บทที่ 10
เพทจับภาพดาราสาวไปในทุกย่างก้าว ขณะที่เธอร้องเพลงประกอบเต้นไปพลาง ซึ่งการถ่ายทำของเธอในครั้งนี้ ไม่มีจุดใดที่เขาจะตำหนิได้เลย แต่เพทก็มิได้รับคำชมจากห้องควบคุม ดูเหมือนความสนใจทั้งหมดของเดนจะเป็นในเรื่องอื่นมากกว่า“แบ๊กซเตอร์...กล้อง 3 เริ่มได้”เพลงนั้นมาจบลงตรงกล้องของเพท ซึ่งจะต้องโคลสอัพ ใบหน้าของดาราสาว และถอยกล้องออกมาจับภาพเต็มเวที และมีเสียงเดนสั่งมาว่า“หยุดเทปได้”“ดีมากครับ” เสียงคล้อดตะโกนบอกนักแสดงที่อยู่บนเวทีทุกคนมีเสียงพูดและความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นทั่วทั้งเวที เพทระบายลมหายใจออกมาแรงๆ ก่อนจะปิดกล้องลง ความตึงเครียดผ่อนคลายลงอย่างมากมีการต่อระบบเสียงจากเวที ที่เข้ากับห้องควบคุมรายการภายนอก เพื่อให้เดนสามารถติดต่อกับนักแสดงบนเวที เมื่อเปิดสวิตช์ขึ้นเสียงของเขาก็ดังก้องขึ้นว่า“รูบี้ การแสดงของคุณยอดเยี่ยมมาก” เขายกย่องเธอด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความชื่นชมเธออย่างยิ่งคำพูดประโยคนั้น ทำให้รูบี้ เกล ยิ้มกว้างด้วยความพอใจ ส่งจูบไปทางลำโพงขยายเสียง ทันทีที่สวิตช์นั้นปิดลงเสียงของเดนก็ดังขึ้นในหูฟังของช่างเทคนิคทุกคน“คล้อด เตรียมตัวถ่ายฉากต่อไปได้” เขาสั่งไปทางผู้กำกับเวทีแต่ทันใดก็มีเสียงลอน แบ๊กซเตอร์ แทรกเข้ามา“โอ้โฮ...พวกนายเห็นเสื้อผ้าที่ยายนั่นถ่ายฉากเมื่อกี้หรือเปล่าวะ เล่นเอาเลือดพล่านไปเลยนิ” และในตอนท้ายยังต่อด้วยคำสบถอีกยาว“แบ๊กซเตอร์ ระวังคำพูดของคุณหน่อย” เสียงเดนดังก้องขึ้น “คุณลืมไปแล้วว่ามีสุภาพสตรีอีกคนหนึ่งที่ต้องรับฟังคำพูดของคุณด้วย”“สุภาพสตรีไหนครับ” ลอนถามขึ้นทันที “อ๋อ...คุณหมายถึงเพทน่ะหรือครับ”“ก็ใช่น่ะสิ” เดนตอบด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความโกรธ ซึ่งทำให้ลอนยุติการโต้เถียงลงในทันทีในอดีตที่ผ่านมา เพทแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับภาษาที่เพื่อนร่วมงานของเธอใช้มาตลอด ถ้าทุกคนมีความรู้สึกว่าตัวเองไม่อาจจะพูดอะไรอย่างที่ใจอยากจะพูดได้ มันก็คล้ายกับเธอได้ตั้งกำแพงขวางกั้นขึ้นไว้ระหว่างตัวเธอกับพวกเขา ดังนั้น เธอจึงไม่เห็นด้วยกับคำพูดของเดน คิงสตัน เท่าไรนัก“ไม่เป็นไรหรอกพรรคพวก” เธอพูดลงไปในไมโครโฟน “ฉันมีหูชนิดพิเศษที่สามารถจะตัดเสียงไม่ให้ได้ยินคำพูดที่น่าตกอกตกใจของพวกคุณได้โดยอัตโนมัติ”“คุณวิลลิส” เสียงข่มขู่ของเดนขัดจังหวะขึ้น “ในที่นี้ผมเป็นคนออกคำสั่งนะ ผมไม่อยากสนใจหรอกว่าคุณจะรู้สึกหรือไม่รู้สึก ตราบใดที่ผมเป็นคนบริหารงานที่นี่ ทุกคนจะใช้วาจาหยาบคาย ในขณะที่มีผู้หญิงทำงานร่วมอยู่ด้วยไม่ได้เป็นอันขาด เข้าใจไหม”“เข้าใจค่ะ” เพทหน้าร้อนผ่าวขึ้นทันที“เอาละ ทุกคนเข้าใจก็ดีแล้ว เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการถ่ายทำฉากต่อไป ซึ่งฉากนี้รูบี้จะแสดงคนเดียว คงจะไม่ม่ปัญหาอะไรมากนัก อย่างน้อยก็ไม่มีใครมายืนบังกล้องคุณอย่างเมื่อกี้ไงล่ะ” หางเสียงของเขาติดประชดประชันอยู่เพทพยายามกล้ำกลืนคำตอบอันแรงร้อนลงไว้ ขณะนี้ดูเหมือนเธอจะได้รับคำตำหนิจากเขามากจนเกินไปเสียแล้ว และไม่อยากจะต้องได้รับฟังอีกแต่ดูเหมือนมันจะไม่มีอะไรที่ถูกต้องเกิดขึ้นเลย ถ้านักเต้นระบำไม่ผิดคิว รูบี้ เกล เองก็เกิดลืมเนื้อเพลงขึ้นมาหรือไม่ก็กล้องที่จะต้องถ่ายเกิดผิวคิวอีก ซึ่งก็เป็นกล้องหมายเลข 2 ของเพทนั่นเอง ในที่สุดคล้อดต้องบอกเดนว่าควรจะหยุดพักถ่ายทำลงไว้ชั่วครู่ เพราะท่าทางของรูบี้ เกล อยากจะกรีดร้องออกมาเต็มทีแล้วทันทีที่เดนออกคำสั่งอย่างไม่ใคร่เต็มใจนัก เพทก็ถอดหูฟัง และกระโจนจากเวทีหางเปียแกว่งไกวอยู่ไปมาราวนางแมวเวลาที่มันขึ้งโกรธโดยที่ไม่ถามหรือรอว่าใครจะออกมาดื่มไอซ์ ที กับเธอด้วยหรือไม่ เพทเปิดประตูและก้าวออกไปภายนอก โกรธตัวเองที่ไม่อาจทำงานได้อย่างดี และโกรธที่เดนคอยจับผิดเธออยู่ตลอดเวลา เธออยากจะหลบหนีให้พ้นจากบรรยากาศที่มีแต่ความตึงเครียดภายในอาคารแห่งนั้นมันเป็นยามบ่ายของเดือนกรกฎาคมที่อากาศค่อนข้างร้อน แต่กระนั้น กลิ่นอายก็ยังสดชื่น มีลมเย็นพัดระรื่นอยู่ตลอดเวลา เธอเดินไปหยุดอยู่ใต้ร่มเงาแห่งหนึ่ง ล้วงบุหรี่ออกมาจุดสูบ บางทีนิโคตินจะช่วยสงบประสาทที่กำลังสับสนวุ่นวายลงได้ หลังจากนั้นชาร์ลี ลอน และช่างเทคนิคอีก 2 คนก็เดินตามออกมา“ข้างนอกนี่มันออกจะร้อนหน่อยก็จริง แต่บรรยากาศดีกว่าภายในมาก” ชาร์ลีถอนหายใจเบาๆ“ค่อยยังชั่วหน่อยที่คล้อดให้พัก 15 นาที” ลอนเอ่ยขึ้น “ยายดารานั่นเกือบจะกรี๊ดใส่พวกเราแล้วสิ พวกคุณน่าจะได้ยินวาจาที่แกด่านักระบำที่เต้นผิดคิวนะ ถ้าเดนคิดว่าวาจาของผมมันไม่เสนาะหูละก้อ ควรจะได้ยินที่ยายรูบี้ เกล แกกะเทาะเปลือกออกมาบ้าง”จริงๆ แล้ว เพทไม่อยากให้เบาหยิบยกเอาเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอีกเลย และดูเหมือนลอนเองก็รู้ตัวอยู่ว่าเขาได้พูดอะไรออกไป เขาหันมามองหน้าเธอ สังเกตเห็นความบึ้งตึงในสีหน้า จึงบังเกิดความร้อนใจขึ้น“ผมก็ต้องขอโทษคุณด้วยนะ เพท อันที่จริงผมก็ออกจะใช้คำพูดโลดโผนไปหน่อยเหมือนกัน เพราะบางครั้งผมก็ลืมไปว่าคุณไม่ใช่ผู้ชายอย่างพวกเรา ขอโทษด้วยนะ”“ลืมมันเสียเถอะน่า ไม่เป็นไรหรอก” เธอดับบุหรี่ไร้รสชาติลง“ผมเห็นด้วยกับคุณนะลอน” ชาร์ลีเอ่ยขึ้นบ้าง “เดนเขาพูดถูกแล้วละที่เตือนเราว่าเพทเป็นผู้หญิง อันที่จริง เราก็ควรจะให้เกียรติเขาบ้าง”“ฟังนะ ฉันไม่เคยขอให้ใครมาปฏิบัติต่อฉันเป็นพิเศษอะไรเลย” เพทบอก“ถ้าคุณคิดว่าผมจะเปิดประตูให้คุณละก้อ คุณเข้าใจผิดถนัดเลย” ลอนพยายามจะพูดให้เพทเห็นขัน“ขอโทษด้วยนะ ที่วันนี้ฉันออกจะอารมณ์ไม่ค่อยดีไปหน่อย เวลาที่ทำงานกับคิงสตันมันทำให้ฉันต้องระวังตัวอยู่ตลอดเวลา” เพทอธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดใจ “ดูเหมือนฉันไม่เคยทำอะไรถูกในสายตาของเขาเลย”“บางที อาจจะเป็นเพราะคุณใช้ความพยายามมากเกินไปหน่อยละมัง” ชาร์ลีว่า“แต่ผมว่าเดนน่ะจ้องแต่จะจับผิดเพทจริงๆ อย่างที่เขาพูดเสียด้วยสิ เพทไม่ควรจะต้องถูกตำหนิขนาดนั้นเลย แต่นั่นละนะ มันก็แค่ความเห็นส่วนตัวของผมเท่านั้น ผมเองก็ไม่รู้ว่าภาพที่ปรากฏบนมอนิเตอร์มันเป็นยังไง บางทีอาจจะผิดจริงก็ได้” ลอนแสดงความคิดเห็น“ฉันเพียงแต่ไม่อยากให้เขาคอยจับผิดฉันเท่านั้นละ” เพทถอนหายใจเบาๆ “ไอ้เรื่องวิจารณ์น่ะมันก็พอรับไหวอยู่หรอก แต่ก็อยากให้เขาตบหัวแล้วลูบหลังบ้าง”“เถอะน่า อย่าไปเสียอารมณ์กับเขาเลย” ชาร์ลีปลอบโยน เดินมาวางมือลงบนไหล่พร้อมกับพูดว่า “จำไว้แต่เพียงว่า คุณทำดีที่สุดแล้วก็แล้วกัน”“เฮ้...” คล้อดตะโกนออกมาทางประตู “ทุกคนเข้าไปข้างในได้แล้ว เราจะลงมือทำงานกันต่อ”เพทเดินตามทุกคนเข้าไปในตัวอาคาร ยกถ้วยกระดาษที่ใส่ชาดำเย็นขึ้นดื่มเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะโยนทิ้งไป จากนั้นจึงเดินขึ้นไปบนเวทีและลงมืออุ่นเครื่องการหยุดพักในช่วงเวลาสั้นๆ ดูเหมือนจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นมากนัก กว่าจะถึงเวลาที่เลิกถ่ายทำ เพทก็เหน็ดเหนื่อยทั้งกายและใจ ประสาทในเรือนกายเครียดเขม็งเมื่อกลับมาถึงโรงแรมที่พัก เพทมิได้รั้งรออยู่ในห้องล็อบบี้หรือพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานคนใดต่อ เธอเดินตรงไปยังห้องพัก และอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเครื่องแต่งตัวทันที ไม่ได้ใช้เวลารอให้ผมแห้งเสียก่อนด้วยซ้ำ เมื่อตลบมันขึ้นเป็นมวยไว้เหนือศีรษะ และใช้ปิ่นหยกปักกำกับไว้มิให้หลุดลงมาอีกชั้นหนึ่ง จากนั้นก็หยิบเสื้อสีเขียวหยก คอจีนซึ่งมีลวดลายดอกไม้ปักอยู่บนอกด้านซ้ายขึ้นมาสวม แม้สีเขียวหยกนั้นจะช่วยเน้นความงามของเธอให้เด่นชัดขึ้น แต่เพทก็มิได้พอใจในรูปโฉมของตนเองที่ปรากฏอยู่ในกระจกเงาเท่าไรนักเธอถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องพัก ยังไม่คิดอยากจะรับประทานอาหารค่ำเสียทีเดียว จึงตัดสินใจเดินเข้าไปในค็อกเทล เลาจ์ เพื่อหาอะไรดื่มเป็นการผ่อนคลายอารมณ์ แต่ปรากฏว่าแผนการต้องล้มเหลว เมื่อเธอเดินเข้าไปในบาร์ตามไฟสลัวๆ นั้น และไม่เห็นชาร์ลี แอนดี้ ใครคนใดคนหนึ่งในกลุ่มเลย แต่ตรงโต๊ะใกล้บาร์เธอเห็นคล้อด, โจ ไวล์ส, เดน คิงสตัน และเกร๊ก คูปสเตอร์ นั่งรวมกลุ่มกันอยู่