หลิวชิงหยู่เห็นว่าใบหน้าทุกคนกำลังครุ่นคิด เขารู้ว่าทุกคนกำลังคิดตามคำพูดของเขา ทุกคนไม่ได้โง่ หลายๆ อย่างที่เหมาะเจาะมันบ่งชี้ว่าเป็นการจัดฉาก ดังนั้นหลิวชิงหยู่จึงเชื่อว่า ซือเจิ้นเฉียงกับเสวี่ยเหวินหลงทำอะไรไม่ได้เพราะมีเซี่ยเจิ้งเต๋ออยู่ หากไม่มีเซี่ยเจิ้งเต๋อพวกเขาคงจัดการกับเอกสารเหล่านั้นไปแล้ว ส่วนอีกเรื่อง จริงอยู่ว่าเขาไปยังภูเขาชุ่ยผิงทุกวัน แต่ความจริงคือเขาไปแค่ครึ่งวันเท่านั้น ในตอนนี้เหล่าคณะกรรมาธิการทั้งหลายกำลังปรึกษาพูดคุยและตัดสินเรื่องเขา เซี่ยเจิ้งเต๋อเองก็มีส่วนร่วมด้วย ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครคิดว่าเซี่ยเจิ้งเต๋อจะให้โอกาสเขา
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้หลิวชิงหยู่ก็มองไปยังเสวี่ยเหวินหลงแล้วพูดว่า “ ผู้ว่าการเสวี่ย เลขาธิการซือไม่ได้บอกหรือว่าผมจะกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยโครงการภูเขาชุ่ยผิง ดังนั้นผมจะขอพูดไว้ตรงนี้เลย ว่าภายในหนึ่งเดือนผมจะพบนักลงทุนที่เหมาะสมกับภูเขาชุ่ยผิง เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการสีเขียว และยังเป็นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจึงมีมูลค่ามหาศาลคนที่มีวิสัยทัศน์จริงๆ ย่อมไม่ทิ้งโครงการดีๆ แบบนี้แน่นอน ผู้ว่าการเสวี่ยผมอยากจะบอกว่าคุณควรตระหนักถึงพลังของโลกออนไลน์และความก้าวหน้าเทคโนโลยีได้แล้ว การหานายทุนไม่ได้จำกัดแค่การจัดประชุมเพื่อการลงทุนหรือจัดงานเรียกนักลงทุนลงพื้นที่เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจกับบริษัทต่างชาติขนาดใหญ่อีกต่อไปแล้ว ตอนนี้มันมีวิธีการที่มีประสิทธิภาพและสะดวกสบายยิ่งกว่า ถึงแม้คุณจะไม่เข้าใจแต่ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีอยู่จริง คุณทำไม่ได้ก็ใช่ว่าคนอื่นจะทำไม่ได้ ผมเคยรายงานเรื่องโครงการภูเขาชุ่ยผิงกับหัวหน้าพรรคเซี่ยแล้ว ซึ่งเขาก็สนับสนุนผมอย่างเต็มกำลัง ไม่เชื่อคุณลองถามเขาดูก็ได้”
การพูดไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้อยคำมันสามารถฆ่าคนได้
ในตอนนี้ไม่เพียงแต่เสวี่ยเหวินหลง แม้แต่เซี่ยเจิ้งเต๋อก็ตกใจกับสิ่งที่หลิวชิงหยู่พูด เพราะหลิวชิงหยู่ไม่เคยรายงานเรื่องภูเขาชุ่ยผิงให้เขารู้มาก่อน แต่ความคิดของเซี่ยเจิ้งเต๋อก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เพราะหลิวชิงหยู่มั่นใจว่าเขาจะหานักลงทุนได้ภายในหนึ่งเดือน ตอนแรกเขาคิดว่าหลิวชิงหยู่ต้องการโอ้อวด แต่เขาก็รีบสลัดความคิดนี้ทิ้งไปทันที เพราะหลังจากได้รู้จักหลิวชิงหยู่เขารู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้แข็งแกร่งมาก เขาทำสิ่งต่างๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม เขาสามารถพลิกแพลงสถานการณ์ได้อย่างอิสระ ดังนั้นเขาจึงรู้ได้ทันทีว่าคำพูดของหลิวชิงหยู่ที่พูดออกมามันมีนัยยะซ่อนอยู่ ราวกับหลิวชิงหยู่ต้องการบอกว่าเรื่องที่หานักลงทุนได้เป็นความจริง นั่นหมายความว่าการมีหลิวชิงหยู่อยู่ข้างๆ จะสามารถผลักดันความสำเร็จของเขาได้ ในเวลานี้ถ้าเซี่ยเจิ้งเต๋อไม่กล้าที่จะเสี่ยง หลิวชิงหยู่คงจะเสียหน้า ยิ่งเขาเป็นคนมีความรับผิดชอบ และถึงแม้ว่าที่เขาพูดจะไม่เป็นความจริง แต่เขาก็เป็นข้าราชการที่อุทิศตนเพื่อประชาชน เขายอมรับในแผนการของหลิวชิงหยู่จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “ใช่แล้วสหายหลิวชิงหยู่ รายงานเรื่องการสำรวจภูเขาชุ่ยผิงให้ผมทราบ ผมเองก็พร้อมสนับสนุนเขา แม้ว่าคนอื่นๆ จะไม่สามารถทำโครงการนี้ได้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเด็กรุ่นหลังจะทำไม่ได้ เราต้องเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้แสดงฝีมือบ้าง!”
