เมิ่งชิงชิงเดินเข้ามาในบ้าน เธอแอบอิจฉาไป่ฉีนิด ๆ ไป่ฉีเพิ่งจะอยู่แค่มัธยมต้น แต่เขาสามารถเก็บเงินจนสามารถซื้อบ้านให้พ่อกับแม่ได้แล้ว เมื่อเธอย้อนดูตัวเอง ที่มีเพียงแค่รถมือ 2 ที่เธอเพิ่งเก็บเงินซื้อมาได้ เรื่องบ้านยังเป็นเรื่องยาวไกลสำหรับเธอตอนนี้ เว้นแต่ว่าไป่ฉีจะโด่งดังขึ้นมาแบบฉุดไม่อยู่ ฝันของเธอถึงจะพอเป็นจริงขึ้นมาได้บ้าง
“พี่ชิงชิง เดี๋ยวผมทำสเต็กให้ทานนะครับ ทานได้รึเปล่า หรือว่ากำลังลดความอ้วนอยู่” ไป่ฉีถาม
“ใครอ้วนย๊ะ ทำมาเถอะ ฉันกินได้หมด ถ้ารสชาติมันไม่ได้แย่กว่าอาหารริมทางนะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“ได้ครับที่รัก” ไป่ฉีกล่าวพร้อมกับเตรียมวัตถุดิบในครัวแบบเปิด ซึ่งเขาสามารถมองเห็นเมิ่งชิงชิงที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทานอาหารได้
“ยังไม่ได้แต่งงานกัน ไม่ต้องมาเนียนเลยนะ” ชิงชิงกล่าว
ไป่ฉีทำเป็นไม่สนใจ เขาเตรียมองุ่น เนื้อส้ม อโวคาโดลูกเล็ก มะกอกดอง บลูเบอรี่ ราสเบอรี่ แอปเปิ้ล น้ำมันมะกอก extra virgin น้ำส้มบัลซามิก ไวน์ขาว เกลือป่น พริกไทยดำ ออริกาโน่ป่น เนื้อปลาทูน่า ซึ่งไป่ฉีนั้นได้เตรียมไว้ในแหวนมิติแล้ว เขานำพวกมันออกมา
ไป่ฉีวางแผนว่าจะพาเมิ่งชิงชิงมาที่บ้านเพื่อกินตับ ไม่สิกินอาหารฝีมือของเขาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ดังนั้นเขาจึงซื้อของเตรียมเอาไว้ในแหวนมิติ
ไป่ฉีจับมีดขึ้นมา พร้อมกับเริ่มใช้มันอย่างชำนาญ ผลไม้ทั้งหมดก็ถูกหั่นเต๋าอย่างสวยงาม จากนั้นไป่ฉีนำไปพักไว้ก่อน โดยเขาแยกอโวคาโดไว้ต่างหาก แล้วหันมาทำน้ำสลัดด้วยน้ำมันมะกอก กับน้ำส้มบัลซามิก และไวน์ขาว เขาตีให้ส่วนผสมให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือป่นกับพริกไทยดำ แล้วพักเอาไว้
ไป่ฉีหันมาทำปลาต่อด้วยการปรุงรสเนื้อปลาทูน่าด้วยเกลือป่นและพริกไทยดำเล็กน้อย จากนั้นทำการตั้งกระทะด้วยไฟกลาง พอกระทะร้อนได้ที่แล้ว เขานำเนื้อปลาทูน่า 2 ชิ้นลงไปย่างประมาณ 7 นาที จากนั้นกลับด้านย่างต่ออีก 3 นาที ระหว่างรอ เขาได้นำจานออกมาเช็ดทำความสะอาด แล้วนำน้ำสลัดที่พักไว้มาคลุกกับผลไม้ และใส่เนื้ออโวคาโด คลุกเบา ๆ แล้วนำสลัดใส่จาน พร้อมกับหันเนื้อปลาที่ย่างได้ที่แล้ววางด้านบนก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
