Survival Games [เกมส์แห่งการเอาชีวิตรอด]

    SS2 No.55 โกลาหล [2]

    เมื่อกันต์กลับขึ้นมาถึงบนห้องก็พบว่ามันผิดแปลกไปจากทุกที เพราะปกติจะเห็นใบหม่อนทำอาหารรอเอาไว้ที่โต๊ะ และออกมาเปิดประตูให้เขาด้วยท่าทีที่สดใส ทว่าวันนี้ภายในห้องกลับกลายเป็นเงียบเชียบ และพอเขาก้าวเข้ามาในห้อง ก็ได้เห็นจางยี่นั่งอยู่บนโซฟาตรงห้องรับแขกด้วยสีหน้าของคนอมทุกข์
    "แพ้แค่ครั้งเดียวจะทำหน้าซังกะตายทำไม!? สิ่งดีๆ ที่ควรทำกลับไม่ทำ นี่กำลังฝึกเป็นเด็กที่อยากได้อะไรก็ต้องได้หรือไง" กันต์กระแทกเสียงที่ค่อนข้างดังพอสมควร ทว่าคำพูดของกันต์นั้น กลับทำให้จางยี่ยิ่งสลดลงไปมากกว่าเดิม
    "บอสครับ ผมอ่อนแอขนาดนี้ คงไม่เหมาะที่จะอยู่กลุ่มของบอสใช่ไหมครับ" จางยี่ได้แต่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่มัวหมอง
    "อืมมม!!" กันต์ตอบรับเพียงสั้นๆ ทำเอาจางยี่ถึงกับผงะตัวเตรียมที่จะจากไป ก่อนที่กันต์จะเอ่ยทิ้งท้ายไว้เพียงเล็กน้อย "ที่ฉันเกลียดที่สุดคงเป็นคนที่ไม่รู้จักพัฒนาตนเอง แค่มีพลังมากขึ้นนิดหน่อยก็หลงลำพองตัว ถ้านายไม่เข้าใจเรื่องพวกนั้น จะไปไหนก็ตามใจเถอะ ฉันเบื่อกับคนที่ลืมเลือนเป้าหมายที่ตั้งใจไว้เป็นที่สุด"
    สิ้นเสียงของกันต์เขาก็ไม่สนใจจางยี่อีก พลางเดินเข้าไปเคาะห้องเรียกใบหม่อน ทว่ากลับไร้ซึ่งเสียงตอบรับใดใดทั้งสิ้น
    "ตู้มมม!!"
    กันต์ที่ทนเคาะประตูอยู่นานก็เริ่มทนไม่ไหว สุดท้ายก็ถือวิสาสะพังประตูเข้าไปเลย [ติดโรคนี้มาจากคริส] เมื่อใบหม่อนเห็นพี่เขยเธอพังประตูเข้ามา เธอที่นั่งอยู่บนที่นอนก็รีบเอาผ้าห่มมาคลุมโปงในทันที กันต์ที่เห็นแบบนั้นก็อดที่จะตลกขบขันไม่ได้
    แต่เขาก็จำต้องปั้นสีหน้านิ่งเอาไว้ เพราะเขาจงใจให้บทเรียนที่แสนล้ำค่านี้กับใบหม่อนและจางยี่ เพื่อพิสูจน์ว่าทั้งสองเหมาะสมที่จะเดินทางไปต่อกับเขาหรือไม่ ก่อนที่กันต์จะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
    "คิดจะหลบอยู่ใต้ผ้าห่มนั่นไปตลอดชีวิตหรือไง คนที่เคยบอกว่าอยากสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่ ในวันนี้กลายเป็นไอ้ขี้แพ้ที่ไม่กล้าแม้แต่จะลุกขึ้นสู้ ถ้าเธอยังไม่พร้อมที่จะรับเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ พี่จะส่งเธอกลับไปที่ประเทศไทย มันคงจะดีกว่าปล่อยเธอที่กำลังหยิ่งผยอง ในพลังใหม่ของตัวเองไปตายในการต่อสู้ครั้งหน้า"
    เมื่อกันต์เอ่ยจบเขาก็ไม่คิดแม้แต่จะเปิดผ้าห่มที่ใบหม่อนใช้คลุมโปงอยู่ออก พลางก้าวเดินออกไปจากห้องดื้อๆ เพราะเขาต้องรีบไปเคลียร์กับสามสาวที่ห้องอาหาร ที่ไม่รู้ว่าพวกเธอจะคุยกันดีๆ หรือตีกันตายไปข้างนึงแล้วก็ไม่รู้ได้
