บุรุษมารทมิฬ(泰米尔恶魔)

    ตอนที่75 ช่วยเหลือ

     

    เตียงหานลุกขึ้นกล่าวออกมา พร้อมกับชี้ไปที่จุดต่างๆบนแผนที่ อธิบายแผนการของตน คนอื่นๆเมื่อได้ฟังเช่นนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเคลิ้มตามไปโดยไม่รู้ตัว คำพูดที่ออกมาจากปากของพ่อค้า ย่อมไม่ใช้อะไรที่จะต้านทานได้โดยง่าย เหล่าผู้นำกองกำลังคนอื่นๆเริ่มที่จะเห็นด้วยกับคำพูดของเตียงหานอย่างช้าๆ 

     

    อย่างไรเสีย…การเสียกำลังคนโดยใช่เหตุก็ไม่ใช่หนทางที่คนพวกนี้ต้องการแต่แรกอยู่แล้ว การกลับไปด้วยชัยชนะและไม่เสียกำลังพลต่างหากคือหนทางที่คนพวกนี้ต้องการมาตั้งแต่ต้น ถ้าการยืมกองกำลังของคนอื่นเป็นนกต่อ เพื่อหวังฉกฉวยชัยชนะก็ไม่ใช่อะไรที่จะยอมรับไม่ได้ เตียงหานพูดต่อเนื่องได้เพียงไม่นาน  เล้งโห่วก็เหมือนจะลืมเลือนซึ่งความโกรธเมื่อก่อนหน้า กล่าวถามเตียงหานต่อในทันที

     

    "ว่าจ้างกองกำลังอื่น? เจ้าหมายกองกำลังใครกัน…"

     

    "…..กองกำลังลอบสังหาร…"

     

    เตียงหานเมื่อได้ฟังคำถามเช่นนั้น ก็อมยิ้มเล็กน้อย ก่อนที่จะกลับมานั่งลงที่เก้าอี้ เคาะนิ้วเล่นที่โต๊ะเบาๆคล้ายว่ากำลังครุ่นคิดบางอย่าง กล่าวออกมา

     

    “กองกำลังลอบสังหาร? กองกำลังนั่น….มิใช่กองกำลังที่เน้นลอบสังหารผู้คนอย่างนั้นหรอกหรือ จ้างวานคนพวกนั้นมาจะได้ประโยชน์อะไร..เกรงว่าจะมาเป็นตัวถ่วงเสียมากกว่ากระมัง”

     

    เล้งโห่วยกมือขึ้นมาลูบคางไปมา คิดตามในสิ่งที่เตียงหานกล่าวออกมาอย่างละเอียด กล่าวออกไป

     

     "..อย่าว่าแต่มาแล้วจะช่วยได้หรือไม่เลย…พวกเค้าจะยอมมาให้เจ้าหรือเปล่าเถอะ ทำไมกองกำลังที่เน้นลอบสังหารจะต้องมาบุกเป็นทัพหน้าให้เจ้าด้วย เจ้าไม่คิดว่ามันจะผิดต่อหลักการณ์ของพวกเค้าบ้างหรืออย่างไร เป็นพ่อค้าหรือเป็นไอ่หน้าโง่กันแน่ ทำไมถึงคิดแผนการแบบนี้ออกมาได้กันนะ…"

     

    อี๋หลัวเซียนยิ้มหวานปนหัวเราะคิกคัก มองไปทางเตียงหานกล่าวออกมาอย่างแคลงใจ

     

    เมื่อได้ยินคำว่าสมาคมลอบสังหาร หยางเจี้ยนก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงใบหน้าของคนผู้หนึ่งปรากฎขึ้นมาในจิตใจ ภาพสะท้อนในอดีตปรากฎขึ้นมาทับซ้อน เหงื่อปรากฎขึ้นมาอยู่เต็มใบหน้า ยากที่จะบอกได้ว่าหยางเจี้ยนในตอนนี้รู้สึกเช่นไร… 

     

    ส่ายหน้าสะบัดทิ้งซึ่งความสับสน ลุกขึ้นทุบโต๊ะเสียงดังสนั่น ตัดสินใจกล่าวออกมาในที่สุด 

    ตุบ!

