Mom in the 70s ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70

    บทที่40. ถอนหมั้น

    บทที่40. ถอนหมั้น

     

    เมื่อพากันกลับถึงบ้านฉิงเฟิ่งเปิดประตูรั้วบ้านให้กว้างขึ้นเพื่อให้รถยนต์สามารถขับเข้ามาจอดได้ลานบ้านกว้างมากจริงๆ จึงสามารถเอารถเข้ามาจอดไว้ได้เลย


    “บ้านนายดีมากเลยนะ”เมื่อลงจากรถได้แล้วเหิงซานก็เดินมาอุ้มเด็กๆ ลงจากรถทีละคนๆส่วนอี้เหวินนั้นเขาโตแล้วสามารถลงเองได้


    “น่าอยู่จริงๆลานบ้านกว้างขนาดนี้เด็กๆ คงชอบมากเลยสินะ”เล่ยฉีมองบ้านของเพื่อนแล้วก็พยักหน้าอย่างชื่นชมในการหาบ้านของเพื่อนจริงๆ


    “ตูตูชอบคับ”เสียงใสๆ ตอบออกมาเพราะเข้าใจว่าคุณอาคนนี้พึ่งถามตัวเองไป


    “ไคไคก็ชอบตอนเช้ามาออกกำลังกายกับแม่ด้วยคับ”


    “โอ้โหไคไคออกกำลังกายด้วยหรือเนี่ย”


    “แม่บอกว่าออกกำลังกายแล้วหล่อมากไคไคหยักหล่อเหมือนพ่อคับ”


    “อื้มมมตูตูก็หยักหล่อเหมือนพ่อแต่ว่า...แต่ว่าตูตูชอบหิวมากกว่า ออกกำลังกายไม่ไหวเยยคับ”


    “หึหึ หึ หลานฉันจะเป็นลูกหมูแล้วหรอเนี่ย”เหิงซานได้ฟังก็จับยื่นมือไปบีบพุงตูตูทันทีจนเรียกเสียงหัวเราะดังลั่นเลยทีเดียว


    ตูตูกับไคไคคุยเล่นกับคุณอาทั้งสองไปเรื่อยๆส่วนอี้เหวินกับอี้เชารีบวิ่งเข้าไปช่วยทำงานบ้านและรดน้ำผักกันก่อน พวกเขาคิดแต่อยากจะทำงานเยอะๆจะได้ตอบแทนบุญคุณ คุณอาสามกับคุณอาสะใภ้สามที่ดูแลให้ที่อยู่ให้งานทำทั้งยังส่งให้เรียนหนังสืออีกด้วย พวกเขาจึงตั้งใจทำงานอย่างดีที่สุด


    ซีอินเข้าครัวไปทำอาหารหลายอย่างทั้งน้ำแกงปลาไก่ทอดของโปรดของเด็กๆ ปลาทอดลาดซอสเปรี้ยวหวาน หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง ผัดผักรวมโดยมีอี้เหวินเข้ามาเป็นลูกมือช่วยในครัวอยู่ตลอดส่วนฉิงเฟิ่งนั้นซีอินไล่ให้เขาไปคุยกับเพื่อนๆและดูแลเจ้าหัวผักกาดน้อยอยู่ด้านนอก


    “ลูกๆนายน่ารักมากจริงๆ เลย”


    “ใช่ๆเห็นแล้วฉันก็อยากมีบ้างแล้ว” เล่ยฉีเอ่ยทั้งมองสองแฝดที่เล่นกันที่กำลังพากันเดินวนรอบๆรถจิ๊ปแล้วหัวเราะไม่หยุด สักพักเด็กน้อยอี้เชาก็ตามมาเล่นด้วยอีกคน


    “งั้นนายแต่งงานแล้วหรือยังล่ะตอนพวกเราทำภารกิจสุดท้ายฉันจำได้นายเคยบอกว่าถ้ารอดกลับไปจะยอมแต่งงานกับคู่หมั้นๆ ไม่ใช่หรือ”ฉิงเฟิ่งเอ่ยถามขึ้นมาหลังจากได้ฟังเพื่อนบอกว่าอยากมีลูกแล้ว


    “ฉันแต่งงานแล้วล่ะขอโทษที่ไม่ได้บอกนายนะตอนนั้นฉันกลับไปบ้านแล้วพ่อแม่รู้ว่าฉันบาดเจ็บเพราะทำภารกิจอันตรายก็เลยจับฉันแต่งเลยน่ะคงเพราะกลัวว่าจะไม่มีหลานทันใจละมั้ง”


