ตอนที่ 58 ความสงบทำให้ไม่สบายใจ
ใจของหลินเฟยเอ่อล้นไปด้วยความสุขข่าวงานเลี้ยงฉลองของตระกูลหลินแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็วทำให้มีคนรู้จักนามของหลินเฟยผู้เป็นนายน้อยแห่งตระกูลหลินบุตรชายของหลินกวงเย่ว์มากขึ้น
ก่อนหน้านี้ชื่อเสียงของหลินเฟยไม่เป็นที่รู้จักแม้แต่น้อย เพียงมีชื่อเสียงเล็กๆในบรรดาเหล่าศิษย์สายนอกที่เคยร่วมงานประลองชิงสุดยอดศิษย์สายนอกเท่านั้น
หลังจากนั้นหลินเฟยก็ไม่ได้สร้างเรื่องราวอะไรให้มีคนสนใจเพิ่มอีกชื่อเสียงของเขาจึงเริ่มเลือนหายไปอย่างรวดเร็วในช่วงที่เขาออกเดินทางไปยังเมืองนภาสองฟ้า
วันที่สามผู้อาวุโสซุนม่อหลงก็ปรากฎตัวขึ้นหลินเฟยรับรู้เรื่องราวต่างๆที่ซุนม่อหลงช่วยจัดการปูทางให้กับหลินกวงเย่ว์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่หลินกวงเย่ว์ได้เป็นหนึ่งในผู้ร่วมหุ้นของโรงประมูลภายในเมืองทิวารุ่ง
หรือแผนการที่จะดึงตระกูลหลินกลับเข้าสู่พื้นที่ของบรรพบุรุษภายในสำนักโลหิตมังกรที่อยู่ลึกเข้าไปในเขตชั้นในที่มีแต่เหล่าสายโลหิตของผู้ก่อตั้งสำนักอาศัยอยู่ ตระกูลเจียนของเจียนเหินเองก็เป็นหนึ่งในตระกูลใหญ่ที่มีหมู่บ้านอยู่ภายในเขตชั้นในนี้
ทุกสิ่งทุกอย่างที่ซุนม่อหลงกระทำต่อตระกูลหลินทำให้หลินเฟยรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนักหลินเฟยไม่ลังเลอีกต่อไปที่จะคารวะซุนม่อหลงเป็นอาจารย์จากใจจริง การคารวะที่จริงใจนี้แม้แต่ตัวซุนม่อหลงเองก็ยังสัมผัสได้ทำให้ท่านต้องหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข
สำหรับซุนม่อหลงเมื่อถึงจุดๆนึงของชีวิตการที่ได้ช่วยให้ลูกศิษย์ของตนเองเจิดจรัสเปล่งประกายอยู่เหนือเหล่าผู้ถูกเลือกจากฟ้าดินคนอื่นๆ นั่นก็คือสิ่งที่ท่านใฝ่ฝันอยากให้เป็นและหลินเฟยก็คือบุคคลที่ท่านตั้งความหวังไว้มากเสียงยิ่งกว่าศิษย์พี่ของเขาเซียงอี้เหยียนด้วยซ้ำไป
ยังมีจิวหลินที่รีบออกจากการเข้าฌานตามลำพังทันทีที่รู้ข่าวหลินเฟยจากผู้ติดตามตระกูลหลินความจริงนางมักจะแวะเวียนมาดูแลหลินกวงเย่ว์บิดาของหลินเฟยเป็นประจำอยู่แล้วทำให้ท่านเอ็นดูนางไม่ต่างจากหลินเฟย
หลังจากที่หลินเฟยจากไปด้วยพรสวรรค์อันไม่ธรรมดาในเรื่องสมุนไพรของจิวหลินทำให้นางได้เข้าสู่วิถีทางแห่งการหลอมโอสถและนั่นทำให้สถานะของนางจากข้ารับใช้ต่ำต้อยได้เปลี่ยนไปดุจมัจฉาที่กระโดดเข้าไปยังประตูมังกร
