ฮัวหรูเหยียนดุเบา ๆ กล่าว “จู่ลี่ อย่าพูดไร้สาระ”
จู่ลี่ย่อตัวกล่าวรับ หันไปหาลวี่เยาส่งสัญญาณให้ตอบรับ คุกเข่าคำนับคารวะได้จะดีที่สุด เป็นการแสดงความซาบซึ้ง
แต่ทว่า ลวี่เยาพักใหญ่ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหว สายตาเหม่อมองทอดยาวไปไกล นางต้องการบรรยากาศเพื่อสงบสติอารมณ์ที่เลวร้ายนี้ มิเช่นนั้นจะระเบิดทำร้ายคนได้ สิ่งที่นางแสดงคือความตรงไปตรงมา มิใช่โง่เขลา การประเมินค่าที่นิยามไม่ชัดเจนต่อการแสดงของนางทำให้นางขุ่นเคืองยิ่งนัก นอกจากนี้ นางยังมิได้ “ขี่กระเรียน” ก็มีคนโหยหาตำแหน่งของนางแล้ว ไม่รู้จริง ๆ ว่าควรปลื้มใจกับผู้สืบทอดของตนดี หรือหัวเราะเยาะที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางดี?
ตำแหน่งนักพรต ทุก ๆ 30 ปีจะคัดเลือกสาวน้อยจากทั่วแดนมาหนึ่งคน โดยมีนักพรตคนก่อนสอนทักษะวิธีการด้วยตนเอง กลายเป็นนักพรตคนใหม่ ใช้ร่างบริสุทธิ์รับเทพ โชคไม่ดีอย่างมากที่นางไม่อยากถอนตัวจากตำแหน่ง ครองตำแหน่งสูงส่งมาหลายปี เหอะ... คิดเช่นนี้ก็ไม่ทำให้คนปีติยินดี เหมือนเผยอายุของนาง เฮ้อ เจ็บใจ นี่มันช่างเจ็บปวดใจเสียจริงเชียว!
ชวีหนานอีมิออกเสียงอันใด แต่แววตากลับลึกซึ้งดั่งทะเล ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไร
จู่ลี่รอครู่ใหญ่ก็ไม่เห็นลวี่เยารับกล่าวถึงคิดได้ว่า อีกฝ่ายเป็นคนปัญญานิ่ม จะเข้าใจสิ่งที่นางกล่าวได้อย่างไร? จู่ลี่จึงมองไปทางถังโยว ยิ้มหวานแล้วกล่าว “คุณหนูใหญ่ถัง ท่านกับนางเป็นนายบ่าวที่เที่ยงธรรม ก็ควรหาความก้าวหน้าที่ดีให้แก่นางด้วย”
ถังโยวไม่คิดเลย คุณภาพคนเช่นลวี่เยาจะยังมีคนมาดึงตัวไป ไม่คาดฝันอย่างมาก
ในใจถังเฉียนกลับเข้าใจ ผู้อื่นมิใช่ว่าให้ความสนใจลวี่เยา แต่นี่เป็นการหยิบยืมลวี่เยาไปขับความสูงส่งของตนเองต่างหาก
ถังเหลาเหย่กล่าวมากไม่ดี ถึงอย่างไรลวี่เยาก็เป็นสาวใช้ของถังโยว อยู่หรือไปจะอย่างไรต้องฟังบุตรสาวของตน
ถังโยวมองฮัวหรูเหยียน แล้วหันไปมองลวี่เยา ในใจมีความขัดแย้งกัน มิให้ลวี่เยาไป คนอื่นจะรู้สึกว่านางไม่มีความเป็นคน หรือหากปล่อยลวี่เยาไปตำหนักหรูเหยียนอะไรนั่น นางก็เสียดายมาก ลวี่เยานี้อย่ามองเพียงว่าเป็นคนโง่เขลาปัญญานิ่ม แต่หากบางครากล่าววาจาออกมาสามารถทำให้คนหัวเราะได้อย่างจะเป็นจะตาย
ถังโยวลังเลไปมา อยากผลักภาระในการเลือกให้กับลวี่เยา ก็กลัวว่านางจะกล่าววาจาไม่เหมาะไม่ควร คำเดียวก็ตอบตกลงแล้ว ถังโยวขมวดหน้าซาลาเปาครู่ใหญ่ก่อนจะอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ออกไปหนึ่งประโยค “ลวี่เยา...เป็นทาสติดตามออกเรือน ไม่สามารถส่งไปที่อื่น”
ความเงียบ เป็นความเงียบสงัด
ฮัวหรูเหยียนมองไปทางถังโยว นัยน์ตาไม่ปกปิดความคิดที่แสดงออกอย่างหนึ่ง——เจ้าสามารถออกเรือนได้หรือ? ยังอยากนำคนที่อัปลักษณ์เช่นนี้ติดตามออกเรือน?