    “ไม่ต้องขอโทษหรอกตอนนั้นฉันเองก็ยังบาดเจ็บอยู่มากถึงยังไงก็ไม่สามารถไปร่วมงานแต่งนายได้อยู่ดีนั่นแหละแต่ยังไงก็ยินดีกับนายด้วยจริงๆ”ฉิงเฟิ่งไม่อยากให้เล่ยฉีคิดมากจึงได้เอ่ยปลอบใจออกไป


    “พวกนายต่างได้แต่งงานกันหมดแล้วส่วนฉันยังหาแฟนสาวไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เฮ้อ”


    “เอาเถอะน่าเดี๋ยวนายก็ได้เจอเองนั่นแหละ”


    จากนั้นไม่นานเมื่ออาหารเสร็จเรียบร้อยทุกคนก็เริ่มกินข้าวเย็นด้วยกันก่อนที่เพื่อนๆ ทั้งสองจะลากลับเพื่อไปพักที่โรงแรมของรัฐพรุ่งนี้ก็จะเดินทางกลับค่ายทหารเพื่อรายงานรายละเอียดภารกิจเรื่องแก๊งอันธพานที่ได้รับมอบหมาย


    เวลาสองทุ่มเมื่อส่งเด็กๆเข้านอนกันหมดแล้วสองสามีภรรยาเซียวก็พูดคุยกันอยู่ใต้ผ้าห่มผืนนุ่มบนเตียงอุ่นๆ


    “คุณอยากไปที่เจิ้งโจวมั้ยครับ”


    “ก็คิดไว้ว่าอยากไปเหมือนกันค่ะจะได้ดูลู่ทางว่าจะสามารถขยับขยายอะไรได้อีกบ้างตอนนี้เราต้องรีบทำงานหาเงินแล้วก็ซื้อพวกอสังหาริมทรัพย์เยอะๆ ค่ะต่อไปของพวกนี้จะมีค่าและราคาแพงขึ้นไปอีกอย่างมากเลย”


    “ได้ครับผมเชื่อคุณ”สองสามีภรรยาพูดคุยกันเรื่อยเปื่อยอีกสักพักก็พากันหลับไปในอ้อมกอดของกันและกัน


    สองสามวันต่อมาตานผิงที่กลับมาจากเจิ้งโจวก็มาหาซีอินที่ร้าน


    “สหายหลิน”


    “สหายตานผิงไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะสบายดีหรือเปล่า”


    “ฉะฉันสบายดีค่ะตอนนี้กลับมาที่นี่จำได้ว่าคุณเคยบอกว่าจะเปิดร้านแถวนี้ก็เลยลองเดินหาดูน่ะค่ะ”ตานผิงยังคงตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริงเช่นเดิมแต่ซีอินจับสังเกตถึงแววตาเศร้าๆนั้นได้


    “แล้วคุณกลับมากี่วันคะ”


    “ฉันกลับมาแค่2-3วันเท่านั้นค่ะ เอ่อคือว่าถ้าฉันจะรับของจากคุณไปขายอีกจะได้มั้ยคะ”


    “ได้เลยค่ะคุณจะเอาอะไรบ้างจำนวนเท่าไหร่บอกมาได้เลย”


    “ขอบคุณค่ะ”


    จากนั้นตานผิงก็บอกรายการของที่คิดว่าจะเอาไปขายต่อทันที


    “นี่ค่ะเงินค่าของทั้งหมด”ตานผิวส่งเงิน180หยวนไปให้ครั้งนี้เธอไม่ได้เอาของไปเยอะเพราะต้องขนของเดินทางอีกทั้งเงินทุนเธอก็มีไม่มากด้วย


    “ค่ะตานผินคุณสีหน้าไม่ค่อยดีเลยไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าคะ” ที่ซีอินตัดสินใจถามออกไปเพราะตลอดเวลาที่คุยกันมีหลายครั้งที่เธอเห็นท่าทางของตานผิงไม่ค่อยดีเลยจริงๆ ฉิงเฟิ่งที่ก็สังเกตเห็นเหมือนกันจึงบอกให้ภรรยาพาตานผิงไปคุยกันตรงโต๊ะนั่งด้านในร้านตอนนี้หน้าร้านยังไม่มีลูกค้าเยอะเขาสามารถดูเองคนเดียวได้


    “สหายตานผิงคุณดื่มเครื่องดื่มอุ่นๆนี่ก่อนค่ะ” เมื่อเข้ามานั่งด้านในแล้วซีอินก็ชงโกโก้ร้อนให้ตานผิงดื่มทันที


    “ขอบคุณนะคะฉันไม่เป็นเป็นไรค่ะที่จริงก็เป็นเรื่องน่าอาย คือฉันถูกถอนหมั้นมาน่ะค่ะ"


    "ถูกถอนหมั้น?"


