คงเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อผู้หญิงซึ่งไม่ได้มีหัวใจไว้รองรับว่าจะต้องรู้สึกรักใคร่วันนี้เธอร้องไห้แทบขาดใจแค่เพราะสาวใช้คนสนิทถูกจับขังคุก
“มันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน”เธอแหงนหน้ามองพระจันทร์ที่เวลานี้กำลังส่องสว่างเต็มดวงแสงจันทร์ยืนอยู่บริเวณริมหน้าต่างที่เปิดค้างไว้ภายในห้องนอน
“คนคิดไม่ซื่อมีอยู่รอบตัวผู้หญิงอ่อนแออย่างเธอผ่านมันมาได้ยังไงนะ...แสงจันทร์”เธอพอจะคาดเดาได้แต่แรกว่าใครคือผู้ส่งข่าวให้โรสเรื่องเข้าบาร์ก่อนงานวิวาห์เนื่องจากแสงจันทร์เคยบังเอิญเจอโรสกับญาติในสายเลือดคนหนึ่งอยู่ด้วยกันในร้านอาหาร
“เธอคงปวดใจยิ่งกว่าฉันก่อนจะมาถึงที่นี่ซะอีกอย่างน้อยญาติคนเดียวอย่างพ่อบุญธรรมก่อนจะตายเขาก็ไม่เคยหักหลังกันมีแต่ฉันที่คิดเรื่องหักหลังคนอื่นส่วนเธอแสงจันทร์แม้แต่ลูกพี่ลูกน้องยังไม่จริงใจด้วยเลย”
แต่โชคดีที่อย่างน้อยแสงจันทร์ก็ยังมีครอบครัวที่อบอุ่นอีกทั้งพ่อแม่สามีก็รักและเอ็นดูเธอ
“ถ้าเขารักเธออีกคนคนอื่นคงไม่มีค่าพอให้ต้องวิตกกังวลเลยใช่ไหม”
ต่อมาก็ได้ยินเสียงคล้ายว่ามีใครบางคนเปิดประตูห้องนอนเข้ามาเธอหันไปก็เจอทิวากรเขาไม่ได้เดินเข้ามาใกล้เธอจึงหลบหลีกสายตาหันมามองบรรยากาศรอบนอกอีกครั้ง
“แค่เข้ามาเอาของช่วงนี้พี่ต้องค้างที่โรงพยาบาล”
“...” เธอได้ยินแต่ไม่ได้พูดตอบ
“ขอโทษนะ...”
จะขอโทษทำไมนักหนาเธอได้ยินมาสักร้อยรอบได้แล้วมั้ง เธอเองก็อยากขอโทษเขาจากหัวใจสักครั้งเพราะคิดน้อยไปเอาแต่อยากแก้แค้นโรส จนทำให้เขาต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงครั้งใหญ่
ทั้งที่เขาเองก็ทำไปเพราะแสงจันทร์ในอดีตขอไว้
“พี่ไปนะ...”
แสงจันทร์หันหลังมองไปที่ประตูขณะทิวากรเดินออกจากห้องนอนไป
“นายน่าจะทำตามคำขอของแสงจันทร์ตั้งแต่ตอนนั้นสิตอนที่ฉันยังมาไม่ถึงที่นี่” เขาควรทำมันตั้งนานแล้ว
“หรือนายทำเพราะแสงจันทร์คนปัจจุบัน?”
ขณะมองไปที่ประตูทึบอันว่างเปล่าสายตาบังเอิญสะดุดกับสิ่งของบางอย่างบริเวณเตียงขนาดใหญ่ทิวากรวางมันเอาไว้ก่อนจะออกไป
“..? ..”
กล่องสี่เหลี่ยมสีน้ำเงินเรียบหรูขนาดปานกลางพร้อมถุงยาจากโรงพยาบาลกุลศิริ
‘อันนี้คือเจลใช้ทาวนรอบดวงตาก่อนนอนช่วยทำให้รอบดวงตาชุ่มชื้นขึ้น หายบวมเร็วขึ้น’ เขาระบุเป็นโน้ตเล็กๆ เอาไว้
ส่วนกล่องสี่เหลี่ยมสีน้ำเงินก็มีโน้ตระบุไว้เช่นกัน
‘ที่ผ่านมาพี่ไม่เคยให้ของขวัญเธอเลยใช่ไหมยอมรับว่าพี่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนไม่เคยรู้สึกอยากให้เธอได้รับอะไรจากพี่หรือจากใครเลยแต่ตอนที่เห็นของชิ้นนี้พี่กลับคิดถึงเธอเป็นคนแรก’
แสงจันทร์ค่อยๆเปิดฝากล่อง แล้วแสงระยิบระยับก็สะท้อนแยงตาข้างในคือสร้อยคอประดับจี้เพชรหลายกะรัตสิ่งที่ทำให้สะดุดตาคงเป็นรูปร่างของจี้เพชรชิ้นนี้
“แก้วไวน์?”จี้เพชรถูกหลอมให้มีรูปทรงเป็นแก้วไวน์ขนาดเล็กครั้งแรกที่เธอเห็นแก้วไวน์ถูกดัดแปลงเป็นสร้อยแล้วมันก็สวยถูกใจเธอมากด้วย
ด้านในกล่องยังมีโน้ตแผ่นเล็กๆระบุข้อความไว้
‘พี่ชอบที่เห็นเธอเข้มแข็งอย่างนี้...’
