คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 92 ดวงดาวยังคงอยู่เสมอ

     

            “ชอบซูฉางอัน? ” ชิงหลุนชะงักไป นางไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่ว่าชอบเป็นความรู้สึกแบบไหนกันแน่หากพูดอีกแบบก็คือ นางไม่มีความรู้สึกเช่นนั้นมานานแล้ว ดังนั้น ชิงหลุนจึงมองไปยังฝานหรูเยว่ด้วยความสงสัย“ต้องเป็นแบบไหน ถึงจะเรียกว่าชอบ?”

            ฝานหรูเยว่คาดไม่ถึงว่าจะได้รับคำตอบเช่นนี้กลับมา นางคิดอย่างจริงจังอยู่นานแต่สุดท้ายก็หาคำตอบให้คำถามนั้นไม่ได้อยู่ดี

            “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” นางตอบไป

            “อ้อ” ชิงหลุนขานรับ ไม่มีท่าทีจะซักไซ้ต่อไปแม้แต่น้อย

            แต่ดูเหมือนฝานหรูเยว่จะไม่ปล่อยให้คำถามนี้หลุดลอยไปง่ายๆ นางกล่าวขึ้นอีกครั้ง“แต่ข้าช่วยท่านคิดได้ ว่าท่านชอบคุณชายซูหรือเปล่า”

            “เจ้าจะช่วยข้าคิดอย่างนั้นรึ? ต้องคิดเช่นไร?” ชิงหลุนถาม

            “เออ...” ฝานหรูเยว่ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งจึงพูดขึ้นอีกครั้ง “อ้อ...สำหรับท่านแล้ว ท่านเห็นว่าคุณชายซูแตกต่างไปจากคนอื่นหรือเปล่า? ”

            แตกต่าง? ชิงหลุนครุ่นคิดอยู่นาน ซูฉางอันเป็นคนเดียวในโลกที่มีบ่วงแห่งเหตุและผลพ่วงอยู่กับนางแน่นอนว่าเขาต่างไปจากคนอื่นอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อคิดได้ดังนั้นชิงหลุนก็พยักหน้า แล้วตอบกลับไปอย่างมั่นใจ “แตกต่างสิ”

            “แล้วหากไม่ได้เจอเขา ท่านจะอยากเจอเขามากๆ หรือเปล่า?”

            ชิงหลุนเริ่มครุ่นคิดอีกครั้ง นางต้องสอนวิชากระบี่และสิ้นสุดบ่วงแห่งเหตุและผลกับเขาโดยเร็วที่สุดย่อมอยากให้ซูฉางอันฝึกกระบี่ด้วยทั้งวันอยู่แล้ว ในตอนที่ไม่เจอซูฉางอันก็ต้องอยากเจอเพื่อสอนกระบี่แก่เขาเป็นธรรมดา ดังนั้นชิงหลุนจึงพยักหน้าอีกครั้ง“อยาก”

            “แล้วตอนที่เขารู้สึกไม่ดี ท่านอยากทำให้เขามีความสุขใช่ไหม?”

            “แน่นอน” ครั้งนี้ชิงหลุนตอบออกไปอย่างรวดเร็ว เพราะนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้นางมาหาฝานหรูเยว่ในครั้งนี้

            “เช่นนั้น ท่านคงชอบคุณชายซูเข้าแล้ว” ฝานหรูเยว่บอกอย่างมั่นใจขณะที่ในใจกลับรู้สึกผิดหวังและโศกเศร้าขึ้นมาเสียอย่างนั้น นางเองก็ชอบซูฉางอันทั้งเคยส่งสัญญาณถึงซูฉางอันด้วย แต่กลับไม่ได้รับการตอบสนองจากอีกฝ่ายแต่กับชิงหลุน เขาเป็นทายาทของไคหยาง นอกจากพลังที่แข็งแกร่งจนยากจะประมาณยังมีรูปโฉมที่งดงามไม่น้อยไปกว่าตนอีก