    "ค่ะ ก่อนนี้ที่ตั้งใจจะไปแต่งงานกับคู่หมั้นที่เจิ้งโจวตอนไปถึงแรกๆทุกอย่างดีมากเลยนะคะ แต่ก่อนจะถึงงานแต่ประมาณหนึ่งเดือนเท่านั้นอดีตคู่หมั้นของฉันเขากลับเดินเข้ามาบอกฉันว่าแต่งงานกับฉันไม่ได้แล้วเพราะเขาอยากจะไปแต่งงานกับลูกสาวของผู้จัดการโรงงานของเขาแทนค่ะตัวฉันที่ได้ฟังครั้งแรกก็โกรธมากและไม่คิดยอมง่ายๆเพราะทุกอย่างถูกเตรียมการไว้หมดแล้วคนที่บ้านฉันทั้งครอบครัวทั้งคนในหมู่บ้านต่างก็รู้แล้วว่าฉันเดินทางไปแต่งงานกับคู่หมั้นที่นั่นหากฉันถูกถอนหมั้นและยกเลิกงานแต่งก็คงไม่มีหน้ากลับไปทำให้ครอบครัวต้องอับอายหรอกค่ะเลยพยายามยื้อเขาไว้ค่ะ แต่สุดท้ายเขาก็ข่มขู่และทำร้ายร่างกายฉันทั้งยังขู่ว่าถ้าไม่ยอมจะส่งคนมาทำร้ายพ่อแม่และน้องๆ ของฉันอีกน่ะค่ะฉันกลัวเพราะรู้มาว่าเขารู้จักคนไม่ดีค่อนข้างเยอะฉันเลยยอมถอยออกมาและยอมถอนหมั้นน่ะค่ะ”


    “นี่มันแย่มากเลยนะคะแล้วพ่อแม่อดีตคู่หมั้นคุณยอมหรือคะ”


    “พ่อแม่เขายิ่งแล้วใหญ่เห็นดีเห็นงามกับลูกชายตัวเองเพราะต้องการเกาะแข้งเกาะขาครอบครัวฝ่ายหญิงน่ะค่ะ”


    “ถ้าคิดอีกแง่ก็ดีแล้วที่คุณไม่ต้องแต่งงานและมีสามีเป็นผู้ชายแบบนั้นไม่อย่างนั้นต่อไปคงต้องทุกข์ทรมานมากแน่นอนค่ะ”


    “ค่ะหลังจากนั้นมาฉันก็เริ่มคิดได้แล้วล่ะค่ะว่าไม่ควรยึดติดกับผู้ชายเลวๆ แบบนั้นความจริงฉันก็ไม่ได้รักอะไรเขามากมายนักหรอกค่ะเพียงแต่คิดว่าเขาคือคู่หมั้นเลยไม่เคยมองผู้ชายคนอื่นเลยตอนนี้ฉันออกมาเช่าห้องอยู่คนเดียวและคิดว่าจะหางานทำที่นั่นน่ะค่ะเพราะยังไม่กล้ากลับไปบอกที่บ้านแต่ครั้งนี้ที่กลับมาเพราะคิดตกแล้วว่ายังไงก็จะบอกที่บ้านของฉันไม่รับรู้เรื่องทั้งหมดและพอดีนึกได้ว่าน่าจะมาติดต่อรับของที่สหายหลินไปลองขายที่นั่นดูของของคุณเป็นของดีที่หาได้ยากแม้แต่ที่นั่นสบู่ที่ขายยังไม่หอมเท่าของคุณเลยนะคะเลยคิดว่าจะมารับของที่คุณไปขายอีกครั้งน่ะค่ะ”


    “ได้อยู่แล้วค่ะแต่ว่าแบบนี้คุณอยู่ที่เจิ้งโจวต่อไปไม่เจออดีตคู่หมั้นหรือคะ”


    “ไม่หรอกค่ะเจิ้งโจวใหญ่มากอีกอย่างที่เขาอยู่เป็นเขตรอบนอกฉันย้ายไปอยู่ใจกลางเมืองเลยล่ะค่ะอีกทั้งเท่าที่ฉันได้ยินมาตอนนี้เขาแต่งงานกับลูกสาวผู้จัดการโรงงานคนนั้นแล้วย้ายไปอยู่มลฑลอื่นแล้วค่ะ”แรกๆ ที่เธอออกมายังหวาดระแวงว่าพวกนั้นจะมาทำร้ายอีกแต่พอรู้ว่าพวกนั้นย้ายไปมลฑลอื่นแล้วก็โล่งใจ


