มารประหัตถ์ฟ้า (จบ)

    บทที่ 107 เปิดฉากทวงคืน

    บทที่107 เปิดฉากทวงคืน

             

            คนของพรรคเอกยาจกผู้หนึ่งล้วงพลุไฟออกมาจากอกเสื้อขณะที่จะทำการยิงขึ้นสู่ฟากฟ้า ขอทานพรรคเอกยาจกในกลุ่มบางส่วนกลับเข้าไปเยื้อยุดฉุดแย่งและทำร้ายขอทานผู้นั้นให้สลบไปปู้ชิงเถางุนงงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า ทว่าขอทานเหล่านั้นได้กล่าวขึ้นกับมันและฮุ่ยจวิน

             

            “ครั้งหนึ่งพวกท่านเคยเมตตามอบยาถอนพิษให้พวกเราพวกเราซาบซึ้งในน้ำใจอันประเสริฐดังกล่าว นี่จึงนับเป็นสิ่งตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ พวกท่านโปรดรับไว้และรีบหนีไปเพราะตอนนี้มีข่าวว่าท่านประมุขและผู้อาวุโสกำลังเดินทางกลับจากนิกายเทวะวจนะแล้ว"

             

            ที่แท้ขอทานเหล่านี้ก็คือเหล่าขอทานที่เคยถูกพิษที่ใช้ควบคุมพยัคฆ์ภูเขาเล่นงานตอนนั้นจื่อจิ้งผู้อาวุโสของพวกมันเอาตัวรอดแต่เพียงผู้เดียว ยาถอนพิษที่มีก็ไม่แบ่งปันกลับกลายเป็นศัตรูเบื้องหน้าที่ยื่นมือช่วยเหลือ เช่นนั้นครั้งนี้พอพวกมันมีโอกาสจึงคิดตอบแทนคืนกลับบ้าง

             

            แต่ปู้ชิงเถาได้เดินเข้าไปหาพวกมันแล้วประกาศก้องอย่างเสียงดังฟังชัดว่า

            “น้ำใจในครานี้ของพวกท่านข้าขอรับไว้…แต่ถึงแม้ครั้งหนึ่งเคยหลบหนี ก็มิได้หมายว่าชีวิตข้าต้องหลบหนีตลอดไป”

             

            ประกายตาของปู้ชิงเถาฉายแววอันคมกล้าเด็ดเดี่ยวพร้อมกล่าวต่อ

            “จงกลับไปบอกประมุขของพวกท่าน…มันไม่จำเป็นต้องตามหาข้า เพราะข้าจะเป็นคนไปหามันเอง!”

             

            วาจาที่ฟังชัดน้ำเสียงที่ห้าวหาญเด็ดเดี่ยวนี้ทำให้เหล่าขอทานล้วนรู้สึกงุนงงไปตามกัน ในใจได้แต่คิดว่าหรือพวกมันไม่กลัวตายแล้วจึงเลือกที่จะไม่หลบหนีต่อเช่นนี้เมื่อฝ่ายตรงข้ามยืนยันเช่นนั้น พวกมันก็จนใจ แต่เพื่อตอบแทนบุญคุณของคนทั้งสอง พวกมันก็ทำได้เพียงว่าวันนี้มิเคยพบพานหรือพบเห็นคนทั้งสองที่นี่เท่านั้น

             

            ขอทานแห่งพรรคเอกยาจกกลุ่มนั้นจากไปแล้วฮุ่ยจวินก็มองไปที่พี่ร่วมสาบานของตน

            “จะเอาอย่างไรต่อ"

             

            ปู้ชิงเถายังทอดสายตามองไปยังทิศตะวันตก

            “ถึงเวลาที่ต้องคืนความเป็นธรรมและทวงทุกสิ่งที่ควรจะเป็นคืนกลับ"

             

            ฮุ่ยจวินจึงถามต่อ

            “ท่านยึดถือในตำแหน่งถึงเพียงนั้น”

             

            ปู้ชิงเถากลับส่ายศีรษะ

            “เมื่ออำนาจตกไปอยู่ในมือคนชั่วมันก็จะใช้อำนาจในทางที่ผิดแลสร้างความเดือดร้อนไปทั่ว การทวงตำแหน่งคืนจึงมิใช่เพื่อหวังพลังอำนาจแต่เป็นการช่วยเหลือผู้ที่จะเป็นฝ่ายถูกกระทำในอนาคตต่างหาก"

             

