หลังจากแยกย้ายกันกลับบ้าน ขจรพอมาถึงโรงแรม ก็เริ่มนั่งสมาธิ เพื่อสงบจิตใจ สวดมนตร์ตามปกติ
จนกระทั่งนิมิตที่เขาเห็นจากการสัมผัสที่ศรีษะของ นักศึกษาแพทย์ศรชัย กลับมาวนเวียนหัวของเขาอีก ภาพของการแล่หั่นศพ แล้วแช่เอาไว้ในตู้เย็นแบบนั้น ทำให้เขารู้สึกว่า มันไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ทั่วไปจะทำกันได้
ขจรลุกจากเตียงแล้วออกไปวิ่งเพื่อจะลบภาพเหล่านี้ออกไป แต่ทว่า หลังจากกลับจากการวิ่งกลับมา มันไม่สามารถลบภาพเหล่านี้ออกได้เลย
จึงเข้าไปเปิดข้อมูล ของ นักศึกษาแพทย์ศรชัย ในกูเกิ้ลดู และก็ถึงกับตกใจเพราะภาพที่เขาเห็นในนิมิต นั้นเป็นเรื่องจริง ที่เกิดขึ้นมาสิบกว่าปีก่อน คนที่ฆ่าหั่นศพ ที่เห็นว่าเป็น ศรชัยนั้น กลับเป็นพ่อของเขาที่ชื่อศรเทพ ที่เป็นฆาตกรโรคจิต ฆ่าลูกชายคนโตของเขาเอง ส่วนศรชัยนั้นเป็นลูกคนเล็ก ที่ไม่ได้ถูกฆ่า แต่ก็อยู่ในบ้านหลังนั้นด้วย จากคำให้การของศรเทพ เขาบอกว่า มีเทพเจ้าเป็นผู้บอกว่า ลูกของเขาคือปีศาจมาเกิดใหม่ ดังนั้นต้องฆ่าทิ้ง เพื่อปกป้องมวลมนุษยชาติ ผ่านไปสองวันก็พบว่า พ่อของศรชัย ก็ผูกคอฆ่าตัวตายในห้องขัง ปิดคดีนี้ไป
“ เทพเจ้าอีกแล้วหรือนี่ เรื่องนี้รู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆ ทั้งๆ ที่มันก็จบไปแล้ว
ทำไมยังมากวนจิตใจเราได้อีกนะ” ขจรยึ่งคิดไปก็เริ่มปวดหัว จึงอาบน้ำแต่งตัวแล้วไปมหาลัย เพื่อไปดูอาการของ นักศึกษาศรชัย แต่พอไปถึงมหาลัย ก็มีตำรวจมากันเต็มไปหมด ห้ามใครเข้าไปในมหาลัยเป็นอันขาด พอดีเจอเพื่อนๆ ที่ยืนรออยู่ทางด้านหน้า
“ จร”
“ เกิดอะไรขึ้น”
“ ข้างในมีเหตุฆาตกรรม ตำรวจกำลังตามจับคนร้ายอยู่” กิ๊ฟอธิบาย
“ ฆาตกรรม?”