    “แบบนี้นี่เองดีแล้วล่ะค่ะความจริงฉันกับสามีคิดจะไปดูที่ทางที่เจิ้งโจวเหมือนกันค่ะหากว่ามีที่น่าสนใจก็คิดว่าจะเปิดร้านที่นั่นถ้ายังไงตานผิงคุณพอจะพาฉันดูที่ทางแถวนั้นบ้างได้มั้ยค่ะ”


    “ได้สิค่ะฉันอยู่ที่นั่นก็มีโอกาสได้คนรู้จักที่ทำงานอยู่สำนักงานซื้อขายพวกตึกหรือที่ดินเขาต้องช่วยเราได้อยู่แล้วล่ะค่ะ” ตานผิงเอ่ยขึ้นด้วยความเต็มใจ


    “ดีเลยค่ะงั้นถ้าฉันจะเข้าไปฉันจะติดต่อคุณได้ยังไงบ้างคะ”


    “เดี๋ยวฉันจดเบอร์โทรศัพท์ร้านอาหารที่ฉันทำงานชั่วคราวอยู่ตอนนี้ไว้ให้นะคะหากคุณไปที่นั่นแล้วก็โทรหาฉันได้เลย”


    “ได้ค่ะ”


    จากนั้นทั้งสองพูดคุยกันต่ออีกไม่นานตานผิงก็ขอตัวกลับก่อน


    ซีอินคิดว่าจะไปเจิ้งโจวเพื่อซื้อตึกหรืออาคารพาณิชย์พร้อมบ้านไว้สักหลังสองหลังตอนนี้เงินเก็บที่มีอยู่สามหมื่นหยวนแล้วคิดว่าราคาบ้านและอาคารน่าจะยังไม่สูงมากนัก ถ้าปล่อยไปอีก2-3ปีราคาน่าจะดีดขึ้นไปอีกไหนจากข่าวที่เพื่อนๆ ของสามีบอกว่ากำลังจะมีการสร้างห้างสรรพสินค้าที่นั่นอีกเธอคิดว่าต่อไปราคาต้องพุ่งสูงอีกแน่ๆ


    “แม่คับๆ”เสียงเล็กๆเอ่ยเรียกหาแม่ทันทีหลังจากกลับจากโรงเรียน


    กำลังคิดวางแผนการใช้เงินอยู่เพลินๆก็ได้ยินเสียงเจี๊ยวจ๊าวดังมาแต่ไกลจนอดที่จะยิ้มไม่ได้จริงๆ


    “ว่าไงจ๊ะตูตู”ซีอินขานรับลูกชายคนโตที่วิ่งเข้ามาหาจนพุงป่องๆ นั้นขยับไปมาแล้ว


    “วันนี้ที่โยงเยียนมีเด็กผู้หญิงเดินตามไคไคทั้งวันเยยคับ”


    "เดินตามตูตูกับพี่เชาเชาด้วยเหมือนกัน"


    "ทำไมก็ไม่ยู้นะ" ตูตูขมวดคิ้วอย่างสงสัย


    "อืม ไม่รู้เหมือนกัน" ไคไคก็ดูจะสงสัยอยู่บ้างแต่ก็ไม่ค่อยสนใจมากนัก


    "ก็ตูตูกับไคไคแล้วก็เชาเชาเป็นเด็กดีเพื่อนๆเลยอยากเล่นด้วยแถมยังหล่อมากอีก ใช่รึเปล่า"ซีอินเข้าใจว่าเด็กๆคนอื่นๆที่เจอความร่าเริงสดใสของเด็กๆก็เลยอยากเล่นด้วยนั้นเอง


    “ฮิฮิ ฮิ ตูตูหล่อมาก”


    มีอยู่คนเดียวนี่แหละที่หัวเราะชอบใจส่วนไคไคหน้านิ่งเฉยไปแล้วเหมือนไม่มีความสนใจใดๆ เกี่ยวกับเด็กผู้หญิงที่เดินตามเชาเชาเองก็เพียงแค่ยิ้มให้อย่างเดียวเท่านั้นเพราะเป็นคนไม่ค่อยพูดมากนักส่วนอี้เหวินก็รีบไปเก็บของมาช่วยงานไม่ได้สนใจน้องๆ ว่าคุยเรื่องอะไรกันอยู่ซีอินมองแล้วยิ้มขำและก็เหมือนจะมองเห็นอนาคตเรื่องสาวๆของเด็กๆแต่ละคนมาแต่ไกลเลยเชียวแหละว่าจะเป็นยังไง...




    คล้ายกับเรื่องMom in the 70s ทะลุมิติมาเป็นคุณแม่ของเจ้าหัวผักกาดน้อยในยุค70 ที่คุณอ่าน