เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 101 : คู่สมรส

            หลังจากออกจากโรงพยาบาลไปแล้วหลินจื้อกั๋วและลูกน้องก็กลับไปยังรถฮัมเมอร์ ที่จอดอยู่ในลานจอดรถอย่างอหังการดูเหมือนรถฮัมเมอร์คันนี้จะถูกปรับแต่งมามันถูกเสริมล้อและกระจกกันกระสุนมาเป็นอย่างดี

            เมื่อพวกเขาสตาร์ทรถเสียงของรถฮัมเมอร์ขนาดใหญ่ก็กระหึ่มออกมา พร้อมมุ่งตรงไปยังทางหลวง

            แสงจันทร์สว่างไสวจนเห็นคนภายในรถนั่งอยู่ ตรงกลางเป็นหลินจื้อกั๋ว ด้วยใบหน้าเหม่อลอยริ้วรอยบนใบหน้าดูเหมือนจะมากกว่าปกติอยู่มาก

            ฮุยอีซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจพร้อมกล่าวปลอบใจว่า

            "นายท่านไม่ต้องเศร้าใจไปหรอกครับคุณหนูเป็นคนปากแข็งแต่ข้างในอ่อนโยน ที่จริงคุณหนูคิดกับนายท่านเป็นคนในครอบครัว"

            "ฉันรู้..."หลินจื้อกั๋วถอนหายใจกล่าวว่า "ถ้ารั่วซีไม่คิดว่าข้าเป็นคนในครอบครัว เธอคงไม่โกรธฉันถึงเพียงนี้และคงไม่คิดที่จะแต่งงานกับหยางเฉินตามกฎของตระกูล"

            "แล้วทำไมนายท่านถึงทำสีหน้าแบบนั้นล่ะครับ?"ฮุยอีกล่าวขึ้นด้วยความสับสน

            หลินจื้อกั๋วฝืนยิ้มกล่าวว่า

            "บางทีข้าอาจแก่แล้วจริงๆแม้ว่ารั่วซีจะทำเป็นโกรธใส่ข้า แต่ข้าก็ยังอยากให้เธอเรียกข้าว่าปู่สักครั้งรวมทั้งใช้เวลาอยู่ร่วมกับเธอ ข้าปล่อยให้คุณย่าของเธอเสียใจ รวมทั้งแม่ของเธอด้วยดังนั้นข้าจึงอยากดูแลเธอเป็นการไถ่โทษ แต่เธอกับไม่ให้โอกาสนั่นกับข้าเลยสักนิด..."

            "แล้ว…นายน้อยคุนล่ะครับ? เขากลายเป็นบ้าไปแล้ว..." ฮุยอีเอ่ยเสียงแผ่วเบา

            "ฮึ่ม"หลินจื้อกั๋วสบถอย่างเย็นชา ประกายความโหดเหี้ยมแว็บขึ้นในตา "ข้าไม่เคยคิดว่าไอ้บัดซบนั่นเป็นลูกมานานแล้วถ้ามันไม่ได้เป็นพ่อของรั่วซี ข้าคงฆ่ามันกับมือไปนานแล้ว!มันทำให้ตระกูลหลินต้องเสื่อมเสีย!"

            ฮุยอีไม่พูดอะไรต่อเห็นได้ชัดว่าเจ้านายผู้ซึ่งเขาได้ทำหน้าที่รับใช้เป็นเวลาครึ่งชีวิตของเขานั้นเอ็นดูในหลานสาวหัวแก้วหัวแหวนของเขามากแต่กับลูกชายที่นำพาเรื่องเสื่อมเสียมาสู่ตระกูลนั้นเขาจะไม่ให้อภัยมันอย่างเด็ดขาด!

            หลินจื้อกั๋วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยถามว่า

            "ฮุยอี หลังจากที่ได้ประมือกับหยางเฉิน เจ้ามีความเห็นว่าอย่างไรบ้าง ?"

            ฮุยอีพูดขึ้นด้วยท่าทีเจ็บปวด

            "ไม่อาจหยั่งวัดได้…ผมไม่เคยเจอใครที่ทำให้รู้สึกหมดหนทางนี้เช่นนี้มาก่อน…ถ้าทุ่มสุดตัวอาจทำให้เขาลำบากขึ้นมาบ้างนิดหน่อยแต่การที่จะเอาชนะเขานั้น บางทีอาจต้องทุ่มกำลังทั้งแปดกลุ่มเข้าร่วม..."