     

    “…ข้าไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้! หากว่าเราต้องพึ่งพากองกำลังลอบสังหารที่ชั่วช้า…เข่นฆ่าสังหารผู้คนเพียงเพราะความมั่งคั่ง…พวกเราจะต่างอะไรกับกลุ่มคนพวกนั้น ไม่ใช่พวกเราจะกลับกลายเป็นคนพวกนั้นซะเองหรอกรึ? ข้ายืดถือหลักการณ์ความถูกต้อง ถ้าหากว่าชัยชนะที่ข้าได้มา จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากกลุ่มคนพวกนั้น ข้าขอยอมตายเสียดีกว่า!!!”

     

    “ฮ่า ฮ่า พวกท่านทั้งหลายโปรดใจเย็นๆลงก่อนได้หรือไม่…ตัวข้า…พ่อค้าผู้มั่งคั่งผู้นี้!! จะตอบคำถามของพวกท่านทุกๆคนให้เอง…”
     

    แม้ว่าเตียงหานจะโดนคำถามมากมายรุมล้อมเข้ามาหา แต่เตียงหานกลับกระทำเพียงหัวเราะลั่น คล้ายว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ตนเจอเข้ากับสถานการณ์เยี่ยงนี้ หันหน้าไปมองเล้งโห่วเป็นคนแรก กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มกว้าง

     

    "จากคำถามที่เจ้ากล่าวถามมาเมื่อครู่..สมาคมลอบสังหารจะเก่งกาจทางด้านใดนั้นสำคัญด้วยงั้นรึ สำหรับตัวข้าแล้ว….ขอเพียงแค่คนพวกนั้นยอมที่จะมาเป็นโล่มนุษย์เป็นทัพหน้าให้กับเรา เพียงเท่านั้นมันก็เพียงพอแล้วมิใช่หรือ…"

     

    "…เอ่อ..น-นี่…"

     

    เล้งโห่วเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะคิดตาม ไม่กล้าที่จะกล่าวคัดค้านอะไรอีก เมื่อเห็นเช่นนั้นเตียงหานก็ยกยิ้มบางอย่างพอใจ หันหน้าไปมองอี๋หลัวเซียนเป็นคนที่สอง

     

    "แม่นางอี๋หลัวเซียนคนงามที่เคารพรัก…อย่าได้คิดว่าเกิดมามีหน้าตางดงามเข้าหน่อย….แล้วจะด่าทอข้าเสียๆหายๆอย่างไรก็ได้ หน้าตางดงามแบบเจ้า ข้าหาได้ที่หอนางโลมมากมายมีอยู่ถมเถ….หึ! ส่วนคำถามที่แม่นางถามข้ามาเมื่อครู่นั้น…ถ้าข้าไม่มีวิธีการที่จะทำให้กลุ่มคนพวกนั้นยอมกระทำ แล้วข้าจะเสนอความคิดแบบนี้มาเพื่อ? เอาเถอะ! ในเมื่อแม่นางกล่าวถาม ตัวข้า!พ่อค้าผู้นี้ก็จะอธิบายให้…การที่จะกระทำให้กลุ่มคนพวกนั้นยอมมาเป็นทัพหน้าให้นั้น สำหรับข้าย่อมไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร และตอนนี้กลุ่มคนพวกนั้นก็ตอบรับไปแล้วด้วย ขอเพียงแค่พวกท่านทั้งหลายยอมเล่นละครร่วมมือกันกับข้า…การที่จะหลอกลวงสมาคมลอบสังหารพวกนั้นให้ไปอยู่เป็นทัพหน้า…ย่อมไม่ใช่เรื่องยากอะไร…ในเมื่อเป็นแบบนี้…เป็นพ่อค้าแบบข้า..หรือว่าเป็นแบบแม่นางกันล่ะ…ที่เป็นคนโง่เง่า.."

     

    "คิก คิก พ่อค้าปากดีเช่นเจ้า ข้าอยากจะรู้นักว่าถ้าหัวหลุดออกมาจากร่าง มีจะใบหน้าที่เป็นเช่นไรกันนะ"

     

    อี๋หลัวเซียนเมื่อได้รับฟังคำชมที่ปนท้ายด้วยคำด่า ก็ถึงกับหัวเราะคิกคักออกมาเบาๆ มองไปที่เตียงหานส่งยิ้มหวานกล่าวออกมา 

     

    แต่เตียงหานกลับทำหน้าหนามึนใส่ไม่สนใจในคำกล่าว หันหน้าไปมองฉินอิน ยิ้มแย้มกล่าวออกมาอีกครั้ง…