ใบหน้าของเสวี่ยเหวินหลงเหยเกไปทันที คำพูดของเซี่ยเจิ้งเต๋อทำให้ไฟความโกรธแทบจะพุ่งออกมาจากดวงตาของเขา เห็นชัดว่าเรื่องนี้เซี่ยเจิ้งเต๋อสร้างขึ้นมาก็เพื่อช่วยเหลือหลิวชิงหยู่ และเนื่องจากเซี่ยเจิ้งเต๋อทำตัวเป็นไม้ใหญ่ปกคลุมกล้าชั้นดีอย่างหลิวชิงหยู่ทำให้เรื่องนี้ไม่มีหลักฐานที่สามารถนำมาพิสูจน์ได้ แต่เสวี่ยเหวินหลงก็ไม่ได้คนไร้สมอง ในเมื่อเขาไม่สามารถเล่นงานตรงจุดนี้ได้ เขาจึงพุ่งไปที่การหานักลงทุนภายในหนึ่งเดือน เขามองไปยังหลิวชิงหยู่แล้วพูดขึ้นว่า “สหายหลิวชิงหยู่ คุณเอาแต่พูดว่าคุณหานักลงทุนสำหรับโครงการนี้ได้ภายในหนึ่งเดือน ผมหวังว่ามันจะเป็นความจริง ถ้าไม่อย่างนั้นเราจะลงโทษเอาผิดเรื่องที่คุณขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ประเด็นบางอย่างสามารถตัดสินร่วมกันได้ เรื่องที่คุณเอ่ยก่อนหน้านี้หวังว่าจะไม่ใช่แค่การคุยโวโอ้อวดหรอกนะ?”
เสวี่ยเหวินหลงปิดทางหนีของหลิวชิงหยู่ เขาบังคับให้อีกฝ่ายต้องเลือกทางนี้ ตอนนี้เซี่ยเจิ้งเต๋อจึงเกิดความกังวล เขาคิดว่าคำสัญญาของหลิวชิงหยู่มันมากเกินไป ต้องรู้ว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จิงหลินได้พยายามหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่สามารถหานักลงทุนเข้ามาได้เลย ประการแรกคือในประเทศมีภูเขาที่ทิวทัศน์เหมือนกับภูเขาชุ่ยผิงมากเกินไปจึงขาดความโดดเด่น ประการที่สองในเมืองชางชานมีจุดชมวิวมากมาย และเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยว เส้นทางคมนาคมเองก็ราบรื่น นักลงทุนจึงไม่จำเป็นต้องเสียเวลาและใช้ความพยายามมาก ทำให้เขารู้สึกสงสัยในเรื่องที่หลิวชิงหยู่บอกว่าจะหานักลงทุนให้ได้ในหนึ่งเดือน
อย่างไรก็ตามหลิวชิงหยู่ดูเหมือนจะไม่ใส่ใจว่าเสวี่ยเหวินหลงต้องการสื่ออะไร เขาจึงพูดขึ้นอย่างมั่นอกมั่นใจว่า “ไม่มีปัญหา ถ้าผมหานักลงทุนไม่ได้ภายในหนึ่งเดือน ผมยินดียอมรับการตัดสินที่ทางเทศมณฑลลงมติ โดยจะไม่มีการโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น” เมื่อพูดแบบนี้ ใบหน้าของหลิวชิงหยู่ก็แสยะยิ้มอย่างเย่อหยิ่งแล้วพูดออกไปว่า “ผู้ว่าการเสวี่ย เลขาธิการซือ แต่ว่าผมมีเงื่อนไขอย่างหนึ่ง ถ้าผมหานักลงทุนมาได้ภายในหนึ่งเดือน ผมอยากให้พวกคุณขอโทษผม อย่าคิดว่าการที่พวกคุณนำเอกสารมากองไว้ที่โต๊ะผม ก็ด่วนสรุปว่าผมทำงานได้ไม่ดี การทำงานที่แท้จริงไม่ใช่การออกคำสั่งหรือเซ็นเอกสารเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการลงมือทำเพื่อประชาชน สำหรับคนที่ได้แต่ชี้นิ้วสั่งเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามความต้องการมันไม่คู่ควรที่จะเรียกว่าการทำงานด้วยซ้ำ ผู้ว่าการเสวี่ย สหายซือเจิ้นเฉียง พวกคุณกล้ารับเงื่อนไขของผมหรือไม่?”