            ฮุ่ยจวินผงกศีรษะอย่างเข้าใจในสัจธรรม

            “นับว่ามีเหตุผลดั่งเช่นแคว้นนี้มีจักรพรรดิชั่ว อาณาประชาราษฎร์จึงทุกข์ร้อนทุกหย่อมหญ้า หากได้ผู้ปกครองดีความผาสุขที่ยั่งยืนแท้จริงจึงจะปรากฏ"

             

            ปู้ชิงเถากล่าวเสริม

            “ปฐพีนี้ก็เช่นเดียวกันหากมีเจ้าผู้ครองยุทธภพที่ประเสริฐ แผ่นดินก็ยิ่งจะประเสริฐตามไปด้วย"

             

            ฮุ่ยจวินจึงทอดสายตาตามผู้ที่เป็นพี่ร่วมสาบาน

            “ไปเลยหรือไม่”

             

            “ข้าพร้อมมานานแล้ว”

             

            ทั้งสองมุ่งสู่ตะวันตกอย่างเด็ดเดี่ยวเป้าหมายคือบริเวณเขตชายแดนเชื่อมต่อระหว่างแคว้นเว่ยกับแคว้นซาน พรรคเอกยาจกรอคอยวันที่พวกมันต้องหวนกลับ!

             

            แรกไปถึงพรรคเอกยาจกของฮุ่ยจวินในครานั้นเป็นดั่งโชคชะตาให้มันได้เกี่ยวพันธ์เป็นพี่น้องร่วมสาบานกับปู้ชิงเถา เป็นจุดแต้มแห่งประกายบนเส้นทางที่สับสนไร้หนทางของมันหากมิได้ไปพรรคเอกยาจกในวันนั้น มันก็คงมิได้พานพบกับปู้ชิงเถา คงมิได้เห็นสัจธรรมความแค้นของปู้ชิงเถาและคงมิอาจหลุดพ้นในเส้นทางที่ยากเลือกเดินของตน วันนั้นนับเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่งแต่ในวันนี้จะเป็นจุดสิ้นสุดของจุดเริ่มต้นแห่งพรรคเอกยาจก

             

            เดินทางใช้เวลาไม่กี่วันพวกมันทั้งสองก็บรรลุไปถึงพรรคอันเป็นจุดกำเนิดสูงสุดของเหล่าขอทานในแถบเขตแผ่นดินใหญ่ฝั่งตะวันตกนี้แต่วันที่พวกมันไปถึงกลับมิได้มีกองทัพขอทานออกมาตั้งกองกำลังรับหน้าอย่างที่คิด ภายในพรรคเอกยาจกกลับมีเสียงมโหรีขับกล่อมอึกทึกเสียงร่ำร้องเฮฮาดังมามิขาดสาย ราวกับว่ามีเทศกาลขนาดใหญ่ไปรวมอยู่ภายในพรรคก็ปาน

             

            ภายใต้เสียงกลองตึงตังเสียงพิณบรรเลงคลอเคล้าเสียงขลุ่ย ยังมีเสียงร่ำไห้เจือสะอื้นของสตรีดังมามิขาดสายเป็นบรรยากาศที่คล้ายมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่นก็ปาน ทั้งหมดล้วนจัดขึ้นเพื่อเลี้ยงเฉลิมฉลองการคืนกลับสู่พรรคของเจิ้งกวนและจื่อจิ้งสองตัวตนสูงสุดแห่งพรรคของพวกมัน

             

            ปู้ชิงเถามองภาพตรงหน้าด้วยหมัดที่กำแน่น

            “ข้าไม่คิดว่าเหล่าขอทานที่สมควรจะมากด้วยคุณธรรมตามเจตนารมย์ของบิดาข้าจะถูกทำให้แปดเปื้อนได้ถึงเพียงนี้”

            กล่าวไปพลางหมัดที่กำแน่นก็ฟาดเข้าใส่ต้นไม้ใหญ่ไปพลาง

            “ลักพาลูกเมียของชาวบ้านเพื่อมาเสพสุขประพฤติชั่วขืนใจผู้อื่น แบบนี้ยิ่งอภัยให้มิได้!”

             

            ฮุ่ยจวินได้เห็นภาพตรงหน้าหัวคิ้วก็ต้องจรดกัน

            “โลกนี้กลับร้ายกาจต่อปลาเล็กยิ่งนัก”

             

            “โลกนี้จึงไม่เหมาะแก่ปลาใหญ่ที่มิรู้จักผิดชอบชั่วดี!”

