มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 142 เถ้าธุลี

            กังหยางเมื่อแน่ใจในว่าทั้งสองเป็นนักฆ่าที่ตนคาดคิดไว้ ตั้งใจจะห้ามปรามกังหลง หันไปมองยังกังหลงที่ดูสีหน้าปกติมิมีใดเปลี่ยนแปลง มิได้ตื่นตกใจเช่นผู้อื่นเมื่อทราบว่าฝ่ายตรงข้ามคือ อ้วนผอมจอมทมิฬ หรือกังหลงอายุเยาว์ยังมิทราบว่าทั้งสองนั้นมีความน่ากลัวปานใด แต่ก็มิทันการณ์แล้ว เพราะทั้งสองต่างประจันหน้ากันและอสูรดำได้เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว 

     

            "พรึ่บ .."       

     

            "วูบบบ"

     

            "ฟ้าว"

            

            อสูรดำขึ้นชื่อเรื่องท่าร่างอันว่องไว ปีกยุทธปรากฎออกมาจากแผ่นหลังมันขยับกายวูบเดียวด้วยท่าร่างอันลึกล้ำไปปรากฎกายเหนือศีรษะของกังหลงภายในชั่วพริบตา พร้อมยื่นมือหมายรวบจับศีรษะไว้ในอุ้งมือ มันเจตนาจะใช้อุ้งมืออันแข็งแกร่งบีบขมับของเป้าหมายให้กระโหลกบีบรัดลงทีละน้อยจวบจนได้ยินเสียงกระโหลกแตกเพื่อความสำราญใจ 


            "วูบบบ.."

        

            แต่กลับต้องคว้าจับเอาความว่างเปล่า ร่างบุรุษหนุ่มปราณต่ำต้อยที่มันหมายจะนำมาระบายอารมณ์อันวิปริตกลับหายวูบไปต่อหน้าต่อตาคล้ายเป็นเงาเคลื่อนวูบหายไปยืนห่างจากตำแหน่งเดิมถึงสามเมตร เพียงทิ้งประกายสายฟ้าจาง ๆ ไว้ให้เห็นอย่างเลือนลาง ต้องอุทานออกมา นึกว่าตนประมาทที่ใช้พลังฝีมืออกไปแค่ส่วนเดียว

     

            "เอ๊ะ.ประกายสายฟ้า..!!  เหอ เหอ ถึงกับหลบรอดจากเงื้อมมือข้าด้วยพลังหนึ่งส่วน ท่าร่างของเจ้าประกอบด้วยธาตุสายฟ้าถือว่าพอมีความรวดเร็วอยู่บ้าง คงเป็นข้าประมาทไปกระมัง  ฮ่า ฮ่า ครานี้เจ้าจะได้พบกับความเร็วที่แท้จริง"

     

            การคว้าจับที่ผิดพลาดทำให้อสูรดำเสียหน้า บังเกิดโทสะครุกรุ่นมันจึงเพิ่มพลังปราณขึ้นอีกสี่ส่วน ใช้พลังห้าส่วนพุ่งออกไปด้วยท่วงท่าเดิม กังหลงโคจรปราณขยับออกด้วยท่าร่างเก้ากาอัศนีไม่ทิ้งรอย หลงเหลือไว้เพียงประกายสายฟ้าจาง ๆ เฉกเช่นเดิม

     

            "วูบบ"

     

            "ฟ้าววว"

     

            แม้จะเพิ่มพลังออกมาถึงห้าส่วนผลก็ยังออกมาเช่นเดิม ร่างของกังหลงเสมือนเงาหายวูบไปต่อหน้า อสูรดำเริ่มมีสีหน้าเคร่งเครียด ผู้ที่เฝ้ามองรอบนอกลานประลองต่างตื่นตระหนกมิคาดว่าจะได้เห็นยอดฝีมือระดับราชันย์ที่มีปีกยุทธกระพืออยู่ด้านหลังจะทำการจู่โจมใส่ผิดพลาดซ้ำกันถึงสองครา หากจู่โจมพลาดเพียงครั้งเดียวอาจถือเป็นเรื่องบังเอิญได้ แต่นี่เป็นสองคราติดต่อกันคงมิใช่เหตุบังเอิญหรือโชคช่วยแล้วกระมัง หม่าเทียนหลงและอสูรขาวเอง ต่างถึงกับกระตุกวูบในใจขึ้นมาวูบหนึ่งเช่นกัน มันทั้งสองย่อมทราบดีถึงระดับพลังฝีมือและความรวดเร็วของอสูรดำ และด้วยความรวดเร็วในการหลบหลีกของบุรุษหนุ่มทั้งสองครั้ง มั่นใจได้เลยว่าแม้แต่ตัวเองก็ยังมิอาจคว้าจับร่างนั้นได้ หลายเสียงต่างอุทานออกมา

     

            "นั่นมันท่าร่างใดกัน"

     

            "โอ..ถึงกับหลบรอดจากเงื้อมมือของ อ้วนผอมจอมทมิฬได้ถึงสองครา และมิได้รับบาดเจ็บอันใดทั้งยังดูเจ้าหนุ่มนั่นก็มิมีอาการเหน็ดเหนื่อยหนักแรงใด ๆ ออกมาให้เห็นอีกด้วย"

     

            "อ๊าา...เจ้ากังหลงถึงกับเก่งกาจถึงเพียงนี้เชียว.."