            ถ้านางเป็นคุณชายซู ก็คงเลือกหญิงในชุดเขียวตรงหน้าเป็นคู่เช่นกัน... นางบอกกับตัวเองในใจ

            “ข้าชอบเขาอย่างนั้นรึ? ” ชิงหลุนอึ้งไปทันทีนางไม่รู้หรอก ว่าบทสรุปนี้มีความหมายอย่างไรกับตน

            นางสัมผัสได้ถึงสีหน้าที่เปลี่ยนไปของฝานหรูเยว่ นางรับรู้ว่าหลังได้ข้อสรุปหญิงตรงหน้าก็แลดูหมองเศร้าลง จึงถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ “การชอบใครคนหนึ่งเป็นเรื่องไม่ดีรึ? ”

            เมื่อได้ยินดังนั้น ฝานหรูเยว่จึงเก็บความเศร้าหมองของตนไว้ ดึงสติกลับมาในที่สุดนางฝืนยิ้มแล้วตอบคำถามออกไป “เปล่าหรอก การชอบใครสักคนเป็นเรื่องที่ดีมาก”

            “เป็นเช่นนั้นรึ? ” ชิงหลุนพยักหน้าน้อยๆดูเหมือนหญิงตรงหน้าจะรู้อะไรมากมายนัก อย่างน้อยนางก็รู้เรื่องด้านนี้มากกว่าตนอยู่โข

            “เช่นนั้น ต่อไปข้าจะชอบเขาก็แล้วกัน” ชิงหลุนบอกแบบนั้น แต่จู่ๆ นางก็รู้สึกประหลาดใจขึ้นมากะทันหันจึงมองไปยังฝานหรูเยว่แล้วถามขึ้นอีกครั้ง“แต่เจ้ายังไม่ได้บอกข้าเลยว่าจะทำให้เขารู้สึกดีขึ้นได้ด้วยวิธีใด?”

            ฝานหรูเยว่นึกขึ้นได้อีกครั้งว่าชิงหลุนมาหาเพราะเรื่องใด นางแลบลิ้นออกมาด้วยท่าทางเขินอายจากนั้นจึงพูดขึ้น “เรื่องนั้น... ต้องดูว่าเขารู้สึกไม่ดีเพราะเรื่องใดกันแน่”

            “หืม? ” ชิงหลุนมีท่าทางจริงจังขึ้นมาอีกครั้ง นางมองไปยังฝานหรูเยว่พลางกะพริบดวงตากลมโตปริบๆทำท่าทางราวตั้งใจและคาดหวังกับคำตอบเป็นอย่างมาก

            “อะแฮ่ม” ฝานหรูเยว่กระแอม แล้วเลียนเสียงพูดนักเล่านิทานในโรงเตี๊ยม “ต้องดูว่าคุณชายซูรู้สึกไม่สบายใจหรือรู้สึกไม่ดีเพราะเรื่องใดกันแน่”

            “ยกตัวอย่างเช่น หากเด็กคนหนึ่งถูกแย่งลูกกวาดไป เขาจะรู้สึกไม่ดีและในเวลาเช่นนี้ หากเราซื้อลูกกวาดให้เขา เขาจะรู้สึกดีขึ้น”

            “และยกตัวอย่างเช่น เมื่อลูกศิษย์ถูกอาจารย์ทำโทษโดยการตีที่มือ เช่นนั้นเขาจะรู้สึกไม่ดีแต่หากทำให้อาจารย์คนนั้นพูดชมเขาได้ เขาก็จะรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นทันที”

            เมื่อพูดมาจนถึงตรงนี้ จู่ๆ ฝานหรูเยว่ก็ชะงักไปจากนั้นจึงหันไปมองชิงหลุนที่กำลังตั้งใจฟังอย่างจริงจังครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มอย่างพอใจออกมา “เอาเป็นว่า หากอยากให้คุณชายซูรู้สึกดีขึ้น เราต้องรู้ให้ได้ว่าคุณชายซูไม่สบายใจเพราะเรื่องใดจะได้หาทางช่วยได้ถูกอย่างไรละ”

