ยามนี้ด้วยความเปลี่ยนแปลงของระดับลมปราณหลังจากติดคอขวด บัดนี้กังหลงรู้สึกว่ามีพลังปราณหนาแน่นจนเพียงพอที่จะก้าวข้ามระดับได้...หากแม้นมีโอสถช่วยหนุนเสริมก็จะมีโอกาสสำเร็จขึ้นอีกหลายส่วน..ซึ่งถ้าปล่อยโอกาสครานี้ให้ผ่านไป ไม่รู้จะมีโอกาสเช่นนี้จะมาเยือนอีกเมื่อใด..
กังหลงเริ่มครุ่นคิดว่าจะหาเงินทองด้วยวิธีใดได้บ้าง...ตอนนี้ตนมีโอสถระดับต่าง ๆ ตั้งแต่โอสถระดับหนึ่งระดับต่ำจนถึงโอสถระดับห้าระดับต่ำมากมาย...ไม่ทราบจะพอมีค่าพอหรือไม่..
ส่วนงานค้นหาอัจฉริยะของสมาคมโอสถหากตนเข้าร่วม และผลการเข้าร่วมตนได้ติดอันดับต้น ๆ คงจะพอมีรางวัลปลอบใจให้สามารถเปลี่ยนเป็นเงินทองมาได้บ้าง...และการทดสอบจตุรนามสู่ราชันย์ก็เช่นกัน หากสามารถผ่านแต่ละด่านได้สำเร็จ ก็น่าจะมีของรางวัลที่มีค่าพอจะแลกเปลี่ยนเป็นเงินทองมาได้บ้างถ้าหากตนสามารถทดสอบผ่าน..!! เมื่อคิดเช่นนั้นจึงถามเถ้าแก่เบื้องหน้า...
"เถ้าแก่..ข้ามีความจำเป็นต้องใช้เรือนรับรองอาคันตุกะ และพอจะมีโอสถที่จะประเมินราคาได้ไม่ทราบจะมีค่าพอหรือไม่...แต่ก่อนอื่นนั้นข้าอยากทราบว่าการจัดงานโดยสมาคมโอสถเพื่อค้นหาอัจฉริยะนั้นมีรางวัลใดให้ผู้เข้าร่วมหรือไม่ และการทดสอบจตุรนามสู่ราชันย์อะไรนั่น มีรางวัลตอบแทนให้ผู้ที่เข้าทดสอบด้วยรึไม่เช่นกัน?"
เถ้าแก่ได้ยินเช่นนั้นก็ตกตะลึงสีหน้าเปลี่ยนไปวูบหนึ่ง...ครุ่นคิดขึ้น...
"เจ้าหนุ่มนี่เป็นลูกเต้าหรือเป็นศิษย์ของผู้ใดกัน สอบถามเช่นนี้หรือคิดจะทดสอบจตุรนามสู่ราชันย์และคิดเข้าร่วมการทดสอบของสมาคมโอสถด้วย ...หรือด้วยวัยเพียงเท่านี้กลับจะมีความสามารถด้านพลังยุทธและด้านโอสถพร้อมกัน"
จางลี่หันมองสำรวจกังหลงตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง ก่อนจะแย้มยิ้มและตอบว่า ....
"การทดสอบที่กงจื้อถามมาล้วนมีรางวัลตอบแทนทั้งสิ้น ส่วนจะเป็นรางวัลใดนั้น ข้าน้อยก็มิอาจทราบได้ แต่ย่อมต้องเป็นสิ่งมีค่าที่หายากยิ่งอย่างแน่นอน หอนิระทุกข์และศิลาผู้กล้านั้นจะมีรางวัลสุ่มให้โดยหอและศิลาเอง ..."
" ส่วนการทดสอบของนงคราญสุรางค์สวรรค์หากผู้ใดสามารถทดสอบผ่าน..นงคราญสุรางค์สวรรค์ก็จะเป็นผู้เลือกสรรกำหนดรางวัลให้ด้วยตนเองเช่นกัน ..ส่วนการทดสอบของหอโอสถนั้นได้ยินมาว่า รางวัลจะมีให้เฉพาะผู้ติดอันดับหนึ่งในสิบเท่านั้น..และผู้ที่ชนะเลิศจะได้รับรางวัลพิเศษเพิ่มขึ้นอีกสองอย่าง โดยเลือกรางวัลจากผู้อาวุโสทั้งห้าท่านของสมาคมโอสถที่เสนอมาให้เลือก ..."
