้าเรื่องหนึ่ง หลังจากข้าได้รับมรดกที่สำนักเทวาลัยเร้นลับ คือว่า สิ่งที่ทำให้ท่านจอมจักรพรรดิยมเทพ ใช้เป็นยาถอนพิษ เพื่อช่วยคนนั้น คือเลือดของท่าน โดยเลือด1หยดนำไปผสมน้ำ1ลิตร แล้วให้คนถูกพิษดื่ม จะเป็นยาถอนพิษได้ แต่ต้องทำให้ท่านจอมจักรพรรดิยมเทพ ต้องใช้เลือดตัวเองจนหมดตัว ถึง 99 ครั้ง จนท่านสิ้นใจไป แล้วกลับไปกำเนิดใหม่บนโลกชั้น ที่ 3 ส่วนข้าไม่ได้มีพลังจอมเทพ คงตายได้แค่ครั้งเดียว หลังจากข้าตาย
ให้นำร่างของข้าเก็บเอาไว้ หากราชาพ่อมด ปล่อยพิษมา นำเลือดในร่างของข้าออกมาช่วยผู้คน ช่วยได้เท่าไร ก็เท่านั้น” จากนั้นอาซัน ก็จี้สะกัดจุดตัวเอง
เพื่อจะลองไล่พิษนี้ออกจากร่างกาย และป้องกันมิให้ตัวเองไปทำอะไรไม่ดีกับจูเลียด้วย อาซันนั่งหลับตาบนเตียง จูเลียเวลานี้คิดไม่ออกบอกไม่ถูกไม่รู้จะทำอย่างไรดี ในใจก็ไม่อยากให้อาซันต้องตายไป แต่ถ้าช่วยก็หมายความว่าจูเลียจะต้องเป็นภรรยาของอาซันไปชั่วชีวิต จูเลียคิดหนัก ช่วยหรือไม่ช่วยดี.....