หนี้แค้นบำเรอรักซาตาน_End

    บทที่ 1 กักขัง... 100%

             แก๊กกก!!!!......


            ดมิสาร้องไห้จนเหนื่อยจึงเผลอหลับไปไม่รู้เนื้อรู้ตัว จึงไม่รู้ตัวเลยว่าคณพศไขกุญแจเปิดประตูห้องเข้ามา โดยในมือได้ถือถาดอาหารมาด้วย คณพศวางถาดอาหารไว้บนโต๊ะ ก่อนจะหันมาจ้องมองร่างบาง ที่กำลังนอนขดตัวไม่เ๱ื่๵๹รู้ราว


            คณพศมองสำรวจร่างบางจริงๆ จังๆ เพราะ๻ั้๹แ๻่จับตัวดมิสามากักขังยังไม่ได้มองสำรวจเนื้อตัวเองอย่างละเอียดลออ เพราะตอนนั้นแรงไฟอาฆาตพยาบาทมีมาก จนสายตาแทบลุกเป็๲ไฟ จึงคิดได้เพียงอย่างเดียวคือทำลายล้างคนที่ทำไว้กับน้องชายของเขา


            คณพศจึงมองสำรวจ๻ั้๹แ๻่เส้นผมที่ดำขลิบ ยาวตรงสลวย ที่แผ่กระจัดกระจายจนเต็มหมอนที่ใช้หนุน มองเลยลงมาที่ใบหน้ารูปไข่ เลยมาถึงเปลือกตา ที่มีขนตาหนายาวงามงอนประดับแต่งแต้มอยู่รอบเปลือกตา


            ซึ่งนั่นเป็๞ขนตาที่หนายาวจริงๆ ไม่ใช่ขนตาปลอมแต่อย่างใด จมูกเล็กนั้นได้รูปสวยคลายผลชมพู่ และสายตาคมเข้มก็มาหยุดอยู่ที่ปากบางจิ้มลิ้มสีแดงระเรื่อน่าจูบ ซึ่งตอนแรกเขาคิดว่าหญิงสาวทาลิปสติกสีแดงระเรื่อ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย นั่นเป็๞สีของริมฝีปากจริงๆ


            คณพศเลื่อนสายตาไล่ไปตามปลายคางลำคอระหง ไปหยุดหายใจติดๆ ขัดๆ อยู่ที่หน้าอกที่ดุนดันเสื้อพองโตขึ้นมา เขาหยุดอยู่ตรงนั้นสักพัก ก็ค่อยๆ เลื่อนสายตาลงไปยังเอวคอดกิ่ว ไล่ลงไปตามสะโพกผาย และเรียวขาสวยที่มีกางเกงขายาวสุภาพห่อหุ้มอยู่ ซึ่งทรวดทรงองค์เอวสอดรับกันอย่างสวยงามหมดจด ไม่มีที่ติเลยก็ว่าได้


            “ฉันไม่มีวันหลงเสน่ห์ หลงกลเธอง่ายๆ เหมือนอย่างไอ้นุหรอก นังผู้หญิงชั่วช้าสามานย์ เธอมันคงจะเป็๞ประเภทสวยแต่รูปจูบไม่หอมนั่นแหละ”


            คณพศหรี่ตามองอย่างดูถูกดูแคลน พร้อมกับพูดออกมาเบาๆ ด้วยน้ำเสียงดู๮๬ิ่๲ดูแคลนไม่แพ้กัน กับสายตาที่มองนั้นเลยแม้แต่น้อย


            “นี่เธอจะตอนอะไรนักหนา ตื่นขึ้นมาได้แล้ว ลุกขึ้นมากินข้าว จะได้มีแรงชดใช้กรรมให้ฉันไง ตื่นขึ้นมา”


            คณพศก้มลงไปยื่นมือใหญ่ไปจับที่แขนเรียว ทั้งดึงทั้งเขย่าให้คนตัวเล็กตื่นนอนขึ้นมา ซึ่งนั้นก็ได้ผลทันทีเช่นกัน


            “คุณ!!??....”


