เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์

    ตอนที่ 140 พญาครุฑทองคำ

    “ เจ้าเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ใช่ไหม”

    “ นี่ท่านเห็นข้าด้วยหรือนี่” เทียนหิ้วผีน้อย แล้วหายวับออกมาคุยบนหลังคาตึก

    “ เล่ามาทำไมถึงคิดฆ่าเด็กน้อย หากเหตุผลฟังไม่ขึ้นข้าจะทำลายวิญญาณของเจ้าให้หายไปจากโลกใบนี้”

    “ ท่านกล้าหรือ?”  ผีน้อยถอยหลังออกมาพร้อมจะต่อสู้ เทียนยกมือปล่อยยันต์กักขังวิญญาณไปบนหัวผีน้อย และดีดนิ้วออกไป  ฟ้าผ่าลงมาเปรี้ยง ร่างผีน้อยล้มฟุบไปกับพื้น ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

    “ โอ้ย ข้ากลัวแล้ว นายท่าน อย่าทำร้ายข้าอีกเลย” ผีน้อยพยายามหนีออกมาจากเขตเวทย์มนตร์ แต่ไม่สามารถทำได้

    “ บอกมาทำไมถึงคิดฆ่าเด็กน้อยนั่น”

    “ นางเป็นแม่ของข้าเอง ข้าไม่อยากให้แม่มาเกิดใหม่ ข้าอยากให้นางตาย จะได้กลับมาอยู่กับข้า”

    “ นี่มันเป็นเหตุผลบ้าอะไรเนี่ย ต้องการฆ่าแม่ตัวเองให้มาอยู่กับเจ้า ใครสั่งสอนเจ้าให้ทำเช่นนี้” เทียนส่ายหัวกับความคิดของผีน้อย

    “ ก็ข้าคิดถึงท่านแม่นี่”

    “ เด็กน้อยคนนี้อายุแปดเดือนแล้ว ทำไมเจ้าต้องรอถึงแปดเดือน ถึงเพิ่งจะลงมือล่ะ”

    “ ข้าถูกคนผ่าออกจากท้องแม่ และถูกอาคมของหมอผี มันบังคับเอาไว้ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมามนตร์ที่กักขังข้าอ่อนแอลง ข้าเลยทำลายแล้วหนีออกมาได้ ก็เลยรีบมาจัดการกับแม่ของข้า”

    ทันในนั้นวิญญาณผีน้อยก็เริ่มมีร้อนรน ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด คล้ายกับว่า

    ถูกอาคมของหมอผี กระทำกับร่างของผีน้อยตนนี้

    เทียน ใช้เนตรสวรรค์มองสายใยอาคม เส้นบาง ๆ ที่ลอยมากับสายลมที่วนเวียนรอบ ๆ ผีน้อยตนนี้ เทียนปล่อยพลังแสงพุทธะ ทำลายสายใยอาคมจนสลายไปสิ้น  ผีน้อยตนนี้เลยหายกลับมาเป็นปกติ

    “ เฮอะ พวกหมอผีชั้นต่ำ บังอาจมาใช้อาคมต่ำๆ เช่นนี้ต่อหน้าข้า เจ้าผีน้อยเรื่องนี้เจ้าทำผิด ข้าต้องส่งให้เจ้าไปเกิดใหม่ตามแม่ของเจ้า แต่ก่อนไปข้าจะไปจัดการกับเจ้าหมอผีที่ผ่าท้องแม่ของเจ้า แล้วนำร่างของเจ้ามาทำกุมารทองแบบนี้”

    เทียนจับแขนผีน้อยที่ยืนนิ่งไม่พูดอะไร ปล่อยให้เทียนพาไปที่บ้านหลังหนึ่ง บนบ้านมี คนแต่งชุดสีขาวมี ประคำห้อยคอ กำลังนั่งมองร่างกุมารทอง ด้วยความสงสัย ทำไมกุมารทองถึงไม่กลับมา  พอเห็นเทียนกับกุมารทองมาปรากฏตรงหน้า

    ก็ตกใจยิ่งนัก

    “ นี่เจ้าเป็นใคร”  เทียนไม่อยากเสียเวลา ใช้ฝ่ามือกระแทกเข้าหน้าผาก ตรวจดูความทรงจำ พบว่าหมอผีคนนี้ รับจ้างทำเสน่ห์ ใช้กุมารทองทำเรื่องชั่วๆ แม้กระทั้งทำคุนไสยใส่คน ทำร้ายให้คนตายไปหลายคนแล้ว เทียนกระแทกใส่หน้าผากอีกครั้ง ร่างหมอผีสลายหายไปจากโลกนี้ทั้งร่างกายและวิญญาณ