    ----------------------------------------------------------
    ณ ห้องอาหาร
    คาเรนที่ถูกกันต์พามาปล่อยไว้กับคริสและฮานะ เธอนั้นสามารถปรับตัวเข้ากับคริสได้อย่างรวดเร็ว และดูเหมือนว่าจะคุยกันถูกคอไม่ร้อยเลยทีเดียว ทว่ากับฮานะนั้นเป็นอีกเรื่องเลย เพราะตั้งแต่ที่คาเรนเข้ามานั่งร่วมโต๊ะกับพวกเธอ ฮานะก็เอาแต่จ้องตาเขม็งอยู่ตลอดเวลา แต่คริสกับคาเรนเองก็ทำเป็นมองไม่เห็นเช่นกัน
    ในขณะที่คริสกำลังคุยกับคาเรน เรื่องที่อีกฝ่ายมาเข้าร่วมกับกลุ่มของกันต์ ซึ่งคาเรนเองก็บอกออกไปตรงๆ ว่าหลังจากที่เธอพึ่งจะได้รับอาชีพมาหมาดๆ เธอก็ถูกกันต์ขอท้าเดิมพันด้วยการประลอง โดยแลกกับข้อมูลเรื่องอสูรที่ดรอปไอเทมชุบชีวิต พอเธอได้รู้ว่ามีไอเทมประเภทนี้อยู่ ก็ถึงกับรีบตกปากรับคำเดิมพันนั่นไปในทันที และจบลงด้วยการที่เธอพ่ายแพ้อย่างย่อยยับภายใน 3 นาที
    ซึ่งข้อแลกเปลี่ยนของกันต์ที่เป็นฝ่ายชนะ ก็คือให้เธอมาเข้าร่วมกับกลุ่มของเขา โดยให้ดำรงในตำแหน่งของรองหัวหน้ากลุ่ม ซึ่งคริสก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรมากนัก และเธอก็ไม่ได้ยึดติดกับเรื่องตำแหน่งในกลุ่มสักเท่าไหร่ เพราะเธอก็เข้าใจว่าตนเองค่อนข้างขาดคุณสมบัติอยู่หลายส่วน ทว่าจู่ๆ ฮานะที่นั่งฟังมาตลอด ก็เริ่มอดรนทนไม่ไหว จนต้องโพล่งแทรกขึ้นมากลางคัน
    "เจ้ามีคุณสมบัติอะไรที่จะมาเป็นรองหัวกลุ่มของพวกข้า อย่าเพ้อฝันไปหน่อยเลยน่า!!"
    "ก็คุณสมบัติที่หัวหน้ากลุ่มของพวกคุณเป็นคนเลือกไงคะ!? สำหรับสองคนที่ได้พ่ายแพ้ไปก่อนหน้านี้ พวกเขาคงไม่ขัดข้องอะไรอยู่แล้ว ส่วนพี่คริสเองก็ดูจะเป็นผู้ใหญ่พอ และเข้าใจสถานการณ์ค่อนข้างดีมาก น่าจะเหลือแค่ตัวปัญหาอย่างคุณคนเดียวล่ะมั้ง ที่ยังไม่ยอมรับความจริงน่ะ" คาเรนก็ตอบกลับอย่างไม่ได้มีท่าทีเกรงกลัวอะไรมากนัก
    "ฟู่วววววววววว!!!!"
    สิ้นเสียงของคาเรนบรรยากาศภายในห้องอาหาร ก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกขึ้นมาในทันที รอบๆ บริเวณเริ่มมีน้ำแข็งบางๆ ปกคลุมไปทั่ว ฮานะในตอนนี้เริ่มมีดวงตาที่แดงก่ำเต็มเปี่ยมไปด้วยโทสะ ด้วยความสามารถในด้านเวทย์ของเธอ ก็เริ่มแช่แข็งอากาศจนกลายเป็นดั่งหอกน้ำแข็ง โดยเล็งเป้าหมายทั้งหมดไปที่คาเรน พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามสะกดกลั้นอารมณ์อย่างถึงที่สุด
    "เป็นแค่มนุษย์ที่แสนจะอ่อนแอ กล้าดียังไงมาใช้คำพูดใหญ่โตที่นี่!!"