     

            การคว้าจับผู้ฝึกยุทธระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดของปราณราชันย์ล้มเหลวถึงสองครา สุดที่อสูรดำจะสงบนิ่งอยู่ได้ สิ่งนี้สร้างความอับอายให้แก่มันยิ่ง หากแม้นมีสหายผู้ใดได้ทราบว่าราชันย์อย่างมันถึงกับพ่ายแพ้ต่อท่าร่างผู้มีพลังระดับปราณขุนพลระดับหนึ่ง มิทราบภายหน้ามันยามได้พบเจอผู้คน จะถูกผู้คนหัวเราะเยาะปานใดกัน


            ความโกรธเกรี้ยวได้เกิดขึ้นในจิตใจของอสูรดำจนถึงขีดสุดจนบดบังสติสัมปชัญญะไปสิ้น มิได้ฉุกใจคิดว่าเหตุใดผู้มีปราณต่ำเตี้ยเรี่ยดินเช่นนี้ จึงมิมีท่าทีตื่นตกใจแม้แต่น้อยยามเผชิญหน้ากับมัน และคล้ายกับมิเห็นมันอยู่ในสายตาด้วยซ้ำ พลันเสียงชายหนุ่มเบื้องหน้าได้กล่าวขึ้นอย่างเหยียดหยาม

     

            "เล่นเพียงพอแล้วยัง  ข้ามิมีเวลาจะมาเล่นไล่จับกับตัวตลกเช่นพวกเจ้า..!!"

     

            "ตัวตลก..ข้ารึตัวตลก..!!..งั้นครานี้เจ้าเตรียมรับความโกรธเกรี้ยวจากราชันย์เช่นข้า  ..!!"

     

            อสูรดำโกรธเกรี้ยวอย่างถึงที่สุด ผู้มีปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดกล่าวว่ามันเป็นตัวตลก หากผู้มีฝีมืออาณาจักรหยาดพิรุณทราบเข้าตัวมันจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด มันโคจรลมปราณอย่างเปี่ยมล้นจนเกิดประกายสายฟ้าเปี่ยมล้นบนมือทั้งสองข้างจนได้ยินเสียง สายฟ้าเคลื่อนไหวเบา ๆ โหมฟาดฝ่ามือออกพร้อมกล่าวด้วยเสียงเหี้ยมเกรียม 

     

            "พรึ่บ  พรึ่บ.."

     

            "หึ หึ เดิมทีข้าตั้งใจจะจับเจ้ามาบีบเค้นเล่นให้โลหิตไหลออกทีละนิดจนสิ้นใจตาย แต่ตอนนี้เจ้าทำให้ข้าพิโรธ เช่นนั้นข้าจะทำให้เจ้าตกตายด้วยสภาพศพที่ไม่สมบูรณ์"

     

            "ฝ่ามือไตรอัศนีบาต.. จงมอดไหม้ไปซะ..!!"

     

            ปรากฎฝ่ามือขนาดยักษ์ที่เต็มไปด้วยสายฟ้าขนาดมหึมาขนาดสามเมตรจำนวนสามฝ่ามือที่เต็มไปด้วยสายฟ้าสีขาวแลบแปลบปลาบส่งเสียงดัง ซี่ ๆ แผ่พลังกดดันออกรอบข้างจนผู้ชมที่อยู่ใกล้ถึงกับขนลุกซู่ ฟาดเข้าใส่ร่างชายหนุ่มเบื้องหน้าจนเกิดเสียงดังกึกก้อง ฝุ่นควันฟุ้งตลบจนมองมิเห็นสิ่งใด

     

            "เปรี๊ยง..บึ้ม..!!"