“ ใช่ เขายังไม่บอกอะไร เพียงแต่บอกว่า ฆาตกรเป็นคนไข้ เท่านั้น”
ขจรนึกไปถึง นักศึกษาแพทย์ศรชัยทันที
“ แล้วหัวหน้าห้องไปไหนเล่า”
“ เขามาแต่เช้า ตอนนี้อยู่ข้างใน แถมปิดเครื่องอีก ไม่รู้เป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้” ซีเอ่ยออกมา
“ เขาเก่งอยู่แล้ว คงไม่เป็นไรหรอก” กรกันต์เอ่ย
แล้วขจรก็เห็น ผู้กองนพพร เดินมากับ ท่านผู้กำกับทรงยศ และ จ่าแบล็ค
กิ๊ฟ เข้าไปหาพ่อของเธอขจรก็เข้าไป ยกมือไหว้ด้วยเช่นกัน
“ พ่อ เป็นยังไงบ้าง”
“ วันนี้พ่อจะให้ ผอ. สั่งปิดมหาลัยก่อนหนึ่งวัน ลูกกลับไปก่อน ตอนนี้พวกเรายังจับฆาตกรไม่ได้เลย ตอนนี้มีคนตายไปแล้ว 4 คน”
“ ใครเป็นฆาตกรครับ” ขจรถามโพล่งออกไป
“ ฆาตกรน่าจะเป็นนักศึกษาที่ชื่อ ศรชัย” ผู้กำกับเอ่ยจบก็ขมวดคิ้ว คล้ายจะพูดต่อดีไหม แต่ผู้กองนพพรก็เข้ามา พูดเบาๆ กับ ผู้กำกับว่า
“ เรื่องนี้ ให้คุณขจรช่วยดีกว่านะครับ”
“ ใช่ครับ ผมก็ว่าอย่างนั้น” จ่าแบล็ค เอ่ยอย่างเห็นด้วย
“ ลูกกับเพื่อนๆ กลับบ้านไปก่อนที่นี่อันตราย ขจร เธอตามฉันเข้ามาข้างใน”
ขจรเดินตาม ผู้กำกับเข้าไปที่เกิดเหตุ อีกครั้ง ระหว่างทาง มีตำรวจคอยยืนเฝ้าอยู่ตามจุดต่างๆ ส่วนหมอและพยาบาล ก็ได้แต่ยืนรวมกลุ่มกัน โดยมีตำรวจหลายคน กำลังสอบถามรายละเอียด พอเข้าไปด้านใน ก็พบเลือดกระจัดกระจาย มีเจ้าหน้าที่ชันสูตร กำลังเก็บ แขน ขา ของผู้ตายเอามาประกอบเรียงกัน เพื่อให้เป็นซากศพที่สมบูรณ์ ขจรมองดูก็รู้ว่า อาวุธที่ใช้หั่นคนตายเป็นชิ้นเหล่านี้ ต้องเป็นของมีคมคล้ายกรงเล็บสัตว์ขนาดใหญ่
“ หลังจากเกิดเรื่อง เราไม่พบตัวฆาตกร กล้องวงจรปิดเห็นว่า ฆาตกรน่าจะเป็นนายศรชัย แต่ทว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมันน่าเหลือเชื่อจริงๆ เพราะว่า มนุษย์ธรรมดา จะกลายเป็นสัตว์ร้ายไปได้อย่างไร” ผู้กองนพพร เปิดคลิปที่โหลดมาจากกล้องวงจรปิดให้กับขจรดู พบว่า ร่างของศรชัย เริ่มเปลี่ยนเป็นร่างปีศาจ มีกรงเล็บยาวคล้ายหมาป่า แต่ใบหน้าของมันมีเขาหนึ่งเขา ผิวหนังเหมือนสัตว์มีรอยตะปุ่มตะป่ำเต็มไปหมด
“ ปีศาจโลหิต” ขจรเห็นก็จำได้ดี ปกติแล้ว คนที่จะกลายร่างเป็นปีศาจโลหิตได้ ต้องบูชา เทพปีศาจอนันตกาล เพื่อขอพลัง แต่นี่นักศึกษาแพทย์ศรชัย ไม่น่าทำเช่นนั้นได้
ขจรเดินไปที่เตียง แล้วลองสัมผัสมือที่เตียงนั้น ก็เริ่มเห็นภาพบางในอดีตขึ้นมาอีก
เป็นภาพพ่อของศรชัย ที่นำเนื้อของพี่ชายมาทำเป็นอาหาร ให้ศรชัยกิน
“ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” ขจรรีบถามไปที่หินเจ้าปัญญา
“ นี่คือผลของการกินเนื้อปีศาจเข้าไป ในตอนเด็ก พออายุครบยี่สิบปี มันจะทำให้พลังปีศาจเข้ายึดครองร่างของมนุษย์ได้”
