ประตูเส้นทางโบราณ

    บทที่ 56

    บทที่ 56


       “ทำไมแกถึงมาอยู่นี่ได้?” นิวลิวกล่าวถาม แม้จะถามอีกฝ่ายแต่มันก็ไม่ได้ลดความระมัดระวังตัวลงเลย หากเดรกโจมตีนิวลินจะป้องกันทันที ความเร็วนิวลินน้อยกว่าความเร็วเดรกก็จริงทว่ามันก็ใช่ว่าเดรกจะทำอะไรนิวลินได้ง่ายๆ เดรกมีความเร็วที่น่ากลัว ส่วนนิวลินมีการป้องกันที่ทรงพลัง สัมผัสของนิวลินแข็งแกร่งกว่าสัมผัสของเดรกมาก ทั้งสองต่างก็มีข้อดีต่างกัน


       “คิดว่าพวกเราไม่รู้รึไงว่าพวกแกกำลังทำอะไรอยู่? หากคิดไม่ผิดหัวหน้าของพวกแกคงใกล้จะกลายเป็นระดับที่เหรือกว่านักรบศักดิ์สิทธิ์แล้วสินะ ถ้าหัวหน้าพวกแกกลายเป็นระดับเหนือนักรบศักดิ์สิทธิ์กลุ่มโจรภูเขาเขียวของพวกฉันจะไม่แย่เอาเหรอ? ฉันมาที่นี่เพื่อฆ่าพวกแกทั้งหมด!” ความต้องการฆ่าของเดรกยังไม่ลดลงเลย กลับกันมันยิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ทีแรกเดรกไม่คิดว่านิวลินจะแข็งแกร่งขนาดนี้ มันประเมินฝ่ายตรงข้ามตํ่าไป! หลังมันได้เห็นความแข็งแกร่งของนิวลินจากการต่อสู้เมื่อครู่เดรกก็ตัดสินใจได้แล้วว่าต้องฆ่านิวลินให้ได้เพื่อไม่ให้นิวลินเป็นภัยต่อกลุ่มโจรภูเขาเขียวของมัน


       “มดปลวกอย่างพวกแกคิดจะสังหารฉัน? มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้!” แววตานิวลินฉายความดูถูกออกมาอย่างชัดเจนโดยไม่ได้ปิดบังใว้แม้แต่นิด มันไม่อยากต่อปากต่อคำกับเดรกอีก ต่อปากต่อคำไปก็เสียเวลาเปล่า นิวลินกำดาบแน่นก่อนวิ่งเข้าหาเดรกและใช้วิชาดาบที่มันได้ฝึกฝนมานานหลายปีโจมตีใส่ศัตรู นิวลินไม่มีทักษะที่มีมาตั้งแต่กำเนิด มีน้อยคนนักที่จะมีทักษะแต่กำเนิด แน่นอนว่านิวลินไม่ใช่คนส่วนน้อยนั้น


       “มดปลวก? ใครกันแน่ที่คือมดปลวก?!” ได้ยินคำกล่าวนิวลินเดรกพลันคำรามออกมา หอกทองคำเปล่งแสงสีทองออกมา แสงสีทองค่อยๆสว่างขึ้น จากนั้นไม่นานแสงสีทองก็สว่างจนไม่อาจเห็นรูปร่างของหอกทองคำ เดรกมองไปที่นิวลิว มันไม่ได้ฝึกวิชาดาบหรือวิชาหอกเหมือนนิวลินแต่เพราะมันใช้หอกมาตลอดทั้งชีวิตเดรกจึงคุ้นเคยกับการใช้หอก แสงสีทองที่เปล่งออกจากหอกคือพลังอาวุธ มีแค่คนที่เข้าใจในอาวุธเท่านั้นถึงจะสามารถใช้ได้ นิวลินไม่สามารถใช้ได้เพราะนิวลินยังไม่มีความเข้าใจในอาวุธตนเองมากพอ มีอยู่ช่วงหนึ่งในชีวิตนิวลินไม่ได้แตะดาบเลยแม้แต่น้อย ในเรื่องความเข้าใจในอาวุธนิวลินด้อยกว่าเดรกมาก


       พลังอาวุธนั้นคล้ายกับที่ฮันน่าใช้มากแต่พลังมันคนละอย่างกัน พลังตอนที่ฮันน่าใช้มีดทั้งสามของเธอคือพลังที่ถูกใส่ลงมายังอาวุธทว่าพลังของเดรกนั้นคือการดึงพลังที่แท้จริงจากอวุธออกมาใช้ ส่วนใหญ่แล้วมักเรียกพลังที่ฮันน่าใช้ว่าพลังอาวุธเสมือน พลังที่เดรกใช้ถูกเรียกว่าพลังอาวุธแท้จริง