“นายคงชอบแสงจันทร์ที่ควงแก้วไวน์ใช่ไหมนายชอบฉันงั้นเหรอ” พูดไปเธอก็รู้สึกเขินอายคำพูดของตัวเองพิกลครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่คาร์ลาในร่างแสงจันทร์รู้สึกประหม่าทั้งที่ไร้สายตาผู้ใด
“แต่นายรู้จักแสงจันทร์คนนี้น้อยไปหน่อยของแค่นี้มันไม่พอสำหรับคำขอโทษที่นายไม่ช่วยคนของฉัน!”
เหตุการณ์ก่อนหน้า...
“พี่ว่าน้องโรสปล่อยดีกว่าครับ”ทิวากรดึงมือทั้งสองข้างของโรสออก ก็หล่อนเล่นควงแขนเขาติดหนึบอยู่ตลอดเวลา หากไม่เป็นเพราะคำขอของแสงจันทร์เมื่อหลายปีก่อนเขาไม่มีทางตอบรับคำชวนของโรสเด็ดขาด
ผู้หญิงคนนี้ทำตัวน่ารำคาญกว่าที่คิด...
“เราเป็นพี่น้องกันไม่ใช่เหรอคะ”
“ครับแต่พี่น้องจริงๆ ก็ไม่ควงแขนกันขนาดนี้ พี่กับพี่อรแทบไม่เดินใกล้กันด้วยซ้ำ จริงพี่ไม่ควรมาเดินเล่นกับน้องแต่ที่ตกลงมาก็เพราะมีเหตุผล”เขาคิดว่าเขาพูดชัดเจนแล้วนะโรสต้องรู้ตัวได้แล้วว่าทิวากรไม่ได้หลงใหลในความงามของเธอเลย
“โรสก็เลยชวนพี่กรไปทานมื้อเย็นที่คอนโดโรสยังไงล่ะคะเพราะรู้ว่าพี่กรกลัวคนอื่นจะมองโรสไม่ดี”
“พี่ไม่สะดวกครับขอโทษด้วย”
โรสพยายามอ้อนวอนทิวากรหลายต่อหลายครั้งให้เขาตอบตกลงรับข้อเสนอทานมื้อเย็นที่คอนโดส่วนตัว
“เรียบร้อยแล้วค่ะคุณผู้หญิงคุณผู้ชาย” พนักงานภายในร้านเพชรเดินถือถุงกระดาษมาซึ่งด้านในมีกล่องสร้อยเพชรที่โรสขอให้เขาซื้อให้
“งั้นเรารีบไปทานข้าวกันอีกสามสิบนาทีพี่ต้องกลับโรงพยาบาลแล้ว”
“ค่ะ...”โรสตอบเสียงเซ็งๆ คงเพราะหล่อนไม่น่าสนใจพอหรือทิวากรไม่คิดอยากสนใจเองกันล่ะ
“เอาวางตรงนั้น...ตกแต่งให้สวยๆล่ะ”
เดินผ่านมาก็เห็นพนักงานในร้านพากันตกแต่งตู้โชว์เครื่องประดับซึ่งคาดว่าคงเป็นคอลเลกชันพิเศษจากทางร้าน
ทิวากรสะดุดตาเมื่อเห็นรูปร่างของจี้เพชรนั้นมันทำให้ภาพของใครบางคนเฉิดฉายวนเวียนอยู่ในความคิด เขาเดินออกมาจนถึงด้านหน้าร้านแต่หัวใจกลับคิดถึงเพียงความงามของสร้อยเพชรเส้นนั้น
“น้องโรสครับ”
โรสชะงักฝีเท้าลง
“ว่าไงคะพี่กร”
“พี่จะเข้าห้องน้ำสักครู่น้องโรสไปสั่งอาหารรอที่ร้านก่อนนะครับ”
“คะ?”
“นะครับตอนนี้เหลืออีกยี่สิบหกนาที”
“ค่ะพี่กรรีบตามมานะคะ”หล่อนกลัวไม่ได้ร่วมโต๊ะอาหารกับเขามากถึงได้รีบเร่งฝีเท้าเดินออกไปทันที
ฝ่ายทิวากรเดินกลับเข้ามาในร้านเดิมเขาไม่สอบถามอะไรแต่กลับสั่งซื้อสร้อยเพชรคอลเลกชันพิเศษที่พนักงานยังประดับลงตู้โชว์ไม่เสร็จ
“ผมซื้อสร้อยเส้นนี้ครับอันนี้บัตร”
ไม่ต้องเชียร์ขายหรือใดๆทั้งสิ้น พนักงานดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่
“ได้ค่ะคุณผู้ชายตาถึงมากเลยนะคะ สร้อยเส้นนี้เป็นคอลเลกชันพิเศษของทางร้านแล้วมีเพียงเส้นเดียวเท่านั้นไม่คิดว่าจะมีคนสนใจจี้แก้วไวน์เร็วขนาดนี้”
“พอดีว่ามันเหมาะสมกับภรรยาผมน่ะครับ”
‘สร้อยเส้นนี้เหมาะสมกับแสงจันทร์ผมชอบที่เธอรอบรู้เรื่องไวน์ ชอบที่เธอชวนผมดื่มไวน์ในคืนนั้น จริงๆผมไม่ได้ชอบดื่มไวน์ขนาดนั้นหรอกแต่ชอบ...เอ่อ’
“ผมคงชอบผู้หญิงที่ดื่มไวน์เก่ง...”
“อะเอ่อ” พนักงานต่างได้ยินที่ทิวากรยืนเหม่อแล้วพูดพึมพำด้วยรอยยิ้มตามลำพังจนเขาเหลือบเห็นความผิดปกติของคนรอบกาย
“รบกวนรีบจัดการให้หน่อยครับผมมีเวลาไม่นาน”