“ได้แล้วครับพี่ชิงชิง” ไป่ฉียกสเต็กทูน่า 2 จานมาวางที่โต๊ะอาหาร
เมิ่งชิงชิงมองสเต็กทูน่าตรงหน้าสลับกับเงยหน้าขึ้นมองไป่ฉี เธอแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าสเต็กตรงหน้านี้คือฝีมือของไป่ฉี
“กินได้ไหมเนี่ย ถ้าฉันท้องเสียขึ้นมาไม่มีใครขับรถพานายกลับบ้านนะ” เมิ่งชิงชิงรู้สึกไม่มั่นใจในอาหารที่ไป่ฉีทำ แม้มันจะดูน่าอร่อยก็ตาม
“เห็นแบบนี้ผมก็ทำอาหารเป็นนิดหน่อยนะ” ไป่ฉีกล่าว (ใช้ลูกแก้วแห่งความทรงจำดึงเอาความรู้และประสบการณ์จากสมาชิกชมรมคหกรรม ตอนไปทัศนศึกษาที่มิดการ์ด)
“เห แล้วทำไมถึงไม่รับงานรายการอาหารล่ะ” เมิ่งชิงชิงถาม
“ฝีมือผมตอนนี้เป็นแค่มือสมัครเล่นเองครับ รอให้ฝีมือผมถึงระดับมืออาชีพก่อนนะ ผมสัญญาว่าจะรับงานรายการอาหารแน่นอน” ไป่ฉีกล่าว
“ก็ดี ฉันจะได้มีเงินไว้ซื้อบ้านเป็นของตัวเองบ้าง” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“เอ๋ พี่ชิงชิงไม่ชอบเรือนหอของเราเหรอครับ” ไป่ฉีแซว
“นายนี่เผลอไม่ได้เลยนะ วกเข้าเรื่องนี้ตลอด ขอถามหน่อย นายชอบฉันตรงไหน” เมิ่งชิงชิงถาม
“พี่ทั้งสวย กิริยามารยาทเรียบร้อย มีความมั่นใจและภูมิใจในตัวเอง ฉลาด ตัวเล็กน่ากอด เถียงไม่เคยชนะผม อยู่ด้วยแล้วมีความสุข น่าจะเป็นแม่พันธุ์ที่ดี” ไป่ฉีตอบ
“ที่พูดมาดีหมด ยกเว้นตัวเล็กน่ากอด กับเถียงไม่เคยชนะ แล้วไอ้ที่ว่าเป็นแม่พันธุ์ที่ดีนี่นายหมายความว่ายังไง” เมิ่งชิงชิงพูดอย่างหงุดหงิด
“ก็หมายความว่าพี่ชิงชิงรูปร่างดีไงครับ เวลามีลูกก็น่าจะท้องแฝด 3 ได้สบาย ๆ” ไป่ฉียังคงยิ้มหน้าระรื่น
“เดี๋ยว ๆ ถ้า 3 คน ฉันว่าท้องคงแตกก่อน” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“งั้นมีทีละคนก็ได้ครับ” ไป่ฉีบอก
“เดี๋ยว ๆ ไหงการพูดคุยมันเหมือนนายกับฉันกำลังวางแผนครอบครัวกันอยู่เลยล่ะ” เมิ่งชิงชิงรู้สึกตะหงิด ๆ