    เทียนกลับมาฉายแสงพุทธะออกไปที่ ผีน้อย ร่างของผีน้อยกลายเป็นดวงดาวเล็กๆลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าไปเข้าคิวกำเนิดใหม่ทันที

    “ พลังจากแสงพุทธะ สามารถส่งวิญญาณไปเกิดใหม่ได้ด้วยหรือนี่” เทียนสัมผัสได้ว่า ผีน้อยได้ไปเกิดใหม่แล้ว

    วันรุ่งขึ้นเทียนไปที่มหาลัย พบกับเพื่อนๆ กำลังคุยกันอย่างสนุกสนานมีเจ้าหญิงเมธาวีรวมกลุ่มอยู่ด้วย พอเทียนมาถึง ทุกคนก็เล่าถึงอาจารย์สอนวิชาโบราณคดีคนใหม่ เทียนรู้สึกแปลก ๆ เล็กน้อย

    “ ลูกพี่ยังไม่เคยเห็นอาจารย์สอนวิชาโบราณคดีคนใหม่ ใครเห็นก็ต้องตกหลุมรักกันทุกคน” อาเปียวบอกกันเทียน

    “ จริง ฉันเป็นผู้หญิงยังต้องยอมรับ อาจารย์คนใหม่นี่สวยมากจริงๆ ยังกับนางอัปสรสวรรค์เลย” วาวากล่าวเห็นด้วย

    “ ฉันว่าจะไปลงเรียนวิชานี้เป็นวิชาเลือก” อาเปาเอ่ยบอกทุกคน อาเปียวกับแจ็คก็พยักหน้าเหมือนกัน

    เจ้าหญิงเมธาวดีเห็นเทียนนิ่งเฉยเลยกล่าวออกมาว่า

    “ หลี่เทียน คุณจำคนที่พวกเราเจอที่ลานจอดรถได้หรือเปล่า คนนั้นคือ อาจารย์สอนวิชาโบราณคดีคนใหม่ ”

    “ ฮ้า เธอคนนั้นเป็นอาจารย์สอนวิชาโบราณคดีหรือ” เทียนตกใจแทบสิ้นสติไม่คิดว่า นางพญาฟูนัน จะสมัครเข้ามาเป็นอาจารย์ที่นี่

    “สวัสดีทุกคน ฉันชื่อ อารยา เป็นอาจารย์สอนวิชาโบราณคดีคนใหม่” นางพญาฟูนัน เดินมาแล้วกล่าวแนะนำตัวกับพวกเทียนทำให้ทุกคนล้วนตื่นเต้นยิ่งนัก แต่เทียนถึงกับพูดไม่ออกบอกไม่ถูกเลยทีเดียว

    “ สวัสดีค่ะ อาจารย์ นี่คือ...”  วาวา แนะนำทุกคนให้กับอาจารย์อารยารู้จัก

    เทียนมองอารยา ที่แต่งตัวเหมือนนางแบบ ช่างสวยงามมีออร่า ใครเห็นอดจ้องมองหน้านางไม่ได้ ยิ่งพูดจาเป็นกันเองกับทุกคนแบบนี้ ใครๆ ก็อดหลงรักไม่ได้

    เทียนไม่ได้พูดอะไรสักคำจนถึงเวลาเรียน จึงหลบออกมา แล้วดึงตัว อารยามาคุยด้วยกันสองต่อสอง

    “ คุณมาทำอะไรที่นี่เนี่ย”

    “ มาทำงานไงล่ะ เสด็จพี่มีปัญหาหรือ”

    “ ทำไมไม่ทำงานที่อื่น มาทำที่นี่ทำไม”

    “ แล้วทำไมถึงทำงานที่นี่ไม่ได้ล่ะ”   โดนย้อนแบบนี้ เทียนก็ไม่รู้จะเอาเหตุผลอะไรให้เธอไปทำงานที่อื่น

    “ เอาล่ะ อยากทำงานที่นี่ก็ตามใจ ผมก็ไม่รู้จะห้ามอย่างไร”