            “อ้อ เป็นเช่นนั้นรึ” ชิงหลุนจดจำคำพูดของฝานหรูเยว่เอาไว้อย่างเงียบๆจากนั้นวิเคราะห์คำพูดเหล่านั้นในสมองอีกครั้ง ทำให้นางรู้สึกว่าฝานหรูเยว่พูดมีเหตุผลเหลือเกิน

            “ขอบคุณนะ” ชิงหลุนกล่าว

            “แหะๆ” ฝานหรูเยว่โบกมือในอากาศอย่างเขินอาย และในตอนที่นางกำลังจะพูดอะไรบางอย่างออกมาชิงหลุนก็พูดขึ้นเสียก่อน

            “ถือว่าครั้งนี้เจ้าช่วยข้าเอาไว้ เจ้าอยากให้ข้าทำอะไรตอบแทนรึ?”  ชิงหลุนแลดูจริงจังเป็นอย่างมาก

            “เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น ช่างมันเถอะ...” ยังไม่ทันพูดจบประโยคฝานหรูเยว่ก็ต้องชะงักลงกลางคันเพราะสีหน้าแสนจริงจังของชิงหลุน นางฝืนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนส่งประกายรอยยิ้มที่น่าหลงใหลออกมา

            “หากต้องรับอะไรตอบแทน โปรดทำให้คุณชายซูรู้สึกดีขึ้นเร็วๆ เถอะเจ้าค่ะ”

            เวลาล่วงผ่านไปรวดเร็ว เพียงพริบตาเดียวก็ถึงเวลาโหย่วแล้ว

            หลังกินอาหารค่ำ ซูฉางอันก็นั่งเหม่อที่ลานฝึกอีกครั้ง

            เมื่อคืน ในโรงเตี๊ยมแห่งนั้น

            เพราะฤทธ์สุราทำให้เขาสลัดความกลัดกลุ้มออกไปจนสำเร็จทว่าพอกูเชียนฝานพูดถึงนิยายเรื่องบทเพลงแห่งหนานเยวียน เขาก็นึกถึงเรื่องราวในตำหนักไท่เหออีกครั้งอย่างอดไม่ได้

            การทรยศต่อคนรักของเป่ยทงเสวียน กระบี่ของกู่เซี่ยนจวินที่พุ่งเข้าหา และการโกหกของเซี่ยโหวฟ่งอวี้

            เรื่องราวเหล่านั้นเป็นดั่งดาบแหลมทิ่มแทงลงกลางใจมันทำให้เขาไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไรเลย

            เมื่อคิดมาจนถึงตรงนี้ เขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างลืมตัว

            “เจ้ากำลังทำอะไรอยู่รึ? ” เสียงที่เต็มไปด้วยความเย็นยะเยือกดังขึ้นที่ด้านหลัง

            ซูฉางอันหันกลับไปมอง ได้พบกับชิงหลุนที่ยืนตระหง่านอยู่

            “อาจารย์อา” ซูฉางอันเรียกผู้มาเยือน “ท่านมาได้อย่างไรกัน? ”  

            “เมื่อคืนนี้เจ้าบอกว่าจะเรียกข้าว่าชิงหลุนเฉยๆ ไม่ใช่รึ? ”  ชิงหลุนขมวดคิ้วมุ่นสำหรับนาง หากพูดอะไรออกมาต้องทำให้ได้ นี่เป็นกฎที่ทุกคนควรปฏิบัติตาม

            ซูฉางอันชะงักไป เพราะฤทธิ์สุรา เมื่อคืนเขาจึงพูดจาเหลวไหลไปมาก แต่หลังจากนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าตนเองเหลวไหลและไร้มารยาทมากเพียงไหนจึงคิดจะปล่อยให้มันผ่านไปเฉยๆ คิดไม่ถึงเลยว่าชิงหลุนจะจำใส่ใจเช่นนี้

