เย่ชิงหยูเดินเข้าไปที่ชั้นตำราแรกทันที เขาเปิดเห็นตำรามากมาย เรียงรายอย่างสวยงาม เย่ชิงหยูไล่เรียงดูแต่ละวิชาทันที
<ฝ่ามือวายุอัสนี>
<ร่างอาภรณ์เหล็กหล้า>
<ดัชนีดารา>
<ท่าเท้าคลื่นวายุ>
<หมัดเจ็ดสังหาร>
เย่ชิงหยูไล่เรียงดูทักษะไปเรื่อยๆ ถ้าให้เทียบกับวิชาของเขาหมัดห้าราชา ทักษะพวกนี้ยังห่างชั้นอยู่ขั้นนึง
ขนาดเย่ชิงหยูไล่ดูไปเรื่อยๆก็พลันสดุดกับวิชานึงทันที
มันมีชื่อว่า เงามายาล่องหน ในตำรามันอธิบายว่า ลบจิตสัมผัส ผสานตัวเข้ากับธรรมชาติ ล่องหนหายตัว ตรวจจับไม่พบ ฝึกฝนได้ยากมาก สำหรับผู้ที่มีห้วงจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งเท่านั่น เงื่อนไขในการฝึกสูงมากจึงถูกจัดให้อยู่แค่ขั้นสูงเท่านั่น
เย่ชิงหยูพลันสนใจ เขายังไม่มีทักษะนี้ เขาเลือกวิชานี้ทันที ขนาดนั่นเขาก็ไปดูวิชาที่เกี่ยวข้องกับอาวุธ เพราะเขายังไม่มีเลยสักวิชาเดียว
เย่ชิงหยูเดินมาถึง เห็นศิษย์หลายคนกำลังศึกษากันยกใหญ่ เมื่อเย่ชิงหยูเดินมาถึงพวกเขาก็หันมองมา สังเกตตัวตนเย่ชิงหยูตั้งแต่หัวจรดเท้า ใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาทำให้ศิษย์หลายคนถึงกับเบะปาก ไม่สนใจทันที
เย่ชิงหยูไม่รอช้าตรวจดูทักษะวิชาต่างๆทันที
<กระบี่สามทิวา>
<เพลงดาบสะบั้นสังหาร>
<เพลงกระบี่อัสนีคลั่ง>
<ดาบปลิดชีพ>
เย่ชิงหยูไล่เรียงดูไปเรื่อยๆ สำหรับเขาที่ใช้มือเปล่ามาโดยตลอด เขายังไม่มีอาวุธเลยด้วยซ้ำ เขาคิดว่าจะรอใช้พลองทองสมปรารถนา เย่ชิงหยูลองหาทักษะการใช้พลอง เขาไปสดุดตากับ ตำราขาดๆเล่มนึง เขาหยิบมันขึ้นมาดู บนหน้าปกเขียนว่า
พลองจักรพรรดิ ฟาดฟันทุกทิศทาง เผชิญหนึ่งเหนือร้อย ลำแสงสาดส่อง สังหารไร้ซึ่งศัตรู
เย่ชิงหยูพลันสนใจ เขาไล่เปิดดูไปเรื่อยๆ ขนาดนั่นเมื่อเห็นทักษะวิชาในตำราเย่ชิงหยูก็รู้สึกตะลึงขึ้นเรื่อยๆ เขาคิดว่าทักษะนี้ไม่ใช่ทักษะขั้นสูงแน่ๆ เมื่อเปิดมาถึงกลางเล่ม ก็ปรากฏส่วนที่ขาดหายไปเกินครึ่งนึง
ศิษย์คนข้างๆ เห็นเย่ชิงหยูหยิบตำรานี้มาก็เอ่ยขึ้น
"ทักษะนี้มันไม่สมบูรณ์นะ ขาดหายไปเยอะ จึงถูกจัดแค่ทักษะขั้นสูงเท่านั่น แถมยังเรีียนยากมากด้วย ในตำราก็อธิบายซะโอเวอร์ เลยไม่มีใครฝึกมัน" เขาเอ่ยกับเย่ชิงหยูด้วยความหวังดี
เย่ชิงหยูพยักหน้าขนาดนั่นเสียงของระบบก็ดังขึ้นในหัวเขา
