เกมส์อาณาจักรเทพ: เริ่มต้นด้วยระบบผู้สืบทอดแห่งพระเจ้า

    ตอนที่ 116 นักดาบคู่เริงระบำ

            ในรอบต่อไป อนาเธอร์ได้พบเจอกับคู่ต่อสู้ที่มีอาชีพระดับตำนาน เขาคือนักดาบคู่เริงระบำ มีชื่อว่าดูรินและมีค่าสถานะที่น่าเหลือเชื่อ


            “เวทีประลองหมายเลข 3 อนาเธอร์ ปะทะ ดูริน”


            เมื่อทั้งสองยืนประจันหน้ากันบนเวทีอันกว้างใหญ่


            “เริ่มต้นขึ้นได้!”


            อาจารย์ประกาศเริ่มการประลอง อนาเธอร์และดูรินพุ่งเข้าหากันอย่างรวดเร็ว ราวกับสองเงาที่เคลื่อนผ่านอากาศด้วยความว่องไว


            พลองในมือของอนาเธอร์และดาบคู่ในมือของดูรินปะทะกันอย่างรุนแรง


            “ปัง!”


            เสียงเหล็กกระทบกันดังก้องไปทั่วสนาม


            ดูริน นักดาบคู่เริงระบำผู้มีอาชีพระดับตำนาน เคลื่อนที่ไปมาด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ การโจมตีของเขารวดเร็วและแม่นยำ ทุกการเคลื่อนไหว ประหนึ่งการร่ายรำที่แฝงไปด้วยความรุนแรงและคมดาบที่พร้อมจะตัดผ่านทุกสิ่ง


            อนาเธอร์เองก็มิได้ด้อยไปกว่าดูริน เขาตวัดพลองในมืออย่างคล่องแคล่ว ต้านทานการโจมตีทุกครั้งด้วยความมั่นใจและความเฉียบขาด


            การปะทะของพลองและดาบเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระแสลมที่เกิดจากแรงปะทะของทั้งสองแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ ทำให้ผู้ชมต้องเบิกตากว้างกับการประลองอันน่าตื่นตะลึงนี้


            ขณะการต่อสู้ดำเนินไป ดูรินฉวยจังหวะหนึ่งในการโจมตี เขาถอยดาบกลับมาและแทงเข้าใส่ร่างของอนาเธอร์อย่างรวดเร็ว


            【ทักษะสกิล คมดาบแห่งสายลม】


            การโจมตีนั้นเต็มไปด้วยความแม่นยำและรุนแรง ส่งพลังลมคมกริบที่พุ่งออกจากคมดาบดั่งพายุรุนแรงพุ่งตรงเข้าใส่อนาเธอร์ หมายจะตัดผ่านการป้องกันและทำลายร่างของเขา


            【ทักษะสกิล พิรุณกระหน่ำแทง】


            อนาเธอร์รับรู้ถึงพลังอันรุนแรงของทักษะนี้ เขาตวัดพลองในมือขึ้นพร้อมกับปลดปล่อยทักษะสกิลของตนเอง การโจมตีนี้แปรเปลี่ยนพลองในมือเขาให้เป็นเงาพลองนับสิบที่พุ่งออกไปด้วยความเร็วสูง ราวกับห่าฝนที่โหมกระหน่ำ


            “ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!”


            การเคลื่อนไหวนี้เฉียบขาดต่อเนื่อง แทงเข้าใส่กระแสลมคมที่ดูรินส่งเข้ามา


            เงาพลองนับสิบกระแทกและขัดขวางพายุลมจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น เสียงคลื่นอากาศที่แตกกระจายออกจากแรงปะทะของทั้งสองทักษะได้ทำให้ผู้ชมต่างตกตะลึงไปตามๆกัน


            การปะทะระหว่างทักษะของทั้งสองทำให้พลังของพวกเขากระจายออกเป็นวงกว้าง แต่ละคนต่างคุมท่าทางได้อย่างดี ทั้งอนาเธอร์และดูรินยืนประจันหน้ากันอีกครั้ง โดยที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แต่ในดวงตาของทั้งคู่ส่องประกายแห่งความมุ่งมั่นและความกระหายที่จะเอาชนะ


            “สมแล้วที่เป็นทายาทของตระกูลซิกฟรีด”