            หลินจื้อกั๋วหัวเราะพลางกล่าวว่า

            "แม้ว่าทั้งแปดกลุ่มจะสามารถเอาชนะเขาได้จริงๆพวกเราก็ยังคงแพ้ เพราะเราไม่อาจเอาชนะตัวตนจริงๆ ของเขาได้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพลังอื่นๆ ของเขาเลย..."

            "นายท่านหมายความว่า..." ฮุยอีมีอาการตกใจอย่างเห็นได้ชัด "เขาปกปิดพลังที่แท้จริงไว้?"

            หลินจื้อกั๋วส่ายหัว

            "ข้าก็ไม่รู้ทุกครั้งที่ได้ยินคำว่า 'สนธิสัญญาเทพเจ้า'มันมักจะเป็นแค่ตำนานแต่ถ้าความแข็งแรงของหยางเฉินเป็นจริงอย่างที่เจ้าว่า การดำรงอยู่ของ 'สนธิสัญญาเทพเจ้า'แม้มันยากที่จะเชื่อแต่การที่คนคนเดียวสามารถต่อกรกับกลุ่มทั้งแปดได้นั้น ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน"

            "แล้ว…นั่นไม่ได้ทำให้เขากลายเป็นสัตว์ประหลาดไปหรอกหรือครับ?!?"

            "ก่อนที่เขาจะปลดปล่อยพลังนั้นทั้งแปดกลุ่มอาจสามารถต่อกรกับเขาได้ แต่ถ้าหากเขาปลดผนึกพลังนั้นเมื่อไร ข้าคิดว่าคงต้องใช้ครึ่งหนึ่งของกองพลน้อยเหยียนหวงเข้าสู้ถึงจะมีโอกาสชนะ!?"

            "เพราะพลังดั่งปีศาจนั่นมันจึงมีกฎเกณฑ์และข้อจำกัดในการใช้งาน" หลินจื้อกั๋วเผยรอยยิ้มโล่งใจพลางกล่าวว่า "ไม่ต้องกังวลไปถึงแม้เขาจะปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมาเขาก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเราเจ้าลืมไปแล้วหรือว่าข้าเป็นใคร?"

            ฮุยอีตะลึงงันจากนั้นก็หัวเราะกล่าวว่า

            "นายท่านฉลาดจริงๆ!เพราะเรื่องนี้นายท่านจึงมาที่นี่ในวันนี้เพื่อบอกเรื่องการหย่า แน่นอนว่าคุณหนูย่อมไม่ฟังคำของนายท่านและคงดื้อดึงทำตามกฎของตระกูลต่อไป... ในกรณีนี้แน่นอนว่าหยางเฉินย่อมเป็นลูกเขยตระกูลหลิน"

            "ฮ่าๆๆ..." หลินจื้อกั๋วหัวเราะพลางกล่าว "บางเรื่องถ้าบอกออกไปก็หมดสนุกกันพอดีอันที่จริงข้าแค่ต้องการให้คนหนุ่มสาวสองคนอยู่ด้วยกันถึงแม้ว่าข้าจะแอบปกป้องรั่วซีอยู่ลับๆแต่ไม่กี่ปีที่ผ่านมาข้าไม่อาจทำอย่างนั้นได้สะดวกอีกต่อไปคนบางกลุ่มเริ่มที่จะรู้ความสัมพันธ์ของรั่วซีกับตระกูลของเราดังนั้นความปลอดภัยของเธอนั้นได้กลายเป็นปัญหาใหญ่แต่เมื่อหยางเฉินรับหน้าที่นั้นไปข้าก็ค่อยวางใจลงได้บ้างนอกจากนี้จะมีสักกี่คนที่สามารถจัดการกับพลูโตหนึ่งในพระเจ้าลงได้?"

            ฮุยอีพยักหน้าพลางกล่าวว่า

            "แต่ปัญหาคือคุณหนูและหยางเฉินจะตระหนักถึงความตั้งใจของนายท่านหรือเปล่าน่ะสิครับ..."

            "ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับพวกเขาเองว่าจะสามารถไปได้ไกลแค่ไหน......"

