อีกด้านหนึ่งภายในห้องพักVIPเชส ริช และเรคอน สามคนกำลังนั่งกุมขมับปวดหัวกับสิ่งที่ต้องเจอหลังเพิ่งจัดตั้งบริษัทได้สำเร็จ“เอ่อ...ต้องทำยังไงต่อนะ”หากพูดตามอายุร่างกายแล้ว3คนนั้นยังเป็นแค่เด็กไม่ประสีประสาทั้งนั้น ต่อให้เป็นริชที่ดูเป็นผู้ใหญ่ทั้งการกระทำและความคิดหรือเชสผู้ผ่านชีวิตมา40กว่าปี กระนั้นเขาก็ไม่เคยมีบริษัทเป็นของตัวเองหรือซื้อหุ้นอะไรแบบนี้มาก่อน“ต้องหาพนักงานใช่ไหม งั้นต้องรับสมัครคนสินะ”“ไม่ค่ะ หนูว่าเราต้องหาเช่าไม่ก็ซื้อที่เพื่อใช้ทำงานก่อน”“นั่นสินะ ถ้าอย่างนั้นฉันจะไปติดต่อสำนักงานที่ดิ—”ไม่ทันจะพูดจบเสียงอ๊อดห้องพลันดังสนั่นเรียกความสนใจจากพวกเขา ตอนนี้คนอื่นๆล้วนออกไปข้างนอกหมดเหลือพวกเขาแค่3คน กระนั้นทุกคนมีกุญแจห้องกันหมดถ้ากลับมาก็ไม่ควรกดกริ่งแบบนี้“ครับ”เชสไม่ปรามาทวางมือในตำแหน่งที่พร้อดึงคทาเวทออกมาได้ทุกเมื่อ บัตรเชิญเจ้าปัญหายังคงอยู่กับเขาไม่มีใครกล้าลืมเรื่องนี้ตามองลอดตาแมวออกไปพบหนุ่มผมทองอายุราว20ปลายๆสวมสูทสุภาพ ใบหน้าขาวสะอาดสะอ้านสวมแว่นตาเลนเดียวกรอบทองไว้ที่ข้างซ้ายทาบทับนัยน์ตาสีฟ้าสวย มาพร้อมเอกสารมากมายในมือไม่พบอาวุธหรือท่าทีมีพิรุธทำให้เขาโล่งอกไปเปราะหนึ่งทว่ายังไม่วางใจจึงค่อยๆแง้มประตูมอง“มาหาใครครับ”“ผมมาหาคุณเชส เซอเซสครับ”“ผมเองครับ ไม่ทราบว่ามีอะไรรึเปล่า”เมื่อได้รับคำตอบรับ ชายปริศนารีบโค้งคำนับหน้าตานิ่งเฉย“ผมชื่อเฮนรี่ คาร์มายได้รับคำสั่งจากท่านมิเนอวาให้มาเป็นที่ปรึกษาเรื่องการจัดตั้งบริษัทของพวกคุณครับ”สิ้นคำพูดเชสพลันทรุดตัวลงชูมือพร้อมมองขึ้นฟ้า‘Oh My Angel’ “ไม่ทราบว่าถึงไหนกันแล้วครับ”“เอ่อ กำลังจะไปดูที่จะตั้งบริษัทกับสำนักงานที่ดิน”“เรื่องนั้นผมไปติดต่อมาให้แล้วครับ นี่คือเอกสารที่ดินบริเวณชานเมืองหรือจุดที่เหมาะกับการเปิดโรงงานตีเหล็ก พร้อมนโยบายทั้งหมดหากว่าตัดสินใจจะซื้อ”“ซื้อดีกว่าหรอคะ”“ถ้าเจอทำเลดีๆแนะนำให้ซื้อไว้ดีกว่าครับเพราะนโยบายและกฏเกณฑ์การค้าภายในเขตดยุคฮอว์คค่อนข้างผ่อนปรนมากกว่าที่อื่น...