    "แหม!! ดูถูกมนุษย์จังเลยนะคะ แล้วหัวหน้ากลุ่มพวกคุณไม่ใช่มนุษย์รึไงกัน!?" คาเรนกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ
    "กันต์เป็นมนุษย์เพียงคนเดียวที่ข้ายอมรับ แต่พวกมนุษย์คนอื่นๆ ข้าไม่มีทางยอมรับ" ฮานะเอ่ยตอบอย่างเย็นชา
    "ถ้างั้นคุณก็ควรเตรียมใจที่จะยอมรับได้แล้วล่ะมั้งคะ!!" คาเรนยังคงกล่าวอย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไร ทว่าในจังหวะเดียวกันนั้นเอง
    "ตู้มมมมม!!" ราวกับฟางเส้นสุดท้ายของฮานะได้ขาดผึงลง หอกน้ำแข็งนับสิบอันพุ่งเข้าโจมตีคาเรนอย่างรวดเร็ว จนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว ส่งผลให้สัญญาณเตือนภัยของโรงแรมดังไปด้วย ในขณะที่คาเรนกับฮานะเริ่มเปลี่ยนสถานที่ต่อสู้ ไปยังด้านนอกของโรงแรมแทน และด้วยพลังทำลายล้างที่รุนแรงของทั้งสอง ก็ทำเอาชาวเมืองจำนวนมากถึงกับวิ่งหนีตายกันอย่างอลหม่าน
    ส่วนคริสเองก็หลบฉากการโจมตีของฮานะที่กินวงกว้าง และการตอบโต้ของคาเรนที่รุนแรงไม่แพ้กัน มาหยุดอยู่อีกมุมนึงโดยมีถ้วยกาแฟติดมือของเธอมาด้วย พลางจับจ้องมองการต่อสู้ของทั้งสอง ด้วยสีหน้าที่เหนื่อยหน่ายใจไม่ผิดไปจากกันต์เลยสักนิด ก่อนจะเอ่ยพึมพัมเบาๆ กับตัวเอง
    "เห้อ!! ค่าเสียหายทั้งหมดนั่น คงจะหนีไม่พ้นคู่หมั้นของข้า ที่ต้องเป็นคนจ่ายอยู่ดีนั่นแหละ" พลางจิบกาแฟต่ออย่างชิวๆ [ติดเชื้อจากกันต์มาเยอะ]
    ----------------------------------------------------------
    กันต์ที่พึ่งสั่งสอนบทเรียนให้กับใบหม่อนและจางยี่เสร็จ ขณะที่เขากดลิฟต์จนประตูมันเปิดออกมาแล้ว จางยี่ก็รีบวิ่งมาหาเขา ราวกับเด็กที่พึ่งจะนึกอะไรออก ทำเอากันต์ถึงกับต้องหยุดชะงักจนประตูลิฟต์ปิดไป
    "บอสครับ!! ผมขอโทษครับ จากนี้ไปผมจะตั้งใจฝึกฝนให้มากกว่านี้ และจะไม่ทำให้บอสต้องผิดหวังอีกครับ" จางยี่เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าและท่าทางที่จริงจัง
    "อ่า!! นายคิดได้ก็ดีแล้ว หวังว่านายจะไม่ทำให้ฉันผิดหวังนะ" กันต์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ พลางกดลิฟต์อีกครั้งนึง และในขณะที่เขาจะก้าวเข้าไปในลิฟต์ ก็ถูกอีกหนึ่งเสียงเรียกจนต้องชะงัก และปล่อยให้ประตูลิฟต์ปิดลงไปอีกครั้งนึง
    "พี่เขย!!" ใบหม่อนเอ่ยเรียกขึ้นอย่างรีบร้อน พลางรีบวิ่งมาหากันต์อย่างรวดเร็ว ราวกับว่าถ้ามาช้าไปกว่านี้ เธอจะไม่ได้เจอกับพี่เขยอีกแล้ว และเมื่อมาหยุดอยู่ตรงหน้าพี่เขยของเธอ เธอก็รีบเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด
    "หนูขอโทษนะคะ ที่หลงลำพองกับพลังใหม่มากเกินไป หนูสัญญาว่าจากนี้ไปจะตั้งใจฝึกฝนให้มากกว่านี้ พี่เขยอย่าทิ้งหนูไปได้ไหมคะ!?"