“ แสดงว่า ที่พ่อของศรชัย บอกว่าลูกชายคนโตนั้นเป็นปีศาจกำเนิดมาก็เป็นเรื่องจริง แต่ว่าทำไมต้องให้เขากินเนื้อปีศาจด้วย”
“ เพื่อหลอกให้ปีศาจคิดว่า ลูกชายที่ยังอยู่นั้นเป็นสาวกปีศาจจะได้ปลอดภัย แต่น่าเสียดาย เขารู้ไม่จริง เพราะเนื้อปีศาจจะเข้าไปแทรกซึมไปในร่างของลูกชายของเขาไปอย่างช้าๆ จนกระทั่งหากเขาถูกกระตุ้นด้วยสารบางอย่างเข้าไป ก็จะทำให้เขาเปลี่ยนร่างเป็นปีศาจได้ทันที”
ขจรนึกถึงพวกมนุษย์หลายคน ที่ถูกกระตุ้นด้วยสารเสพติดบางอย่างเข้าไป จนกลายเป็นผีดิบ หรือว่า ศรชัยจะแอบเล่นยาพวกนั้นด้วย
ขจรลองปล่อยจิตออกไปเพื่อตามหา ร่างศรชัยในร่างปีศาจ แล้วในที่สุดก็พบว่ามันอยู่ที่ไหน
“ ผมรู้แล้ว ว่าฆาตกรอยู่ที่ไหน ตามผมมา”
ขจรพาทุกคนไปที่ห้องที่เก็บศพของอาจารย์ใหญ่ ตำรวจที่ขึ้นไปเกือบยี่สิบคน พอเปิดลิฟท์ ชั้นที่เก็บศพของอาจารย์ใหญ่ กลิ่นฟอร์มาลีน ก็พุ่งเข้าจมูก จนทุกคนทั้งไอ ทั้งแสบจมูกทันที
“ รออยู่นอกห้องนี่ดีกว่า ผมจะเข้าไปคนเดียวเอง”
“ ไม่เป็นไร ฉันจะเข้าไปด้วย” ผู้กำกับทรงยศ นำหน้ากากอนามัย มาปิดเพิ่มอีกชั้น ผู้กองนพพรกับ จ่าแบล็คจะอยู่ด้านนอกได้ยังไง ก็เลยทำตาม แล้วก็จะเข้าไปด้วย ทุกคนเดินตามหลังขจรไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ
ขจรเปิดประตูห้องเก็บศพของอาจารย์ใหญ่ ที่อยู่บนเตียงเรียงกัน เกือบห้าสิบศพ
ทุกคนแม้มีหน้ากากอนามัยคาดเอาไว้สองชั้นแล้ว ยังต้องรู้สึกอยากจะอาเจียนออกมา แม้ศพอาจารย์ใหญ่ทุกท่านจะฉีดฟอร์มาลีนเอาไว้ และ ห้องก็เย็นเฉียบเพื่อรักษาศพ แต่ว่า กลิ่นภายในห้องนี้ยังคงอับชื้น กลิ่นเหม็นของซากศพยังคงมีอยู่ดี
ขจรหยิบมีผ่าศพออกมาถือเอาไว้ในมือ แล้วก็ท่องคาถาพญายม วนไปวนมาเพื่อทำให้มีดผ่าศพกลายเป็น อาวุธเวทย์ เพราะเขารู้แล้ว ว่า ปีศาจโลหิตศรชัยตอนนี้นั้นกำลังนอนกลางวันอยู่บนเตียงด้านหน้าของเขา
ขจรยกมีดขึ้นกำลังจะแทงลงไป แต่จ่าแบล็คก็เกิดทนกลิ่นไม่ไหวเกิดอ๊วกแตกออกมาพอดี ทำให้นักศึกษาแพทย์ศรชัยลุกขึ้นนั่ง ทำให้ขจรถึงกับแทงผิด ไม่โดนตัว บัดนี้ทุกคนเห็นร่างของนักศึกษาแพทย์ศรชัย เต็มๆ ว่าตอนนี้ถึงร่างกายจะแต่งชุดเป็นคนไข้ แต่หน้าตาไม่ใช่คนตาโปน มีเขี้ยว มีเขาอยู่บนหัว ผิวกายเปลี่ยนไปเป็นปีศาจสีแดงไปทั้งตัวแล้ว มีกรงเล็บยาวเกือบฟุต กางออกมาพร้อมจัดการกับทุกคน
ผู้กำกับทรงยศ กับ ผู้กองนพพรไม่รอช้า ระเบิดกระสุนปืนยิงใส่ ปีศาจโลหิตตัวนี้
เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !! กระสุนหาได้ระคายผิวที่หนาของมันไม่ มันใช้ซากศพอาจารย์ใหญ่ใกล้ๆ ตัวมันเหวี่ยงใส่ร่างของ ผู้กำกับทรงยศ และ ผู้กองนพพรจนกระเด็นล้มกันไปอย่างทุลักทุเล ในวินาทีนั้นขจรก็กรีดมีด ลงไปข้อมือของปีศาจจนขาดร่องแร่ง
ฉัวะ !