    “ ห้ามได้นะ เพียงแต่ต้องให้หม่อมฉันไปอยู่ที่บ้านด้วยคน”

    “ ถ้างั้นก็ทำงานที่นี่ดีกว่า” เทียนเอ่ยเสร็จก็เดินหนีไปในทันที

    “ ฮึ พระองค์ไม่มีทางหนีหม่อมฉันได้หรอก”  นางพญาฟูนันเอ่ยอย่างมั่นใจ

    เทียนเข้าไปนั่งเรียนแต่ใจคิดถึงแต่เรื่องของนางพญาฟูนันอยู่ในหัว  จนกระทั่งวิญญาณรุ่นพี่ ขจรมานั่งข้างๆ แล้วรีบบอกว่า

    “ หลี่เทียนแย่แล้ว อาจารย์สอนวิชาโบราณคดีคนใหม่ เห็นผมด้วยล่ะ”

    “ แล้วมันแย่ตรงไหนล่ะ”

    “ อืม นั่นซินะ  เฮ้ยไม่ใช่ผมจะมาบอกว่า เธอไม่ใช่มนุษย์”

    “ ผมรู้แล้ว รุ่นพี่ก็อย่าไปทำอะไรให้เธอโกรธล่ะ”

    “ แล้วคุณไม่คิดจะทำอะไรเลยหรือ”

    “ อย่าไปยุ่งกับเธอน่ะดีที่สุด”  เทียนพูดออกไปแล้วก็ไม่พูดต่ออีก

    พอพักเที่ยง   เทียนกำลังจะออกไปกินข้าว ก็ได้ยินเสียงฮือฮา ออกมาจากนอกประตูห้องเรียน ไม่รู้พวกเขามุงดู แล้วถ่ายรูปกันยกใหญ่ เทียนกำลังจะออกไป

    ยูจินก็โผล่ออกมาเข้ามาในห้องเดินมาหาเทียน

    “ สวัสดี หลี่เทียน พวกเราไปกินข้าวกัน” ยูจินมาถึงก็เอ่ยชวนทันที

    “ ดี  ไปกันเลย” เทียนพูดสั้น ๆ แบบงง ๆ ไม่รู้ว่ายูจินมาได้ไง

    “ พวกเราไปกินร้านข้างนอกมหาลัยกัน เป็นร้านประจำ เป็นส่วนตัวดีกว่า”

    ยูจินจูงมือเทียนเดินไปขึ้นรถโดยมี บอดี้การ์ดของยูจิน คอยปกป้องไว้เกือบสิบคน

    เทียนหันไปมอง อารยาที่มองมาหาเทียนด้วยรอยยิ้มเหมือนจะบอกว่า ไม่มีปัญหาอะไร ตามสบาย แต่เทียนเกิดความรู้สึกแปลกๆ หากเธอไม่พอใจ ยูจินขึ้นมาแล้วทำร้ายยูจิน  คงไม่ดีแน่เลย

    ยูจินกับเทียน มานั่งกินร้านอาหาร ที่มีห้องเป็นส่วนตัว ไม่วุ่นวายนัก

    “ ผมไม่เห็นยูจิน มาเรียนเลย”

    “ ฉันเรียนพิเศษ กับอาจารย์น่ะ เป็นข้อตกลงพิเศษกับทางมหาลัย”

    “ ทำได้ด้วยหรือ”

    “ ได้ซิ นายก็มีบัตรนักศึกษาวีไอพี เหมือนกันไม่ใช่หรือ”

    “ ใช่ ลืมไป”

    “ ขอบใจนะ ที่ช่วยแม่ฉัน”

    “ ผ่านมาตั้งนานแล้ว  ลืมไปเถอะ”

    “ นายอยากให้ฉันช่วยทำอะไร ก็บอกมาได้เลย”

    “ ไม่รู้ซิ ยังคิดไม่ออก”

    “ มีอีกเรื่องทีอยากจะมาบอก เรื่องพ่อของเควิน หัวหน้ากองพันจิ้งจอกเงินพ่อบอกว่า เขามาหาที่บ้านถามถึงนาย แต่พ่อเตือนไม่ให้เขายุ่งกับนายแล้ว แต่พ่อคิดว่าพวกเขาคงไม่เชื่อฟังแน่ ยังไงช่วงนี้นายต้องระวังตัวด้วยนะ”

    “ อย่าได้ห่วงเลย”

    “ กองพันจิ้งจอกเป็นหน่วยงานลับของสำนักงานต่างชาติ พวกเขามีทั้งสายลับ และนักฆ่า นายก็อย่าได้ประมาทไป”

    “ ผมจะระวังตัว”  ทั้งสองกินข้าวกันเสร็จก็แยกย้ายกันไป 

    เวลานี้รอบ ๆ กายของเทียนมีคนสะกดรอยตามจริง ๆ แต่เทียนไม่คิดอะไรเพราะเห็นว่าเป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดา พวกมันคงเป็นคนของ กองพันจิ้งจอกเงินหน่วยงานลับ ที่เข้ามาในเมืองหลวง อาจแค่ต้องการแก้แค้น ให้เควิน เท่านั้น

    “จิ้งจอกเงิน 18 สะกดรอยตามเป้าหมาย กำลังกินข้าวกับ คุณยูจินครับ”

    “ สะกดรอยต่อไป รอให้คุณชายเควินกลับมาจากฮ่องกงก่อน ค่อยลงมือ”

    “ รับทราบ”  เสียงโต้ตอบของหน่วยจิ้งจอกเงิน ที่เฝ้าตามเทียนตลอดมา 

    เทียนได้ยินแล้วว่าพวกมันคุยอะไรกัน  รอให้เควินกลับมาจัดการเอง ดีเหมือนกัน จะได้จัดการเสียทีเดียว

    สำนักงานลับ จิ้งจอกเงิน ที่กรุงเทพ

    ภายในห้องประชุม มีชาวต่างชาติหลายคน มีนายพล ฌอน เป็นประธานที่ประชุม

    “ ขณะนี้ทางเราสืบข่าวได้แน่ชัดแล้ว สำนักงานโบราณคดี กรมศิลปากร ได้ขุดพบ

    เทวสถานเก่าแก่ อยู่ตรงทางตอนเหนือของเมืองหลวง  ได้พบว่าด้านในมีเทวรูปพญาครุฑ ทองคำ หนักกว่า 3 ตัน และโบราณวัตถุสมัยเมื่อสองพันปีก่อนอีกมาก

    แต่ว่า กองพันจิ้งจอกเงินของเราได้ รับมอบหมายให้ทำการขโมย เทวรูปพญาครุฑทองคำ ส่งไปที่อินโดนีเซีย พวกเขายอมจ่ายเงินค่าจ้าง หนึ่งหมื่นล้านบาท

    เวลานี้พวกเราขนกองกำลังมือดี ทั้งหมดในอาเซียนมาเป็นจำนวน 1 พันคน เวลานี้ได้กระจายไปรอบ ๆ เมืองแล้ว  ส่วนการขนย้าย เราได้เตรียมเครื่องบินบรรทุกเพื่อไปที่จาร์กาตาร์ เพียงรอให้ ทางกรมศิลปากร ขนขึ้นมาจากใต้ดิน พวกเราก็จะลงมือโดยทันที พวกคุณทุกคนใครมีปัญหา หรือ อยากเสนอแนะ กับการปฏิบัติการในครั้งนี้บ้างไหม”  นายพลฌอน พ่อของเควิน เป็นหัวหน้าการปฏิบัติการใน  เอ่ยถามกับสมาชิกที่ร่วมประชุมในวันนี้

    เวลานี้ กองพันจิ้งจอกเงินเตรียมตัวปล้น รูปปั้น พญาครุฑทองคำ สองพันปี จากกรมศิลปากรส่งขายไปอินโดนีเซีย โดยที่ประชาชนเองยังไม่มีใครรู้ว่า มีการค้นพบ เทวสถานเก่าแก่เลย กรมศิลปากร ก็ยังคงเก็บไว้เป็นความลับ เพื่องความปลอดภัยแต่หารู้ไม่ว่า ในกรมศิลปากรนั้นมีหนอนบ่อนไส้ ส่งข่าวให้กองพันจิ้งจอกเงินรับทราบเรียบร้อยแล้ว แต่สุดท้ายข่าวแบบนี้ก็ปิดประชาชนไม่มิด ตอนเช้าข่าวนี้ก็ออกสื่อไปทั่วประเทศ

    เวลาเช้าทุกสื่อ ก็ออกข่าวว่า ค้นพบเทวสถานโบราณ ลึกลงไปใต้ดินเกือบ ห้าสิบเมตร ขณะที่เกิดแผ่นดินทรุดตัวลงไป เอง ชาวบ้านต่างแห่เข้าไปชม เป็นจำนวนมาก