    กันต์มองใบหม่อนด้วยสีหน้าที่เอ็นดู ก่อยจะเอื้อมมือไปลูบหัวน้อยๆ ของเธอ พลางกล่างขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
    "พี่ไม่เคยคิดที่จะทิ้งเราไปไหนหรอกนะ แต่เส้นทางที่พี่กำลังจะไปต่อนั้น มันเต็มไปด้วยอันตรายอย่างมาก สำหรับเราที่ได้พลังใหม่มาอย่างง่ายดาย จนทำให้หลงลืมไปว่าที่ผ่านมาพวกเรามีชีวิตรอดกันมาได้ยังไง มันอาจทำให้วันข้างหน้าเราอาจต้องจบชีวิตลง เพราะความประมาทเล็กน้อยนี่ก็เป็นได้ พี่หวังว่าบทเรียนในครั้งนี้จะเป็นสิ่งหนึ่งที่เราต้องจดจำมันให้ขึ้นใจนะ"
    เมื่อกันต์กล่าวจบใบหม่อนก็สวมกอดพี่เขยของเธอทั้งน้ำตาในทันที เพราะก่อนหน้านี้พี่เขยของเธอก็ได้ย้ำเตือนเธอเอาไว้หลายครั้งแล้ว แต่เป็นเพราะความเชื่อมั่นตนเองที่เพิ่มสูงขึ้น จนทำให้คิดว่าคนที่อยู่ระดับต่ำกว่าเธอ ย่อมไม่มีใครที่จะเอาชนะเธอได้อย่างแน่นอน และเผลอลืมเลือนเรื่องสำคัญไปเลยว่า ก่อนที่เธอจะมามีวันนี้ได้ เธอได้พบเจอกับผู้คนที่เลวทรามมามากเพียงใด
    ในภายภาคหน้าเมื่อการเลื่อนคลาส และรับอาชีพได้แพร่กระจายออกไป แล้วตัวเธอยังคงอวดดีในพลังและประมาทตนอยู่เช่นเดิม สักวันนึงเธออาจต้องมากลายเป็นเหยื่อซะเอง เพราะภัยร้ายมันไม่ได้มีเพียงแค่อมนุษย์ สัตว์กลายพันธุ์ หรือพวกอสูรเท่านั้น
    แต่มันก็ยังมีมนุษย์บางส่วนที่เป็นภัยคุกคาม ที่น่ากลัวไม่แพ้กันอีกด้วย ซึ่งตลอดการเดินทางมากับพี่เขย มนุษย์พวกนั้นเธอก็ออกจะได้เห็นอยู่บ่อยๆ เสียด้วยซ้ำไป กันต์ที่ปลอบใบหม่อนอยู่ครู่นึง ก็เตรียมที่จะผละตัวจากไป เพราะรู้สึกมีลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่นัก เมื่ออารมณ์ของใบหม่อนคงที่แล้ว เธอก็ขอตามพี่เขยของเธอลงไปด้วย ส่วนจางยี่เองก็ขอติดตามลงไปด้วยเช่นกัน
    ทว่าในคราวนี้พอกันต์กำลังกดลิฟต์อีกครั้งนึง ก็ได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัยของโรงแรมดังขึ้น จนทำให้ลิฟต์ไม่สามารถใช้งานได้ กันต์จึงต้องรีบวิ่งลงจากบันไดหนีไฟ เพื่อลงไปชั้นล่างให้ไวที่สุด เพราะในโรงแรมหรูหราระดับนี้ มีเพียงไม่กี่คนที่มาพักอาศัย ซึ่งส่วนมากล้วนแต่เป็นบุคคลระดับสูง ทว่าในเวลานี้พวกนั้นดูเหมือนจะยุ่งๆ อยู่กับสถานการณ์ภายนอก
    ฉะนั้นแล้วภายในโรงแรมก็จะเหลือเพียงแค่กลุ่มของเขาเท่านั้น นั่นก็หมายความว่าคนที่ก่อเรื่องจนสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น จะต้องเป็นคนในกลุ่มของเขาอย่างแน่นอน และดูเหมือนใบหม่อนกับจางยี่เอง ก็พอที่จะคาดเดาสถานการณ์บางอย่างได้ลางๆ ทำให้พวกเขารีบวิ่งตามกันต์ลงไปทันที
    ลางสังหรณ์ที่เลวร้ายของกันต์เริ่มที่จะรุนแรงมากขึ้นไปเรื่อยๆ และในขณะที่เขากำลังวิ่งลงบันไดหนีไฟนั้น พลางได้สวดภาวนาอยู่ในใจเบาๆ
    "จะตีกันตายก็ไม่ว่า แต่ขออย่าให้เกินงบพันล้านเหรียญทองนะเว้ยยยยย!!!!!"

    คล้ายกับเรื่องSurvival Games [เกมส์แห่งการเอาชีวิตรอด] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นี่ข้าเป็นเพียงตัวประกอบงั้นรึ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    215K 948
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107
    จอมหมัดราชันย์

    จอมหมัดราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    123K 157
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258