แม้ว่าหนังหน้าของถังโยวจะหนาเพียงใด แต่อย่างไรเสียนางก็ยังเยาว์วัย ถูกผู้คนสังเกตเช่นนี้ หน้าก็ค่อย ๆ แดง
ความเขินอายในหัวของนางเปลี่ยนเป็นความโกรธ กล่าวอย่างดุดันว่า “ข้าสามารถออกเรือนกับสามีที่ดีที่มีเสน่ห์แน่นอน!”
ลวี่เยากวาดตามองถังโยว พยักหน้าขานตอบ “ได้!”
“พรืดดด......” ชวีหนานอีหัวเราะจนเกือบล้มลงนอนบนพรมรองนั่ง กล่าวตามจริง เขาถูกลวี่เยาที่ท่าทางจริงจังนั่นหยอกให้หัวเราะ
นางเข้าใจจริง ๆ หรือไม่ว่าเหตุใดต้องติดตามออกเรือน? เพียงแค่สามีของถังโยวคิด ลวี่เยาก็ต้องร่วมหลับนอน แน่นอน ข้อแรกคือสามีนั่นคงตาบอด นี่ก็หมายความว่า สามีดีที่มีเสน่ห์นั่นก็เป็นสามีของลวี่เยาเช่นกัน โอ้ นางเอาความมั่นใจตนเองเช่นนี้มาจากที่ใด?
ลวี่เยาเอียงศีรษะมองชวีหนานอี หัวเราะแหะ ๆ จนใคร ๆ ก็ดูออกว่านางมีความสนใจในชวีหนานอี
ทันใดนั้นชวีหนานอีไม่หัวเราะแล้ว กล่าวในใจ ‘คนดีที่ลวี่เยาสนใจคงมิใช่ข้ากระมัง?’
ชวีหนานอีกวาดตามองถังโยว และมองไปทางลวี่เยา สาบานว่าตนเองไม่มีทางรับมือกับความสวยงามเช่นนี้ ถังโยวคนเดียวก็พอให้ชีวิตของเขาสั้นลง 10 ปี เพิ่มลวี่เยาไปอีกคน เหอะ ๆ... นี่มิใช่ว่าให้เขาจากไปแต่เยาว์วัยเลยรึ?
จริง ๆ เลย คิด ๆ แล้วก็กังวลใจเสียจริง!
ชวีหนานอีถูกแววตาร้อนแรงของลวี่เยาจ้องมองก็อึดอัดอย่างมาก ไอแห้ง จิบชาหนึ่งอึก กล่าวต่อตามคำของถังโยว “คุณหนูถังต้องได้สามีที่ดีแน่ หนานอีรอมอบของขวัญอวยพรแล้ว” คำนี้กล่าวอย่างขาดความจริงใจ ชวีหนานอีขี้เกียจจะเลยเถิดเกินไป หันไปประจบฮัวหรูเหยียน “คุณหนูฮัวผู้กว้างขวาง หากสามารถดื่มชาที่คุณหนูฮัวทำทุกวัน หนานอีคงได้รับประโยชน์มากมาย”
ฮัวหรูเหยียนหัวเราะเบา ๆ มิได้ว้าวุ่นกับคำถามจะอยู่หรือไปของลวี่เยา เรื่องบางอย่าง แค่แสดงความคิดความรู้สึกก็พอ บังคับมากไปกลับไม่ดี ฮัวหรูเหยียนชงชาอีกถ้วยหนึ่งให้ชวีหนานอี กล่าวเบา ๆ ว่า “ฝีมือนี้ถูกใต้เท้าชื่นชม ในใจหรูเหยียนก็ปีติ เป็นของขวัญคนรู้ใจสำหรับใต้เท้า หากใต้เท้าไม่รังเกียจ สามารถมาจิบชาที่ฮัวหยุนตู้ได้ทุกเมื่อ”
ชวีหนานอีถูฝ่ามือหัวเราะกล่าว “เช่นนี้ดีเลย ดี คุณหนูฮัวก็ไม่ต้องเห็นเป็นคนอื่นคนไกล มิเช่นนั้นเหมือนกับชิงหร่าน เรียกข้าหนานอีอย่างไร” จากนั้นเปลี่ยนเป็นถาม “ไม่ทราบว่าคุณหนูฮัวจะอยู่เที่ยวเล่นในเขตลิ้วเหอกี่วัน?”