ไม่ทาบว่ามีซัพพลายเออร์ที่จะจัดหาแร่และอุปกรณ์ต่างๆรึยังครับ”ทั้ง3มองหน้ากันครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้าพร้อมกัน เฮนรี่เหมือนจะคาดเอาไว้แล้วจึงไม่มีทีท่าหน่ายใจแต่อย่างใด มือหยิบเอกสารปึกหนึ่งออกมาวาง“ทั้งหมดนี้เป็นซัพพลายเออร์ที่ทางผมรู้จักและสามารถพูดคุยตกลงกันได้ง่าย ราคาของแต่ละอย่างถูกกว่าราคาตลาดมากถ้าเป็นไปได้รบกวนเลือกจากในนี้ด้วยนะครับ”คำพูดคำจาฉะฉานทว่ากระนั้นชายหนุ่มกลับไม่ได้บอกออกไปว่ารายชื่อซัพพลายเออร์ทั้งหมดที่ยื่นให้ล้านเป็นพวกพ้องหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายองค์รัชทายาททั้งหมด เขาถือคติจะทำอะไรฝั่งตัวเองต้องได้รับประโยชน์สูงสุด“ไม่ทราบว่าจะทำเป็นขายผ่านคนกลางหรืออยากมีเป็นหน้าร้านเป็นของตัวเองครับ”คราวนี้เชสหันมองเด็กสองคน เรื่องนี้เขาไม่คิดก้าวก่าย“ถ้าเป็นไปได้ก็อยากมีหน้าร้านค่ะ”เฮนรี่พยักหน้ารับก่อนจะจรดลงสมุดเล่มเล็ก“แบบนั้นในระยะยาวจะดีกว่าครับ นอกจากจะสร้างแบรนด์ได้ดีแล้วยังครอบคลุมไปถึงการเปิดสาขาในอนาคตด้วย...ส่วนนี่คือแคตตาล็อกเครื่องมือที่จำเป็นในโรงตีเหล็กเลือกได้เลยนะครับและนี่คือ...”ผ่านไปไม่นานหลังจากเฮนรี่มาถึงทว่างานกลับเดินไปมากกว่าที่พวกเขาสามคนนั่งสุมหัวกันทั้งวันอีก จนเวลาล่วงเลยไปตอนเย็น“ถ้ายังไงวันนี้พอก่อนแล้วกันนะครับ พรุ่งนี้ผมจะมาใหม่”“ขอบคุณมากนะคะ”“ข ข ขอบคุณครับ”“เป็นหน้าที่อยู่แล้วครับ ผมพักอยู่ห้องข้างล่างนี้ครับถ้ามีคำถามก็มาหาได้เลยไม่ต้องเกรงใจนะครับ”กล่าวทิ้งท้ายก่อนจะขอตัวออกจากห้องไป เชสทิ้งตัวลงนอนกับโซฟาการพูดคุยกินเวลาหลายชั่วโมงกระนั้นพาร์ทเนอร์สาวยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับ ไม่ใช่เรื่องแปลกในฐานะองค์หญิงมีหลายเรื่องที่ต้องพูดคุยกับดยุคคนใหม่ ไหนจะเรื่องขอเสียงสนับสนุนให้โรเวนอีกในเมื่อเคแนนตายไปแล้วหลายฝ่ายที่หมายปองในบัลลังก์ก็ต้องเริ่มซื้อใจดยุคคนใหม่ตั้งแต่1อย่างช่วยไม่ได้ ซึ่งได้เปรียบกับฝ่ายตนเองที่รู้จักกับทางนั้นอยู่ก่อนค่อนข้างมากตาแก่ในร่างเด็กหนุ่มเหนื่อยเกินกว่าจะทำอะไรทีแรกกะว่าจะออกไปหาอะไรดื่มหลังพูดคุยธุระจบทว่าบัดนี้อารมณ์พลันหายไปหมด ระหว่างกำลังนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียง หางตาเหลือบไปเห็นของบางอย่างวางแอ้งแม้งบนโต๊ะความทรงจำก่อนหน้านี้ผุดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ มันคือหนังสือเก่าๆซึ่งได้มาจากเมดิโอสหายเผ่าเยติผสมอีฟริท‘ไหนๆก็ไหนๆ ถ้าแก้เบื่อได้ก็ไม่เกี่ยงหรอก’เขาจับมันพลิกไปมา คราบและฝุ่นเกาะเกรอะไปหมดจนเหมือนว่ามันเก่ามากกว่าหลักสิบปี เผลอๆอาจเข้าสู่ช่วงร้อยปีไปแล้ว“หนังสือนิทานหรือ ไม่สินิยาย...