ตอนที่ 16
ติ๊ด !! ติ๊ด !! ติ๊ด !! เสียงเครื่องจับสัญญาณชีพยังคงทำงานปกติตอนนี้ในห้องผ่าตัดเวลาก็ได้ผ่านมากว่าสามชั่วโมงครึ่งแล้ว ดนัยยังคงตั้งหน้าตั้งตาต่อเส้นประสาทและเส้นเลือดต่อไป
“มืออย่าสั่นสิดนัยตั้งสมาธิเข้าไว้” ฮิคาริเตือนหลังจากเห็นมือของดนัยเริ่มไม่นิ่งแล้ว
ดนัยได้ยินดังนั้นก็หยุดมือเล็กน้อยก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมองและร่างกายให้ได้มากที่สุดเพียงสูดหายใจไม่กี่ครั้งร่างกายเขาก็เริ่มหยุดสั่นเขาลงมือผ่าตัดต่อทันที
อีกด้านหนึ่ง
ที่นี่คือห้องมอนิเตอร์ที่ใช้สังเกตุการผ่าตัดภายในห้องนั้นมีหมอมิโฮะและหมอมาสึมิ หรือหมอโองาตะ มาสึมิผู้เชี่ยวชาญการผ่าตัดด้านกระดูกอยู่
พวกเธอทั้งคู่กำลังมองดูดนัยผ่าตัดด้วยอารมณ์และสีหน้าหลากหลาย
ครืด !! ประตูห้องถูกเปิดออกทำให้ทั้งคู่หันไปมองก่อนจะเห็นว่าเป็นหมออิจิโนเสะนั่นเองที่เข้ามาพวกเธอสังเกตุเห็นหน้าอกของหมออิจิโนเสะยังกระเพื่อมอยู่บนใบหน้าเองก็มีหยดเหงืออยู่ตามไรผมซึ่งพวกเธอรู้ได้ทันทีว่าหมออิจิโนเสะรีบวิ่งมาหลังจากผ่าตัดเสร็จแน่ๆ
“เป็นไงบ้าง” หมออิจิโนเสะเดินเข้ามาพลางถามพวกเธอ
“ฉันพึ่งเข้ามาดูเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วค่ะการผ่าตัดราบรื่นดีถึงแม้หมอดนัยจะผ่าตัดได้ช้าไปหน่อยก็เถอะ” หมอมิโฮะพูด
“ส่วนฉันเองก็พึ่งเข้ามาเมื่อยี่สิบนาทีก่อนดีเคสแขนขาดนี่น่าจะเกิดจากเครื่องจักรทำให้กระดูกไม่เสียหายมากนัก หมอสุกิยามะจากแผนกฉุกเฉินก็ยึดกระดูกได้ดีตามตำรา ส่วนหมอดนัยนั้นฉันเองก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี แต่เขาสามารถเย็บเส้นประสาทได้เนี้ยบมากนี่หมอดนัยมีประสบการณ์การผ่าตัดต่ออวัยวะงั้นเหรอคะ” หมอมาสึมิพูดพลางหันหน้ามาถามหมออิจิโนเสะ
“ไม่มีแน่นอนฉันเช็คจนแน่ใจแล้ว” หมออิจิโนเสะพูด
“ถ้าอย่างนั้นหมอดนัยเขาทำได้.....”