            ดูรินไม่ลดละความพยายาม เขาขยับตัวด้วยความเร็วและโจมตีต่อเนื่องด้วยดาบคู่ที่พลิ้วไหวราวกับการเต้นรำ ดาบของเขาสะบัดและเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว ทิ้งร่องรอยของคมดาบที่เหมือนเป็นภาพลวงในอากาศ


            อนาเธอร์ต้องรับมือกับการโจมตีอย่างต่อเนื่อง เขาตวัดพลองปัดป้องอย่างเฉียบขาด


            และใช้การเคลื่อนไหวที่ยืดหยุ่นเพื่อรับมือกับการโจมตีที่ดุเดือดนั้น ในช่วงหนึ่ง ดูรินฉวยโอกาสชักดาบกลับมาและใช้การโจมตีรูปแบบใหม่


            【ทักษะสกิล ดาบรำพันเงา】


            พริบตาเดียว ดาบคู่ของเขาก็กลายเป็นภาพซ้อนกันหลายชั้น เขาโจมตีด้วยเงาดาบนับสิบที่ซ้อนทับกัน ราวกับเงาของเขากำลังร่ายรำพร้อมกันนับไม่ถ้วน เงาดาบเหล่านั้นพุ่งเข้ามาโจมตีอนาเธอร์จากทุกทิศทุกทาง ราวกับไม่มีทางหนี


            “ไม่ธรรมดาเลยแฮะไอ้เจ้านี่!”


            นัยน์ตาของอนาเธอร์เบิกกว้างและเริ่มตั้งสมาธิ เขาใช้พลองปัดป้องเงาดาบที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว การเคลื่อนไหวของเขาแสดงถึงความชำนาญและความสงบนิ่ง ทุกการปัดป้องทำให้เงาดาบที่เข้ามาหยุดชะงักและหายไป


            “สุดยอด! ปฏิกิริยาการตอบสนองร้ายกาจมาก! เขาเคลื่อนไหวแบบนั้นได้ยังไงกัน?”


            ท่ามกลางเสียงฮือฮาของผู้ชมที่เห็นอนาเธอร์รับมือกับการโจมตีได้อย่างเยี่ยมยอด ตัวของเขาก็ไม่ปล่อยให้ดูรินมีโอกาสโจมตีซ้ำ แต่กลับเคลื่อนตัวเข้าไปในระยะประชิด ใช้พลองในมือหมุนควงและกระแทกเข้าที่ไหล่ของดูรินอย่างจัง


            “ปัง!”


            ดูรินที่ถูกโจมตีได้ถอยกระเด็นไปหลายก้าว แต่เขายังคงตั้งหลักและยิ้มออกมา ราวกับกำลังสนุกกับการต่อสู้ครั้งนี้


            “ฝีมือเจ้าไม่เลวเลย อนาเธอร์”


            ดูรินเอ่ยชม พลางมองอนาเธอร์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความท้าทาย


            “แต่ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าได้เปรียบข้าไปกว่านี้แล้ว!”


            อนาเธอร์เพียงแค่ยิ้มบางๆและยกพลองขึ้นอีกครั้ง เตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีที่ดุเดือดยิ่งกว่าเดิมจากดูริน


            การประลองของทั้งสองดำเนินไปด้วยการโจมตีและการปัดป้องที่พลิ้วไหว


            เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นทุกครั้งที่พลองและดาบคู่ของดูรินปะทะกัน แรงลมและคลื่นพลังที่กระจายไปทั่วทำให้ผู้ชมแทบจะละสายตาจากการต่อสู้ของพวกเขาไม่ได้


            การต่อสู้ที่ดุเดือดระหว่างอนาเธอร์และดูรินดำเนินมาถึงจุดที่ต่างฝ่ายต่างทุ่มเทพลัง


            อนาเธอร์รับรู้ได้ถึงความแข็งแกร่งระดับตำนานของคู่ต่อสู้ซึ่งไม่อาจมองข้ามได้ แม้ว่าดูรินจะมีความรวดเร็วและดาบคู่ที่เต็มไปด้วยทักษะการโจมตีที่ทรงพลัง แต่อนาเธอร์ยังคงยืนหยัดท้าทาย ความตึงเครียดจากการปะทะทำให้ร่างกายของเขากระหายการปลดปล่อยพลังที่แท้จริง