            เขารู้สึกอึดอัดเล็กน้อย จึงอยากปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านเลยไปแต่ชิงหลุนกลับมองมาที่เขาด้วยท่าทางจริงจังเหลือเกิน ดังนั้น หลังลังเลอยู่สักพักในที่สุดเขาก็จำต้องเรียกชื่อนั้นออกมาอย่างฝืนใจ “ชิงหลุน”

            “อืม” ชิงหลุนขานรับเบาๆ นางทัดเส้นผมที่ถูกลมโชยพัดเอาไว้หลังหูจากนั้นเดินมานั่งลงข้างซูฉางอัน

            นางกับซูฉางอันอยู่ใกล้กันมาก ใกล้จนร่างแทบจะแนบเข้าด้วยกันซูฉางอันรับรู้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ จากร่างของนางได้ชัดเจน และนั่นทำให้เขารู้สึกตื่นตระหนกขึ้นอย่างไม่อาจยับยั้งซูฉางอันยันมือลงบนพื้นดินเพื่อขยับร่างกายออกไป แต่เพราะไม่ระวัง ฝ่ามือจึงไปทาบอยู่บนมือของชิงหลุนอย่างจัง

            ความรู้สึกราวถูกสายฟ้าแล่นกระจายไปทั่วมือ ซูฉางอันรีบชักมือกลับทันที

            แต่ความรู้สึกอันน่าลุ่มหลงที่ถูกส่งผ่านมาทางนิ้วมือยังทำให้เขาหน้าแดงและหัวใจเต้นระรัวจนได้ร่างของเขาชะงักอยู่กับที่ เขาไม่กล้าเคลื่อนไหวร่างกายอีกเลย

            “เจ้ามาทำอะไรตรงนี้? ” ชิงหลุนหันไปถามซูฉางอันที่นั่งข้างๆ

            อาจเพราะอยู่ใกล้กันมากลมหายใจของชิงหลุนจึงพัดมาสัมผัสที่บริเวณหลังหูของซูฉางอันให้ความรู้สึกจั๊กจี้อย่างบอกไม่ถูกแต่นั่นกลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกไม่ดีเลยแม้แต่น้อย

            ซูฉางอันเชิดตัวขึ้นเล็กน้อย เพื่อจะเว้นระยะห่างออกจากชิงหลุนได้บ้าง

            “ข้ามา...” ซูฉางอันชะงักไป เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตนมาที่นี่ทำไม เขาเพียงแต่อึดอัดใจเลยอยากมานั่งสงบสติอารมณ์เท่านั้น แต่ด้วยนิสัยของชิงหลุน มีหรือที่นางจะเข้าใจอารมณ์เช่นนี้เหตุนี้ซูฉางอันจึงชี้มือขึ้นไปบนท้องฟ้า แล้วพูดขึ้น “ข้ามาดูดาวน่ะ”

            “หืม?” ชิงหลุนมองขึ้นไปบนท้องนภาด้วยความสงสัย ก่อนจะพูดอย่างไม่เข้าใจ“คืนนี้ไม่มีดาวนี่”

            ซูฉางอันชะงักไป ในเวลานี้เขาถึงพบว่าท้องนภาเต็มไปด้วยความมืดมนหมู่ดาวถูกความมืดกลืนกินเสียสิ้น เห็นเพียงปลายแหลมของจันทร์เสี้ยวได้อย่างเลือนรางเท่านั้น

            ซูฉางอันปั้นหน้าไม่ถูก เขาอยากอธิบายออกมาแต่เสียงเย็นยะเยือกของชิงหลุนดังขึ้นมาอีกครั้ง

            “แต่หากเจ้าอยากดูละก็...” นางกล่าวเช่นนั้นก่อนจะยื่นมือออกไปปัดที่กลางอากาศชายเสื้อสีเขียววาดเส้นโค้งผ่านหน้าซูฉางอันไปอย่างรวดเร็วและสวยงาม

            “ข้าจะขับไล่ความมืดที่บดบังออกไปเอง”