ยิ่งมีผู้อาวุโสซุนม่อหลงคอยชี้แนะให้อย่างเข้มงวดทำให้ความสำเร็จในวิถีทางนี้ของจิวหลินเป็นไปอย่างมั่นคง และด้วยความสามารถในการหลอมยาออกมาได้ไม่ธรรมดาทำให้จิวหลินสามารถเข้าเป็นศิษย์สายในของสำนักโลหิตมังกรได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
หลินเฟยใช้เวลาอยู่กับจิวหลินอย่างหนักหน่วงอยู่หลายวันในที่สุดสหายของหลินเฟยคนอื่นๆก็ได้มาถึง เจ้าอ้วนหลี่ปิงกลายเป็นศิษย์สายในมีอันดับไม่ธรรมดาจากหลังจากได้รับโชควาสนาด้วยความบังเอิญทำให้ศิษย์สายในน้อยคนนักที่จะกล้ารังแกมันในตอนนี้
เสี่ยวหลิน ยู่เจียง หมิงเต้า ทุกคนต่างได้เข้าเป็นศิษย์สายในกันหมดด้วยบารมีจากหลี่ปิงทำให้ทุกคนสามารถฝึกฝนบำเพ็ญตนกันได้อย่างมีความสุขไร้คนก่อกวน
ทุกอย่างคล้ายกับกำลังดำเนินไปอย่างเรียบง่ายและสงบสุขแต่หลินเฟยกลับไม่สบายใจยังคงมีความกังวลอยู่ไม่น้อยมันคล้ายกับเป็นคลื่นลมอันเงียบสงบก่อนพายุจะบังเกิด
ลางสังหรณ์ของเขาบอกว่ามีอะไรแปลกๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ ในช่วงเวลาที่ตระกูลหลินเติบโตขึ้นผู้อาวุโสห้าเจียนเหินกลับไม่พยามขัดขวางศัตรูคู่แค้นของตนเองแม้แต่น้อย
จากข่าวคราวล่าสุดที่หลินกวงเย่ว์ได้รับคือเจียนเหินปิดด่านฝึกตนไปเมื่อหนึ่งปีก่อนโดยที่ไม่ปรากฏตัวขึ้นอีกเลยมีเพียงบุตรชายนายน้อยแห่งตระกูลเจียนเท่านั้นที่ออกพบปะกับผู้คนแทนผู้เป็นบิดา
และสิ่งที่ทำให้หลินเฟยตื่นเต้นเป็นอย่างมากคือการประลองชิงตำแหน่งสุดยอดสำนักที่สำนักอันดับหนึ่งในดินแดนภาคกลางเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ถูกเลื่อนออกไปอีกครึ่งปีด้วยเหตุผลส่วนตัวของสำนักนภาดารา
ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลอะไรนั่นจะเป็นอะไรก็ทำให้หลินเฟยมีเวลามากพอที่จะสร้างความก้าวหน้าเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อยและในอีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้ก็จะเป็นการคัดเลือกตัวแทนของสำนักโลหิตมังกรเพื่อไปสร้างชื่อในศึกสำคัญนี้
หลังจากงานเลี้ยงฉลองได้ผ่านพ้นไปทุกคนก็แยกย้ายกันมีเพียงจิวหลินที่ยังอยู่ภายในตระกูลหลินกับหลินเฟย
กำหนดการในการคัดเลือกประกาศออกมาแล้วหลินเฟยจำต้องปรับพื้นฐานลมปราณภายในร่างให้สมดุลมากที่สุดหลังจากที่ไม่มีเวลาในการปรับสมดุลของพลังเลยในช่วงที่ผ่านมา
หลินเฟยมอบคัมภีร์ที่ปรับปรุงแล้วของเคล็ดวิชาหมัดทะลวงเมฆาท่าที่สี่ เส้นทางเมฆา ให้กับหลินกวงเย่ว์ความแข็งแกร่งของท่าที่สี่นั้นทำให้หลินกวงเย่ว์และหลินเจิ้งต้องหอบหายใจออกมาอย่างเร่งร้อนเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดีอย่างถึงที่สุด