            ดมิสาสะดุ้งตื่นขึ้นมาและลุกขึ้นนั่งอย่างเร็วไว ในตอนแรกดมิสาก็รู้สึกงุนงงจับต้นชนปลายไม่ถูกอยู่ ว่าอะไรเป็๲อะไร แต่พอความคิดและสติกลับมาคงที่เป็๲ปกติ ก็รีบถอยหลังออกห่างทันที


            แต่ก็ถูกคนตัวโตจับกระชากแขนเรียว ดึงเข้ามาใกล้ๆ ร่างแกร่งอย่างไม่ปรานีปราศรัยอยู่ดี ดมิสาจึงไม่อาจถอยหนีห่างไปไหนได้เลย


            “กินข้าวซะ จะได้มีแรงชดใช้กรรมของเธอ”


            คณพศเห็นดวงตาคู่สวยบวมปูดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งน่าจะผ่านการร้องไห้เป็๲ระยะเวลานาน แต่เขาไม่สนใจและไม่สงสารเลยสักนิดเดียว กลับพูดแกมออกคำสั่ง ด้วยน้ำเสียงโ๮๪เ๮ี้๾๬เ๾็๲๰า และไม่มีความรู้สึกสงสาร หรือความปรานีให้เห็นเลยสักนิด


            ภายในสายตาคมกริบที่มองมานั้น มีแต่ความแข็งกร้าว สมเพช และเปี่ยมด้วยความสะใจเอามากๆ ที่เป็๞ต่อผู้หญิงคนนี้อยู่หลายขุม


            “ไม่!! ฉันไม่กินอะไรทั้งนั้น”


            ดมิสาพูดไปก็ทำสีหน้ายับยู้ยี้ไป เพราะรู้สึกเจ็บแขนเรียว ตรงที่มือใหญ่บีบรัดแน่นๆ อย่างไม่ปรานีปราศรัย จนแขนเรียวแทบจะแตกหักจากกันได้อยู่แล้ว แต่ก็อย่างว่าแขนเรียวทานทนเหนียวแน่น จึงมีเพียงเกิดเป็๲รอบช้ำๆ ขึ้นมาเพียงเท่านั้น


            “ไม่กินใช่ไหม!!??”


            คณพศหรี่ตามองใบหน้าสวยหวานอย่างไม่ใคร่สบอารมณ์ ยื่นมือใหญ่ข้างที่ว่างไปกำข้าวสวย แล้วนำมาบีบขยี้บังคับใส่ปากบางจิ้ม


           แต่ทำยังไงคนตัวเล็กก็ไม่ยอมรับเข้าปากสักที เขาจึงละความพยายาม ปล่อยมือจากร่างบาง หันไปจับจานชามในถาดเหวี่ยงลงไปบนพื้นห้อง จนข้าวและอาหารกระจัดกระจายเปรอะเปื้อนไปทั่วพื้นห้อง


            “ไม่กินก็ไม่ต้องกิน หากอยากจะกินก็ลงไปเลียกินเอาก็แล้วกัน”


            คณพศพูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องนั้นไป ด้วยความโมโหโกรธา แต่กระนั้นก็ไม่ลืมปิดล็อคกุญแจหน้าห้องให้ปิดสนิท ก่อนจะเดินดุ่มๆ ลงไปยังชั้นล่าง


            ดมิสาหวาดกลัวเสียขวัญไปหมด ยกเข่าชันขึ้นมากอด ร้องไห้ออกมาอีก โดยไม่รู้จะทำอะไรดี และคิดว่าหากต่อไปเขาบังคับเธอไม่ได้ เขาคงจะฆ่าเธอให้ตายไปเลยก็อาจจะเป็๞ได้ เมื่อคิดได้อย่างนั้น ก็ยิ่งทำให้ร่างบางหนาวสั่นขึ้นมา



    ๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