ระบบเอ่ย"โฮสต์สนใจทักษะนี้หรอ ระบบทำให้มันกลับมาสมบูรณ์ได้นะ ชื่อเต็มๆของทักษะนี้คือ พลองมังกรจักรพรรดิเก้าภพ เป็นทักษะระดับชั้นฟ้าเหนือยิ่งกว่า สายฟ้าพินาศไปอีกขั้นนึง"
เย่ชิงหยูถึงกับอึ้ง ในใจค่อยๆรู้สึกตื่นเต้น ทักษะที่เหนือกว่าสายฟ้าพินาศ มันจะทรงพลังขนาดไหนกัน
เย่ชิงหยูไม่รอช้าเอ่ยถามกับระบบทันที นี้ระบบถ้าจะให้มันสมบูรณ์ต้องใช้แต้มเท่าไหร่หรอ
"10ล้านแต้มนะ ถ้าไม่มีตำราเลย ก็หลายร้อยล้านอยู่นะ"
เย่ชิงหยูพลันรู้สึกเหี่ยวเฉาทันที เขาวางตำราลง เดินไปเลือกวิชาลวกๆมาอีก2วิชา
เย่ชิงหยูถอนหายใจยกใหญ่ ไว้ค่อยมีแต้มมากมายกว่านี้ ถึงตอนนั่นก็ค่อยมาใหม่ก็ได้ เย่ชิงหยูส่ายหัวพลางเดินออกจากชั้นสามไปลงไปทันที
เมื่อเขาออกมาเขาส่งทักษะวิชาทั้งสามให้ผู้อาสุโสศิลาดู เขาลื่มตาขึ้นรับมันมาไว้ในมือ ดวงตาไล่เรียงดูแต่ละวิชา
<เงามายาล่องหน>
<ดัชนีดารา>
<บาทาเทวะ>
"โอ๋ น่าสนใจทักษะแต่ละวิชาฝึกยากมากๆ" เขาหันมาเอ่ยกับเย่ชิงหยู ขนาดนั่นเขาหยิบสำเนาตำราให้กับเย่ชิงหยู ซึ่งฉบับจริงจะถูกเก็บเข้าที่ชั้นวางดังเดิม
เย่ชิงหยูรับตำราสามเล่มมาเก็บเข้าแหวนมิติทันที ขนาดนั่นเขาก็หันหลังกลับออกไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เขามีแต้มเยอะแยะ เขาว่าจะทะลวงพลังซักหน่อย เย่ชิงหยูรู้สึกว่าอยากจะบินอย่างมาก มันจะเป็นอิสระไร้ซึ้งกฏแรงโน่มถ่วงรั้งเอาไว้
ในตอนนั่น ฝูงศิษย์ก็พลันอุทานขึ้นเป็นทอดๆ ในสายตาของพวกเขาหันไปมองทิศทางนึง ขนาดนั่นชายคนนึงก็เดินเข้ามา เขามีสีหน้ายิ้มแย้ม ร่างกายผอมบาง ทำตัวสบายๆราวกับไม่ทุกร้อนอะไร ใบหน้าเขาชั่งธรรมดา แต่ทุกคนรู้นิสัยเขาเป็นอย่างดี เขายะโสโอหังอย่างถึงที่สุด ลงมือโหดเหี้ยม ตระกูลจ้าวถือเป็นยักษ์ใหญ่ในเมืองหน้าด่านมีขั้นขุนพลนภาหลายสิบคนประจำการอยู่ แถมที่สำคัญ เขาคือน้องชายของจ้าวเฟิง ซึ่งเป็นผู้เยาว์ที่แกร่งสุด ถึงขนาดถูกเรียกว่าบุตรศักดิ์สิทธิ์เลยทีเดียว
"นั่นศิษย์พี่จ้าวฟง รีบคำนับเขาเร็ว"
"ทักทายศิษย์พี่" ศิษย์แต่ละคนทำความเคราพกันยกใหญ่ แต่ในแววตาปรากฏอาการหวาดกลัว มีแต่เย่ชิงหยูที่ไม่ได้ทำ เขาเดินออกไปเฉยๆ ไม่ได้สนใจ จ้าวฟงที่เดินเข้ามาเลยสีกนิด
จ้าวฟงเห็นศิษย์คนอื่นๆทำความเคราพตนก็พยักหน้ารับ ขนาดนั่นเขาพลันเห็นเย่ชิงหยูที่ไม่ได้คำนับตน แถมยังเมินเขาไม่ได้หันมองเหมือนไม่มีตัวตนเลยด้วยซ้ำ หนังตาเขากระตุกนิดๆ ใบหน้ายิ้มแย้มเริ่มเลือนหาย ศิษย์คนอื่นๆก็เริ่มสังเกตได้ ในใจของพวกเขาเอ่ยกัันออกมา ซวยแล้ว