“งั้นเอาเรื่องแฟนมีตติ้งก็ได้ครับ ผมประสานกับทางปู่ซีหลัวแล้ว ปู่บอกว่าตรวจสอบบัญชีรายรับรายจ่ายของสถานสงเคราะห์เด็กแห่งนั้นแล้ว ไม่พบปัญหาอะไร ที่มีหนี้สินเยอะเพราะไม่ค่อยมีคนมาบริจาคให้กับทางนั้น เลยทำให้รายได้ไม่พอรายจ่าย ซึ่งหลังจากตกลงกันแล้ว ทางเจ้าของสถานสงเคราะห์ยินยอมให้เด็ก ๆ สามารถเข้าทำงานในบริษัทของปู่ได้ เงินค่าจ้างส่วนหนึ่งแบ่งเข้าสถานสงเคราะห์เด็ก ส่วนที่เหลือก็ให้เด็ก ๆ เก็บไว้เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน โดยผมกับปู่จะสนับสนุนทุนการศึกษาให้จนจบปริญญาตรี หากฝีมือดีปู่ก็จะจ้างเป็นพนักงานประจำในบริษัท” ไป่ฉีเล่าเกี่ยวกับแผนที่วางเอาไว้ ซึ่งมันไกลกว่าทีเมิ่งชิงชิงคาดเอาไว้
“เท่ากับว่าพวกเขาจะมีอนาคตที่สดใสสินะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“พูดแบบนั้นก็ไม่ถูกหรอกครับ เฉพาะคนที่พัฒนาตัวเองเท่านั้นครับ ที่จะมีอนาคตที่สดใส คนเราถ้าเอาแต่ขอให้เทพเจ้าช่วย โดยที่ไม่ช่วยตัวเองก่อนนั่นมันไม่ถูกต้องนะครับ เหมือนขอให้สอบได้ที่ 1 แต่ไม่อ่านหนังสือเลย ไม่มีทางทำได้หรอกนะครับ” ไป่ฉีกล่าว
ระหว่างที่นั่งกินไปคุยไป สเต็กทูน่าก็หมดลง เมิ่วชิงชิงเสนอตัวขอล้างจานเอง ซึ่งไป่ฉีก็ยอมแต่โดยดี ส่วนเขาทำการเก็บเอาขยะทั้งหมดเพื่อนำออกไปทิ้งข้างนอก
“นายรีบเอาไปทิ้งทำไมล่ะ” เมิ่งชิงชิงถาม
“ของพวกนี้มันจะทำให้มีหนูกับแมลงสาบ ผมไม่เก็บมันไว้ในบ้านหรอกนะ” ไป่ฉีตอบ ก่อนจะเดินออกไปเพื่อนำถุงใส่เศษอาหารไปทิ้ง
ขณะที่เมิ่งชิงชิงกำลังล้างจานอยู่ก็มีมือหนาสอดเข้ามาโอบเอวเธอจากด้านหลัง ท่อนแขนที่มีมัดกล้ามโอบเธอไว้แนบกับตัว
“ไป่ฉี นายปล่อยเดี๋ยวนี้เลย ฉันกำลังล้างจานอยู่เดี๋ยวจานแตก” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“ผมเป็นวัยรุ่นกำลังเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิตคู่อยู่นะ พี่ชิงชิงน่าจะให้ประสบการณ์กับผมได้” ไป่ฉีกล่าว
“ประสบการณ์อะไร ขืนทำแบบนั้นฉันโดนข้อหาพรากผู้เยาว์น่ะสิ” เมิ่งชิงชิงกล่าว
“แค่สมมติว่าพี่เป็นภรรยา ผมเป็นสามีที่กอดให้กำลังใจภรรยาตอนล้างจาน มันถึงขนาดต้องโดนข้อหาพรากผู้เยาว์เลยเหรอครับ ข้อหานั้นมันสำหรับเรื่อง.....” เสียงของไป่ฉีขาดหายไป เมิ่งชิงชิงสัมผัสได้ถึงลมหายใจของไป่ฉีที่รดอยู่ต้นคอด้านซ้าย นี่เธอโดนไป่ฉีใช้คำพูดหลอกล่อให้ติดกับดักอีกแล้วเหรอ ทำไมหมอนี่ชอบแกล้งเธอแบบนี้อยู่เรื่อย แล้วทำไมตัวเธอต้องเขินอายแทนที่จะโกรธล่ะ