            ภายใต้เสียงคำรามลั่นครั้งสุดท้ายปู้ชิงเถาก็ทะยานลงจากต้นไม้มุ่งไปที่ประตูไม้ไผ่ขนาดใหญ่ของพรรคเอกยาจก ก่อนหมัดขวาผนึกลมปราณเจ็ดดาราชกออกด้วยเคล็ดวิชาท่องไพศาลกระบวนท่าหมัดทะลวงนภา ประตูไม้ไผ่บานใหญ่ก็พังครืนลงมาทันทีสร้างความแตกตื่นต่อเหล่าขอทานที่กำลังเฮฮาครื้นเครงมิใช่น้อย

             

            แต่บุรุษชราเจิ้งกวนที่ดูเชื่องช้าผู้นั้นกลับผุดยิ้มอย่างชั่วร้าย

            “มาหาข้าถึงที่ดีจะได้มิต้องเสียเวลาตามหา”

             

            น้ำเสียงที่เนิบช้าแต่หนักแน่นราวขุนเขาของบุรุษชราประมุขพรรคเอกยาจกคนปัจจุบันผู้นั้นทำให้ร่างของปู้ชิงเถารู้สึกหนักอึ้งอยู่บ้างทว่านับแต่ที่มันเข้าใจแลเข้าถึงในหลักเกณฑ์แห่งมหาวิถีเจ็ดดารา ความหนักอึ้งราวขุนเขากดทับนี้ก็มินับมีผลต่อมันอย่างที่เคยเป็นมา

             

            “เจิ้งกวนนับวันเจ้าจะยิ่งชั่วช้าสามานย์เกินไปแล้ว รีบปล่อยสตรีชาวบ้านเหล่านั้นคืนกลับไป"

             

            เจิ้งกวนเบิกรอยยิ้มที่เย็นเยือก

            “แม้แต่บิดาเจ้ายังมิอาจบังคับข้าแล้วลูกสุนัขอย่างเจ้ากล้าออกคำสั่งต่อประมุขที่แท้จริงผู้นี้ได้เช่นไร”

             

            ปู้ชิงเถากำหมัดแน่น

            “ได้หรือไม่นั้นมีแต่ต้องสู้จึงจะมีคำตอบ"

             

            “สู้?เจ้าทำให้ข้ารู้สึกขำขันยิ่งนัก ตัวตนที่เอาแต่หนีหัวซุกหัวซุนกลับกล้าขู่ข้าน่าหัวร่อสิ้นดี"

             

            จื่อจิ้งคว้าเอาสตรีชาวบ้านนางหนึ่งมาโอบกำชับพร้อมกับตวาดสั่งการเสียงดังลั่น

            “พวกเจ้ายังจะปล่อยให้มันต่อปากต่อคำท่านประมุขไปถึงเมื่อไหร่รีบจัดการหอกข้างแคร่ตัวนี้อย่าได้ชักช้า!”

             

            มันพึ่งกล่าววาจาคนของมันพึ่งได้กำชับอาวุธ ท่าเท้าเหยียบม่านเมฆาก็ได้ปลดปล่อย หมัดที่หนักหน่วงสายหนึ่งได้ชกเข้าใส่ใบหน้าของจื่อจิ้งจนฟันหน้าของมันได้ร่วงหมดปาก!

             

            ร่างของจื่อจิ้งล้มกลิ้งกระดอนคืนกลับหลังอัดเข้าใส่เหล่าขอทานจนล้มระเนระนาดนอกจากจะสร้างความเจ็บปวดแลอับอายแก่จื่อจิ้งยังสร้างความแตกตื่นให้แก่เจิ้งกวนจนมันทะลึ่งตัวลุกขึ้นพรวด

             

            จากกันไปไม่ถึงสามเดือนตอนนั้นพลังฝีมือของบุรุษหนุ่มยังเป็นลูกไล่ตน ทว่าตอนนี้เหตุไฉนระดับพลังฝีมือจึงดีขึ้นอย่างผิดตาเช่นนี้มิน่ามันถึงกล้าที่จะบุกมาหาตนถึงที่!