     

    “ส่วนคำถามสุดท้าย…นายท่านฉินอินผู้มีคุณธรรมสูงส่ง…หลักการณ์ของท่านช่างน่าเคารพรักนับถือ..เพียงแต่ว่า…อย่าได้ยัดเยียดหลักการณ์ของท่านให้กับใครจะดีกว่า ตัวข้านั่นเป็นพ่อค้า ยึดถือแต่เพียงความมั่งคั่งและผลประโยชน์เท่านั้น อะไรที่มันทำให้ข้าได้ผลลัพธ์โดยที่ข้าไม่ต้องลงแรง ข้าย่อมยินดีที่จะกระทำโดยไม่รังเร”

     

    "น-นี่เจ้า! หุบปากเดี๋ยวนี้! ไม่…ไม่มีทาง…ยังไงข้าก็ไม่มีทางเห็นด้วยกับความคิดนี้เป็นอันขาด!"

     

    หยางเจี้ยนเมื่อได้ยินก็ถึงกับลุกขึ้นมาอีกหน ตะคอกกลับไปยังเตียงหานด้วยความเกรี่ยวโกรธ 

     

    "งั้นพวกเรามาโหวตเป็นอย่างไร เหล่าผู้นำกองกำลังในครั้งนี้ ผู้ใดเห็นด้วยกับความคิดของข้า ขอให้ยกมือขึ้น!!"

     

    เตียงหานเงยหน้าขึ้นมองหยางเจี้ยนด้วยรอยยิ้มที่เสแสร้ง หันหน้าไปมองทุกคนรอบๆ ก่อนที่จะกล่าวออกมา พร้อมกับยกมือขึ้นตามไปด้วย

     

    พรึบ!

     

    แม้ว่าหยางเจี้ยนจะพยายามคัดค้านต่อต้านมากเพียงใด แต่ความเห็นของเขากลับเห็นต่างกับผู้นำกองกำลังอื่นๆ นอกจากเขาแล้วคนอื่นๆกลับยกมือขึ้นเห็นด้วยกันทั้งหมด 

     

    เตียงหานหันหน้าไปมองทุกๆคนโดยรอบด้วยรอบยิ้มที่พึงพอใจ กล่าวออกมาโดยที่หันไปมองหยางเจี้ยน

     

    "1 คน 2 คน รวมข้าเข้าไปด้วย ก็เป็น 3 คน ดูเหมือนคะแนนเสียงของท่านจะไม่จำเป็นแล้วนะ ท่านนักรบผู้เที่ยงธรรม "

     

    "พ-พวกเจ้า.."

     

    หยางเจี้ยนหันไปมองเหล่าผู้นำคนอื่นๆ ไม่อาจที่จะระงับความเกี้ยวโกรธเอาไว้ได้ แต่ก็ไม่รู้เช่นเดียวกันว่าจะตะโกนกล่าวอะไรออกมา

     

    “ว่าแต่เจ้าใช้วิธีอะไรงั้นหรือ ถึงได้ทำให้คนพวกนั้นยอมที่จะร่วมมือในครั้งนี้ได้”

     

    "นั่นสิ เจ้าทำได้ยังไงกัน ใช้อำนาจแห่งเงินตราใช่หรือไม่?"

     

    เอี๋หลัวเซียนและเล้งโห่ว สองผู้นำที่เหลือต่างก็พร้อมใจกันกล่าวถามออกมา เตียงหานหันไปมองสองคนตรงหน้า ยักไหล่เล็กน้อย ก่อนที่สลับขาไขว่ห้าง กล่าวออกมาอย่างสบายอารมณ์

     

    "…ฮึ ฮึ อำนาจเงินตราก็เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง…ส่วนสาเหตุที่คนพวกนั้นยอมที่จะเข้าร่วมนั้น…ข้าก็เพียงบอกกับพวกเค้าว่า…เนื่องจากแผ่นดินต้าเชียงในตอนนี้กำลังมีภัย ในฐานะกองกำลังที่ยิ่งใหญ่กองกำลังหนึ่ง ก็ควรที่จะเข้าร่วมในศึกครั้งนี้เหมือนกับกองกำลังอื่นๆ หากเพียงเพราะว่ากล่าวอ้างในสิ่งที่ตนเองไม่ค่อยถนัดนั้น ย่อมอาจจะถูกเพ่งเล็งจากกองกำลังอื่นๆ สร้างความไม่พอใจให้กันได้…ข้าพูดเพียงเท่านี้ คนพวกนั้นก็เกิดปรากฎความรับผิดชอบขึ้นมาในจิตใจยอมเข้าร่วมแต่โดยดีแล้ว…"