“สองบุคลิก !!” หมอมาสึมิยังพูดไม่ทันจบจู่ๆหมอมิโฮะก็พูดออกมา
“สองบุคลิก ???” หมอมาสึมิถาม
“อ้อไม่มีอะไรฉันกับหมออิจิโนเสะแค่เคยพูดกันเล่นๆเฉยๆว่าหมอดนัยยังกับเป็นโรคสองบุคลิกน่ะ” หมอมิโฮะขยายความ
“หรือว่าจะเกิดจากอุบัติเหตุ !!” หมออิจิโนเสะที่ได้ยินหมอมิโฮะและหมอมาสึมิคุยกันเผลออุทานออกมา
ควับ !! หมอมิโฮะและหมอมาสึมิหันควับมามองหมออิจิโนเสะทันที
“เมื่อครู่หมออิจิโนเสะบอกว่าอุบัติเหตุหมอดนัยเคยประสบอุบัติเหตุเหรอคะ !!” หมอมิโฮะถาม
หมออิจิโนเสะที่ได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจออกมาเพราะเรื่องอุบัติเหตุของหมอดนัยนั้นมีเพียงผู้อำนวยการและเขาเท่านั้นที่รู้
“จะเล่าให้ฟังแล้วกันคือเรื่องมันเป็นแบบนี้..............” หมออิจิโนเสะเริ่มเล่าเรื่องที่รู้มาของหมอดนัยในวัยเด็กไม่นานหมออิจิโนเสะก็เล่าจบ
“อืม...อุบัติเหตุจากวัยเด็กงั้นเหรอไม่แน่ว่านี่อาจจะเป็นเหตุการณ์ที่สร้างบุคลิกที่สองขึ้นมาก็ได้นะ หมออิจิโนเสะบอกว่าหมอดนัยมาเป็นหมอเพราะอยากช่วยคนสินะคะ ไม่แน่ว่าตอนที่เด็กผู้หญิงคนนั้นตายในอ้อมกอดบุคลิกนั่นอาจจะถูกสร้างขึ้นมาตอนนั้น” หมอมาสึมิวิเคราะห์
“แต่มันจะเป็นไปได้ด้วยเหรอที่จะมีอีกบุคลิกหนึ่งที่เก่งด้านการผ่าตัดน่ะ” หมอมิโฮะพูดพลางมองไปยังการผ่าตัดของดนัย
“ฉันเองก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทางจิตเสียด้วยสิ แต่ถ้าจำไม่ผิดเคยมีคนไข้คนหนึ่งที่ป่วยเป็นโรคหลายบุคลิกในอเมริกา คนไข้คนนั้นมีบุคลิกมากถึงยี่สิบสามบุคลิก” หมออิจิโนเสะพูด
(ไรท์ : เรื่องคนที่มีถึง 23 บุคลิกนี่ผมเขียนโดยนำมาจากตัวละครในหนังเรื่อง SPLIT จิตหลุดโลก นะครับซึ่งเข้าฉายในไทยปี 2017)
“ยี่สิบสามเลยงั้นเหรอคะ !!” หมอมาสึมิอุทานออกมา
“ใช่ทั้งสี่สิบสามบุคลิกนี้จะผลัดออกมาใช้ชีวิต แต่ละบุคลิกจะมีความสามารถและความโดดเด่นในเรื่องที่ตัวเองถนัดมันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมากเลยล่ะแต่ก็เป็นเรื่องจริงแถมยังไม่เท่านั้นบุคลิกของคนไข้คนนั้นน่ะมีหลากหลายช่วงอายุทั้งเด็ก วัยรุ่น วันกลางคน หรือแม้กระทั่งคนแก่” หมออิจิโนเสะพูด
“นั่นมันเป็นไปได้เหรอคะ !!” หมอมิโฮะไม่อยากจะเชื่อ
“เอาไว้เดี๋ยวผมจะหาวิจัยมาให้ดูแล้วกันเพราะเคสของคนไข้คนนี้เป็นกรณีศึกษาอยู่ในอเมริกา ถึงแม้ในญี่ปุ่นจะหายากแต่ผมพอจะมีเพื่อนอยู่ในอเมริกาเดี๋ยวจะบอกเพื่อนให้หามาให้” หมออิจิโนเสะพูด
“ถ้าอย่างนั้นจากเคสนี้บุคลิกที่สองของหมอดนัยจะปรากฎขึ้นก็ต่อเมื่อเขาเจอคนไข้วิกฤตงั้นเหรอคะ” หมอมิโฮะมองไปยังหมอดนัย
“ไม่รู้หรอกนะนี่ก็แค่การคาดเดาเท่านั้น” หมออิจิโนเสะเองก็ตอบอะไรไม่ได้ทั้งสามคนทำได้แต่มองดูการผ่าตัดของหมอดนัยต่อไป
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
ฉับ !! เสียงหมอสุกิยามะใช้กรรไกรตัดไหมออกหลังจากดนัยเย็บแขนต่อเข้าด้วยกัน
“เฮ้อ.....” หมอสุกิยามะถอนหายใจออกมาพลางหลับตาลงเพื่อพักสายตาหลังจากผ่าตัดมากว่าห้าชั่วโมงตอนนั้นเองเหล่าพยาบาลและวิสัญญีแพทย์ในห้องก็เริ่มปรบมือขึ้นมา
แปะๆๆๆๆ !! ดนัยที่พึ่งผ่าตัดเสร็จมองไปยังพยาบาลพวกนั้นเขาได้แต่ยิ้มออกมาแห้งๆ
“เยี่ยมมากเลยค่ะหมอดนัย !!”