ถังโยวมองชวีหนานอีอย่างคาดไม่ถึง กล่าวในใจ ‘ปกติดูไม่ออก ตอนนี้กลับมองออกอย่างชัดเจน หนังหน้าของใต้เท้าชวีช่างหนาพอเสียจริง หากกล่าวว่าทั้งสองบ้านไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวดองกัน ตีตนให้ตายอย่างไรก็ไม่เชื่อ’
ฮัวหรูเหยียนใช้มือขาว ๆ ม้วนพันเส้นผมที่ตกมาอยู่ตรงหน้าอก บนใบหน้าน้อย ๆ ที่งดงามสละสลวยย้อมด้วยความยโสและใฝ่หา นางกัดมุมปากตอบกลับ “ท่องเที่ยวครานี้ต้องไปยังที่ที่คนทั่วไปไม่กล้าไป ทำสิ่งที่คนทั่วไปไม่สามารถทำได้ ได้ยินว่าเขาเยี่ยนซานของเขตลิ้วเหอค่อนข้างแปลกประหลาด เหตุนี้จึงอยากศึกษาค้นคว้า รอสั่งสมประสบการณ์ กลับต้องไปร่วมคัดเลือกการปรนนิบัติท่านเทพที่ 30 ปีมีหนึ่งหน หรูเหยียนไร้ความสามารถ ยินดีใช้ร่างกายนี้ปรนนิบัติเทพ กลายเป็นนักพรต”
คำกล่าวของนางนี้เมื่อออกไป ทั้งฮัวหยุนตู้ก็กลายเป็นเงียบสงัด คล้ายกับแม้แต่ปลาคาร์ปในน้ำก็หยุดหายใจ ไม่กล้าไล่ตามกระเซ้าเย้าแหย่
ฮัวหรูเหยียนตกอยู่ในจินตนาการของตนอย่างถอนตัวไม่ขึ้น นางคล้ายกับค่อย ๆ ผ่านการทดสอบแต่ละขั้น ๆ สุดท้ายกลายเป็นนักพรตที่ผู้คนเคารพนับถือ ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของอำนาจ ได้รับการกราบไหว้จากราษฎร และนางที่ศักดิ์สิทธิ์สูงส่งจนเกินเอื้อม แค่คลานอยู่ใต้เท้าของเทพจริง ๆ ใช้ร่างกายที่บริสุทธิ์สง่างาม เริงระบำอวยพรเทพ อธิษฐานขอฟ้าขอฝน ผลผลิตสมบูรณ์ บ้านเมืองสงบสุข
ในราชสำนัก นางมีมือที่พลิกฟ้าพลิกฝน ในกองทัพ นางมีความสามารถในการชี้แนะออกคำสั่งสงคราม ในสายเลือดราชวงศ์ นางสามารถแทรกแซงความโปรดปรานเพียงคนเดียวของวังหลัง ในชะตากรรมของบ้านเมือง นางก็มีคุณงามความดีในการแสดงพยากรณ์
ชวีหนานอีมองใบหน้าน้อย ๆ ที่งดงามของฮัวหรูเหยียน ยิ้มแฝงด้วยความไม่เข้าใจพลางกล่าว “คุณหนูฮัวช่างเป็นผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง ตัวข้าก็มิใช่คนธรรมดาสามัญที่จะไปดูถูกดูแคลนได้ เพียงแต่ คุณหนูฮัวทราบหรือไม่ เส้นทางคัดเลือกจำแนกนั้นไม่ง่าย เงื่อนไขเคร่งครัดเป็นที่สุด ทุกเมืองสามารถส่งหญิงสาวได้หนึ่งคน ใช่ 15,817 เมือง 15,817 รายชื่อ แต่มีเพียงผู้เดียวที่สามารถกลายเป็นนักพรตคนต่อไป ยืนอยู่บนยอดของผู้คนนับหมื่น ได้รับการสักการะบูชา ส่วนหญิงสาวที่เหลือคนอื่น ๆ ไม่ทราบว่าคุณหนูฮัวเคยได้ยินทางไปของพวกนางหรือไม่?”