หลิวชิงหยู่พูดจบ ห้องประชุมก็เงียบกริบในชั่วพริบตา ไม่มีใครคิดว่าหลิวชิงหยู่จะผยองขนาดนี้ ถึงขนาดที่ออกปากให้เสวี่ยเหวินหลงกับซือเจิ้นเฉียงขอโทษเขา เขาช่างกล้าหาญยิ่งนัก ตอนนี้เซี่ยเจิ้งเต๋อไม่เพียงแต่ชอบบุคลิกสไตล์ของหลิวชิงหยู่ แต่ยังชื่นชมเขาอีกด้วยเพราะเขารู้ดีว่า หลิวชิงหยู่ทำแบบนี้เขาย่อมมีความมั่นใจอย่างแน่นอน
ตอนนี้ หวังจื่อเฉียงที่อยู่ด้านข้างตั้งแต่มาถึง ได้เฝ้าดูทุกการเคลื่อนไหวของหลิวชิงหยู่ ตามที่นายเก่าของเขาได้ฝากฝังไว้ เขาพบว่าหลิวชิงหยู่ เด็กหนุ่มอายุ 22 ปีผู้นี้กล้าเผชิญหน้ากับเสวี่ยเหวินหลงโดยปราศจากความกลัว ในบรรดาคนที่เขาเคยร่วมงานด้วยมาก่อน หลิวชิงหยู่ถือเป็นคนที่พิเศษแตกต่างอย่างมาก แม้จะเป็นปลาต่างถิ่นที่เพิ่งจะพลัดบ่อเช่นเดียวกัน แต่สำหรับเขาเลือกที่จะระมัดระวังตัว แต่หลิวชิงหยู่กลับไม่หวั่นเกรง เรื่องนี้สามารถอธิบายหลายๆ สิ่งได้เป็นอย่างดี
ปัจจุบัน แม้แต่เสวี่ยเหวินหลงเองก็คาดไม่ถึงว่าหลิวชิงหยู่จะบีบให้เขารับคำท้าเดิมพัน เขาจึงทำได้เพียงหัวเราะขึ้นด้วยความโกรธต่อพฤติกรรมไร้เดียงสาของหลิวชิงหยู่ คณะกรรมาธิการเทศมณฑลทั้งคณะไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องหานักลงทุนได้ แต่หลิวชิงหยู่เด็กหนุ่มที่ขนพึ่งขึ้นกลับบอกว่าตัวเองสามารถทำได้ มันทำให้สีหน้าของเขาหม่นหมองลง ขณะพูดขึ้นอย่างเย็นชา “เอาล่ะ หลิวชิงหยู่ ถ้าคุณทำได้จริงๆ เหตุใดผมถึงจะไม่ขอโทษคุณล่ะ แต่ถ้าคุณทำไม่ได้ผมจะปลดคุณออกจากตำแหน่งที่ปรึกษาเลขาธิการและนายกประจำตำบลทันที”
หลิวชิงหยู่พยักหน้าโดยปราศจากความลังเล “ไม่มีปัญหา ลูกผู้ชายพูดแล้วไม่คืนคำ”
เสวี่ยเหวินหลง พยักหน้าเบาๆ
อย่างไรก็ตามในตอนนั้น มือถือของหลิวชิงหยู่ก็ดังขึ้น เมื่อเขาเปิดดูก็พบว่าเป็นชาวเน็ตที่ใช้ยูสเซอร์ มองไปรอบๆ ติดต่อเข้ามา เขาจึงกดรับสายอย่างรวดเร็วแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “คุณคือมองไปรอบๆ ใช่ไหม คุณโทรหาผมกะทันหันแบบนี้หรือคุณสนใจจะเข้ามาลงทุนในจิงหลิน?”