ด้วยเคล็ดหมัดทะลวงเมฆาทั้งสี่ท่าที่หลินเฟยปรับปรุงให้กับตระกูลนั้นจะทำให้ตระกูลหลินแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว สิ่งสำคัญที่สุดคือหลินเฟยได้ปรับปรุงเคล็ดลมปราณหวนท้าสวรรค์ให้สามารถใช้ได้โดยมีสายโลหิตของตระกูลหลินเป็นตัวขับเคลื่อน
แม้มันจะด้อยกว่าเคล็ดลมปราณหวนที่หลินเฟยใช้อยู่หลายเท่าแต่ก็ยังถือว่าเป็นเคล็ดลมปราณพื้นฐานที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมากโดยจะมีระดับขั้นของวิชาอยู่สามขั้น
ต่างกับของหลินเฟยที่มีถึงเจ็ดแต่ตอนนี้แม้แต่หลินเฟยเองก็ยังสามารถรู้แจ้งถึงเพียงขั้นที่สามทำให้ได้รับวิชาย่อยกระชากสวรรค์มาเท่านั้น
ด้วยเคล็ดลมปราณที่แข็งแกร่งเป็นรากฐานไม่ต้องสงสัยเลยว่าไม่มีอะไรที่จะสามารถขัดขวางให้ตระกูลหลินก้าวไปยังจุดสูงสุดของสำนักโลหิตมังกรได้
เป็นอีกครั้งที่หลินกวงเย่ว์ตกตะลึงเคล็ดลมปราณหวนท้าสวรรค์ฉบับตระกูลหลินนี้เพียงโคจรได้หนึ่งร้อยรอบก็สามารถบอกได้ทันทีว่าแข็งแกร่งกว่าเคล็ดลมปราณพื้นฐานของสำนักโลหิตมังกรมากนักราวกับอยู่กันคนละโลก
หนึ่งคือดัดแปลงมาจากวิชาชั้นเซียนของจ้าวมังกรผู้สยบไปทั่วทั้งทวีปมังกรครามกับอีกหนึ่งที่แม้จะเป็นที่หนึ่งในสำนักใหญ่ของแดนตะวันออก แต่ก็ยังไม่ติดแม้หนึ่งในสามอันดับของศึกชิงสำนักจ้าวยุทธภพแล้วจะมาเปรียบเทียบกันได้อย่างไร
หลินกวงเย่ว์ตัดสินใจให้เคล็ดลมปราณหวนท้าสวรรค์ฉบับปรับปรุงนี้เป็นพื้นฐานลมปราณของเหล่ารุ่นเยาว์ในตระกูลหลินทันที โดยมีชื่อใหม่ว่า ‘เคล็ดลมปราณทลายมังกร’
ด้วยใช้สายโลหิตของตระกูลหลินในการขับเคลื่อนทำให้เป็นเรื่องยากที่จะมีคนนอกสามารถฝึกฝนได้ทำให้ไม่ต้องกังวลในเรื่องของการลักลอบนำไปเผยแพร่
เกือบสองปีที่ผ่านมาหลินเฟยไม่ใช่เด็กหนุ่มอายุสิบหกอีกต่อไปแต่กลายเป็นบุรุษหนุ่มอย่างเต็มตัวรูปลักษณ์หน้าตาของหลินเฟยในตอนนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์บางอย่างที่ยากจะต้านทานสำหรับเหล่ารุ่นเยาว์ที่เป็นสตรีของตระกูลหลิน
เพียงได้มองไปที่ดวงตาสีโลหิตคู่สวยนั้นก็คล้ายกับตกไปอยู่ในห้วงของวสันตฤดูหลุดเข้าไปยังบ่วงเสน่หาของหลินเฟยอย่างไม่อาจห้ามใจ ทั้งความฉลาดเฉลียวความเด็ดเดี่ยวล้วนมีเต็มอยู่ในร่างกายและจิตวิญญาณ
ด้วยความเชื่อมั่นที่ไร้ขอบเขตจะทำให้คนผู้หนึ่งก้าวไปไกลได้อย่างไร้ขีดจำกัด คำๆนี้สามารถอธิบายคำจำกัดความของหลินเฟยได้อย่างแท้จริง อนาคตของหลินเฟยเพียงสำนักโลหิตมังกรที่ยิ่งใหญ่ของแดนตะวันออกก็เปรียบเสมือนกับกระท่อมน้อยๆให้พักผ่อนจิบน้ำจิบท่าได้เพียงเท่านั้นไม่นับเป็นอะไรได้มากกว่านี้