            ในที่สุด ดวงตาของอนาเธอร์ก็เปล่งประกายลุกโชนขึ้นด้วยเปลวเพลิงสีทอง ราวกับสวรรค์เปิดเผยพลังอันยิ่งใหญ่ออกมา


            【ทักษะสกิล เนตรอัคคีทองคำสุวรรณ】


            ดวงตาทั้งสองข้างได้กลายเป็นเปลวเพลิงสีทองเข้มที่เรืองแสงอย่างน่าเกรงขาม พลังแห่งอัคคีที่ราวกับมาจากเทพเจ้าได้แผ่ซ่านไปทั่วอากาศ สรรพสิ่งโดยรอบสัมผัสถึงความร้อนอันมหาศาลและพลังที่แฝงไปด้วยอำนาจเกินคาดหมาย


            ทันใดนั้นเอง กลุ่มก้อนเปลวเพลิงสีทองเข้มพุ่งตรงออกมา และพุ่งทะยานเข้าสู่ร่างกายของดูรินด้วยความเร็วที่สูงมาก


            “ปัง!”


            เปลวเพลิงอันรุนแรงนั้นเข้าปะทะกับร่างของดูรินอย่างรุนแรง เกิดเสียงระเบิดของอัคคีที่ดังกึกก้องจนสะท้านไปทั่วสนาม


            ทำให้ผู้ชมบนอัฒจรรย์รู้สึกถึงความรุนแรงนี้โดยตรง ร่างของดูรินกระเด็นออกจากสนามไปไกล ทิ้งรอยเผาไหม้และความร้อนระอุบนพื้นดิน ดาบคู่ในมือของเขาร่วงลง พร้อมกับร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลและรอยไหม้จากเปลวเพลิงอันรุนแรง


            “นะ..เนตรแห่งเพลิงของซุนหงอคง!”


            ผู้ชมต่างพากันเงียบงัน ไม่อาจละสายตาจากภาพการโจมตีที่ทรงพลังของอนาเธอร์ได้


            บรรดาผู้ชมและนักเรียนต่างพากันกระซิบกระซาบถึงพลังที่อนาเธอร์แสดงออกมา หลายคนไม่เคยเห็นความสามารถนี้มาก่อน และยิ่งทำให้อนาเธอร์กลายเป็นบุคคลที่น่าจับตามองมากยิ่งขึ้น


            ดูรินที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสพยายามลุกขึ้นจากพื้น ถึงตอนนี้ร่างกายจะเต็มไปด้วยบาดแผลและแรงจากพลังอัคคีทำให้เขาแทบไม่เหลือแรง


            แต่ในสายตาของชายหนุ่มยังคงมีประกายแห่งความเคารพและท้าทาย


            “เจ้าไม่ธรรมดาจริงๆด้วยอนาเธอร์”


            เขาพูดออกมาเบาๆด้วยเสียงสั่นเครือ เหมือนกำลังตกตะลึงและหวาดกลัวในทักษะแห่งเทพเจ้าที่ร้ายกาจนั้น


            อนาเธอร์ไม่ได้ตอบกลับอะไร แต่เพียงจ้องมองดูรินด้วยสายตาที่เยือกเย็นและทรงอำนาจ


            เปลวเพลิงสีทองในดวงตาของเขาค่อยๆจางลง ราวกับเป็นสัญญาณว่ายังมีพลังอันล้ำลึกแฝงอยู่ในตัวเขาอีกมากมาย


            ท่ามกลางเสียงเชียร์และเสียงปรบมือดังกึกก้องจากผู้ชมที่เฝ้าชมการต่อสู้อันสุดยอดนี้


            อาจารย์ที่ควบคุมเวทีเดินเข้ามาตรวจสอบสภาพของดูริน ก่อนจะยกมือประกาศชัยชนะให้กับตัวของอนาเธอร์ในทันที เป็นการรู้ผลแพ้ชนะ


            “เวทีประลองหมายเลข 3 อนาเธอร์ ปะทะ ดูริน”


            “ผู้ชนะ นักเรียนอนาเธอร์ ผ่านเข้ารอบต่อไปทันที”


    คล้ายกับเรื่องเกมส์อาณาจักรเทพ: เริ่มต้นด้วยระบบผู้สืบทอดแห่งพระเจ้า ที่คุณอ่าน