“ยะ...หยุดเลยนะไป่ฉี นายลามกเกินไปแล้ว” เมิ่งชิงชิงพยายามขัดขืน ขณะเดียวกันไป่ฉีเองก็ปล่อยทันที เขาแค่แกล้งเธอนิดหน่อย รอให้เขาอายุ 18 เมื่อไหร่ เขาจะจัดหนักให้มากว่ากอดกับจูบแน่นอน
หลังมื้ออาหารที่แสนวุ่นวายใจจบลง เมิ่งชิงชิงก็ขับรถพาไป่ฉีไปส่งที่อะพาร์ตเมนต์ พร้อมกับนัดแนะเกี่ยวกับงานออกรายการเกมโชว์ แอดเวนเจอร์
“ไปก่อนนะ เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ รายการนั้นต้องใช้ร่างกายล้วน ๆ เลย” เมิ่งชิงชิงกล่าว ไป่ฉีรับคำ ก่อนที่เมิ่งชิงชิงจะขับรถออกไป
ส่วนเขาเดินเข้าห้องเช่า และพบว่าพ่อกับแม่กำลังแต่งตัวเตรียมจะไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะ
“อ้าวไอ้ลูกชายกลับมาแล้วเหรอ พ่อกับแม่จะไปออกกำลังกายที่สวนสาธารณะน่ะ จะไปด้วยกันไหม” ไป่ชิงหยุนถาม
“ครับ ผมอยากไปด้วยเหมือนกันครับพ่อ แต่ว่าถ้าผมไป ทั้งพ่อกับแม่คงไม่ได้ออกกำลังกายแน่ ขนาดผมเดินจากบ้านไปโรงเรียน ยังถูกล้อมจนไปไหนไม่ได้เลย” ไป่ฉีหัวเราะแหะ ๆ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า แกเลือกอาชีพนี้เองนี่ เอาเถอะ พักผ่อนซะ อีกหน่อยเวลาอิสระของแกจะยิ่งน้อยลงกว่านี้อีก” ไป่ชิงหยุนกล่าว
“แม่ไปก่อนนะไป่ฉี” ไป่เหลียนฮวากล่าว
“ครับ ข้ามถนนระวังรถด้วยนะครับ” ไป่ฉีกล่าว
หลังจากที่พ่อกับแม่ออกไปแล้ว ไป่ฉีก็เดินไปหยิบสมุดโน๊ตมา หน้าปกเขียนว่า เทพหมัดเยี่ยชิงหาน เล่ม 3 มาวางบนโต๊ะเขียนหนังสือของเขา
“ถ้าท่านอาจารย์รู้ว่าข้าเอาเรื่องพวกเขามาเขียน ข้าคงโดนทำโทษแน่ ๆ เลย หืม” ไป่ฉีสัมผัสได้ได้ถึงพลังปราณระดับทรราช ดูเหมือนจะมีคนที่สามารถทะลวงด่านที่คนในโลกนี้คิดว่าเป็นไปไม่ได้ได้แล้ว หลังจากนี้เขาคงต้องระวังตัวมากขึ้น
ณ สมาคมการค้าตะวันดับ
“ยินดีกับท่านด้วยนางมารปิงโหย่ว ท่านเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์รอบ 3,000 ปี ที่สามารถทะลวงเข้าสู่ปราณชั้นราชันย์ทรราชได้” ชายสวมชุดคลุมโค้งคำนับหญิงสาวที่เพิ่งออกมาจากการปิดด่านบ่มเพาะพลัง
เปรี้ยง!