ในคำพูดของหลิวชิงหยู่แม้จะฟังดูไร้สาระแต่มันก็เปี่ยมไปด้วยความคาดหวังเช่นเดียวกัน
อีกฝ่ายเงียบไปเล็กน้อยแล้วพูดด้วยน้ำเสียงทื่อๆ อย่างไม่อ้อมค้อม “หัวหน้าหลิวใช่ไหม (หัวหน้าหลิวคือชื่อผู้ใช้ในเน็ตของหลิวชิงหยู่) ผมเห็นรูปถ่ายถ้ำเซียนแล้ว ทิวทัศน์ของมันงดงามตระการตาจริงๆ ผมชื่อ ปาร์คเจซอง ผู้จัดการฝ่ายการลงทุนของ หยู่เทียนกรุ๊ปจากเกาหลีใต้ ผมคิดว่าผมจะพาทีมของผมเดินทางไปยังกวนซานในเช้าวันศุกร์เพื่อตรวจสอบสถานที่จริงบริเวณพื้นที่ภูเขาชุ่ยผิง และพิจารณาว่าเหมาะสมกับการลงทุนหรือไม่ หากเป็นไปได้ ผมตั้งใจว่าจะลงทุน 300ล้านหยวน เพื่อดำเนินโครงการนี้ในขั้นแรก”
หลิวชิงหยู่พยักหน้าแล้วพูดว่า “ไม่มีปัญหาทางผมยินดีต้อนรับอย่างยิ่ง คุณปาร์ค แต่ผมขอบอกเอาไว้ก่อนว่าสภาพถนนในกวนซาน มันไม่ค่อยจะดีนัก มันคงจะดีกว่าถ้าคุณเลือกใช้ยานพาหนะประเภทออฟโรดเมื่อมาถึง แน่นอนว่าผมจะไม่ปกปิดข้อมูลหรือหลอกลวงคุณ”
ปาร์คเจซอง ได้ยินคำพูดของหลิวชิงหยู่ก็ตกใจ เขาเคยติดต่อไปที่อื่นๆ ก็มากมาย ก่อนการลงพื้นที่ตรวจสอบ ทุกคนพยายามจะพูดถึงข้อดีของสถานที่ที่ตัวเองรับผิดชอบ เขาไม่คิดเลยว่าหลิวชิงหยู่จะบอกข้อบกพร่องออกมาซะก่อน มันทำให้เขาคิดถึงปัญหาใหม่ทันที จากนั้นเขาพูดขึ้นว่า “หัวหน้าหลิว คุณเป็นใครเหรอครับ แล้วผมจะติดต่อคุณได้อย่างไร”
หลิวชิงหยู่ยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “ผมเป็นนายกเทศมนตรีตำบลกวนซาน ภายใต้เทศมณฑลจิงหลิน เมื่อมาถึงคุณสามารถไปที่สำนักงานนายกตำบลกวนซาน เพื่อมาหาผมโดยตรงได้เลย ผมจะพาคุณไปที่ภูเขาชุ่ยผิงเป็นการส่วนตัวเพื่อตรวจสอบงานภาคสนาม เพราะผมคุ้นเคยกับสถานที่นั่นมากกว่าคนอื่นๆ ”
ปาร์คเจซอง ขอบคุณซ้ำๆ หลังจากตกลงนัดแนะสถานที่และเวลาเรียบร้อยทั้งสองฝ่ายก็วางสาย
ตกตะลึง ทุกคนต่างก็พากันตกตะลึงเมื่อได้ยินสิ่งที่สองฝ่ายสนทนา เมื่อนึกถึงเงื่อนไขข้อตกลงก่อนหน้านี้ระหว่างหลิวชิงหยู่ กับเสวี่ยเหวินหลง มันก็ทำเอาทุกคนต่างพากันตื่นเต้น พวกเขาอยากรู้ว่าผลลัพธ์จะลงเอยอย่างไร