     

            สิ้นเสียงดุจสายฟ้าฟาด เสียงสายฟ้าที่แลบแปลบปลาบได้หยุดลง ทั่วลานประลองต่างเงียบกริบ ฝุ่นควันฟุ้งกระจายบดบังจนมิอาจมองเห็นร่างของกังหลง ผู้คนของตระกูลกังต่างสีหน้าสลดพร้อมเสียงเศร้าอาดูรปนด้วยเสียงร้องให้ ด้วยพลังโจมตีอันรุนแรงนั้นต่อให้เป็นปราณราชันย์ด้วยกันก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บลงได้ นับประสาอะไรกับผู้ฝึยุทธปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุด ทุกคนต่างคาดคิดว่ากังหลงคงสิ้นชีพและมิอาจมีซากร่างที่สมบูรณ์อยู่ได้ อสูรดำหัวเราะร่าด้วยความลำพอง

     

            "ฮ่า ฮา ฮ๋า.."

     

            "ลูกกัง..!!"       

     

            "โอ..ไม่..ตระกูลกังคงจบสิ้นแล้ว  นายน้อยกังหลง..อือ..ๆ."

     

            "ไม่น่าเลย..แต่นายน้อยกังคงทำดีที่สุดแล้ว ..พวกมันเก่งกาจจนเกินไป"

           

            "ฮ่า ฮ่า ฮ่า  ในที่สุดข้าก็ได้ระบายความอัดอั้นทั้งมวล  ต่อไป..เอ๊ะ..!!"

     

            อสูรดำหัวร่อและกล่าวไม่ทันจบก็ต้องใจสั่นวูบ อ้าปากค้างเหมือนกับเป็นใบ้ไป เมื่อฝุ่นควันโดนลมพัดจางหายไป กลับพลันเห็นบุรุษหนุ่มที่ตนคิดว่าได้มอดไหม้แบบไม่มีชิ้นดีไปแล้ว แต่กลับยืนสง่าอยู่ที่เดิมโดยมิมีแม้แต่รอยขีดข่วน สายตาเย็นชาเหยียดหยันมองมายังมันอย่างสงบนิ่ง พร้อมเสียงพูดดังขึ้น

     

            "หากนี่เป็นพลังทั้งหมดของเจ้า..ก็เพียงนี้เท่านั้น..ต่อไปเป็นทีของข้าบ้าง.."


            พูดจบกังหลงโคจรลมปราณรวมธาตุปัจเจกเทวะจุติสำแดงท่าร่างเก้ากายาอัศนีไม่ทิ้งรอยออกมาพร้อมกันสองร่างพลังจากจักรตำแหน่งธาตุสายฟ้าหมุนวนอย่างเร็วรี่ลงสูฝ่ามือร่างทั้งสองพุ่งอย่างรวดเร็วจนมองมิทันเข้าหาทั้งทางด้านหน้าและด้านหลังของอสูรดำฟาดฝ่ามือโจมตีออกไปทันทีอสูรดำรับรู้ถึงพลังกดดันอันมหาศาล พลังที่เหนือล้ำกว่าสายฟ้าในกายมันจนมันรู้สึกต่ำต้อยมิอาจเผยอเทียบเคียงได้เมื่อเห็นชัดตาถึงสีสันของสายฟ้าที่มีสีน้ำเงินเข้มมันถึงกับหวาดผวา ร่ำร้องออกมา แต่สายเสียแล้ว

     

            "สายฟ้า..วายุ...ไม่..!!"

     

            "บึ้ม..!!"

     

            "อ๊ากกกกกก..!!"

     

            "เจ้าดำ..!!"

     

            เสียงระเบิดดังกัมปนาทกึกก้องจนแก้วหูแทบแตกพร้อมเสียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดยาวนานดังสะท้านขวัญของผู้คน ร่างของอสูรดำได้สูญสลายกลายเป็นเถ้าธุลีถูกลมพัดพากระจายหายไปจนมิเหลืออันใดก่อนตายอสูรดำถึงพลันเข้าใจว่าเหตุใดพลังฝ่ามืออัศนีบาตไม้ตายที่มันภาคภูมิใจจึงมิอาจทำอันใดกับชายหนุ่มได้


            ชายหนุ่มผู้นี้ถึงกับมีสายฟ้าวายุ ผู้เป็นราชาของสายฟ้าทั้งปวงสายฟ้าธรรมดาของมันไหนเลยจะต่อกรกับราชาของสายฟ้าได้อย่างไรหากมันทราบแต่แรกมันคงมิไปต่อกรกับบุรุษหนุ่มผู้นี้ด้วยสายฟ้าเพราะการทำเช่นนี้ดุจดังการสอนจระเข้ให้ว่ายน้ำฉันใดฉันนั้น


            แต่ทุกอย่างมันก็สายไปเสียแล้วมันมิอาจจะแก้ไขอันใดได้อีกเพราะมันได้ตกตายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วและได้ตกตายแบบสูญสลายสิ้นซากมิมีอะไรหลงเหลือไว้ในโลกนี้อีก..!! 

     


    คล้ายกับเรื่องมรรคาพลิกฟ้า ที่คุณอ่าน