“อั๊ก ทะ....ทำไมท่าน....อ็อก” ชายคนนั้นกัดฟันพูด ก่อนจะสำลักเลือดออกมาคำโต
“พวกแกโง่รึยังไงกัน ฉันได้ยินมาว่าในงานประมูลของสมาคมการค้าตะวันจันทรา มีผู้ที่สามารถคว่ำอู่กุยหลงจินได้เพียงแค่กระบวนท่าเดียว คน ๆ นั้นมีพลังปราณระดับราชันย์ทรราช ชื่อของเขาคือ เทพกระบี่อวี้กง” นางมารปิงโหย่วกล่าว
“แต่ว่านั่นเป็นเพียงพลังที่ปลดปล่อยออกมาแค่พริบตาเดียว ยังไม่มีการยืนยันจากสายข่าวของเราอย่างเป็นทางการ ดังนั้นทางเราจึงถือว่าท่านเป็นคนแรกและคนเดียวครับ” ชายชุดคลุมสีดำกล่าว
“ช่างเถอะ เรื่องที่ฉันให้สืบหาที่อยู่ของเหลาเหล่ากับที่อยู่ของเทพกระบี่อวี้กงไปถึงไหนแล้ว” นางมารปิงโหย่วถาม
“ท่านปิงโหย่ว เรื่องที่อยู่ของเหลาเหล่าเท่าที่ทราบตอนนี้พวกเขาพักอยู่กับจอมยุทธกระบี่คู่ฟางตง เพลิงไร้ลักษณ์ กับฟางเซียน เจ้าหญิงเหมันต์ เพียงแต่ตอนนี้มีผู้อาวุโสตำหนักเทพคอยคุ้มกันที่นั่นอยู่” ชายชุดคลุมสีดำกล่าว
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า สวรรค์ช่างเป็นใจโดยแท้ ถ้าฉันไม่บรรลุปราณราชันย์ทรราช ฉันคงจะกลัวเจ้าพวกตำหนักเทพและไม่กล้าลงมือทำอะไรแน่ แต่ว่าน่าเสียดายจริง ๆ ปราณหยางของเจ้าพวกนั้นเพิ่งถูกฉันดูดไป คงยังไม่เพียงพอ ดังนั้น ฉันหวังว่าคงมีข่าวที่อยู่ของเทพกระบี่ อวี้กงนะ” นางมารปิงโหย่วมองเป็นเชิงต้องการคำตอบจากชายชุดดำ
“ต้องขอโทษท่านด้วย หลังจากที่เขาปรากฎตัวที่งานประมูลแล้ว ก็หายไปราวกับไม่มีตัวตน ร่องรอยก็ไม่ปรากฎ ขนาดตระกูลไป๋ที่เขาไปเยี่ยมเยียนก่อนงานประมูล เขาก็ไม่ได้โผล่ไปอีกเลย ข้อมูลเกี่ยวกับเขามีน้อยมาก ข้อมูลที่บอกท่านไป นั่นคือที่เรามีอยู่ทั้งหมดครับ” ชายชุดคลุมดำกล่าว
“ชิ คิดว่าจะได้สนุกกับอวี้กงซะหน่อย หากเขาอยู่ในระดับเดียวกับฉัน เรา 2 คนคงร่วมรักกันสนุกเลยทีเดียว” นางมารปิงโหย่วแสยะยิ้มขึ้นพร้อมกับเลียริมฝีปากบางสีแดงดูอิ่มน้ำ ก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับเสียงหัวเราะราวกับหญิงวิปลาส ทิ้งให้ชายชุดคลุมสีดำขดตัวอยู่ติดกำแพงด้วยความสั่นกลัว เพราะว่าก่อนเข้าห้องฝึกตนที่ทางสมาคมเตรียมไว้ นางมารได้สูบปราณจากชายหนุ่มที่เหมาซื้อไปจากสมาคมจนเกลี้ยง ซ้ำชายหนุ่มพวกนั้นยังถูกสูบปราณจนตาย สภาพร่างของพวกเขาแห้งผาก แตะเพียงนิดเดียวก็กลายเป็นผงไปในพริบตา นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ของสมาคมการค้าตะวันดับยังโดนนางเล่นงานไปอีก 10 คนและตายเหมือนกับชายหนุ่มเหล่านั้น
_________________________________
ยาวหน่อยนะครับ ^^