    ทางทหารตำรวจ ต้องมากั้นบริเวณไม่ให้ชาวบ้านเข้าไป แต่การนำเทวรูปขนาดสามตันขึ้นมานั้นยากมาก คงต้องใช้เวลาขุดอีกหลายวัน  ฝ่ายกองพันจิ้งจอกเงินก็ต้อง เฝ้ารอดูต่อไป

    มหาลัยคิงส์ตัน

    เทียนกับกลุ่มเพื่อนกำลังวิจารณ์เรื่องการขุดค้นพบ เทวรูปครุฑทองคำ โดยที่ทุกคนเอ่ยถาม นางพญาฟูนัน ซึ่งมานั่งรวมกลุ่มด้วย

    “ อาจารย์ เทวรูปครุฑทองคำอายุ 2 พันปีจริงหรือเปล่าคะ” วาวาเอ่ยถาม อาจารย์อารยา

    “ เทวรูปครุฑทองมีอายุกว่า 2 พันปีแน่นอน โดยนำมาจากอาณาจักรชวาโดยกษัตริย์ฟูนันพระองค์หนึ่ง เพื่อมาทำพิธี สะกดพญานาคราช เรียกว่า พิธีครุฑยุดนาค”  อารยาเอ่ยออกไปแล้วชายตามองมาที่เทียนแวบหนึ่ง

    “ โอ้โห ต้องนำเข้ามาเลยหรือ ทำไมสมัยก่อนดินแดนแถบนี้เรียกว่าสุวรรณภูมิไม่ใช่มีทองคำเยอะหรอกหรือ”  อาเปาสนใจมาก เลยถามอาจารย์อารยาต่อ

    “ ดินแดนสุวรรณภูมิครอบคลุมมาตั้งแต่แดนมอญ แล้วรวมไปถึงแหลมมลายูไปถึงเมืองญวนเป็นดินแดนที่กว้างใหญ่ อาจจะมีทองคำบ้าง แต่ไม่ใช่มีมากมาย ที่ได้รับคำเรียกแบบนั้น เพราะเป็นตลาดการค้าใหญ่ที่สุดมากกว่า 

    ส่วนที่นำเข้ามาจากอาณาจักรชวานั้น เป็นเพราะว่าดินแดนชวานั้น เป็นดินแดนแห่งพญาครุฑ การนำเข้ามาอาจเป็นเพราะได้ผ่านพิธีกรรมอันศักดิสิทธิ์มากกว่า”  ทุกคนได้ฟังอาจารย์อารยาพูดก็พยักหน้าตามไปด้วย เทียนก้มหน้าดูรูปภาพพญาครุฑก็รู้สึกว่า ในรูปปั้นครุฑทองคำนี้คล้ายมีจิตวิญญาณ แต่ไม่ถามเรื่องนี้กับอารยารอคุยกันสองต่อสอง ค่อยถาม

    “ ถ้าเช่นนั้นถ้าเอาขึ้นมาได้ พญาครุฑทองคำจะมีมูลค่าเท่าไรกันนะ”  แจ็คเอ่ยถามด้วยความสงสัย

    “ ไม่ต่ำกว่าหมื่นล้าน”   นางพญาฟูนันเอ่ยตอบทันที

    พอทุกคนได้ฟังมูลค่า ก็ร้อง  โอ้โห   ออกมาพร้อม ๆกัน

    หลังจากทุกคนเข้าเรียน เทียนก็เข้ามาหา นางพญาฟูนัน เพื่อถามให้หายสงสัย

    “ ผมรู้สึกว่า พญาครุฑทองคำตัวนี้มีจิตวิญญาณอยู่  สมัยก่อนเขานำเข้ามาเพื่อทำพิธีสะกดพญานาคราชจริงหรือ?”

    “ พระองค์เป็นคนอัญเชิญมันมา เพื่อสะกดหม่อมฉัน นี่เสด็จพี่จำไม่ได้หรือยังไง”

    นางพญาฟูนันเอ่ยขึ้นมาด้วยความน้อยใจ

    “ อะไรนะ ผมเป็นคนอัญเชิญพญาครุฑทองคำมาเองหรือนี่...”

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์ ที่คุณอ่าน