" และที่สำคัญผู้ชนะจะได้ป้ายรับรองจากสมาคมโอสถที่ผู้อาวุโสทั้งห้าร่วมประเมินความสามารถด้านโอสถหากประเมินผ่านเป็นนักปรุงโอสถระดับต่าง ๆ ได้ ย่อมมีรางวัลพิเศษอันมีค่าตามระดับความสูงต่ำที่ประเมินผ่านได้อีกเช่นกัน"
กังหลงเมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ ...กล่าวขอบคุณเถ้าแก่โรงเตี้ยมและนำโอสถออกมาขวดนึงยื่นให้เถ้าแก่พิจารณา..
"ขอบคุณท่านเถ้าแก่ที่ให้ความกระจ่าง..หากมีรางวัลเช่นที่ว่ามา งั้นพรุ่งนี้ข้าพเจ้าจะหาโอกาสเข้าทดสอบกับสมาคมโอสถแน่นอน ..แต่ก่อนอื่นเชิญท่านประเมินโอสถของข้าเม็ดนี้ว่ามีราคาเท่าไรได้...."
เถ้าแก่รับขวดโอสถมาและเปิดฝาขวดออก...ทันทีที่ฝาขวดเปิดออก...กลิ่นโอสถอันหอมฟุ้งก็กระจายออกมา...เมื่อมองไปที่เม็ดโอสถเถ้าแก่ถึงกับมือไม้สั่น....ดวงตาเบิกโพลง.อ้ำอึ้งเกือบเป็นใบ้ไปทันที !!
"........".
"โอ..โอ...โอสถทะลวงปราณ...ต้า...ต้าเหยียน โอ...สถ...ระดับ...ห้า..โอ้..!!"
เถ้าแก่กระหืดกระหอบตอบ เนื่องด้วย จางลี่ ฉายาขวานมหากาฬ สมัยสิบปีก่อน ..คราท่องเที่ยวในอาณาจักรเนตรอสูร จางลี่เพียงเคยพบเจอเพียงโอสถระดับสี่เท่านั้น แถมยังเป็นเพียงโอสถระดับสี่ระดับต่ำอีกต่างหาก
ส่วนโอสถระดับสี่ ระดับกลางขึ้นไปนั้นยากจะพบพาน แม้นได้เจอก็จนปัญญาที่จะครอบครองเนื่องจากมีราคาที่สูงลิบลิ่ว และในสมัยนั้นในอาณาจักรเนตรอสูรก็ยากจะมีนักปรุงโอสถที่ปรุงโอสถระดับสี่ระดับกลางสำเร็จออกมาได้ ..
นักปรุงโอสถในเมืองเนตรอสูร ในช่วงเวลานั้นเป็นเพียงนักปรุงโอสถระดับสี่ระดับต่ำเท่านั้น และแม้แต่สมาคมโอสถของเมืองเนตรอสูรเอง ก็มีนักปรุงโอสถระดับสี่ระดับต่ำเพียงแค่ห้าคนเท่านั้น ซึ่งก็คือผู้อาวุโสทั้งห้าของสมาคมโอสถในปัจจุบันนี้ ที่เพิ่งเลื่อนระดับมาเป็นนักปรุงโอสถระดับห้าระดับกลางได้ไม่นานทั้งห้าท่านนี้
จะเห็นว่าใช่ง่ายดายไม่กว่าที่นักปรุงโอสถแต่ละคนจะสามารถเลื่อนระดับขึ้นไปแต่ละระดับ เถ้าแก่รีบบอกกับกังหลงด้วยความเคารพเนื่องจากเห็นว่าบุรุษหนุ่มผู้นี้สามารถมีโอสถระดับห้าไว้ในครอบครอง
หากมิใช่มีภูมิหลังครอบครัวหรืออาจารย์ที่เป็นนักปรุงโอสถระดับห้าระดับต่ำขึ้นไปแล้วครอบครัวคงต้องมีความมั่งคั่งร่ำรวยจนสามารถหาซื้อโอสถระดับห้าที่มีราคาสูงลิบลิ่วไว้ในครอบครองเป็นแน่แท้
"แม้จะเป็นโอสถเพียงระดับต่ำแต่ก็เป็นถึงโอสถระดับห้า ด้วยสรรพคุณของโอสถนี้ ข้ายากจะประเมินราคาได้ท่านคงต้องนำไปยังสำนักประมูลเชียงหยางที่อยู่ฝั่งตรงข้ามนี้แล้ว "
เถ้าแก่จางลี่กล่าวพลางชี้ไปบ้านเรือนใหญ่โตสูงเจ็ดชั้นที่อยู่ฝั่งตรงข้ามห่างออกไปจากโรงเตี้ยมราวหนึ่งร้อยก้าวขณะนี้เก้าแก่จางลี่ได้ปรับความรู้สึกและให้ค่าความสำคัญบุรุษหนุ่มเยาว์วัยเบื้องหน้ามากยิ่งขึ้นกว่าเดิมเขารีบส่งขวดโอสถกลับคืนให้กังหลงและกล่าวอย่างนอบน้อมพร้อมหัวเราะ...ว่า..