ตำนานมากกว่ามั้ง”หน้าปกเหมือนจะไม่มีอะไรเขียนระบุไว้ทว่าหากดูดีๆแล้วมีร่องรอยจางๆเขียนอยู่‘เรื่องเล่าจากตะวันออก อสูรบรรพกาล’ชัดเจนว่าคำบนปกบางส่วนขาดหายไป แต่นั่นไม่ใช่เรื่องต้องกังวล เขาเริ่มเปิดเข้าไปข้างใน กระดาษเปลี่ยนจะขาวเป็นน้ำตาลเหลือง ตัวหนังสือทั้งหมดจางไปตามการเวลาทว่าไม่ยากที่จะอ่าน“หนังสือเล่มนี้คือบันทึกการเดินทางสู่ทวีปตะวันออกเล่มที่สี่ของผม เฟอร์ดินานด์ มาเจลแลน”เชสขนลุกไปทั้งร่างเฟอร์ดินานด์ มาเจลแลน ต่อให้เด็กแค่ไหนก็ต้องรู้จักนามนี้ นักเดินทาง นักสำรวจ นักผจณภัยผู้ยิ่งใหญ่เมื่อหลักร้อยปีก่อน ชื่อของเขาถูกบันทึกลงหนังสือเรียนหลายเล่ม ว่ากันว่าไม่มีที่ไหนในโลกที่เขาไม่เคยไป“แบบนี้ถ้าเอาไปขายมีหวังรวยเละ”รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏออกมาอย่างไม่อายใคร ดวงตาเลื่อนอ่านเนื้อหาบนหน้ากระดาษต่อ“บันทึกเล่มนี้อาจจะแปลกสักหน่อยถ้าเทียบกับเล่มอื่นๆ ในบันทึกเล่มนี้จะบันทึกถึงตำนานพื้นบ้านที่มีมาตั้งแต่สมัยพันปีก่อนซึ่งเกี่ยวกับอสูรบรรพกาลตนหนึ่งที่เคยสร้างความโกลาหลไปทั่วทั้งทวีปและถูกเทพสูงสุดกำราบลงในตอนท้าย”จู่ๆไม่ทราบว่าทำไมสมาธิทั้งหมดของเด็กหนุ่มกลับลงไปจดจ่อกับหนังสือเล่มนั้น ผู้เขียนไม่ได้ใช้ภาษาหรือถ้อยคำชักชวนให้อ่านใดๆ“น่าเสียดายที่ชื่อนั้นไม่มีใครกล้าเอ่ยมันผมจึงไม่รู้ชื่อ ที่เรารู้มีแค่อสูรตนนั้นมีร่างกายที่พิเศษ...มันสามารถช่วงชิงรอยสลักพรสวรรค์ของคนอื่นและนำมาไว้บนร่างของตนเองได้ซึ่งขัดกับหลักสามัญสำนึกโดยสิ้นเชิง”มือเท้ากลายเป็นเย็นเหมือนแผ่นน้ำแข็ง หัวใจในร่างสั่นไม่หยุดเกิดความรู้สึกประหลาดและร้อนรุ่มทั่วแผ่นหลังแต่ไม่รุนแรงเท่าในครั้งคาสิโน‘มีหลากพรสวรรค์เหมือนเรางั้นหรอ’เชาครุ่นคิดอย่างหนัก เขาเข้าใจว่าคำว่า ‘ขัดกับหลักสามัญสำนึกโดยสิ้นเชิง’ นั่นหมายความว่ายังไง ในโลกนี้เท่าที่ทุกคนรู้ไม่มีใครสักคนที่จะมีพรสวรรค์มากกว่า1พรสวรรค์ได้ ไม่ว่าจะทำอย่างไรหรือทดลองกับมนุษย์เป็นๆกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ตามทุกอย่างล้วนลองมาแล้วทั้งนั้นไม่ว่าจะปลุกถ่ายอวัยวะจากอีกคนสู่อีกคน