            …

            ภายในห้องหยางเฉินและหลินรั่วซีจ้องมองหน้ากันเหมือนเวลาหยุดนิ่งในที่สุดก็หลินรั่วซีก็หันหน้าหนีด้วยความอาย เธอหันกลับไปมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยใบหน้าขึ้นสีเล็กน้อย พร้อมพูดขึ้นว่า

            "มองอะไรของนายรู้สึกดีหรือไงที่รู้ความลับของฉันแล้ว?"

            หยางเฉินยิ้ม

            "ก็นิดหน่อยน่ะ"

            "ฮึ่ม ที่ฉันพูดไปก่อนหน้านี้เพราะความโกรธ ฉันจะไม่มีทางทำตามกฎโง่ๆ ของตระกูลหลินหรอก!เมื่อสัญญาสองปีของเราสิ้นสุดลงนายจะอยู่หรือจะไปก็แล้วแต่นาย!" หลินรั่วซีกล่าวอย่างเย็นชา

            หยางเฉินมองหญิงสาวบนเตียงอย่างสนุกสนาน

            "อยู่...หรือไป? ขึ้นอยู่กับผม?ผมนึกว่าผมต้องไปเสียอีก ผมสามารถเลือกที่จะอยู่ได้เหรอเนี่ย"

            หลินรั่วซีรู้ตัวว่าพลาดไปการแสดงออกของเธอตอนนี้ดูลุกลี้ลุกลนเป็นอย่างมาก

            "อะไร…ฉันหมายถึง คือว่าไม่… ไม่ว่านายจะอยู่หรือจะไปมันก็ไม่มีผลกระทบต่อฉัน"

            หยางเฉินไม่ได้ว่าอะไรเขาเพียงจ้องมองหลินรั่วซี และในที่สุดเธอก็ทนไม่ได้ จนต้องหันหน้าหนีพร้อมเหลือบมองหยางเฉินกล่าวว่า

            "ฉันบอกให้หยุดมอง!ไม่ได้ยินหรือไง!?"

            "ที่รักคุณสวยจริงๆ..."หยางเฉินจู่ๆ ก็พูดขึ้น

            "..."

            หลินรั่วซีหัวใจเต้นรัวเหมือนกลองจนเธอเกือบจะลืมหายใจ

            สายตากระจ่างใสจ้องมองตรงไปที่หยางเฉินคล้ายมีความตื่นเต้นเล็กน้อย บางครั้งยังปรากฏลักยิ้มบนใบหน้าของเธอพร้อมใบหน้าที่แดง ไม่นานเธอก็ก้มหน้าลงอย่างเงียบเชียบ

            ไม่นานนักในที่สุดหยางเฉินก็พูดขึ้น

            "จริงๆ แล้วเหตุผลที่ผมมาที่นี่ก็เพราะอยากขอบคุณ คุณ"

            หลินยังคงก้มหน้านิ่งเงียบ

            "ขอบคุณที่ส่งทนายจางมาช่วยผมเช้านี้มิฉะนั้นผมคงโดนทรมานจนตายโดยพี่สาวไช่ของคุณ"

            "อ่าใช่..."หลินรั่วซีเงยหน้าในที่สุดเผยให้เห็นใบหน้าแดงก่ำอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน "เอี๋ยนเอี๋ยน ไม่ใช่คนใจร้าย ตราบใดที่นายไม่ได้ทำอะไรผิด เธอก็จะไม่เป็นอันตรายต่อนาย"

            "คุณไม่อยากรู้เหรอว่าผมไปโรงพักทำไม?"หยางเฉินเอ่ยถาม

            หลินรั่วซีส่ายหัว

            "ฉันไม่สนใจรู้ไปก็มีแต่จะทำให้รู้สึกแย่" หลินรั่วซีค่อยๆลูบผมของเธอ ก่อนถอนหายใจพลางกล่าวว่า "หยางเฉินสัญญากับฉันอย่างหนึ่งได้มั้ย?"