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ..กงจื้อท่านมิต้องเป็นกังวลเรื่องห้องพักข้าจะให้คนรับใช้ไปจัดเตรียมเรือนรับรองอาคันตุกะในทันที หากมีโอสถเม็ดนี้และได้รับการประมูลจากสำนักประมูลเชียงหยาง ด้วยราคาของโอสถเม็ดนี้ท่านจะพักอยู่ที่เรือนรับรองอาคันตุกะเป็นเวลาสิบวันครึ่งเดือนก็ย่อมไม่มีปัญหาอันใด!!"
ได้ยินเช่นนั้นกังหลงยกมือคารวะขอบคุณ พร้อมกล่าว....
"ขอบคุณเถ้าแก่.งั้นข้าไม่เกรงใจแล้ว...ข้าขอไปยังเรือนรับรองอาคันตุกะก่อนตอนนี้เลยทำธุระส่วนตัวเสร็จจะรีบนำโอสถไปยังสำนักประมูลเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินทองสำหรับใช้จ่ายต่อไป"
เถ้าแก่เรียกผู้รับใช้พร้อมสั่งการในทันที
"ผู้รับใช้รีบไปจัดเตรียมเรือนรับรองอาคันตุกะให้เรียบร้อยแล้วพาคุณชายท่านนี้ไปพักผ่อนยังเรือนรับรองอาคันตุกะอย่างเร่งด่วน"
"ขอรับเถ้าแก่" ผู้รับใช้ตอบรับและรีบนำทางกังหลงไปยังเรือนรับรองอาคันตุกะที่อยู่ภายในติดกับเชิงเขาทันที
เมื่อเข้าเรือนรับรองและทำธุระส่วนตัวเป็นที่เรียบร้อยกังหลงปิดประตูหน้าต่างเพื่อแสดงให้คนภายนอกคิดว่าตนเองต้องการพักผ่อน กังหลงกำหนดจิตแผ่พลังปราณสำรวจออกไปในรัศมีหนึ่งลี้เมื่อไม่พบว่ามีสิ่งผิดปกติใด...
ชั่วครู่มีลมจากเชิงเขาพัดมาเสียงหน้าต่างคล้ายโดนลมพัดกระทบกัน กังหลงอาศัยจังหวะนี้ทะยานออกทางหน้าต่างพร้อมเรียกปีกฟ้าวายุคำรณออกมาอำพรางกายและเหินบินอ้อมโรงเตี้ยมออกไปอย่างรวดเร็ว จนยากที่ใครจะสัมผัสได้ดุจดังค้างคาวยามราตรี
เหินบินอ้อมมาจนถึงด้านหน้า มองหาที่ลับใกล้ชุมชนลดระดับความเร็วลงสู่พื้นเมื่อสำรวจแล้วพบว่ามิมีใครสนใจก็ก้าวเดินอย่างปกติไปยังร้านเสื้อผ้าแห่งหนึ่ง
ชั่วครู่ก็กลับออกมาพร้อมชุดคลุมสีดำคลุมศีรษะพร้อมสวมหมวกฟางสีดำสะพายห่อผ้าด้านหลังมองดูเหมือนจอมยุทธลึกลับที่มิต้องการเปิดเผยโฉมหน้าแก่ผู้ใด...แล้วรีบเดินไปยังบ้านเรือนสูงใหญ่ที่มีความสูงเป็นชั้น ๆ ถึงเจ็ดชั้นที่ด้านหน้าเรือนใหญ่นี้มีป้ายใหญ่โตแขวนไว้ด้วยอักขระตัวโตสีแดงว่า "สำนักประมูลเชียงหยาง"