       “พลังอาวุธแท้จริง!” นิวลินเห็นว่าวิชาดาบของมันถูกป้องกันใว้ได้มันก็รู้สึกช็อก นิวลินไม่คิดว่าวิชาดาบที่ตัวมันฝึกฝนมาหลายปีจะถูกป้องกันได้ง่ายขนาดนี้ หลังเห็นแสงสีทองซึ่งเปล่งออกมาจากหอกทองคำนิวลินพลันเข้าใจทันที ไม่แปลกเลยที่อีกฝ่ายจะสามารถป้องกันการโจมตีจากมันได้ อีกฝ่ายใช้พลังอาวุธนี่เอง! วินาทีนั้นนิวลินก็รีบถอยห่างจากร่างเดรก มันมองพลังอาวุธด้วยสีหน้าจริงจัง หากสู้กันตรงๆวิชาดาบของมันไม่มีทางชนะพลังอาวุธแน่เพราะวิชาดาบที่นิวลินใช้นั้นไม่ได้เน้นความรุนแรง วิชาดาบนี้เน้นความเร็วการโจมตีและความเร็วการป้องกัน สามารถกล่าวได้ว่าวิชาดาบนี้สามารถใช้ทั้งรุกทั้งรับได้เลย ความสามารถพลังอาวุธของเดรกสามารถทำให้หอกทองคำเบาลงกว่าเดิมหลายเท่าได้ซึ่งนั้นเป็นผลให้ความเร็วเดรกเพิ่มมากขึ้น วิชาดาบนิวลินเน้นความเร็ว พลังอาวุธเดรกก็ทำให้มันเร็วขึ้น ทั้งสองสิ่งเกี่ยวข้องกับความเร็วเหมือนกัน หากต่อสู้ต่อไปจะไม่มีใครชนะ ท้ายที่สุดการต่อสู้ก็จะจบลงด้วยการเสมอ นิวลินและเดรกจะได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งคู่ซึ่งมันไม่คุ้มเอาซะเลย


       “ฮ่าๆๆๆ ถ้าต่อสู้แบบนี้ต่อไปพวกเราทั้งสองจะได้รับบาดเจ็บหนัก ฉันว่ามันไม่คุ้มเลย ทำไมพวกเราไม่ใช้พลังทั้งหมดไปกับการโจมตีครั้งเดียวล่ะ?” เดรกหัวเราะราวกับคนบ้า มันเสนอความคิดออกมาให้นิวลินฟัง เมื่อได้ยินข้อเสนอนิวลินก็ใช้เวลาครุ่นคิดนานอยู่หลายวิยาทีก่อนพยักหน้าตอบตกลง


       “งั้นก็รีบๆมาทำให้มันจบ” นิวลินส่งเสียงดุร้าย ภายในใจมันกำลังคิดบางอย่างอยู่ มันกำลังคิดว่ามันควรใช้อะไรจัดการอีกฝ่ายดี วิชาดาบของมันเป็นไปไม่ได้แน่ที่จะจัดการเดรกให้ตายภายในครั้งเดียว นิวลินมีไพ่ในมืออยู่หลายอย่างทว่าส่วนใหญ่แล้วไพ่พวกนั้นจะเอาใว้ใช้ในการต่อสู้ระยะยาวซะมากกว่า มีไพ่สามใบที่สามารถจัดการศัตรูได้ในครั้งเดียว ข้อเสียของไพ่ทั้งสามใบคือกินพลังมากเกินไป เพียงใช้แค่ครั้งเดียวนิวลินจะไม่มีพลังใดๆเหลือเลย นี่คือสาเหตุที่ทำให้นิวลินลังเลในตอนแรกเมื่อได้ยินข้อเสนอจากเดรก


       “นี่มันก็ผ่านมาหลายนาทีแล้ว มันคงถึงเวลาที่ฉันจะต้องฆ่าระดับสูงในกลุ่มโจรวายุศักดิ์สิทธิ์” เดรกไม่ได้ประมาทนิวลินแม้แต่น้อย มันคิดซํ้าๆหลายรอบว่าควรสังหารนิวลินอย่างไร ตัวมันเองก็ไม่ต่างจากนิวลิน มันเป็นคนระดับสูงในกลุ่มโจรภูเขาเขียวดังนั้นจึงไม่แปลกที่มันจะมีไพ่หลายใบบนมือ คนระดับสูงจะมีไพ่ใบสองใบได้ยังไง? หากมีไพ่ใบสองใบมันก็ถูกฆ่าได้ง่ายๆสิ ต้องรู้ก่อนว่าพวกระดับสูงในแต่ละกลุ่มโจรไม่ใช่ว่าจะมีชีวิตสงบสุขอยู่บนกองเงินกองทองพร้อมกับหญิงสาวงดงามมากมายรายล้อม กลับกันเลยชีวิตในแต่ละวันของพวกมันลำบากมาก ในวันหนึ่งจะมีคนจำนวนมากต้องการแก้แค้นพวกมัน ถ้ามีไพ่บนมือไม่กี่ใบจะรอดชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้ได้อย่างไร?


       ห้านาทีถัดมา จุดสูงสุดระดับหนึ่งทั้งสองก็ตัดสินใจได้ สองคนกำอาวุธในมือตนเองแน่นโดยมีสายฝนและพวกลูกน้องโลเวลคอยมองดู วินาทีต่อมานิวลินกับเดรกพลันเคลื่อนไหว พวกมันวิ่งพร้อมกัน ดาบถูกฟันออกไปเป็นเส้นตรง เกิดคลื่นพลังพุ่งเข้าหาร่างเดรก เดรกเองก็โจมตีเช่นกัน หอกทองคำขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ชั่วขณะนั้นเดรกพลันปาหอกทองคำออกไป เป้าหมายของหอกทองคำคือร่างนิวลิน


       ตูมมม!


       หอกทองคำเปล่งแสงสีทองแหวกคลื่นพลังออก พลังของมันยังไม่หมด หอกทองคำพุ่งเข้าหาร่างนิวลินต่อ นิวลินไม่ได้หลบเพราะมันรู้ดีว่าถึงจะหลบไปยังไงก็หลบไม่พ้นอยู่ดี ด้วยพลังของหอกทองคำที่ยังคงหลงเหลืออยู่มันเป็นไปไม่ได้ที่นิวลินจะหลบพ้น นี่ไม่ใช่การโจมตีธรรมดา มันคือการโจมตีที่ต้องใช้พลังทั้งหมดของเดรก! เดรกยิ้มเยาะเย้ยใส่นิวลิน นี่คือการโจมตีสุดกำลังของอีกฝ่ายหรือ?


       นิวลินไม่ได้สนใจเดรก มันทำเพียงยิ้มหลังเห็นหอกทองคำเข้าใกล้ เมื่อครู่ไม่ใช่การโจมตีสุดกำลังของมัน ใครบอกว่าต้องทำตามข้อเสนอทั้งหมดด้วยเล่า? ถึงมีแต่ก็ไม่มีใครสามารถทำอะไรมันได้ นิวลินใช้พลังทั้งหมดที่เหลือตวัดดาบเป็นรูปอักษรไค(X) เสียงปะทะกันของหอกทองคำและดาบดังขึ้นก่อนหอกทองคำจะตกลงสู่พื้น นิวลินหยิบขวดแก้วออกมา มันเปิดฝาจุกออกจากนั้นก็ดื่มของเหลวของในขวดโดยไม่ลังเล ไม่นานพลังนิวลินก็ฟื้นฟูอย่างช้าๆ มันไม่ได้ฟื้นฟูเร็วเท่ายาสายฝนแต่มันก็ไม่ได้ฟื้นฟูช้า เดรกหน้าซีดมันรู้ชะตากรรมของมันทันที มันไม่มีพลังเหลือแม้แต่นิด เรี่ยวแรงก็ไม่มี เดรกเองก็มียาฟื้นฟูเหมือนกับนิวลินแต่มันไม่สามารถใช้ได้ ทักษะเมื่อครู่ที่มันใช้กินทั้งพลังและเรี่ยวแรง มันไม่สามารถขยับร่างกายได้เลย เพราะไม่มีพลังเหลือเดรกจึงไม่ต่างจากคนธรรมดา เพียงแค่มันมีแรงเยอะกว่าคนธรรมดาเล็กน้อย


       “นี่คือพลังของจุดสูงสุดระดับหนึ่งเหรอ?” สายฝนพึมพำ การต่อสู้ครั้งนี้คือการต่อสู้ที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา สายฝนอดคิดไม่ได้ ‘ถ้าฉันมีพลังเหนือกว่าใครๆก็จะไม่มีสิ่งใดสามารถสั่งหรือบังคับฉันได้ กฎทั้งหมดล้วนไร้ความหมาย ต่อหน้าพลังอันยิ่งใหญ่แล้วกฎก็เป็นได้แค่กระดาษบางเท่านั้น แค่ขยับเล็กน้อยกระดาษก็ฉีกขาดแล้ว’


       เวลานั้นสายฝนพลันฉุกคิดบางอย่างได้ ‘ความหมาย? เดี๋ยวนะ หืมม ฉันลืมไปได้ไงเนี่ย? ความหมายไง! ตลอดเวลาที่ฉันศึกษาอักขระลี้ลับฉันศึกษาแค่ภายนอกเท่านั้น ไม่ได้ศึกษาภายใน ตัวอักษรแต่ละตัวมีความหมายเป็นของมัน’ คิดได้แบบนั้นเขาพลันรู้สึกว่าตนเองกำลังพัฒนาขึ้น กำลังยกระดับกลายเป็นระดับหนึ่ง! ในเวลาเดียวกันสายฝนก็รู้สึกว่าหากปล่อยให้ยกระดับตอนนี้คงเกิดเรื่องใหญ่แน่ หากเป็นอย่างงั้นในอนาคตอันใกล้เขาคงต้องลำบาก ฉับพลันสายฝนรีบหยุดการยกระดับ การยกระดับหยุดง่ายมาก ก็ไม่ต่างจากตอนใช้ทักษะ เพียงแค่ใช้ความคิดเท่านั้น


    ---


    จบบทที่ 56