“เป็นการผ่าตัดที่ยอดมากเลยค่ะ !!”
เสียงชื่นชมถูกส่งตรงมายังดนัยที่ทำการผ่าตัดสำเร็จ
ไม่ใช่ผมหรอกนะที่ยอดเยี่ยมน่ะผมก็แค่หมอกำมะลอเท่านั้นเป็นเธอต่างหากฮิคาริที่ยอดเยี่ยมการผ่าตัดที่ยากขนาดนี้เธอยังรู้วิธีการผ่าตัดเธอน่ะเป็นใครกันแน่ฮิคาริ ดนัยมองไปยังฮิคาริ
“มองอะไรไม่เคยเห็นคนสวยหรือไง !!” ฮิคาริที่เห็นดนัยมองมาก็ถลึงตาใส่เขาทันที
ดนัยถอนหายใจออกมาก่อนจะหันไปขอบคุณพยาบาลและวิสัญญีแพทย์จากนั้นเขาและหมอสุกิยามะก็ชวนกันออกไปเปลี่ยนชุดและกลับไปพักที่ห้องพักแพทย์ฉุกเฉิน
ห้องพักแพทย์
“โอยหมดแรงนี่เป็นครั้งที่สองแล้วนะครับที่ผมต้องผ่าตัดยาวๆแบบนี้” หมอสุกิยามะพูดพลางมองไปที่ดนัยที่กำลังเขียนรายงานของคนไข้อยู่
“หมอดนัยที่เก่งจริงๆเลยนะครับเนี่ยที่สามารถผ่าตัดต่ออวัยวะได้” หมอสุกิยามะชื่นชม
“ผมไม่เก่งขนาดนั้นหรอกครับ” ดนัยไม่กล้ารับคำชื่นชมนั้น
“โธ่หมอดนัยอย่าถ่อมตัวไปเลยครับการผ่าตัดนี้น่ะในโรงพยาบาลเรามีหมอแค่สองคนเองนะครับที่สามารถผ่าตัดได้ ไม่สิตอนนี้เป็นสามแล้วสินะครับ !!” หมอสุกิยามะบอก
ดนัยได้แต่ยิ้มออกมาบางๆก่อนจะก้มหน้าก้มตาเขียนรายงานให้เสร็จระหว่างเขียนนั้นเองจู่ๆเขาก็หยุดมือพลางจ้องไปที่มือขวาของตนที่พึ่งจะใช้มันเย็บเส้นประสาทไปเมื่อครู่
มือนี้สินะที่เราใช้ผ่าตัดช่วยคนไข้มา ดนัยมองดูมือขวาของตนพลางหลับตาลงภาพตอนที่เขาค่อยๆบรรจงเย็บเส้นประสาทตามที่ฮิคาริคอยแนะนำปรากฎขึ้นมาในหัว ภาพตอนเย็บเส้นเลือด และภาพตอนเย็บแขนให้กลับมาติดกันค่อยผุดขึ้นมาภาพเหล่านั้นยังอยู่ภายในความทรงจำของเขา
หมับ !! ดนัยลืมตาขึ้นมาก่อนจะกำมือแน่นเขายิ้มออกมาบางๆ
“เราช่วยได้จริงๆสินะ” ดนัยพูดออกมาถึงแม้การผ่าตัดนี้จะมีฮิคาริคอยช่วยเหลือเขาในการผ่าตัดแต่ผู้ลงมีดจริงๆก็คือเขานั่นคือเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้
ทางด้านฮิคาริ
“เฮ้อ....ความรู้การผ่าตัดพวกนี้มันมาจากไหนกันนะ” หลังจากออกมาจากห้องผ่าตัดฮิคาริก็ไม่ได้ตามดนัยไปที่ห้องพักแพทย์เธอลอยออกมานั่งอยู่ที่สวนด้านนอกคนเดียว