หลินเฟยให้เสี่ยวหู่อยู่ภายในตระกูลอย่างอิสระไม่มีใครไม่รู้ว่ามันคือสัตว์อสูรวิเศษของนายน้อยตระกูลหลินมันก้าวเดินไปทั่วทุกที่อย่างหยิ่งผยอง
มันมักจะสนิทสนมคุ้นเคยกับเหล่าสาวน้อยรุ่นเยาว์ของตระกูลอย่างรวดเร็วมันชอบที่จะถูไถไปยังส่วนโค้งส่วนเว้าที่นุ่มนิ่มเหล่านั้นด้วยใบหน้าที่เปี่ยมสุขจนเป็นที่อิจฉาของเหล่ารุ่นเยาว์บุรุษที่ได้พบเห็นพร้อมกับสายตาเยาะเย้ยที่เสี่ยวหู่มักจะใช้มองไปที่พวกมันอย่างเหยียดหยาม
การกระทำของเสี่ยวหู่ทำให้เหล่าเด็กหนุ่มของตระกูลหลินเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งแต่พวกมันก็ทำได้เพียงกัดฟันอย่างโกรธเคืองเพียงเท่านั้นไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่านี้
เป็นความจริงที่พวกมันไม่สามารถลงมือสั่งสอนพยัคฆ์น้อยบ้ากามตนนี้ได้หากพวกมันกล้า โทสะของนายน้อยตระกูลหลินที่สามารถล้มหมาบ้ากู่ฉินได้ภายในหมัดเดียวก็จะต้องระเบิดขึ้นพร้อมกับบดขยี้พวกมันจะแหลกเละลงไปอย่างแน่นอน
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วในที่สุดก็ผ่านไปอีกหนึ่งเดือนวันนี้คือวันที่หลินเฟยเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อวันแห่งการคัดเลือกตัวแทนไปสู้ศึกชิงสำนักเจ้ายุทธภพ!
“ไม่ต้องกังวลไปนะเฟยเอ๋อร์ ลูกต้องทำได้”
หลินกวงเย่ว์ยิ้มกว้างเอ่ยปากให้กำลังใจต่อบุตรกิเลนของท่านอย่างห่วงใยไม่ว่าหลินเฟยจะเติบโตกร้าวแกร่งสักเพียงไหนก็ยังคงเป็นหลินเฟยเด็กน้อยที่ซุกซนในสายตาของท่านเสมอ
“ข้าจะไม่ทำให้เตียท่านต้องผิดหวัง การประลองคัดเลือกครั้งนี้ข้าจะทำให้ทุกตระกูลใหญ่รับรู้ว่า ตระกูลหลินของเรากลับมาแล้ว!”
หลินเฟยกล่าวอย่างมั่นใจแววตาเต็มไปด้วยประกายแสงแห่งความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวทั่วร่างกระจายกลิ่นอายอันสูงศักดิ์เผด็จการออกมาอย่างน่าเหลือเชื่อทั้งยังเต็มไปด้วยความเก่าแก่ของกาลเวลา
แม้แต่หลินกวงเย่ว์ยังต้องรู้สึกฉงนกับกลิ่นอายที่ไม่คุ้นเคยนี้แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ามันคือกลิ่นอายของบุตรกิเลนของท่านอย่างแท้จริง
เป็นกลิ่นอายที่สามารถสะกดข่มใครก็ตามที่พื้นฐานฝึกตนต่ำกว่าทั้งยังข่มขู่คุกคามแก่ผู้ที่อยู่ในระดับขั้นเดียวกัน สร้างความประหลาดใจให้กับผู้ฝึกตนที่อยู่เหนือขึ้นไปกลายเป็นบรรยากาศแห่งผู้กล้าเลือดเหล็กที่กระจายออกมาจากทั่วร่างของหลินเฟย!
.
.
.
พร้อมลุยกันรึยังพี่น้อง