หรือกระทั่งการแต่งงานมีลูกกันเองของผู้มีพรสวรรค์ก็ช่วยได้แค่ให้เด็กมีพรสวรรค์คล้ายกับผู้เป็นบิดามารดาเท่านั้น ไม่ได้ทำให้มีพรสวรรค์เพิ่มขึ้นแต่อย่างใดแต่ในบันทึกกลับบอกว่าคนๆนี้ ไม่สิ อสูรตนนี้มีพรสวรรค์มากกว่า1และดูเหมือนจะไม่ได้มีแค่นั้นด้วย“ตำนานกล่าวไว้ว่าอสูรเกิดมาพร้อมกับร่างกายที่ใสเหมือนแก้ว สิ่งแรกที่เขาได้ช่วงชิงนั้นคือรูปลักษณ์ของเด็กคนหนึ่งที่มันบังเอิญไปพบ สิ่งถัดมาที่ช่วงชิงคือชีวิตของสัตว์ต่างๆเพื่อเป็นอาหาร...”หน้าแล้วหน้าเล่าถูกพลิกไม่มีท่าทางว่าจะหยุดแต่อย่างใด เรื่องราวของอสูรบรรพกาลค่อยๆซึมซับลงสู่สมองทีละน้อย“ความโลภอันไม่มีที่สิ้นสุดทำให้วิชาและฝีมือที่ขโมยมาไม่อาจทำให้มันพอใจ สิ่งต่อมาที่มันตัดสินใจจะช่วงชิงคือพรสวรรค์ เป็นเวลาเดียวกับที่ผู้ปกครองดินแดนส่งนักดาบยอดฝีมือหรือที่เรียกกันว่าซามูไรให้มาจัดการมัน จากคำบอกเล่าของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์บันทึกไว้ว่า อสูรล่วงรู้ถึงการมาของเหล่าซามูไรจึงทำการวางกับดักและสังหารโหดเพื่อช่วงชิงพรสวรรค์ของพวกเขาไป”“ข้าไม่ได้ทำ...เป็นพวกมันที่วางกับดักข้า”“ใครน่ะ”เชสเผยอาการเลิ่กลั่กอย่างบอกไม่ถูก เมื่อกี้ราวกับได้ยินเสียงแว่วที่ข้างหูทั้งตัวเย็นไปหมด เขารีบปิดหนังสือก่อนคลานเข้าชุดมุมห้อง คทาในมือเตรียมขึ้นมาพร้อมร่ายเวท“ออกมานะ”‘รึว่าจะผี...บ้าน่าอยู่มาตั้ง40ปีไม่เคยเจอสักครั้ง’เชสสบัดไม่ความคิดไร้สาระ จังหวะนั้นเองประตูห้องนอนพลันเปิดออกทำเอาเขาตกใจชี้คทาไปยังต้นทาง“เรียกตั้งนานไม่ได้ยินรึไง...ว่าแต่ทำอะไรอยู่น่ะ”ร่างคุ้นเคยขมวดคิ้วมองท่าทางแปลกๆของเชส มิเนอร์วากลับมาได้สักพักแล้วไม่เห็นเชสจึงเดินมาหาเขาที่ห้องนอน“ธ เธอเรียกฉันหรอ”“ใช่ จะถามว่าจะกินอะไรไหมจะได้สั่งขึ้นมา”“”ไม่ ไม่ต้องสั่ง เราลงไปกินข้างล่างกันเหอะ”เชสปรี่เข้าดันร่างบางออกจากห้องอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกหวาดผวาจากการอยู่ในห้องแทบส่งผลให้เขาเป็นบ้าประตูห้องปิดเสียงดังทิ้งไว้เพียงบันทึกเก่าแก่ของนักผจญภัยผู้ยิ่งใหญ่ไว้บนเตียง
.......................................................................................................ลงช้าหน่อยนะครับพอดีโดนใช้งานหลายชั่วโมงอยู่