     

    "พูดจาเสียใหญ่โต สุดท้ายเจ้าก็หลอกใช้พวกนั้น ยกกล่าวอ้างกองกำลังอื่นมาข่มขู่ ถ้าหากว่าไม่ยอมเข้าร่วม จะร่วมมือกับกองกำลังอื่นๆ ข่มเหงสมาคมลอบสังหารมิใช่หรือ เหอะ! พวกพ่อค้าเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง ช่างไม่เลือกวิธีเสียจริงๆ..แต่ข้าก็ชอบนะ..."

     

    เมื่ออี๋หลัวเซียนได้ฟังคำอธิบายของเตียงหาน ก็ถึงกับเผลอเบ๊ปากไม่รู้ตัว อ้าปากกล่าวออกมาปิดท้ายด้วยรอยยิ้มที่สดใส

     

    "โอ่ววว แม่นางคนงาม ท่านชมเชยข้าเกินไปแล้ว ถ้าขืนยังไม่ยอมหยุดชมเชยข้าอยู่แบบนี้ เกรงว่าข้าอาจจะเลิกเที่ยวหอนางโลมและเปลี่ยนใจแวะเวียนมาหาเจ้าบ่อยครั้งเป็นแน่"

     

    เตียงหานหันหน้าไปมองอี๋หลัวเซียน ยักคิ้วให้อย่างพราวเสน่ห์ คล้ายมั่นใจในความหล่อเหลาของตนเองอย่างพอตัว

     

    "หึ! ด้วยนิสัยของเจ้า ข้าหวังว่าจะนำมาซึ่งความตายในสักวัน ไปพูดกล่าวโม้โอ้อวด ทำเหมือนจะสามารถกระทำได้แบบที่กล่าวออกมาจริงๆงั้นแหละ เจ้ามันก็แค่พ่อค้าที่ชอบโป้ปดแอบหวังมาซึ่งผลประโยชน์ของตนเอง น่าสมเพช!"

     

    อี๋หลังเซียนยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ทำเอาเตียงหานถึงกลับเผลอมองเห็นชุดวาบหวิวที่นางจงใจใส่มา เพ่งมองไปที่หน้าอกคู่โต อดไม่ได้ที่จะใจสั่นไหว ใบหน้าแสดงออกซึ่งความหื่นกระหายไม่รู้ตัว มัวแต่หลงระเริงกับความสุขเบื้องหน้า จนเขาแทบจะไม่ได้ยินคำกล่าวพูดของอี๋หลัวเซียนเลยแม้แต่น้อย  

     

    "…เอ่อ..อะแฮ่ม! จะสามารถกระทำได้แบบที่พูดรึไม่นั้น…มันสำคัญด้วยอย่างงั้นหรือ…ที่สำคัญมันคือผลลัพธ์ต่างหาก ส่วนเรื่องข้าจะสามารถทำได้หรือไม่…ก็ช่างหัวมันปะไร ยังไงพวกนั้นมันก็ยอมช่วยแล้วมิใช่หรือ " 

     

    เมื่อเตียงหานสังเกตมองจนพอใจแล้วก็ได้สติคืนกลับมาในที่สุด รับปรับเปลี่ยนสภาพหน้าของตนเอง กล่าวออกมาพร้อมกับหัวเราะลั่น

     

    "อืม…ถึงจะดูแปลกๆไปบ้าง แต่ก็สามารถที่จะยอมรับได้อยู่…ยอมรับได้อยู่…"

     

    เล้งโห้งทำท่าทางครุ่นคิดอย่างจริงจัง แสดงออกมาอย่างเห็นด้วย

     

    “พวกเจ้า….พวกเจ้า…พวกเจ้าไม่รู้ว่ากำลังเล่นอยู่กับอะไร!!”

     

    หยางเจี้ยนหันไปมองคนรอบๆตัวด้วยแววตาที่แดงก่ำ ตะโกนกล่าวออกมา ก่อนที่จะเดินออกไปข้างนอกด้วยความหงุดหงิด

    คล้ายกับเรื่องบุรุษมารทมิฬ(泰米尔恶魔) ที่คุณอ่าน