ฮัวหรูเหยียนตอบอย่างมั่นใจ “ในร้อยคนนั้นมีหนึ่งคนจะเป็นผู้ติดตาม ดูแลเรื่องราวในการอธิษฐานทุกสิ่งโดยเฉพาะ ในผู้ติดตามทุก ๆ 50 คนจะมีนักพรตหนึ่งคน รวมเป็น 3 นักพรต รับผิดชอบดูแลความเป็นอยู่อาศัยของนักพรต ช่วยเหลือนักพรตทำกิจกรรมเรื่องการเซ่นไหว้”
ชวีหนานอีทำท่าตกใจ “ท้ายสุดเป็นเช่นนี้? คิดว่าเป็นข้าที่เชื่อคำเล่าลือ ยังนึกว่า...”
ฮัวหรูเหยียนไล่ถาม “คิดว่าอะไร?”
ชวีหนานอียิ้มกล่าว “หลังจากผ่านการคัดเลือกจำแนกครั้งก่อน ผู้ที่ไม่ได้รับเลือกจนถึงทุกวันนี้หล่นอยู่ที่ใดไม่ชัดเจน ผู้ติดตามนั่นก็ดี นักพรตก็ดี ยิ่งไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าผู้คน ดังนั้นมีคำล่ำลือว่าพวกนางกลายเป็นของบูชา โครงกระดูกถูกประกอบเป็นเขตป้องกัน ฝังอยู่ในแท่นอธิษฐานเซียน แม้กล่าวว่าร่างปรนนิบัติเทพเป็นความยินยอมที่ยิ่งใหญ่ แต่หนานอีหวังว่าคุณหนูฮัวจะไตร่ตรองให้ดี ที่เรียกว่าถ้ำเปล่าไม่มีลม เรื่องเกิดต้องมีเหตุ??”
สีหน้าของฮัวหรูเหยียนหนักแน่นขึ้น กล่าวเสียงสูง “การปรนนิบัติเทพเดิมก็ควรขจัดธรรมชาติของมนุษย์เหลือไว้เพียงหลักการของสวรรค์ ยังเสียดายร่างกายโครงกระดูกนี้ด้วยเหตุใด” ยอมรับว่าคำกล่าวของตนเองหนักไปบ้าง นางก็ถอนใจเบา ๆ ยิ้มอ่อน กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ความงดงามของคนธรรมดาเป็นเพียงโครงกระดูกสีชมพู ใช้ความงามปรนนิบัติชายชาตรีจะได้นานเท่าใด? กายหรูเหยียนมิใช่สิ่งยืนยาว มีแต่กายที่สูงส่งบริสุทธิ์ เต็มใจปรนนิบัติรับใช้เทพเจ้า คุ้มครองความสงบสุขของใต้หล้า หนานอีอย่าโน้มน้าวอีกเลย ข้ารู้จิตใจท่าน เพียงแค่เรื่องนี้หรูเหยียนยินดี ยอมเป็นเถ้ากระดูกเช่นฝูงเป็ดที่วิ่งผ่าน”
เสน่หาชั่วกัลป์เล่ม 2 ของน้องหูเหยียนออกแล้วเจ้าค่า ฝาก E-book ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะเจ้าคะ
ทุกท่านสามารถคอมเมนต์ให้กำลังใจกันได้น้าขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ

ลิงก์ Ebook (Meb): https://rebrand.ly/hrs639g
***ถึงจะมี Ebookแล้ว แต่ยังเปิดให้อ่านฟรีจนจบนะคะ***