            "อะไรหรือ"หยางเฉินอยากรู้ว่าเธอจะพูดอะไรมันเป็นเรื่องยากที่จะเห็นเธอพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงจริงจังเช่นนี้

            "นายเป็นผู้เป็นคนกับเขาบ้างได้ไหมทั้งใจทำงาน แทนการอยู่ไปวันๆ โดยไม่มีจุดมุ่งหมายฉันจะไม่ว่าอะไรเลยหากนายจะไปไหนหลังเลิกงาน หรือแม้แต่ไม่กลับบ้านฉันแค่หวังว่าคนในครอบครัวจะมีงานมีอาชีพที่มั่นคง และถ้านายทำได้ดีฉันยังสามารถให้ตำแหน่งซีอีโอกับนายได้… นายเป็นคนมีความสามารถแต่แค่ไม่ยอมใช้มันอย่างจริงจังเท่านั้นเอง"

            หยางเฉินนิ่งอึ้งไปในทันทีจากนั้นเขาก็ยิ้มขึ้นพร้อมกล่าวว่า

            "คุณหลินรั่วซีครับคุณเป็นเหมือนคู่สมรสคู่อื่นๆ แล้วใช่มั้ยครับ?"

            "ฮะ?"หลินรั่วซีเลิกคิ้วสูง

            "คุณเรียนรู้วิธีการที่จะดูแลครอบครัวเรียนรู้วิธีการจัดการกับผู้ชาย เรียนรู้ที่จะอดทน เรียนรู้การวางแผนให้สามีเรียนรู้ที่จะทุ่มเท และแม้กระทั่งเรียนรู้ที่การสนับสนุนสามี"หยางเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม "ไม่ใช่แค่ภรรยาธรรมดาแต่เป็นภรรยาที่แสนดี"

            หลินรั่วซีรู้สึกอายเล็กน้อยหลังจากที่ได้ฟังดังนั้นเธอเม้มริมฝีปากพลางกล่าวว่า

            "ไม่ต้องมาไร้สาระบอกมาว่านายจะสัญญาหรือไม่?"

            "ผมขอปฏิเสธ"เฉินหยางปฏิเสธตรงๆ "ผมไม่มีความทะเยอทะยานใดๆผมชอบที่จะอยู่ในแผนกประชาสัมพันธ์ และตอนนี้ก็ยังไม่อยากมีเรื่องปวดหัวถ้าคุณจะให้ผมเป็นซีอีโอจริงๆ ล่ะก็ บางทีบริษัทมันอาจจะล่มจมภายในสามวัน ดังนั้น…แม้ว่าผมจะชอบภรรยาที่แสนดี แต่ผมก็ไม่ต้องการฝืนใจตัวเองผมขอโทษด้วย"

            "นาย..."เมื่อถูกปฏิเสธตรงๆ หลินรั่วซีก็โกรธเป็นอย่างมาก "ก้อนกรวดยังไงก็ยังเป็นกรวดไม่มีทางเป็นเพชรไปได้!ออกไป ฉันไม่อยากเห็นหน้านาย!!"

            "ชิ...เปลี่ยนเป็นไม่น่ารักอีกแล้ว" หยางเฉินยิ้มเขาไม่ต้องการเถียงกับหลินรั่วซี เมื่อเขาเดินออกจากห้องไป เสียงนุ่มก็ดังขึ้น "อย่านอนดึกล่ะ"

            หลินรั่วซีปาหมอนลอยออกไปหวังให้โดนหน้าหยางเฉินสักทีแต่น่าเสียดายที่มันกับกระทบกับประตูไม้...

            ...

            เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากเขานำอาหารเช้ามาให้หญิงสาวในแผนกก่อนที่หยางเฉินจะเริ่มต้นอาชีพในฐานะเกมเมอร์ในขณะนั้นเองโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น

            อยากรู้นักว่าใครโทรมาตอนเช้าหยางเฉินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย มันคือเสี่ยวจ้าวหนึ่งในลูกน้องของเฉียงเวยนั่นเอง ทำไมเสี่ยวจ้าวถึงโทรมากันนะ?

            หยางเฉินกดรับขณะกำลังแทะขนมปังอยู่ "เสี่ยวจ้าวยังไม่ถึงเวลาเลย ทำไมโทรมาเร็วนัก"

            เสี่ยวจ้าวลังเลชั่วครู่ก่อนกล่าวขึ้นว่า

            "พี่หยาง…บิ๊กบอส… เธอ..."

            "เฉียงเวย?เกิดอะไรขึ้นกับเธอ!?" หยางเฉินได้ยินความโศกเศร้าจากเสียงของเสี่ยวจ้าว อาจเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเฉียงเวย!?

    คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน