ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

เล่มที่ 13 บทที่ 380 ท่องไปทั่วจักรวาล!

        ยานอวกาศระดับ 5 ดาวแท้จริงแล้วควรจะเป็นสินค้าชิ้นสุดท้าย

        อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเย่เทียนได้นำเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายาออกมา เคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายาจึงกลายเป็นสินค้าชิ้นสุดท้ายไป

        ไม่นานลูกแก้วมรดกซึ่งบันทึกเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายาเอาไว้ก็ถูกนำออกมาวางไว้บนโต๊ะประมูล

        ผู้ดำเนินการประมูลกล่าวแนะนำทันที “นี่เป็นรายการสินค้าชิ้นสุดท้าย มันเป็นเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายาที่มีชื่อว่าเคล็ดกายาเพลิงศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งสามารถเพิ่มความเร็วในการทำลายขีดจำกัดของร่างกายได้ถึง 14 เท่า แต่มันมีประโยชน์เฉพาะกับผู้ที่มีพรสวรรค์ที่เกี่ยวข้องกับธาตุไฟเท่านั้น ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 3 แสนล้าน!!”

        ฮึ่ม!!

        ทั่วทั้งห้องประมูลเดือดพล่านในทันที!

        เคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายาเป็นสมบัติล้ำค่าอย่างแท้จริง แม้แต่กองกำลังที่ยิ่งใหญ่ก็ยังต้องการเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายาอย่างมาก พวกเขาเต็มใจที่จะจ่ายด้วยราคามหาศาลเพื่อมัน

        แต่ตอนนี้กลับมีคนเต็มใจส่งมันออกมาประมูล และยังเป็นการประมูลของผู้ฝึกตนในระดับจักรพรรดิ

        หากเปลี่ยนเป็นการประมูลของระดับเทพ ราคาประมูลย่อมต้องสูงกว่านี้อย่างแน่นอน!

        นอกจากนี้หลายคนยังสงสัยว่าทำไมราคาเริ่มต้นของเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายานี้ถึงถูกตั้งไว้เพียงแค่ 3 แสนล้านคะแนนดวงดาว?

        ราคานี้ดูเหมือนจะต่ำเกินไป!

        “บุตรแห่งสวรรค์จักรพรรดิหมื่นสวรรค์เป็นคนเอาเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายาปลอมออกมาประมูลหรือไม่!”

        บุตรแห่งสวรรค์ทุกคนมองไปที่เย่เทียนด้วยความคลางแคลงใจ

        ในเวลาเดียวกันบุตรแห่งสวรรค์ชิงซานก็กล่าวว่า “ผู้จัดประมูล เคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายานี้เป็นเคล็ดวิชาที่สามารถเพิ่มความเร็วในการบ่มเพาะได้ถึง 14 เท่า แต่ทำไมราคาเริ่มต้นจึงต่ำเช่นนี้ เป็นไปได้ไหมว่าเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายานี้จะมีปัญหาบางอย่าง?”

        ผู้ประมูลยิ้มเล็กน้อยพร้อมอธิบายว่า “เคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายาหาได้มีปัญหาใดๆ นี่คือเคล็ดวิชาที่เกี่ยวข้องกับพลังธาตุไฟ มีแต่เพียงผู้ที่มีพรสวรรค์ที่เกี่ยวข้องกับธาตุไฟเท่านั้นจึงจะฝึกฝนมันได้ อีกทั้งลูกแก้วมรดกที่บันทึกเคล็ดกายาเพลิงศักดิ์สิทธิ์ยังตั้งเงื่อนไขให้สามารถฝึกฝนได้เพียงคนเดียวเท่านั้น มูลค่าของมันจึงลดลง!”

        “เคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายาที่ถูกจำกัดนั้นไร้ประโยชน์สำหรับกองกำลังต่างๆ มีประโยชน์เฉพาะกับตัวบุคคลเท่านั้น ไม่น่าแปลกใจที่จะตั้งราคาเริ่มต้นเพียง 3 แสนล้านคะแนนดวงดาว!” หลายคนเข้าใจในทันที

        แต่ถึงกระนั้นบุตรแห่งสวรรค์จำนวนมากก็ยังแสดงความตื่นเต้นออกมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุตรแห่งสวรรค์ที่มีพรสวรรค์เกี่ยวข้องกับธาตุไฟ พวกเขาต้องการเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายานี้อย่างมาก

        จากนั้นการประมูลก็เริ่มต้นขึ้น!

        บุตรแห่งสวรรค์หลายคนต่างแข่งกันเสนอราคา

        ราคาเริ่มต้นที่ 3 แสนล้านคะแนนดวงดาว ถึงแม้จะค่อนข้างแพงสำหรับพวกเขา แต่เพื่อให้ได้เคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายานี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตามพวกเขาก็ยินดีที่จะจ่าย!

        ไม่เว้นแม้แต่บุตรแห่งสวรรค์ชิงซานที่เกลียดชังเย่เทียน แม้จะรู้ว่าเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายานี้จะถูกส่งออกมาประมูลโดยเย่เทียน แต่เขาก็ยังเข้าร่วมการประมูลด้วยเช่นกัน

        เพราะถึงอย่างไรเขาก็ต้องการเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายามานานแล้ว

        แม้ว่าเขาจะไม่มีพรสวรรค์ธาตุไฟ แต่เขายังสามารถใช้สมบัติบางอย่างเพิ่มพรสวรรค์ที่เกี่ยวข้องกับธาตุไฟได้ แล้วจึงค่อยจ่ายในราคามหาศาลเพื่อยกระดับพรสวรรค์ด้านธาตุไฟให้อยู่ในระดับลึกลับ แม้ว่าราคาที่ต้องจ่ายจะสูงมาก แต่เขาก็ยังต้องการมัน

        เมื่อเวลานั้นมาถึง เขาจะสามารถฝึกฝนเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายานี้ได้!

        กล่าวอีกนัยหนึ่ง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายานี้ แต่การขายให้กับกองกำลังที่อยู่เบื้องหลังเขาก็เพียงพอแล้วที่เขาจะได้กำไรมหาศาล

        ดังนั้นเขาจึงต้องการจะประมูลเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายานี้มาให้ได้

        เวลาผ่านไปไม่นาน ตอนนี้เหลือแต่บุตรแห่งสวรรค์ไร้เทียมทานเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังคงแข่งขันกันอยู่ ทรัพยากรทางการเงินของบุตรแห่งสวรรค์คนอื่นๆ ยังอ่อนแอกว่าพวกเขามาก

        ในท้ายที่สุด บุตรแห่งสวรรค์อี้หลงหยานเสนอราคาสำหรับเคล็ดกายาเพลิงศักดิ์สิทธิ์ในราคาที่สูงถึงแปดแสนเจ็ดหมื่นล้านคะแนนดวงดาว

        อันที่จริงบุตรแห่งสวรรค์อี้หลงหยานไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้น แต่เขาแอบยืมเงินจากคนอื่นมา เขาจึงสามารถเสนอราคาแปดแสนเจ็ดหมื่นล้านคะแนนดวงดาว เอาชนะบุตรแห่งสวรรค์คนอื่นๆ มาได้

        หากเป็นที่อื่น แปดแสนเจ็ดหมื่นล้านคะแนนดวงดาวนี้ย่อมไม่สามารถหาซื้อเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายาได้อย่างเด็ดขาด ครั้งนี้บุตรแห่งสวรรค์อี้หลงหยานได้รับกำไรอย่างมหาศาลแล้ว

        หากเย่เทียนส่งเคล็ดวิชาลับบ่มเพาะกายาให้แก่หอประมูลล่วงหน้าแล้วปล่อยให้หอการค้ากาแล็กซีช่วยโพรโมต เขาจะสามารถขายได้ในราคาที่สูงยิ่งกว่านี้ แต่ในความจริงมันสายเกินไป

        และเย่เทียนเองก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจเช่นกัน เป้าหมายของเขาคือยานอวกาศระดับ 5 ดาว สำหรับการส่งเคล็ดกายาเพลิงศักดิ์สิทธิ์ออกไปประมูลนั้น เขาไม่ได้สูญเสียเงินใดๆ กลับกันเขายังได้กำไรกลับมา

        เมื่อการประมูลสิ้นสุดลง

        เย่เทียนก็ไปที่หลังเวทีประมูลเพื่อรับมอบของที่ประมูลจากหอการค้ากาแล็กซี โดยปกติแล้วเป็นเวลาที่เขาต้องนำเงินมาจ่าย แต่เย่เทียนกลับไม่ต้องจ่ายเลยแม้แต่แดงเดียว อีกทั้งยังได้รับคะแนนดวงดาวมาอีกหลายแสนล้านคะแนนอีกด้วย

        นอกดาวเคราะห์เจิดจรัส ในห้วงอวกาศที่เต็มไปด้วยสายธารแห่งดวงดาว

        เย่เทียนยืนอยู่กลางอวกาศ จากนั้นนำยานอวกาศระดับ 5 ดาวออกมาจากแหวนมิติ

        ครั้งนี้ เขาไม่ได้วางแผนที่จะใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายระหว่างดวงดาวหรือยานอวกาศโดยสารเพื่อเดินทางกลับ เพราะเขาต้องการขับยานอวกาศของเขากลับไปยังดาวสีเงินด้วยตนเอง

        เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก!

        ฟุบ!!!!

        ยานอวกาศระดับ 5 ดาวปรากฏขึ้นต่อหน้าเย่เทียน จากนั้นเมื่อห้องโดยสารเปิดออก เย่เทียนก็เข้าไปด้านในทันที

        ยานอวกาศระดับ 5 ดาวลำนี้เป็นผลิตภัณฑ์ทางเทคโนโลยี แต่ก็จำเป็นต้องได้รับการยืนยันตัวตนด้วยเช่นกัน

        การยืนยันตัวตนของผลิตภัณฑ์ทางเทคโนโลยีนั้นแตกต่างจากยืนยันตัวตนของสมบัติที่เกี่ยวข้องกับวรยุทธ การยืนยันตัวตนของสมบัติในโลกแห่งการบ่มเพาะนั้นใช้วิธีการปรับแต่งหรือหลอมกลั่นโดยจิตวิญญาณเพื่อแยกแยะผู้เป็นนาย ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ทางเทคโนโลยีนั้นคือการเข้ารหัสยืนยัน

        หากรหัสรั่วไหลออกไป ผู้อื่นจะสามารถขโมยผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีไปได้อย่างง่ายดาย

        ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายสำหรับผลิตภัณฑ์ทางเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนมือเจ้าของ แต่เอาเข้าจริงๆ มันก็ไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น

        แต่ถ้ามีความแข็งแกร่งมากพอก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้

        กล่าวโดยสรุปคือภายใต้จักรวาลที่กว้างใหญ่แห่งนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่ง

        เย่เทียนใช้เวลาเพียงไม่นานก็เสร็จสิ้นกระบวนการการยืนยันตัวตนเป็นเจ้าของยานอวกาศ เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดของยานอวกาศระดับ 5 ดาวลำนี้

        “นายท่าน ข้าคือเสี่ยวอ้าย สมองของยานอวกาศ H3922 ลำนี้ จากนี้ไปเสี่ยวอ้ายจะเป็นผู้รับใช้ของนายท่าน!” เสียงของ AI บังคับการของยานอวกาศดังขึ้นในหูของเย่เทียน

        “เดินทางไปยังดาวสีเงิน!” เย่เทียนออกคำสั่ง

        เสียงของเสี่ยวอ้ายดังขึ้น “กำลังค้นหาดาวสีเงิน ค้นหาสำเร็จ คำนวณพิกัด ล็อกพิกัดเรียบร้อย โปรดเลือกวิธีการบิน...”

        “เลือกการจั๊มป์ผ่านห้วงมิติ!” เย่เทียนกล่าวอย่างรวดเร็ว

        “การจั๊มป์ผ่านห้วงอวกาศกำลังดำเนินการ คาดว่าจะมีการจั๊มป์สามครั้ง เวลาที่คาดการณ์ในการเดินทางไปยังดาวสีเงิน 10 นาที!” เสียงของเสี่ยวอ้ายดังขึ้น

        “สิบนาที เร็วมาก!” เย่เทียนค่อนข้างประหลาดใจ

        แม้ว่ายานอวกาศระดับ 5 ดาวลำนี้จะมีขนาดเล็ก แต่ประสิทธิภาพของมันก็ไม่เลวเลย ซึ่งนี่ทำให้เย่เทียนรู้สึกพึงพอใจมาก

        ตูม

        การจั๊มป์ผ่านห้วงอวกาศได้เริ่มขึ้นแล้ว!

        วูบ!

        ยานอวกาศพุ่งเข้าไปในอุโมงค์มิติและหายไปอย่างรวดเร็ว

        หลังจากนั้นชั่วครู่

        ยานอวกาศออกมาอีกสถานที่หนึ่ง การจั๊มป์ผ่านห้วงมิติอวกาศนั้นไม่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง ต้องรอให้อุปกรณ์การจั๊มป์เย็นตัวลงก่อนจึงจะสามารถเปิดใช้งานได้อีกครั้ง

        หลังจากนั้นไม่กี่นาที การจั๊มป์ผ่านห้วงอวกาศก็เปิดใช้งานอีกครั้ง

        สิบนาทีผ่านไป ยานอวกาศของเย่เทียนจั๊มป์ไปที่บริเวณใกล้ๆ ของดาวสีเงิน

        เนื่องจากยานอวกาศของเย่เทียนยังไม่ได้จดทะเบียนในดาวสีเงิน เขาจึงไม่สามารถบินตรงไปยังท่าเทียบยานอวกาศของดาวสีเงินได้

        ดังนั้นเย่เทียนจึงออกมาจากยานอวกาศ ก่อนจะโบกมือเก็บยานอวกาศของเขาไว้ในโลกแห่งความว่างเปล่า

        วูบ!

        เย่เทียนบินตรงไปยังท่าเทียบยานอวกาศ

        ไม่นานหลังจากนั้น เย่เทียนก็กลับไปที่เมืองฉินเฟิง

        ทันทีที่เขากลับถึงบ้าน เย่เทียนก็รีบบอกต่อเยว่เอ๋อร์ว่าเขานั้นได้ประมูลยานอวกาศระดับ 5 ดาวมา จักรพรรดิจันทราที่ได้ยินเรื่องนี้ก็รู้สึกสนใจสิ่งที่เรียกว่ายานอวกาศระดับ 5 ดาวเป็นอย่างมาก

        ด้วยเหตุนี้ เช้าวันต่อมาเย่เทียนจึงได้พาจักรพรรดิจันทราขึ้นยานอวกาศระดับ 5 ดาว และออกสำรวจดาวเคราะห์หลายต่อหลายดวงในกาแล็กซีทางช้างเผือก รวมไปถึงการกลับไปยังโลก

        ในครึ่งเดือนต่อมา

        เย่เทียนได้กลับมายังดาวสีเงินอีกครั้ง เขาไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับยานอวกาศระดับ 5 ดาวอีกต่อไป

        สำหรับบางสิ่ง ถึงแม้มันจะรู้สึกน่าสนใจในตอนแรก แต่หลังจากผ่านไปนานเข้า ทุกอย่างก็จะกลับมาเป็นปกติ

        ดังนั้นเย่เทียนและจักรพรรดิจันทราก็กลับมาเริ่มพากเพียรพยายามฝึกฝนอีกครั้ง

        ในห้องฝึกฝน เย่เทียนนำหน้าของพระสูตรอมิตาภะที่บันทึกทักษะดวงตาแห่งความว่างเปล่าออกมา สำหรับทักษะเขตแดนโลกใบเล็กนั้น เย่เทียนเปิดมันออกมาดูเพียงเล็กน้อย จากนั้นก็เก็บมันไป

        ทักษะเขตแดนโลกใบเล็กนี้ไม่มีประโยชน์อะไรต่อเขาแม้แต่น้อย พลังของมันด้อยกว่าทักษะโลกแห่งความว่างเปล่ามาก

        เย่เทียนเริ่มศึกษาดวงตาแห่งความว่างเปล่า และพบว่าจุดสำคัญของทักษะดวงตาแห่งความว่างเปล่านั้นก็คือพลังของทักษะโลกแห่งความว่างเปล่าเช่นกัน ดวงตาแห่งความว่างเปล่าจำเป็นต้องดึงพลังของทักษะโลกแห่งความว่างเปล่าออกมาประสานรวมเข้ากับดวงตาตามกระบวนการบ่มเพาะ

        เมื่อสามารถฝึกฝนดวงตาแห่งความว่างเปล่าได้สำเร็จ ต่อให้มีใครมีทักษะที่สามารถหลบหนีเข้าไปในห้วงมิติ เย่เทียนก็สามารถมองทะลุผ่านมันได้ในพริบตา เขาสามารถมองเห็นได้แม้แต่ทักษะเคลื่อนย้ายพริบตา ตราบใดที่เขามีความเร็วมากพอ เขาก็ทำได้แม้กระทั่งสกัดกั้นเทคโนโลยีการจั๊มป์ของยานอวกาศ

        ยิ่งกว่านั้น ในอนาคตภาพมายาหรือภาพลวงตาต่างๆ จะแทบไม่มีผลกับเย่เทียน ดวงตาแห่งความว่างเปล่านี้มีความสามารถที่จะมองผ่านภาพลวงตาได้อย่างชัดเจน ทั้งยังสามารถทำลายภาพลวงตาได้อีกด้วย

        “ช่างเป็นทักษะดวงตาที่ยอดเยี่ยมมาก การประมูลครั้งนี้เราได้รับกำไรมหาศาลแล้ว!”

        เย่เทียนอดรอไม่ไหวอีกต่อไป เขาเริ่มฝึกฝนมันทันที

        เย่เทียนใช้เวลาสามวันในการสกัดกั้นโลกแห่งความว่างเปล่าขนาดเล็ก 2 ใบ และประสานเข้ากับดวงตาของเขาได้สำเร็จ

        จากนั้น เขาใช้เวลาครึ่งเดือนในการฝึกฝนทักษะดวงตาแห่งความว่างเปล่า

        หากคนอื่นรู้ว่าเย่เทียนสามารถฝึกฝนทักษะดวงตาแห่งความว่างเปล่าได้แล้วล่ะก็ พวกเขาคงจะตกใจจนตายอย่างแน่นอน

        จากนั้นเย่เทียนก็เข้าสู่วัฏจักรการฝึกฝนที่แสนจะน่าเบื่ออีกครั้ง

        และไม่กี่วันต่อมา

        หอบุตรแห่งสวรรค์ได้ประกาศเรื่องสำคัญออกมา!

คล้ายกับเรื่องระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】 ที่คุณอ่าน