            ทันใดนั้น เมฆครึ้มที่ลอยอยู่บนท้องนภามลายไปสิ้น ราวได้รับคำสั่งเช่นนั้นก่อนดวงดาวนับหมื่นพัน พลันปรากฏอยู่กลางนภาที่มืดมนพวกมันส่องแสงเชื่อมโยงไปถึงกันและกัน ส่องให้โลกใบเล็กๆ เช่นสำนักเทียนหลานสว่างไสวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

            เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวทำให้ซูฉางอันจมเข้าสู่ความตื่นตะลึงไปในพริบตาเขาเงยหน้ามองหมู่ดาวบนท้องนภาอย่างทึ่ง ก่อนจะถามขึ้นอย่างอดไม่ได้ “เจ้า...ทำได้อย่างไรกัน? ”

            “ก็ไม่เห็นยากนี่” ชิงหลุนตอบกลับมา

            “ไม่ยาก? ” ซูฉางอันหันไปมองชิงหลุนอีกครั้งแต่กลับต้องอึ้งไป

            ฟันขาวๆ ริมฝีปากสีแดง จมูกโด่งเป็นสัน ผิวขาวเนียนเมื่ออยู่ท่ามกลางแสงดารา ภาพตรงหน้าจึงน่าหลงใหลมากเหลือเกิน

            ทว่าสิ่งที่ทำให้ซูฉางอันรู้สึกใจสั่นกลับเป็นดวงตาที่ใสสะอาดคู่นั้นมันสว่างไสวราวมีดวงดาวนับล้านทอประกายอยู่ข้างใน

            เขาหัวใจเต้นระรัวอย่างลืมตัวพลันใบหน้าก็ประกายสีแดงระเรื่อขึ้นมาอีกครั้ง

            แต่เหมือนชิงหลุนจะไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติของซูฉางอันเลย นางเอาแต่พูดคนเดียวอยู่อย่างนั้น“ก็ใช่น่ะสิ ไม่ยากหรอก เพราะเหล่าดวงดาวอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรกแล้ว”

            คำพูดของชิงหลุนทำให้ซูฉางอันหันกลับมาอย่างรวดเร็วเขาตระหนักได้ว่าการจ้องผู้หญิงนานๆ แบบนี้ดูจะไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่โดยเฉพาะเมื่อหญิงผู้นั้นเป็นอาจารย์อาของตน

            เขารีบหันหน้ากลับมา ก้มหน้าลงต่ำ ไม่ได้สนใจสักนิดว่าสิ่งที่ชิงหลุนพูดออกมาเมื่อครู่มีความหมายเช่นไร

            “ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือยัง” ชิงหลุนถามขึ้นอีกครั้ง

            “อืม” ซูฉางอันพยักหน้าที่ก้มลงต่ำพลางครางตอบเขาไม่กล้าแม้แต่จะปรายตามองชิงหลุนเลยด้วยซ้ำ หัวใจของเขาเต้นแรงมาก ราวกับว่ามันจะพุ่งออกมาเต้นข้างนอกอยู่แล้ว

            “บอกข้าได้ไหมว่าเจ้ารู้สึกไม่ดีเพราะเรื่องอะไร? ” ชิงหลุนถาม

            ซูฉางหันเงยหน้าขึ้นมองหญิงตรงหน้าอย่างประหลาดใจ และพบว่านางกำลังมองมาทางตนด้วยดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์เช่นกัน

            วินาทีที่ดวงตาทั้งสองประสานเข้าด้วยกัน ซูฉางอันก็ไม่อาจละสายตาได้อีกเลยราวกับว่าสายตาของเขาถูกบางอย่างตรึงเอาไว้แล้วเช่นนั้น

            “ทำไมท่านถึงอยากรู้เรื่องนี้ละ?”เขาถามขึ้นอย่างอดไม่ได้

            “เพราะข้าอยากให้เจ้ารู้สึกดีขึ้นอย่างไรเล่า” 

     

    คล้ายกับเรื่องคัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    [New Life] อิสระของชีวิต

    [New Life] อิสระของชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    140K 171
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852