อ๊ากกกกก !!
มันส่งเสียงร้องอย่างโหยหวน แล้วมันใช้มือตวัดกรงเล็บใส่ร่างของขจรหมายหั่นให้เป็นสามส่วนไปพร้อมๆ กัน แต่ว่า มันช้ากว่าขจรที่เตะตวัดขาเข้าใส่มัน จนมันล้มหงายท้อง ขจรกระโดดยกเข่าสูงกระแทกเข้าที่หน้าอกของมัน แล้วขว้างกล่องเครื่องมือแพทย์ไปที่กระจกหน้าต่าง แสงจากดวงอาฑิตย์ส่งแสงเข้ามาโดนร่างของปีศาจโลหิต แล้วเขาก็ปักมีดเข้าที่หน้าผากของมัน แล้วท่องคาถาพญายมออกไปทันที มันดิ้นอยู่ไม่นาน ร่างของมันก็ค่อยๆ สลายกลายเป็นขี้เถ้าไปในทันที แต่ยังคงเหลือผลึกสีฟ้าอยู่สองสามเม็ด ในซากขี้เถ้า ท่ามกลางความตื่นตะลึงของ ผู้กำกับทรงยศ กับผู้กองนพพร ส่วนจ่าแบล็ครีบนำปืนลงอาคมที่ขจรมอบให้มาเตรียมยิง แต่ไม่จำเป็นแล้ว
“ เรียบร้อยแล้วครับ”
“ เหลือแต่ขี้เถ้าเลยเหรอนี่ แล้วจะผมจะเขียนรายงานอย่างไงดีครับผู้กำกับ”
ผู้กองนพพร มองหน้า ท่านผู้กำกับ ที่ยังคงตกใจไม่หาย เขาเพิ่งเห็นการปราบปีศาจของขจรเป็นครั้งแรก ไม่คิดว่าจะมีเรื่องเช่นนี้ด้วย
“ คราวก่อนเขียนปราบผีดิบมายังไง ก็เขียนแบบนั้นแหละ”
ผู้กองนพพรได้แต่ยืนอึ้ง เพราะคดีผีดิบนั้น เขายังไม่เขียนรายงานเลย
“ ความจริง คนร้ายเสพยาเสพติดชนิดหนึ่งเข้าไป ทำให้ร่างกายแปรเปลี่ยนไปเช่นนี้ พอดีถูกแสงแดดเข้าไป ร่างกายจึงถูกเผาผลาญกลายเป็นขี้เถ้า เหลือแต่ผลึกยาเสพติดสีฟ้า อยู่เท่านี้” ขจรอธิบายเพื่อให้ผู้กองนพพร รายงานได้
ทุกคนเข้ามาดูผลึกสีฟ้า สามสี่เม็ดที่อยู่ในซากขี้เถ้า
ผู้กองนพพรสวมถุงมือแล้วเก็บมาไว้ในถุงพลาสติก
“ ผมจะส่งให้แผนกยาเสพติดตรวจสอบดูก่อนว่ามันเป็นยาเสพติดประเภทไหน”
“ แล้วใครที่ใช้ยาตัวนี้แล้วจะกลายเป็นปีศาจ ทุกคนเลยไหม?” ผู้กำกับเอ่ยด้วยความสงสัย
“ ไม่ทุกคนครับ เพียงแต่มีพวกหมอผีที่ชำนาญเท่านั้น ที่จะรู้วิธีเช่นนี้ ส่วนกรณีนี้เขาถูกคุณไสย โดยการกินเนื้อของปีศาจ หรือ คนเล่นของเข้าไป เลยกลายสภาพแบบนี้” ขจรอธิบายเสร็จ ก็ขอตัวเดินออกไป
พอออกไปที่ตึกชั้นล่าง ก็พบกับ หัวหน้าเอกที่ยืนตัวสั่น โดยมีพยาบาลกำลังเอาแอมโมเนียมาให้ดม
“ เฮ้ย จร”
“ หัวหน้า มายืนทำไมแถวนี้”
“ เมื่อเช้าฉันเข้ามา เห็นแขน ขา เลือดนองพื้นไปหมด เลยเป็นลมสลบไป เพิ่งจะฟื้นตื่นขึ้นมา นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นเนี่ย”
“ ไม่มีอะไรแล้ว คนร้ายถูกตำรวจจัดการเรียบร้อย วันนี้มหาลัยสั่งปิด 1 วัน นายก็กลับไปพักผ่อนที่บ้านดีกว่า”