“ก่อนตายเราเป็นใครกันนะ คนไข้งั้นเหรอใช่มั้งเราใส่ชุดคนไข้นี่นา แล้วความรู้เรื่องการแพทย์ของเรามันมาได้ยังไงนะอายุของเราก็แค่ไม่เท่าไหร่ไม่น่าจะมีความรู้มากขนาดนี้ได้” ฮิคาริพูดเธอนั้นจำได้แค่ชื่อของตัวเอง ที่มาที่ไปอายุ วันเกิดนั้นเธอไม่รู้อะไรสักอย่างเธอก็แค่คิดว่าหน้าตาแบบเธอน่าจะอายุประมาณไหนเท่านั้น
ที่ผ่านมาเธอไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ ทำไมเธอถึงไม่ไปเกิด ทำไมเธอถึงไม่เป็นวิญญาณตนอื่นในโรงพยาบาล เธอไม่เคยหาคำตอบมันเลยจนกระทั่งเธอมาพบกับดนัยเธอจึงเริ่มคิดเรื่องพวกนี้เธออยากจะรู้แล้วว่าที่แท้จริงแล้วก่อนตายเธอเป็นใคร
เธอค่อยๆยืนขึ้นก่อนจะมองไปยังด้านในโรงพยาบาลและหายตัวไปทันที
ฟุ่บ !! เธอโผล่มาที่ห้องพักของแพทย์ฉุกเฉินก่อนจะลอยเข้าไปหาดนัย
“ดนัย !!!” ฮิคาริเรียกดนัยที่กำลังเขียนรายงานอยู่
“อ้าวไปไหนมา” ดนัยถามฮิคาริเบาๆเพราะในห้องนั้นไม่ได้มีแต่เขา
“อยู่แถวๆนี้แหละ” ฮิคาริตอบพลางมองดนัยอยู่อย่างนั้น
“มีอะไรจ้องอยู่ได้ไม่เคยเห็นคนหล่อหรือไง” ดนัยถามเธอ
“หล่อตายแหละตาบ้า !!” ฮิคาริพูด
“ชิยัยผีต้องนี่พูดมาสักทีมีเรื่องอะไร หรือว่าไม่อยากกินแกงจืดแล้ว” ดนัยสงสัยว่าฮิคาริมีเรื่องอะไร
“ดนัยฉันมีเรื่องอยากให้นายช่วย !!” ฮิคาริพูด
“ช่วย...ช่วยเรื่องอะไรล่ะเธอมีอะไรที่อยากได้งั้นเหรอบอกมาได้เลยฉันพร้อมช่วยเธอเต็มที่” ดนัยพูดเขาเองนั้นได้รับการช่วยเหลือจากฮิคาริมามากมายจึงอยากตอบแทนเธอบ้าง
“นาย..........” ฮิคาริลังเลที่จะพูดออกมา
“พูดออกมาเถอะน่า...อ๊ะแต่อย่าบอกให้ฉันตายแล้วไปอยู่เป็นเพื่อนเธอนะอันนั้นฉันยังช่วยไม่ได้ฉันยังไม่มีแฟนเลย” ดนัยรีบพูดดัก
“จะบ้าเหรอ....ฉันแค่อยากให้นายช่วยหาความจริงต่างหาก” ฮิคาริถลึงตาใส่ดนัย
“หาความจริงงั้นเหรอ” ดนัยทำหน้างง
“ใช่ช่วยหาความจริงทีว่าฉันเป็นใคร มาจากไหน อายุเท่าไหร่ ตายได้อย่างไรแล้วฉันยังมีญาติมั้ย !!” ฮิคาริพูดสิ่งที่เธอต้องการให้ดนัยช่วยออกมา
ควับ !! ดนัยหันควับพลางมองเข้าไปในดวงตาของฮิคาริทันที
เธอพูดจริงเธอต้องการรู้จริงๆ ดนัยที่เห็นสายตาของฮิคาริก็บอกได้ทันทีว่าเธอต้องการคำตอบจริงๆ
จบ...