เย่ชิงหยูพลันหยุดเดิน เขารู้สึกว่าทุกสายตาจ้องมองมาที่ตนอยู่ เขาหันหัวกลับไปมอง ก็เห็นคนที่ชื่อว่า จ้าวฟง ยืนมองตนอยู่ ใบหน้าเขาดูโกรธมาก
จ้าวฟงเห็นดังนั่นไม่รอช้า เริ่มเดินเข้ามาเขากำหมัดทั้งสองข้างแน่น เมื่อมาถึงหน้าของเย่ชิงหยู เขาข่มขู่เย่ชิงหยูทันที เขาเอ่ยออกมาราวกับออกคำสั่ง
"คุกเข่าคำนับข้าซะ แล้วข้าจะไม่เอาความเรื่องที่เจ้าไม่เคราพข้า" จ้าวฟงปล่อยแรงกดดันออกมา ศิษย์คนอื่นๆพลันหน้าเปลี่ยนสี
เย่ชิงหยูพลันส่ายหัว เขาบ่นออกเล็กน้้อย
"ไม่่ว่าที่ไหนก็มีคนแบบนี้นินะ จะบ้าตาย" เย่ชิงหยูเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย
"แกว่าไงนะ" จ้าวฟงของขึ้น เส้นเลือดเขาเริ่มผุดขึ้นมา ขนาดที่เขาจะเอ่ยต่อ "พรึบบ" ก็มีมือแข็งราวเหล็กกล้าจับที่หน้าของเขาเอาไว้ เป็นเย่ชิงหยูนั่นเอง
จ้าวฟงสีหน้าตื่นตระหนก เขาเอามือตัวเองจับแขนของเย่ชิงหยูไว้ พยายามจะบีบมันสุดแรง ร่างกายเขาปล่อยพลังออกมาอย่างบ้าคลั่ง แต่ถึงยังงั้นก็ขยับตัวไม่ได้เลย เขาตะโกนสุดเสียงเบ่งพลังสุดชีวิต
ศิษย์คนอื่นๆก็ได้แต่ตะลึง ไม่น่าเชื่อว่าจะมีใครกล้าลงมือ
"ปากดีนักใช่ไหม" เย่ชิงหยูเอ่ยขึ้นเขาหลี่ตาลง เริ่มบีบหัวจ้าวฟง ใช้แรงขึ้นไปเรื่อยๆ
จ้าวฟงพลันรู้สึกเจ็บปวด ราวกับว่าสมองของเขาเริ่มแตกร้าว เขาส่งเสียงร้องออกมาดังลั่น
"แก รีบปล่อยข้าซะ ข้าคือน้องชายของจ้าวเฟิงนะว้อย" จ้าวฟงยังไม่ยอมแพ้เขาพยายามจะเอ่ยชื่อคนหนุนหลังตน
เย่ชิงหยูไม่ได้สนใจ ออกแรงบีบเพิ่มไปอีก เสียงกระโหลกเริ่มแตกหัก ฝูงศิษย์ได้ยินพลันตื่นตระหนัก
เย่ชิงหยูยกตัวของมันลอยขึ้น ขนาดนั่นเขาเตะเข้าไปที่หน้าอกของมันจังๆ จ้าวฟงพลันกระอักเลือด เลือดสาดกระเด็นเต็มฝ่ามือของเย่ชิงหยู แต่เย่ชิงหยูก็ยังไม่ได้ปล่อยเขาบีบใบหน้าของจ้าวฟงไว้อย่างนั่น พลันเตะเข้าไปอีกหลายที
จ้าวฟงส่งเสียงร้องในลำคอ เขาเจ็บปวดอย่างมาก กระดูกในร่างกายเริ่มแตกออก สายตาเขามองไปที่เย่ชิงหยูด้วยความหวาดกลัว สติเขาเริ่มเลือนลาง เย่ชิงหยูเมื่อเห็นเช่นนั่น เขาก็ปล่อยมือ
"โครมม" จ้าวฟงร่างกายอ่อนยวบ ล้มลงไปกับพื้น หมดสติไปทั้งอย่างนั่น ใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด
เย่ชิงหยูมองไปหนึ่งที ก็ไม่ได้สนใจ พลันหันหลังเดินออกไปทันทีี