หัวหน้าเอก ก็เลยเดินออกไป พร้อมกับขจรไปเจอเพื่อนๆ ที่ยังไม่กลับบ้านกัน ทุกคนอยากรู้เรื่องข้างใน ขจรก็เล่าให้ทุกคนฟังตามจริง
“ คนดีๆ จะกลายเป็นผีไปได้อย่างไร แค่กินเนื้อคนที่คิดไปเองว่าเป็นปีศาจเนี่ยนะ
เราเป็นหมอ จะเชื่อเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร” กิ๊ฟออกความเห็นเพื่อนทุกคนก็พยักหน้า
“ ในโลกนี้ยังมีอะไรที่เรายังไม่เคยเห็น แต่ไม่ใช่ว่ามันไม่มีอยู่จริง” ขจรเอ่ยเท่านี้ไม่อยากอธิบายให้มากความ เพราะเรื่องแบบนี้หากไม่เจอกับตัว ไม่มีใครเชื่ออย่างแน่นอน พรุ่งนี้ขจรต้องไปคัดตัวเพื่อชกมวยซีเกมส์ แต่ไม่อยากบอกกับเพื่อนๆ เอาไว้ให้เป็นตัวแทนประเทศเสียก่อน ค่อยบอกจะดีกว่า
วันนี้เพื่อนๆ ไม่ได้เรียนก็เลยชวนกันไปกินสุกี้กันต่อ แต่ขจรต้องขอตัว วันนี้จะลงซ้อมมวยที่ค่ายเต็มวัน ไม่อยากไปไหน
ขจรมาถึงค่ายมวยสยามยุทธ์แต่เช้ากว่าปกติ ทำให้อาจารย์ ลีอองถึงกับแปลกใจ
“ พอดีมหาลัยปิด ไม่รู้จะไปไหน เลยมาซ้อมมวยดีกว่า”
“ ดี วันนี้ก็ซ้อมเบาๆ ก็พอ พรุ่งนี้ก็จะได้ชกโดยไม่ต้องเครียด”
วันนี้มีการอธิบายกติกาการคัดตัวโดยที่ รุ่นเล็กอย่างขจรนั้น ทางการแข่งขันหานักมวยยาก ทางเจ้าภาพเลยยกเลิก แล้วจัดให้มีการชกรุ่นแบนตั้มเวท ซึ่งพิกัดน้ำหนักระหว่าง 52 -54 กิโลกรัม ซึ่งขจรก็ไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ ซึ่งจะมีนักชกคัดตัว อยู่ 8 คน แต่ละคนล้วนอยู่ในค่ายใหญ่ๆ กันทั้งนั้น
โดยการแข่งขันจะแบ่งเป็นสองวัน วันแรก คัดตัวจาก 8 เหลือ 4 คน ชกตามกติกามวยสากลสมัครเล่น สามยกๆ ละ สามนาที พัก 1 นาที มีกรรมการกดคะแนนจากมอนิเตอร์ 3 คน บนเวที 1 คน การคัดตัวครั้งนี้ จัดให้มีการชกสิบรุ่น ค่ายสยามยุทธ์ส่งคนเข้าไปคัดตัว ครบสิบทั้งสิบรุ่น
ผู้ชนะจะได้ไปเข้าค่ายฝึกซ้อมที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน 1 เดือน มีหัวหน้าโค้ชเป็นคนจีน ชื่อว่า เฉินฮ้าว
“ ไม่ว่าพรุ่งนี้ผลจะเป็นอย่างไร ทุกคนล้วนเป็นคนในค่ายสยามยุทธ์ หากมีปัญหาอะไรขอให้ทุกคนมาปรึกษา กับฉันได้ หากว่าได้เหรียญทองกลับมา ทางเราก็จะสนับสนุนให้ไปชกต่อที่โอลิมปิคเกมส์ต่อไป หากว่าไม่ได้เหรียญ ก็กลับมาฝึกซ้อมต่อไป แล้วทางเราจะฝึกฝนเข้าสู่มวยอาชีพต่อไป” มาดามเกรซกล่าวกับ นักมวยทุกคนที่จะเข้าไปคัดตัวในวันพรุ่งนี้......