             

            รู้เช่นนี้เจิ้งกวนก็มิกล้าที่จะใจเย็นอยู่ได้มหาวิถีวจนะยุทธ์ในกายถูกเร่งเร้า ลมปราณถูกพลังปาฏิหาริย์แผดเผาจนเป็นไอสีขาวพวยพุ่งร่างชรางองุ้มดูแดงก่ำยิ่งกว่าถ่านอันร้อนจี๋ ท่าร่างที่เสมอเหมือนว่าเนิบช้าก็พลันรวดเร็วในทันทีกายายุทธ์ในมหาวิถีวจนะยุทธ์ของมันได้เปิดเผย เจิ้งกวนลงมือตอบโต้หวังสยบความเหิมเกริมของฝ่ายตรงข้ามในพริบตา!

             

            ร่างแดงก่ำฟาดฝ่ามือคลื่นพลังปาฏิหาริย์ก็ทอดออกบิดกระแสของบรรยากาศให้บิดเบี้ยว ฝ่ามือยังไม่บรรลุถึงแต่กระแสอากาศกลับเล่นงานจนปู้ชิงเถาต้องถอยร่น ใช้กระบวนท่ามหานทีครืนครั่นสลายกระแสอากาศที่บิดเบี้ยวเสียงกึกก้องกัมปนาทดังขึ้นคราเดียว หนึ่งกระบี่ร่องธาราที่ใช้ปลายมือแทนกระบี่ก็เสือกแทงปะทะต้านรับฝ่ามือแห่งกายายุทธ์ของเจิ้งกวนแล้ว

             

            เปรี้ยง!!!

             

            คลื่นพลังจากการปะทะดีดสะท้อนไปทั่วอาณาบริเวณส่งให้เหล่าขอทานต้องถอยร่นหลบลี้ไปคนละทิศละทางส่วนเหล่าสตรีที่ถูกบังคับให้มาขับกล่อมมโหรี มาเป็นเครื่องบำเรอกามได้ถูกฮุ่ยจวินที่สอดมือเข้ามาท่ามกลางเหตุการณ์ที่วุ่นวายพาหนีออกไปจากที่นี่ขอทานผู้ใดออกหน้าขัดขวางฮุ่ยจวิน มันผู้นั้นจะต้องลงไปนอนเจ็บปวดทรมานในทุกราย ฮุ่ยจวินจึงพาเหล่าสตรีชาวบ้านผู้โชคร้ายหลบหนีออกไปได้สำเร็จ

             

            ด้านจื่อจิ้งพอระงับอาการเจ็บปวดแลแตกตื่นขาดสติมันก็ถลึงตามองปู้ชิงเถาที่กำลังสู้พัวพันกับประมุขของตนอยู่ แล้วตะโกนสั่งการด้วยเสียงอวู้อวี้ฟังไม่เป็นคำเพราะฟันในปากร่วงหล่นทั้งหมด

            “รีบจัดการมัน!"

             

            เหล่าขอทานหลายผู้ต่างกำชับอาวุธหมายรอบเล่นงานปู้ชิงเถารอจนจังหวะที่ชายหนุ่มผงะออกห่างจากประมุขของพวกตน ธนูในมือของพวกมันก็ยิงออกไปในทันที

             

            ด้วยระยะที่กระชั้นชิดเช่นนี้ปู้ชิงเถาสามารถที่จะปัดป้องได้อย่างจวนตัว แต่หากมันเบนสมาธิมารับมือกับลูกธนู มันจะต้องเพลี่ยงพล้ำแลตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบต่อเจิ้งกวนทันทีแต่หากไม่รับธนู มันก็จะพลาดท่าได้เช่นกัน

             

            ในขณะที่ถูกฝ่ายตรงข้ามกลุ้มรุมจนใกล้จะจวนตัวจู่ๆ เหล่าขอทานจากพรรคเอกยาจกบางส่วนก็ได้ร่วมกันทะยานกายยกโล่ไม้พุ่งตัวออกไปขวางลูกธนูให้แก่ปู้ชิงเถา

             

            “พวกข้าละอายใจต่อบิดาท่านนัก”

             

            “และละอายใจต่อชาวบ้านทุกผู้ที่ต้องถูกกดขี่ข่มเหงจากพรรคเอกยาจก"

             

            “พวกข้ามิอาจทนต่อไปได้ไหววันนี้แม้ตกตายก็จะขอยืนหยัดสู้เคียงข้างท่าน”

             

            “พวกข้าเชื่อมั่นว่าสายเลือดของประมุขปู้จะไม่ชั่วช้ากระทำการสามานย์ไร้ยางอายเช่นนี้!”

             

            มองเหล่าขอทานที่แบ่งฝ่ายอย่างชัดเจนปู้ชิงเถาก็บังเกิดความซาบซึ้งใจที่พวกมันกล้าที่จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงเรื่องชั่วช้าและมิยอมที่จะถูกใช้เป็นเครื่องมือในความสามานย์ของคนเหล่านี้อีกต่อไปแตกต่างจากเจิ้งกวนและจื่อจิ้งที่แสดงใบหน้าเหย๋เกรและเดือดดาลอย่างถึงขีดสุด เจิ้งกวนคำรามก้อง

            “ผู้ใดที่เอาใจออกห่างข้าจะให้มันตกตายอย่างทรมานมากที่สุด!”

             

            คำขู่นี้กลับหาได้สร้างความระส่ำและความหวาดกลัวแก่เหล่าขอทานที่แปรพรรคไม่คำขู่นี้กลับยิ่งเรียกความกล้าและความบ้าบิ่นให้แก่พวกมันอย่างเพิ่มพูน

             

            “เช่นนั้นพวกข้าก็จะขอสู้จนตัวตาย!”

             

            “พวกข้าทนมานานมากแล้วในเมื่อสายเลือดสุดท้ายของประมุขที่แท้จริงของพวกเราเลือกสู้ พวกเราก็จะร่วมสู้เคียงข้าง!”

             

            จากงานเลี้ยงเฉลิมฉลองการกลับมาของเจิ้งกวนและจื่อจิ้งกลับกลายมาเป็นการสัประยุทธ์และเข่นฆ่าอย่างดุเดือดขึ้นภายในพรรค เสียงมโหรีและการร่ำสุราจึงแปรเปลี่ยนเป็นเสียงสรรพวุธและเสียงครวญครางอย่างเจ็บปวด

             

            ก่อนหน้าสุรานองพื้นบัดนี้มีแต่โลหิตที่ไหลอาบ!

             

            การมาของปู้ชิงเถาการทวงคืนความยุติธรรมที่สมควรจะเป็น เพียงแค่เปิดฉากความเสียหายก็มากมายสุดคณานับ

             

            ปู้ชิงเถามิต้องการให้เรื่องปรากฏออกมาเช่นนี้มันหวังเพียงสยบเจิ้งกวนและจื่อจิ้งเท่านั้น หากหัวเปลี่ยน หางก็ย่อมเปลี่ยนตาม ความสำคัญของการมาจึงมิใช่การตกตายของเหล่าขอทานที่เข่นฆ่ากันเองอย่างมากมาย

             

            เหตุการณ์กำลังบานปลายคนตายก็กำลังเพิ่มพูน การต่อสู้นับเสี้ยววินาทีมีแต่จะปะทุดุเดือด ปู้ชิงเถาก็ต้องงัดพลังลมปราณมุ่งสมาธิความสนใจให้อยู่กับเจิ้งกวนซึ่งในระหว่างการสัประยุทธ์เข่นฆ่าที่บ้าระห่ำนี้ ร่างในชุดแพรเงินก็ได้เคลื่อนไหวในทิศทางที่เหนือลมทันใด

             

            เพียงเสียงชุดคลุมตีลมกลิ่นสมุนไพรแลตัวยาชนิดหนึ่งก็กำจาย เหล่าขอทานที่มีพลังลมปราณไม่สูงส่งเมื่อรับสัมผัสกับกลิ่นหอมนี้ก็คล้ายทำให้พวกมันสติหลุดลอยจากห้วงแห่งความเป็นจริงทันทีพวกมันเสมือนตกอยู่ในภวังค์แห่งดวงดารา มองไปที่ใดก็มีแต่ดาราระยิบระยับให้สามารถไขว่คว้าเอาได้

             

            เหล่าขอทานที่มีพลังฝีมืออ่อนด้อยทั้งหมดล้วนตกอยู่ในอาการเหม่อลอยหมดสิ้น!

             

            ปู้ชิงเถาได้เห็นก็รู้สึกคลายใจน้องร่วมสาบานของมันกลับจัดการเรื่องราวปานกับว่าอ่านความคิดของตนเองออกก็ปาน

             

            ด้วยตัวสมุนไพรบางอย่างที่ฮุ่ยจวินผสมขึ้นมามันก็สามารถดึงเหล่าขอทานให้ออกจากการสัประยุทธ์เป็นตายเพื่อทวงความเป็นธรรมของปู้ชิงเถาในครานี้ได้!

             

             

             

             

             

    คล้ายกับเรื่องมารประหัตถ์ฟ้า (จบ) ที่คุณอ่าน